HashCorner

รีวิว THE DEWA Koh Chang (เดอะ เดวา เกาะช้าง) รีสอร์ทติดหาดสไตล์ Tropical Rustic แห่งเดียวบนเกาะช้าง

 

คงไม่มีใครไม่รู้จักเกาะช้างแน่ๆ แหมม เกาะนี้คือเกาะที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทยและใหญ่อันดับสองของประเทศรองจากเกาะภูเก็ตเลยทีเดียวนะ ครั้งนี้มีโอกาสได้ไปเที่ยวและพักผ่อนหย่อนกายที่เหนื่อยล้าจากกรุงเทพ โดยได้รับเชิญจาก THE DEWA Koh Chang (เดอะ เดวา เกาะช้าง) รีสอร์ทติดท็อปลิสที่ดีที่สุดในเกาะช้าง จะดียังไง ต้องอ่านต่อเลย

ดูวิดีโอ THE DEWA Koh Chang วอร์มอัพก่อนอ่านรีวิว

THE DEWA Koh Chang (เดอะ เดวา เกาะช้าง)

THE DEWA Koh Chang เป็นหนึ่งในโรงแรมสามพี่น้องบนเกาะช้างที่มีเจ้าของคนเดียวกัน โดยมีพี่ใหญ่อย่าง Ramayana Resort and Spa และ AWA Resort น้องใหม่ล่าสุดซึ่งผมเคยเห็นในรูป ดีไซน์สวยดูดีเลยทีเดียว แต่บอกอย่างนี้แล้ว อย่าคิดว่า THE DEWA จะไม่สวย เพราะที่นี่มีดีกรีการได้รางวัลจาก Thailand Boutique Awards 2011 ในด้านของ Architecture and Design โดยมีดีไซน์แบบ Rustic Tropical ฟีลลิ่งเหมือนอยู่ในป่าร้อนชื้นติดทะเล ให้ฟีลลิ่งความเป็นชาวเกาะนิดๆ ซึ่งโดยรวมของดีไซน์ที่ THE DEWA บอกเลย ว่าทำเราประทับใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

 

ห้องพักที่ THE DEWA Koh Chang

ทริปนี้ผมไปทั้งหมดสี่คน คือผมกับแฟน แล้วก็คุณพ่อคุณแม่ของผมเองคร้าบ (เป็นเด็กที่ดี พาคุณพ่อคุณแม่เที่ยว) โดยห้องพักที่ผมได้ไปพักมีสองห้องคือ ห้องแบบ Deluxe และ Grand Villa จริงๆแล้วที่นี่ยังมีห้องพักอีกแบบหนึ่งคือ Villa แต่ผมและครอบครัวไม่ได้พักห้องนี้ ดังนั้น รีวิวนี้จะรีวิวแค่สองห้องพักคือ Deluxe และแบบ Grand Villa เท่านั้นเนาะ 🙂

Deluxe Room

เมื่อเราเดินผ่านล็อบบี้สุดแกรนด์ของรีสอร์ทแล้ว เราจะเห็นตึกห้องพักทางด้านซ้าย นั้นแหละคือตึกห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) ห้องนี้มีขนาดพื้นที่ประมาณ 54 ตารางเมตร เป็นห้องพักสำหรับสองคน ซึ่งห้องนี้คุณพ่อและคุณแม่ของผมเป็นคนพักครับ

 

 

เมื่อเราเปิดประตูเข้ามา เราก็จะเจอเตียงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้องตรงหน้า โดยด้านหลังของเตียงเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า หันไปด้านซ้ายจะเจอหน้าต่างบานใหญ่ เมื่อเรามองลอดเข้าไปจะเห็นอ่างอาบน้ำอยู่ สามารถมองลอดผ่านได้ทั้งสองฝั่ง แต่เค้าก็มีมู่ลี่ปิดได้นะ เผื่อใครมากับเพื่อนงี้ แต่ถ้ามาเป็นคู่รัก มากับแฟน โอ้โหวววว โรแมนติกมั้ยล่ะ

 

 

เมื่อสังเกตแล้ว คือในส่วนของห้องอ่างอาบน้ำ + อ่างล้างมือ + โซนเปียกอาบน้ำ และโถส้วมนั้น จริงๆคือเป็นห้องอยู่ขนาบข้างห้องนอนเป็นแนวยาวเลย ดังนั้นส่วนนี้ถือว่าขนาดใหญ่มาก ซึ่งผมชอบมากเลย เพราะแต่ละส่วนสามารถเดินได้แบบคอนเน็คกันได้อย่างลงตัว

 

 

เรื่องเตียงนอนนั้นค่อนข้างใหญ่ นอนสบาย บนเพดานตรงเตียงมีมุ้งด้วย เราสามารถดึงลงมาไว้กันยุงหรือดึงลงมาเก๋ๆ ก็ไม่เสียหาย ห้องดีลักซ์ที่คุณแม่และคุณพ่อของผมได้พักนั้น อยู่ชั้นล่าง ซึ่งเมื่อเราเปิดประตูออกมา สามารถเดินลงสระน้ำได้เลย ถือได้ว่าเป็นห้องแบบ Pool Access ได้เลยนะ และด้านหน้าห้องจะมีที่นั่ง รวมทั้งโต๊ะที่เราสามารถสั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบเบียร์ ดูคนว่ายน้ำไปมาได้ในสระน้ำ ดังนั้น

การเลือกห้องดีลักซ์ ถ้าเราสามารถเลือกได้ ให้เราเลือกห้องพักอยู่ชั้นหนึ่ง เสมือนเป็น Pool Access เบาๆ เดินออกห้องมา กระโดดลงสระน้ำได้เลย ฮ่า

Grand Villa

ห้องแกรนด์วิลล่า (Grand Villa) ของที่นี่นั้นเป็นแบบวิลล่าส่วนตัวมีอยู่ทั้งหมด 2 หลัง ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดติดทะเล ถือเป็นห้องระดับท็อปสุดของ THE DEWA Koh Chang แล้ว

ซึ่งผมนั้นก็ได้อยู่หลังนี้แหละ ความฟินระดับเบอร์สิบด้วยพื้นที่โคตรกว้างสำหรับสองคน ตกแต่งสไตล์ Tropical Loft ด้วยพื้นที่กว่า 126 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นพร้อมจากุชชี่หันหน้าออกนอกหาด ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนและอ่างอาบน้ำ ถ้าให้บอกว่าห้องนี้เหมาะกับใคร คงตอบได้เลยว่า คู่รักนี่แหละเหมาะที่สุด

 

 

สิ่งของเครื่องใช้ของห้อง Grand Villa นั้น ค่อนข้างดีพอสมควร อย่างแรกเลยคือ ห้องนี้มีลำโพงที่ต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งน้อยที่มากที่จะเป็นแบบนี้ คือหลายที่ก็มีแหละ แต่จะเป็นแบบรุ่นเก่าที่ต้องต่อ Dock กับ iPhone ซึ่งยังเป็น Dock แบบรุ่นเก่าใหญ่ๆ กว้างๆอยู่  และต่อ Bluetooth ไม่ได้ แต่ที่นี่.. ถึงแม้ไม่มี Dock ให้เสียบ แต่ต่อ Bluetooth ได้คือจบ เปิดเพลงไร้สายแบบ Wireless ถือมือถือร่อนได้ทั่วหลังพร้อมฟังเพลง อันนี้ชอบบบบ

 

ส่วนตู้เย็นนั้นคือขนาดปกติ แต่ว่าใส่ Mini Bar มาแบบเยอะเว่อร์ แต่อันนี้เสียตังค์เพิ่มนะ ฮ่าๆ ส่วนทีวีในห้องนั้น ห้องแบบแกรนด์วิลล่ามีทีวีสองเครื่องคือทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ทีวีมีขนาดใหญ่ดูดี แต่น่าเสียดายที่สัญญาณทีวีของที่นี่ไม่ได้เป็นแบบ HD แง่ะ อีกอันที่เซอร์ไพรส์คือ ที่นี่มีเครื่องชั่งน้ำหนักของ TANITA ซึ่งผมชอบเป็นการส่วนตัว กินมาแล้วมาชั่งน้ำหนักได้ ว่าเราน้ำหนักขึ้นหรือเปล่า 5555555

 

 

ชั้นล่างของแกรนด์วิลล่าจะมีห้องน้ำหนึ่งห้อง เป็นแบบมีโถส้วมอย่างเดียว ส่วนชั้นบนจะแบ่งออกเป็นสามห้องอยู่ติดกันหมด คือห้องอาบน้ำฝักบัวแบบ Rain Shower ห้องอ่างอาบน้ำ และห้องส้วม การดีไซน์นั้นสวยและดูดีนะครับ แต่ว่าฟังก์ชันการใช้จริงๆอาจจะลำบากนิดหน่อย หากเราต้องใช้ส้วมและใช้ห้องอาบน้ำด้วยกัน การเดินไปมาระหว่างห้องนั้น อาจจะทำให้พื้นเปียกได้ หลังจากใช้งานธุระส่วนตัวเสร็จ เราอาจต้องใช้ผ้าถูให้พื้นไม่เปียกซักนิดนึง

 

เรื่องเตียงนอนของที่นี่นั้น นอนสบายมากกก ทั้งหมอน เตียง ผ้าห่ม ทุกอย่างคือเพอร์เฟ็ค และด้วยความที่บ้านหลังนี้มีสองชั้น แอร์ของที่นี่ก็มีสองตัวทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ดังนั้น ความเย็นทั่วถึงทั้งหลังแน่นอน สุดท้ายคือ ห้องแกรนด์วิลล่าเป็นห้องชนิดเดียวของ THE DEWA Koh Chang ที่มีจากุชซี่ส่วนตัว ส่วนตัวผมคิดว่าทำออกมาได้ดี การตั้งของจากุซซี่สามารถนั่งมองพระอาทิตย์ตอนเย็นที่มันเล็ดลอดจากแนวต้นไม้ที่กั้นไว้ได้ และขนาดของจากุซซี่สำหรับผมถือว่าใหญ่นะ คือเราสามารถว่ายเล่นได้เลยจริงๆ ดูจากรูปดิ

 

 

โดยรวมของแกรนด์วิลล่า ถือว่าดีนะครับ การตกแต่งสวยงาม วิลล่าค่อนข้างโปร่ง สิ่งอำนวยความสะดวกถือว่าดี อาจจะมีสิ่งเล็กๆน้อยๆบ้าง แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาชีวิตอะไร ดังนั้นถือว่าห้องแกรนด์วิลล่าเป็นห้องพักที่น่าประทับใจเลยทีเดียว

อาหารเช้าบุฟเฟต์ ที่ THE RESTAURANT

อาหารเช้าบุฟเฟต์นั้นจะอยู่ตึก THE RESTAURANT ติดกับสระว่ายน้ำ ฝั่งตรงข้ามกับตึกห้องพักดีลักซ์ ห้องอาหารนั้นจะเป็นแบบโอเพ่นแอร์แบบเปิดโล่ง แต่ยังมีหลังคานะ (ฮ่าๆ) ที่นั่งค่อนข้างเยอะ รองรับคนจำนวนมากได้

 

 

อาหารบุฟเฟต์จะมีอยู่หลายส่วนอยู่เหมือนกัน หลักๆคงจะเป็นอาหารไทยที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างแกงเขียวหวาน หมูผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พร้อมข้าวร้อนๆให้ตัก รวมถึงมีก๋วยเตียว ออมเลต ไข่ดาว สลัดผัก และของบังคับตามสไตล์อาหารเช้าโรงแรมคือ ไส้กรอกหมู ไส้กรอกไก่ เบคอน รวมถึงมันฝรั่งอีกด้วย เยอะเหมือนกันนะเนี่ย

 

 

ในส่วนของโซนขนมปังนั้นก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ครัวซองค์ เค้กบัตเตอร์ ขนมปังแผ่น คอนเฟล็กซ์ ทุกอย่างคือมีครบหมด ที่เซอร์ไพรส์คือมีข้าวปั้นซูชิด้วย รวมถึงน้ำผลไม้ปั่นสดที่เราสามารถเลือกได้เองเลย เห็นขนาดนี้บอกเลยได้ว่าหายห่วงเรื่องการกิน ฮ่าๆ เพราะที่นี่เค้าจัดเต็ม มีตัวเลือกให้กินเยอะมากครับผม 🙂

 

THE POOL

สระว่ายน้ำของที่นี่มีขนาดยาว 55 เมตร ลึก 1.40 เมตร รอบสระว่ายน้ำจะมีเตียงผ้าใบเยอะเพียงพอกับแขกที่มาพัก มีบาร์ที่เรียกว่า The Pool เราสามารถสั่งเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นแบบ Alcohol หรือ Non-alcohal นั่งดื่มริมขอบสระได้เลยแบบชิลๆ ซึ่งช่วงบ่ายๆ เค้ามี Happy Hour ซื้อ 1 แถม 1 ด้วยนะ อ้อออ .. ที่นี่มีสระเด็กด้วย ดังนั้น ถึงแม้เราจะมีเด็กๆมาด้วย น้องๆก็ยังสามารถสนุกกับการว่ายน้ำที่นี่ได้เหมือนกัน

 

นั่งชิลสบายๆที่ The Cafe

สำหรับใครที่ต้องการนั่งชิลๆ จิบกาแฟ ลิ้มรสความหวานด้วยการตักเค้กเข้าปากพร้อมดูดดื่มบรรยากาศแบบ Tropical Rustic ตามสไตล์ THE DEWA Koh Chang เดอะคาเฟ่ (The Cafe) ที่ตั้งอยู่ถัดจากล็อบบี้ของรีสอร์ทน่าจะเป็นคำตอบของความชิลนี้อย่างแน่นอน

 

หากถามว่าอะไรคือไฮไลท์ของเดอะคาเฟ่ (The Cafe) คงจะบอกว่าเป็นเค้กที่มีหลากหลายรสชาติให้ได้ลอง เพราะเท่าที่ผมเห็นเค้กจากตู้โชว์หน้าร้าน ก็ถือว่าตัวเลือกเค้กค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยทีเดียว อย่างเช่น Strawberry Cheese Cake (90 บาท) Blueberry Cheese Cake (90 บาท) Brownie (90 บาท)

สำหรับเค้กที่ทาง THE DEWA Koh Chang จัดมาให้ผมลองนั้นคือ Coconut Roll (90 บาท) Black Forest (90 บาท) Chocolate Banana Cake (90 บาท) และ Hot Espresso (100 บาท) และ Iced Latte (120 บาท)

 

รสชาติโดยรวมอร่อยดีนะครับ เค้กไม่ได้หวานมากจนเกินไป อย่าง Coconut Roll นั้น ตัวมะพร้าวที่โปะอยู่บนโรลด้านบนนั้น อร่อยมากกก ส่วน Chocolate Banana Cake นั้นหอม และตัวเค้กช็อคโกแลตนั้นหอม ตัวเค้กสอดไส้ด้วยกล้วยและบนหน้าเค้กก็มีกล้วยชิ้นใหญ่อยู่ ด้วยความที่ชอบเค้กที่มีกล้วยผสมอยู่แล้ว นี่ก็เลยชอบมากเลย ฮี่ฮี่ สำหรับ Black Forest จะมีความเปรี้ยวหน่อยๆจากรสไวน์ที่เชฟผสมเข้าไป รสชาติลงตัวดี เหมาะกับคนที่ชอบกินเนื้อเค้กแบบฟูๆและแทรกชั้นแป้งเค้กด้วยช็อคโกแลตและครีม แต่ส่วนตัวไม่ใช่แฟน Black Forest อยู่แล้ว นี่เลยชอบอีกสองอันมากกว่า ฮ่า

 

นอกจากการขายเค้กและกาแฟแล้ว The Cafe ที่นี่ยังขายของที่ระลึกจาก THE DEWA ด้วย อย่างเครื่องใช้เซรามิกในห้องน้ำที่อยู่ในห้องพัก หรือแม้แต่สมุดโน้ต และถุงผ้าสกรีนโลโก้รีสอร์ท หากใครเป็นแฟน THE DEWA สามารถมาหาซื้อของที่ระลึกจากที่นี่ได้เลย

 

นวดไทยที่ THE SPA

สำหรับใครที่เมื่อยล้าจากการทำงานที่กรุงเทพ เหนื่อยจากการเล่นทะเล หรือแม้แต่อยากผ่อนคลาย รีแล็กซ์กล้ามเนื้อ ที่นี่เค้ามีบริการทำ Spa และ Massage ให้บริการอยู่ด้านบนของ The Cafe ด้วย แต่ถ้าหากใครอยากมีฟีลนวดไทยแบบริมทะเล ที่นี่ก็มีจุดให้บริการนวดไทยตรงริมหาดคลองพร้าวด้วยเหมือนกัน ชื่อว่า THE BEACH SPA เป็นการนวดไทยแบบเอ้าท์ดอร์เก๋ๆ ซึ่งผมคิดว่าฝรั่งน่าจะใช้บริการกันเยอะเลยแหละ

 

ครั้งนี้ผมได้ใช้บริการนวดไทยเช่นเดียวกัน แต่ของผมนั้นจะทำที่ THE SPA นี่แหละครับ โดยเมื่อเราทักทายกับรีเซฟชั่นแล้ว เค้าจะพาเรามายังห้องนวดที่มีทั้งหมด 3 เตียง น้ำหนักการนวดของพี่ที่นวดให้ผมนั้นค่อนข้างดีเลยล่ะ คือไม่ได้เบามือ แต่ก็ไม่ได้แรงมือเช่นกัน คือแรงกำลังพอดี แต่เทคนิดการนวดนึงของที่นี่คือใช้ยาหม่องเข้ามานวดในส่วนของศรีษะเราด้วย ซึ่งมันก็จะเย็นๆหัว ทำให้เราเฟรชขึ้นได้ แต่ถ้าใครแพ้หรือไม่ชอบยาหม่อง อันนี้ก็อาจจะไม่ชอบเลย อันนี้ก็แล้วแต่คนเนาะ

! การนวดไทย (Traditional Thai Massage) ของ THE SPA ที่นี่ จะอยู่ที่ 600 บาท/ชั่วโมง และ 850 บาท/90 นาที

 

 

นอกจากการนวดไทยแล้ว ยังมีการนวดอื่นๆอีกเช่น กวนนวดน้ำมันอโรมา (Aroma Classic Massage) 1,300 บาท/ชั่วโมง การนวดเพื่อยืดกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬา (Sport Massage Therapy) 1,300 บาท/ชั่วโมง หรืออย่างสปาแบบฉบับ THE DEWA (Spa Escape The Dewa Indulgence) จะอยู่ที่ 2,200 บาท/120 นาที ราคานี้คือราคาเต็มนะครับ บางทีก็จะมีโปรโมชั่นต่างๆแล้วแต่ช่วงซีซั่น อันนี้สอบถามได้จากล็อบบี้โรงแรมได้เลย 🙂

THE BEACH

โรงแรม THE DEWA Koh Chang นั้น เป็นรีสอร์ทที่ติดทะเล (หาดคลองพร้าว) แล้วสามารถเล่นน้ำทะเลได้ รีสอร์ทจะเรียกโซนที่ติดหาดคลองพร้าวว่า THE BEACH มีทั้งส่วนที่เป็นร้านอาหารและบาร์ อีกด้านจะมีเตียงผ้าใบและบีนแบ็คไว้นอนชิลหรือนอนอาบแดดได้รวมทั้งมี THE BEACH SPA บริการนวดริมหาด และช่วงค่ำ ทางรีสอร์ทเค้าจะตั้งโต๊ะกลายเป็นร้านอาหารริมหาดทรายในทันที

หาดคลองพร้าว

THE DEWA Koh Chang นั้นติดกับหาดคลองพร้าวเลย ซึ่งหาดที่นี่ค่อนที่จะเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน และเราสามารถลงเล่นทะเลได้ ฝรั่งเล่นทะเลเยอะมว๊ากกกก นอกจากการเล่นทะเลแล้ว ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมอื่นๆให้ทำอีกเยอะแยะเลย ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือคายัค การดำน้ำดูปะการัง ออกไปจับปลาหมึก โดยเราสามารถติดต่อขอรายละเอียดและจองกิจกรรมนั้นๆได้ที่ล็อบบี้เล้ย บอกเลยว่าอยู่ที่นี่นั้นไม่เบื่อแน่นอน ตัวผมนั้นไป 3 วัน 2 คืน แค่ว่ายน้ำ แช่จากุซซี่ นวดไทย กินอาหารในโรงแรม ก็หมดเวลาแล้วครับ เสียดายที่ยังไม่ได้ทำกิจกรรมอื่นๆเล้ยยย

 

All-day dining

จากที่เกริ่นไปนั้น คือ THE BEACH จะมีในส่วนของร้านอาหาร ซึ่งเราสามารถสั่งอาหารกินได้ทั้งวันเลย เมนูนั้นก็มีหลากหลายมาก จาก Appertizers, Sandwiches and Burgers จนมาเป็น Western Maincourse จน Thai Main Dish จบด้วยของหวาน Sweet Ending

 

มื้อกลางวัน

เราจะมาเริ่มที่มื้อเบาๆกลางวัน (ซึ่งก็ไม่เบาเลย) กินกันที่ THE BEACH ในส่วนที่เขยิบเข้ามารีสอร์ทนิดนึง แต่ตรงนี้ก็ยังสามารถมองเห็นหาดคลองพร้าวได้อย่างชัดเจน มื้อกลางวันนี้จะสั่งเป็น Thai Main Dish กันก่อน แล้วค่อยจัดเต็มกันอีกทีตอนค่ำ

ผัดผักรวมมิตร (190 บาท)
ปลาบาราคูด้าผัดพริกไทยดำ (230 บาท)
แกงเขียวหวาน (230 บาท) และ ต้มยำทะเล (230 บาท)

 

 

โดยรวมของรสชาติอาหารไทยที่นี่ ผมว่าอยู่ในขั้นที่โอเคใช้ได้ หากใครที่ขี้เกียจขับรถออกไปหาอะไรทานข้างนอก อาหารจาก THE BEACH เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี แถมได้ชมวิวทะเลอีกด้วย

มื้อค่ำ

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยจมลงทะเล ทางรีสอร์ทจะนำโต๊ะ เก้าอี้ เริ่มจัดวางบนริมทะเลพร้อมย้ายร้านอาหาร THE BEACH จากในรีสอร์ทมาตั้งอยู่ริมทะเลคลองพร้าวตรงนี้ บรรยากาศการกินข้าวริมหาดนี้โคตรดีเลยรู้เปล่า เพราะหาดคลองพร้าวที่นี่นั้นค่อนข้างที่จะเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน ที่นี่เลยเหมาะกับการรับประทานอาหารกับคู่รักมากกกก อีกอย่าง ทางรีสอร์ทเค้าจัดบรรยากาศได้ดีด้วยแหละ บนโต๊ะมีเทียนจุด รวมถึงมีดนตรีสดแสดง บรรรยากาศคือชนะเลิศ

 

 

จานที่ผมได้รับประทานในมือค่ำนี้คือ Signature Dish ของ THE DEWA Koh Chang ที่เชฟนั้นเค้าได้ปรุงแต่งรสชาติอาหารมาอย่างดีงาม ไฮไลท์ของ THE BEACH แน่นอนว่าไม่พ้นอาหารทะเล แต่อีกอันหนึ่งที่เค้าชูเป็นตัวเด่นคือเนื้อแกะ มาดูหน้าตากันได้เลย อ้อ .. เค้าบอกว่าเชฟที่นี่คือคนไทยคิด คนไทยทำและการันตีว่าอร่อยแน่นอน อันนี้จากปาก F&B Manager เลยทีเดียว

ขอเริ่มต้น Appetizer ก่อนกับ..
Seared Tuna Sasimi (Signature Dish) : 250 บาท
Prawn & Avocado Salad (Chef Recommend) : 250 บาท

ถือเป็น Starter ที่ค่อนข้าง Healthy เลยล่ะ จริงๆ แล้วสองจานนี้คือมีความคล้ายกันที่ฐานด้านล่างเป็นสลัดอโวคาโดผสมอยู่ ต่างกันที่ท็อปปิ้งด้านบนคือ ปลาดิบทูน่าและกุ้ง

 

Spaghetti The Koh Chang Way (Chef Recommend) สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อปู (250 บาท)

สปาเก็ตตี้ที่สายพาสต้าน่าจะชอบ แถมมีเนื้อปูคลุกเคล้าอยู่พร้อมซอสกลิ่นล็อบเตอร์ที่แบบมาเต็มมากกกกกก

 

ตบท้ายด้วย Western Main Course
Lamb Shank (Chef Recommend) : 590 บาท

เนื้อแกะตุ๋นของ THE DEWA จุดแข็งเลยคือ เนื้อแกะจะไม่มีกลิ่นหืนและเนื้อนุ่ม ดังนั้นหลายๆคนน่าจะชอบ รวมถึงฐานด้านล่างของเนื้อแกะตุ๋นที่เป็นมันฝรั่งบด (Mash Potato) จานเดียว อิ่มได้เลย

 

Ocean Sea (Signature Dish) : 550 บาท

ชื่อ Ocean Sea หรือชื่อไทยคือทะเลย่าง เป็นจานที่รวมตัวความเป็นทะเลจริงๆ คือ มีทูน่าขนาดมีเดียมแรร์ แซลมอนย่าง กับกุ้งลายเสือ ราดด้วยซอสซัฟฟรอน

 

Sea and Land (Signature Dish) : 790 บาท

จานนี้คือ Sea and Land ที่มาพร้อมเนื้อจากทั้งฝั่งทะเลและฝั่งพื้นดินคือ กุ้งลายเสือ เสต็กเนื้อ และแกะย่าง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 3 แบบเลย

 

 

อาหารที่เป็นซีฟู๊ดที่นี่สดจากทะเลเลยนะครับ การสั่งอาหารมื้อค่ำนี้ ถ้าสำหรับสองคน แค่สั่ง Starter ซักหนึ่งจานและ Main Course อีกคนละหนึ่ง คืออิ่มแล้วสำหรับสองคน เพราะปริมาณอาหารต่อหนึ่งจานค่อนข้างใหญ่ใช้ได้ แถมมีของกรุบกริบอย่างพวกผักและมันฝรั่งประกอบด้วย ดังนั้นอิ่มท้องหายห่วง เคลิ้มไปกับดนตรีสดได้เลยแจ้

Charcoal Grill Buffet ริมหาด

ทุกวันอังคารและวันเสาร์ จาก THE BEACH ริมหาดที่เป็น A lar carte จะกลายเป็นร้านอาหารริมหาดแบบบุฟเฟต์โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเย็น จนถึงสี่ทุ่ม ในราคาหัวละ 759 บาท NETT แล้ววว ซึ่งบุฟเฟต์ Charcoal Grill Buffet คือการนำทุกสิ่งอย่างที่เราเลือก ให้เชฟไป Grill ให้เราได้กินแบบไม่อั้น โดยไฮไลท์เด็ดคือเนื้อแกะและซีฟู๊ดสดๆจากเกาะช้างจ้าววว

! Grill กันแบบมันส์ๆ ตามนี้เลย ไก่ กุ้ง หอยเชลล์ ปลาบาราคูด้า (ปลาสาก) เนื้อแกะ หมูสันใน หมูสันนอก รวมถึงปลาหมึกด้วย

 

นอกจากรายการที่เราสามารถตักซีฟู๊ดรวมถึงเนื้อต่างๆไปกริลได้แล้ว ยังมีสลัดบาร์ ผลไม้ ยาดอง (อันนี้น่าจะขายต่างชาติ โคตรหวานเลย) รวมถึงผัดไทย

! ผัดไทยอร่อยมากกกก .. อันนี้ต้องลอง

 

 

บรรยากาศการกิน Charcoal Grill Buffet นั้นโรแมนติกเลยแหละ ได้ฟังเสียงคลื่นซัด พร้อมทั้งดนตรีสด บนโต๊ะมีแสงเทียน ทุกอย่างคือเหมาะกับคู่รักอย่างรุนแรง .. แล้วที่นี่ไม่ได้เปิดเฉพาะลูกค้าโรงแรม คนที่ไม่ได้พักในรีสอร์ท สามารถมากินบุฟเฟต์ที่นี่ได้เหมือนกัน ดังนั้น ถ้ามีโอกาสมาเกาะช้าง จะมาพักที่นี่หรือไม่นั้น มาได้เลยแจ้

 

วิธีการเดินทางมา THE DEWA Koh Chang

การขับรถมายัง THE DEWA Koh Chang นั้น ให้เราขับรถมาที่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติเพื่อข้ามไปยังเกาะช้าง ท่าเรือจะเปิดบริการตั้งแต่ 6.30น. – 17.00น. ออกทุก 45 นาที ใช้เวลาไปยังเกาะช้าง 30 นาที โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 80 บาท ส่วนรถยนต์ 4 ล้อ คันละ 120 บาท

 

 

หลังจากข้ามฝั่งมาเกาะช้างแล้ว คือเราต้องเลี้ยวขวาไปตามทางถนนจนถึง THE DEWA Koh Chang ได้เลย เค้าจะมีป้ายบอกอยู่ข้างทางตลอด ที่จะบอกคือ มันจะมีช่วงนึงทางมันค่อนข้างลาดชันมากจากการขึ้นเขาลงเขาในเกาะ ใครที่ไม่ชำนาญการขับรถแบบนี้ควรระมัดระวังจริงๆ เพราะมันชันมากกกกกก มากจริงๆ

เช็คราคาและจองห้องพัก

สำหรับการจองห้องพักนั้น เราสามารถจองผ่านเว็บ THE DEWA RESORT ได้เลย หรือถ้าใครจะเลือกจองผ่าน OTA ก็ได้เช่นกัน อันนี้แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนเลยครับผม 🙂

จอง THE DEWA KOH CHANG กับทางเว็บรีสอร์ท คลิก
จอง THE DEWA KOH CHANG กับทาง AGODA คลิก
จอง THE DEWA KOH CHANG กับทาง BOOKING.COM คลิก

 

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT