HashCorner

4 ร้านอาหาร + คาเฟ่ กรุงเทพ น่าไปชิลหลังเลิกงาน

FRIYAY! เคยกันมั้ย ทำงานมาเหนื่อยๆ เครียดๆ ก็อยากไปนั่งชิลหลังเลิกงาน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี? เอาเป็นว่าวันนี้ก๊อตจะพาทุกคนไปตะลุย 4 ร้านอาหารและคาเฟ่ที่เหมาะกับการไปนั่งชิลหลังเลิกงานกัน เพื่อฉลองให้หายเหนื่อย โดยครั้งนี้ ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ก๊อตเลือกมามีหลากหลายสไตล์เหมาะกับทั้งคนโสด คนมีเพื่อนเยอะ หรือแม้แต่คนมีแฟน ตามแหล่งออฟฟิศยอดฮิต

และการไปแฮงค์เอาท์ครั้งนี้ ก๊อตได้ขับรถ All-new Honda Accord  รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ อีกด้วย ซึ่งหลังจากที่ก๊อตได้ขับรถคันนี้มาก็ต้องบอกเลยว่า นอกจากรูปลักษณ์ที่หรูหราแฝงความสปอร์ตเอาใจวัยรุ่นกันเต็มที่แล้ว สมรรถนะยังแรงเร้าใจ แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย แต่ยังไม่หมดเท่านี้ รถคันนี้มีดีมากกว่าที่คิด แต่จะดียังไงนั้นก๊อตขออุบไว้ก่อน แล้วจะมาเฉลยตอนท้ายดีกว่า เพราะเดี๋ยวก๊อตจะขับรถคันนี้ไปรอบๆ กรุงเทพหลังจากทานอาหารเสร็จอีกด้วย

มาเริ่มต้นที่แรกกันเลย เริ่ม!
Lots.Sathorn

สำหรับบางคนที่เลิกงานเร็วแล้วยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนต่อดี ถ้าจะกินข้าวเย็นเลยก็ดูจะเร็วเกินไปหน่อย งั้นขอแนะนำคาเฟ่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดไปไม่นานนี้กันก่อนเลยกับ Lots.Sathorn ที่ตัวร้านตกแต่งสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์ แบบมินิมอล (Minimal) โดยใช้สีขาวตัดกับสีของไม้และสีเขียว ที่ทำให้บรรยากาศร้านดูคลีน ปลอดโปร่งและร่มรื่น เมื่อมองจากในร้านออกไปก็เพลินตาด้วยต้นไม้ที่ถูกจัดเรียงจนเป็นสวนขนาดย่อมๆ พร้อมที่นั่งโซนเอาท์ดอร์ที่เราสามารถนั่งชิลๆ ผ่อนคลายช่วงเย็น

บอกเลยว่าร้านนี้คือร้าน Instagramble Cafe เพราะนอกจากบริเวณตัวร้านแล้ว Rooftop ด้านบนยังสามารถขึ้นไปถ่ายรูปเก๋ๆโดยมีฉากหลังเป็นตึกอาคารสำนักงานย่านสาทร-นราธิวาส แบบคูลๆ ได้อีกด้วยเอ้อ

มาถึงกันแล้วก็ต้องลองเมนูแนะนำกันหน่อยอย่าง Latte Honey (80.-) ที่ใช้ความหวานของน้ำผึ้งแทนไซรัปจับคู่กับ Almond Croissant (85.-) ที่ทานพร้อมกันแล้วถือว่ารสชาติไปด้วยกันได้ดีเลยทีเดียว ตัวอัลมอนด์ครัวซองต์ขอแนะนำให้กินตอนร้อนๆจะดีมาก เพราะจะได้เท็กซ์เจอร์ของความกรอบนอก นุ่มใน และกลิ่นหอมๆจากอัลมอนด์ขณะเคี้ยวอยู่ในปากด้วยนะ เอ้อ!  // อย่ามัวแต่ถ่ายรูปเพลินจนเย็นล่ะ 5555555

สำหรับใครที่ไม่นิยมหวาน Iced Americano (65.-) ของที่นี่ใช้เมล็ดกาแฟไทยที่เบลนด์ออกมาได้รสชาติกำลังดี ไม่ขมหรือเปรี้ยวจนเกินไป หรือถ้าใครอยากลองเมนูที่ไม่ค่อยเจอได้บ่อยนัก ที่นี่ก็มีทั้ง อเมริกาโน่น้ำผึ้ง และ อเมริกาโน่โซดา ให้ลองสั่งกันด้วยนะ ส่วนคนที่ไม่นิยมดื่มกาแฟช่วงเย็น ทางร้านก็แนะนำให้ลอง Japanese Matcha Green Tea (90.-) ดู ซึ่งเป็นเมนูที่ก๊อตไม่ได้ลองและครั้งหน้าต้องลองให้ได้ เพราะเห็นหลายๆคนที่ไปจัดมาแล้วก็บอกเหมือนกันว่า อร่อยใช้ได้เลยล่ะ!

Lots.Sathorn
ที่อยู่: 43/1 สาทร ซอย 7 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์-ศุกร์ : 08:00 – 17:00 น. / เสาร์ – อาทิตย์ : 09:00 – 17:00 น.
สถานที่จอดรถ: ลานจอดรถบริเวณร้าน

Tea Factory and More

ถ้าใครเคยอ่าน Cafe Hopping Pattaya ของก๊อตก่อนหน้านี้ก็อาจจะคุ้นๆกับ Tea Factory and More Pattaya กันมาบ้าง แต่คราวนี้ทางร้านได้ขนเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ทั้งหลาย รวมถึงอาหารเมนูต่างๆมาไว้ใจกลางกรุงเทพอย่างย่านสุขุมวิทกันเลยทีเดียว ซึ่ง Tea Factory and More Sukhumvit 39 นี้ตั้งอยู่ใน TRAIL and TALL Pet-Friendly Community ที่ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้สำหรับเจ้าตูบ 4 ขาและเจ้าของที่จะได้มาเดินเล่น พบปะเพื่อนๆกัน

ตัวร้านถูกสร้างในรูปแบบของเรือนกระจก (Glass House) ส่วนภายในร้านถูกตกแต่งด้วยโคมแชนเดอเรียทั่วทั้งร้านทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ยุโรป รู้สึกได้ถึงความหรูหราและโรแมนติคในขณะเดียวกัน ใครที่เลิกงานแล้วอยากนัดเจอคนรัก ก๊อตว่าร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่เหมาะมากๆเลยน้า

มาถึงร้านนี้แล้ว เมนูเครื่องดื่มที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ชา Cold Brew นั่นเอง ครั้งนี้ก๊อตลองสั่ง Oolong Lychee (140.-) ที่นำลิ้นจี่ไปหมักกับชาอู่หลงจนได้ที่ ดื่มแล้วละมุนปาก แถมยังได้รสชาติหวานๆ หอมๆ ของลิ้นจี่อีกด้วย // อีกเมนูที่อยากให้ลองก็คือ Earl Grey Yuzu (140.-) ที่เหมาะกับการดื่มเรียกความสดชื่นหลังจากการทำงานด้วยรสชาติออกเปรี้ยวนิดๆของส้มยูสุตัดกับความละมุนของชาเอิร์ลเกรย์ ทำให้เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ควรลองจริงๆ

แต่ถ้าใครที่อยากจัดมื้อเย็นด้วยเลย ที่นี่ก็มีทั้งอาหารสไตล์ยุโรปและไทยให้เราได้ออเดอร์กันอีกด้วย อย่างที่ก๊อตสั่งมากินก็จะมีคละกันทั้งอาหารไทยและยุโรป แต่ส่วนตัวแล้วจะชอบเมนู เป็ดร่อนสไตล์ฝรั่งเศสในซอสพริกไทยดำและซอสสตรอเบอร์รี่ (350.-) ที่เด่นด้วยซอสพริกไทยดำกับซอสสตรอเบอร์รี่ ทำให้เนื้อเป็ดมีรสชาติมากยิ่งขึ้นและไม่แห้งจนเกินไป ส่วนอีกเมนูอย่าง ปลาแซลมอนย่าง เสิร์ฟพร้อมสลัดร็อคเก็ต น้ำส้มบัลซัมมิค (320.-)  ก็สามารถกริลล์เนื้อปลาออกมาได้กำลังดีและสามารถเซียหนังปลาออกมาได้กรอบ หอมอีกด้วย เลยขอยกให้เป็นเมนูจานหลักที่ไม่ควรพลาดคร้าบบบ

ใครที่มีน้องหมามาด้วยก็สามารถนำมาเดินเล่นที่นี่ได้ด้วยนะ รวมถึงทางร้านอาหารยังอนุญาตให้นำน้องๆเข้ามาในร้านได้อีกด้วย ถือว่าเป็นร้านอาหารที่เหมาะกับผู้ที่รักในสัตว์เลี้ยงอีกร้านนึงเลยล่ะ

Tea Factory and More
ที่อยู่: 95 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองเตย เขตนานา กรุงเทพ 10110
เวลาเปิด-ปิด: 10:00-22:00 น.
สถานที่จอดรถ: ลานจอดรถบริเวณโครงการ TRAIL and TALL Pet-Friendly Community

Clay Bangkok

เข้าสู่โหมดร้านอาหารอย่างเต็มตัวกับ Clay Bangkok ที่ตั้งอยู่ในย่านอารีย์ ซึ่งตัวร้านถูกสร้างขึ้นมาเป็นทรงบ้านในบรรยากาศแบบโฮมมี่ (Homey) ที่ยังแฝงไว้ด้วยความโมเดิร์น และรายล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวมากมายทั่วทั้งบริเวณร้านทั้งภายในและภายนอก ยิ่งพอได้เข้าไปในร้านก็รู้สึกถึงความเป็นกันเอง ทั้งการต้อนรับของพี่ๆพนักงาน การให้คำแนะนำเมนูอาหารต่างๆ ทำให้ฟีลเหมือนกับกินข้าวอยู่บ้านที่แสนอบอุ่นจริงๆด้วยล่ะ

สำหรับก๊อตแล้ว Clay Bangkok เหมาะกับการนัดเจอครอบครัวหรือญาติผู้ใหญ่มากินมื้อเย็นกัน หรือถ้าจะนัดคนรักมาก็ได้บรรยากาศโรแมนติคอยู่ ที่นั่งที่แนะนำคือบริเวณริมกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นสวนด้านนอกร้านได้ อบอุ่น ดีต่อใจจริงๆ

อย่างแรกที่ก๊อตขอสั่งดับกระหายก่อนเลยก็คือ Avocado Passion (190.-) ที่น่าจะถูกใจสายรักสุขภาพ แถมรสชาติยังดีอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบอโวคาโดก็ไม่ต้องห่วงไป เพราะมีเสาวรสมาช่วยตัดรส เลยทำให้แก้วนี้ออกไปทางเปรี้ยวสดชื่นมากกว่า // มาถึงเมนูอาหารที่ก๊อตได้ลองชิม ต้องบอกเลยว่าประทับใจแทบทุกจานตั้งแต่ Starter อย่าง Cream of Mushroom and Truffle Soup (250.-) ที่เป็นซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิล ซึ่งกลิ่นหอมมากกก เท็กซเจอร์ของซุปครีมก็ละมุนจนแทบจะไหลลงคอกันไปเลย ฟิน!

ส่วนพาสต้าก๊อตเลือกเมนู Chorizo (290.-) ที่ให้รสชาติความเผ็ดจากพริกตัดรสชาติซุปครีมก่อนหน้า ก่อนจะมาต่อกับจานหลักที่ต้องสั่งอย่าง Wellington Duck Leg (380.-) โดยเนื้อเป็ดสามารถทำออกมาได้นุ่มกำลังดี กินคู่กับมัลเบอร์รี่ที่ทำให้เนื้อเป็ดมีความฉ่ำหวานขึ้น และ Hamachi with Kombu Seaweed (460.-) ที่นำปลาฮามาจิไปเซียให้หนังกรอบ กินคู่กับสาหร่ายก็เข้ากันไปอีกแบบ จนมารู้ตัวอีกทีคือหมดจานไปแล้ว ก่อนตบท้ายด้วย Tiramisu (180.-) เป็นอันจบมื้อเย็นที่แสนอบอุ่นของที่นี่

Clay Bangkok
ที่อยู่: 31 ซอยพหลโยธิน 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์-ศุกร์ : 17:00 – 22:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร) / เสาร์-อาทิตย์ : 11:00 – 14:00 น. และ 17:00 – 22:00 น.
สถานที่จอดรถ: ลานจอดรถบริเวณร้าน

โรงรส (Rongros)

มาถึงร้านสุดท้ายกับ โรงรส (Rongros) ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านท่าเตียน ที่ทุกคนจะสามารถนั่งชมวิวบรรยากาศวัดอรุณยามเย็นได้อย่างระลื่นใจ สำหรับร้านนี้เป็นร้านอาหารขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่มาก แต่ภายในร้านถูกตกแต่งได้ใหญ่มากจนน่าประทับใจ เหมาะกับการนัดเจอเพื่อนๆ โดยเฉพาะเพื่อนต่างชาติน่าจะถูกอกถูกใจกันไม่น้อย

สำหรับการมาที่ โรงรส (Rongros) นั้น ขอบอกก่อนเลยว่าให้โทรจองโต๊ะกันล่วงหน้าไว้เลย และถ้าใครอยากได้วิวที่ดีที่สุดของร้านริมหน้าต่าง ควรโทรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์นะจ้า

สำหรับเมนูอาหารของที่นี่จะเน้นไปทางอาหารไทยเป็นหลัก และเท่าที่ก๊อตสังเกตในวันที่ก๊อตไป 70% ของคนที่มาคือชาวต่างชาติ เลยไม่น่าแปลกใจว่าทำไมที่นี่ถึงขายความเป็นอาหารไทยที่น่าภูมิใจของเรา แต่ใครที่คิดว่ารสชาติอาหารจะถูกปรับให้เข้ากับรสปากนักท่องเที่ยวแล้วล่ะก็ ต้องบอกก่อนเลยว่าคิดผิด เพราะรสชาติอาหารเค้าเผ็ดจัดจ้านได้ใจคนไทยมาก

เมนูที่ก๊อตประทับใจมากๆเลยจะมี ผัดผักบุ้งกุ้งกรอบซอสกะปิไข่เค็ม (260.-) ที่กินคู่กับข้าวสวยแล้วบอกเลยว่าฟินมาก รสชาติกะปิไม่โดดจนเกินไปและเข้ากับไข่เค็มได้เป็นอย่างดี อีกเมนูที่รสชาติเข้มข้นไม่แพ้กันก็จะเป็น แกงเขียวหวานไก่ โรตี (250.-) ยิ่งตอนราดแกงเขียวหวานร้อนๆใส่โรตีแล้วปลื้มปริ่มมากจนอยากสั่งเพิ่มอีกชุดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมี ปลาแห้งแตงโม สิงห์บุรี (280.-) เมนูอาหารไทยโบราณที่กินดับกระหายได้เป็นอย่างดี และ กุ้งคั่วกระเทียม (250.-) ที่ได้กุ้งมาตัวใหญ่มากกกกก กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆก็เอาเรื่องอยู่นาาา

ช่วงเวลาที่ก๊อตแนะนำให้มาคือช่วงเย็นที่เราจะได้เห็นบรรยากาศวัดอรุณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินยาวจนกระทั่งลับขอบฟ้าไปแล้ว ซึ่งเราจะได้เห็นวิววัดอรุณยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟประดับรอบวัด ให้ฟีลลิ่งที่แตกต่างกับช่วงเวลากลางวันไปอีกแบบด้วยนะ

โรงรส (Rongros)
ที่อยู่: 392 16 ถนนมหาราฐ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
เวลาเปิด-ปิด: 11:00 – 15:00 น. และ 17:00 – 22:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)
สถานที่จอดรถ: ลานจอดรถบริเวณวัดโพธิ์

ขับรถชิลเอาท์ในกรุงเทพ
กับ All-new Honda Accord รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ

หลังจากที่เราได้กินข้าวและแฮงค์เอาท์เสร็จเรียบร้อย อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากแนะนำให้ทำอีกอย่างหนึ่งในกรุงเทพคือ การขับรถเล่นรอบเมืองกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าในเกาะรัตนโกสินทร์ ผ่านสนามหลวง วัดพระแก้ว หรือแม้แต่การขับรถผ่านย่านเยาวราช และย่านในเมืองสุดชิคเพื่อดูตึกสูงมากมายในกรุงเทพอย่างย่านสาทร บอกเลยว่าอย่างดีย์ โดยเฉพาะช่วง 4 ทุ่มเป็นต้นไป ถนนในกรุงเทพไม่ค่อยติดแล้ว สามารถขับรถชิลๆ ได้อย่างสบาย

ตลอดช่วงเวลาที่ก๊อตได้ขับ All-new Honda Accord คันนี้ ต้องบอกเลยว่ารถคันนี้มีดีกว่าที่ก๊อตคิดไว้ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์เทอร์โบ (Turbo) ที่มีถึง 190 แรงม้าช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสนุกเร้าใจ แต่ถ้าขับในช่วงที่เวลาพีคๆ รถติดหนักๆ ก็คงจะต้องเป็นข้อยกเว้นนิดนึงนะ แต่ยังไงก็ตามที่สำคัญคือ ประหยัดน้ำมัน แถมยังใช้ E85 ได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องดีไซน์ของ All-new Honda Accord เรียกได้ว่าสปอร์ต วัยรุ่นขึ้นสุดๆ โดยเฉพาะหลังคาที่ลาดลงเหมือนรถสปอร์ตคูเป้ ไฟหน้าไฟท้ายแบบ LED  ล้ออัลลอยลายสปอร์ต และท่อคู่ด้านท้าย ขับไปไหนก็สะดุดตา ส่วนภายในของตัวรถถูกออกแบบให้ดูหรูหรามีระดับด้วยชุดลายไม้ พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน อาทิ มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับรถ TFT ขนาด 7 นิ้ว ที่ทำให้ก๊อตขับรถโดยไม่ต้องละสายตาขณะขับรถมากนัก เพราะนำเสนอข้อมูลการขับขี่ให้เห็นชัดเจน

หนึ่งในฟังก์ชั่นที่ก๊อตเลิฟมากเวลาขับรถในเมืองก็คือ Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ซึ่งเจ้าระบบนี้จะโชว์ภาพบริเวณมุมอับสายตาทางด้านซ้ายของตัวรถมายังหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ให้เราได้เห็นกันชัดๆ จนมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วค่อยเปลี่ยนเลนนั่นเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่ก๊อตชอบมากในรถฮอนด้าแทบทุกรุ่นที่เคยนั่งมาเลยก็คือ การออกแบบพื้นที่ห้องโดยสารให้มีขนาดใหญ่ ปลอดโปร่ง และมีความอเนกประสงค์ในการใช้งานสูง ซึ่งก็รวมถึงเจ้า All-new Honda Accord คันนี้ที่มีพื้นที่โดยสารตอนหลังกว้างขวาง นั่งสบายมากกกก แถมที่นั่งด้านหลังยังสามารถพับลงเพื่อเมพื้นที่บรรจุสัมภาระด้านท้ายได้อีกด้วย เจ๋งมั้ยล่ะะะ!?

ใครที่ชื่นชอบความบันเทิงขณะขับรถก็ไม่ต้องกังวล เพราะ All-new Honda Accord คันนี้ มาพร้อมเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ที่รองรับ Apple CarPlay ทำให้เราเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถได้ง่ายๆ เหมือนยกหน้าจอมือถือขึ้นมาโชว์บนหน้าจอวิทยุขนาด 8 นิ้ว ให้เราควบคุมความบันเทิง หรือจะเลือกใช้งานแอพลิเคชั่นต่างๆ ที่มีอยู่บนมือถือได้ง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้วอย่างเช่น Google Map ที่ก๊อตใช้เป็นประจำเลยนี่ล่ะ

ทั้งหมดนี้คือ 4 ร้านอาหารและคาเฟ่ที่โดดเด่นกันคนละสไตล์ที่ก๊อตอยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปชิมกัน โดยเฉพาะใครที่ทำงานมาเครียดๆ ก็อย่าลืมหาเวลารีแลกซ์ให้กับตัวเราเองกันด้วยนะ!

สำหรับใครที่สนใจชมและทดลองขับ All-new Honda Accord รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ
สามารถเข้าไปดูได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://bit.ly/2SuwR0A เลยจ้า

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

NO COMMENTS

POST A COMMENT