HashCorner

Cafe Hopping Bangkok #4 – 5 คาเฟ่ใหม่น่าไปในกรุงเทพ x Benz Suanluang

กลับมาอีกครั้งกับ Cafe Hopping Bangkok ของ Hashcorner x Benz Suanluang ที่ครั้งนี้เรามาอัพเดทคาเฟ่กันเป็นครั้งที่ 4 แล้ว เย่! โดยคาเฟ่ที่เราจะไปครั้งนี้นั้น มีสองคาเฟ่ที่ฮ็อตฮิตอยู่แล้ว แต่เรามาอัพเดทเพราะได้เปิดสาขาใหม่ ส่วนอีกสามคาเฟ่นั้น เป็นคาเฟ่ที่อยากเชิญชวนไปให้ไปเยือน เพราะคาเฟ่เค้าดีย์มาก ไม่ว่าจะเป็นตัวกาแฟ ขนมและของหวาน รวมถึงแอมเบี้ยนดีย์ๆ เกริ่นหนักขนาดนี้ มาดูกันได้เลยว่า 5 คาเฟ่นี้มีอะไรบ้าง ตามมา!

Cafe Hopping Bangkok #4 ขาดไม่ได้เลยกับรถที่เราขับไปตามล่าหาคาเฟ่ ซึ่งครั้งนี้เราจะขับกับรถโคตรเท่ห์ Mercedes-Benz SLC จาก Benz Suanluang (เบนซ์สวนหลวง) ที่คูลสุดๆ กับรถสปอร์ทสองประตู กับหลังคาที่สามารถเปิดประทุนได้ ซึ่งตัว SLC นี้จะดีและเท่ห์ขนาดไหน เดี๋ยวเราไปว่ากันท้ายสุดของรีวิวนี้ ตอนนี้เราไปฮ็อปปิ้งคาเฟ่กันก่อนเน้อ

เริ่มคาเฟ่แรกเลย!
Cheevit Cheeva (ชีวิตชีวา)

ความฮ็อตของคาเฟ่ขนมหวานตอนนี้คงต้องยกให้กับร้าน Cheevit Cheeva กับสาขาใหม่ล่าสุด ที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น สามารถรองรับคนได้เยอะแบบไม่ต้องต่อคิว ดีไซน์ดูคลีนคิวท์ๆ เอาจริงป๊ะ ขยายสาขามาเยอะขนาดนี้ แถมยังโด่งดังลือลั่น แต่นี่คือครั้งแรกของก๊อตที่ได้มีโอกาสลอง Cheevit Cheeva แบบจริงจัง เชยจังเลย โอ้ยย 555555555

สำหรับเมนู Signature ที่ต้องมาลองที่ Cheevit Cheeva คือ Salty Egg York Bua-Loi Bingsu หรือ บิงซูบัวลอยไข่เค็ม (245 บาท) กับบิงซูฟิวชั่นที่ผสมขนมไทยอย่างบัวลอยและน้ำกะทิ เพิ่มเติมด้วยซอสไข่เค็มที่ทำให้บิงซูถ้วยนี้อร่อยสุดๆ หอมกะทิ และได้รสเค็มนิดๆจากไข่เค็ม อีกทั้งยังได้เคี้ยวบัวลอยหงึบๆ เพลินๆ อีก ตัวนี้ต้องจัดจริงๆ คือดีย์มากกกกกกก

มาถึงตัวกาแฟกันบ้าง ถึงแม้ว่าคาเฟ่นี้จะเน้นขนมหวาน แต่ใครที่รักการดื่มกาแฟนั้น เค้าก็มีเมนูกาแฟให้เลือกอยู่ (แต่ไม่เยอะ) ตัวที่ได้เลือกมากินครั้งนี้ อยากลองอะไรแปลกๆหน่อย อย่าง Fresh Bloody Lemonade (120 บาท) กับช็อตเอสเพรสโซผสมกับโซดา เพิ่มเติมด้วยเลมอนที่ให้รสชาติเบาๆ โดยรวมคือดื่มแล้วสดชื่นด้วยตัวโซดาและเลม่อน แต่รสของกาแฟอาจจะไม่โดดเด่นสะใจคอกาแฟเท่าไหร่ สำหรับใครที่ต้องการกาแฟจริงจัง นี่แนะนำให้สั่งเมนูกาแฟปกติทั่วไปจะดีกว่าเด้อ

เครื่องดื่มอีกตัวที่หลายคนชอบสั่ง คือ Thai Milk Tea & Custard Pudding (125 บาท) ชาไทยบนแก้วคิ้วท์ๆ ที่ท็อปปิ้งด้วยคัสตาร์ดพุดดิ้ง ตัวนี้ถือว่าดีอยู่ นี่ชอบที่มันไม่หวานมากเกินไป และได้รสชาติของชาไทยกำลังดี สำหรับตัวพุดดิ้งนั้น ส่วนตัวคิดว่าน้องพุดดิ้งโดนรสชาติชาไทยกลบหมด กลายเป็นว่าพุดดิ้งกลายเป็นกิมมิคให้แก้วนี้ดูหน้าตาดีแทนการกินพุดดิ้งแบบจริงจัง // ในรูปไม่เห็นพุดดิ้งเน้อ เพราะปิดฝา + นางจมลงในชาไทยอยู่ 555555

โดยรวมของ Cheevit Cheeva คือชอบอยู่ โดยเฉพาะตัวเด็ดอย่างบิงซูที่อร่อยจริงจัง รวมถึงตัวอื่นๆในไลน์ขนมหวานที่ยังไม่ได้ลอง ที่คาดว่าน่าจะอร่อยเหมือนกัน คิดว่าจะกลับไปกินอีกรอบเร็วๆนี้ 5555

Sometimes I Feel

ย้ายกลับเข้าเมืองแล้วมาฮ็อปกันต่อกับคาเฟ่ในซอยสุขุมวิท 31 ที่มีชื่อว่า Sometimes I Feel ที่เมื่อเราเห็นสไตล์การตกแต่งของตัวร้านจากด้านนอกครั้งแรก นี่ก็เริ่มรู้สึกหลงรักทันทีจากการผสมผสานระหว่างความเขียวขจีของต้นไม้เต็มหน้าร้านและความดิบของโครงกระจกที่เราสามารถมองเห็นบาริสต้ากำลังบรรจงทำกาแฟได้อีกด้วย สำหรับด้านในตัวเรา เราจะได้ฟีลความเป็นแกลอรี่หน่อยๆ จากการที่เค้าที่เอาผลงานศิลป์ต่างๆมาติดผนังไว้นั่นเอง

สำหรับใครที่คิดอยากจะถ่ายรูปอวดเพื่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหน้าร้านคือมุมถ่ายรูปฮิตของทุกคนที่ได้มาเยี่ยมเยียน 55555

เริ่มกันที่กาแฟตัวแรกที่เราสั่ง คือ Stained (140 บาท) กับนมโฟรเซ่นท็อปปิ้งด้วยเอสเพรสโซ่ ช็อต จากเมล็ดกาแฟไทยม่อนล้านจากภาคเหนือที่ให้กลิ่นเบอร์รี่ในคาแรคเตอร์แบบไทยเบาๆ ส่วนตัวนี่ชอบตัวนี้

อีกตัวที่เป็นกาแฟที่พี่เจ้าของเค้าบอกให้เรียกเป็นของหวานน่าจะดีกว่า นั่นคือ Double Trouble Float (140 บาท) กับกาแฟที่ผสมกับโคล่าและไซรัปวานิลลา ท็อปปิ้งด้วยไอศครีมและฟองนม เมื่อได้ทานจริงๆ นี่รู้สึกว่ามันสดชื่นเพราะมีความซ่าและรสชาติของโคล่าเป็นตัวนำนั่นเอง ถ้าให้พูดว่ามันเป็นของหวานขนาดนั้นมั้ย เรายังนิยามว่ามันเป็นเครื่องดื่มอยู่ ฮ่าๆ

สำหรับคนที่ขับรถมา ร้าน Sometimes I Feel สามารถจอดรถหน้าร้านได้ 1 คัน ดังนั้น ถ้าหน้าร้านมีคนสอยที่จอดรถไปแล้ว เราต้องไปจอดที่ตึก RSU หน้าปากซอยสุขุมวิท 31 แทน ซึ่งค่าจอดรถเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

DOUBLE SLASH // Coffee Space

ใครที่ชอบความมินิมอล เรียบง่าย มีสไตล์ อยากให้มากับคาเฟ่ใหม่ล่าสุดอีกแห่งที่มี่ชื่อเก๋ๆว่า DOUBLE SLASH // Coffee Space ที่ตั้งอยู่แถวบางพลัด เชิงสะพานพระราม 8 โดยคาเฟ่นี้บอกเลยว่าต้องมา เพราะนี่ไปมาแล้วถึงกับชอบมาก เพราะร้านเค้าตกแต่งดี ขนมดี และกาแฟดีม๊าก และสำหรับที่จอดรถ เราสามารถจอดที่หน้าคาเฟ่ได้เลย จอดได้หลายคันอยู่เด้อ

เมนูร้าน DOUBLE SLASH // Coffee Space ค่อนข้างเรียบง่ายตามสไตล์ร้าน แต่ถึงเรียบง่ายขนาดนี้ พี่ที่ร้านถึงกับบอกว่าดีทุกตัวนะแจ๊ะ เค้าคัดมาหมดแล้วเรียบร้อย โดยเมนูที่เราจะสั่งนั้นมี Long Black (100 บาท), White (100 บาท), Matcha (140 บาท) และ Almond Croissant (65 บาท)

จะเห็นได้ว่านี่สั่งอย่างเยอะ โดยตัว Long Black และ White นั้นค่อนข้าง Simple โดยเป็น House Blend คั่วระดับปานกลางที่ให้ความอร่อยและกลมกล่อม ส่วนมัชฉะหรือชาเขียวนั้น ทาง DOUBLE SLASH // Coffee Space ได้จับมือกับ Peace Oriental Teahouse โดยใช้ผงและวิธีการเสริฟชามัชฉะตามแบบออริจินอลของ Peace Oriental ดังนั้นแก้วมัชฉะแก้วนี้ มั่นใจได้เลยว่าอร่อยมาก และอร่อยจริง

ตัวที่สุดท้ายกับขนมครัวซองค์อัลมอล (Almond Croissant) ที่อยากบอกว่าอันนี้กรี๊ดมากกับคำแรกที่ได้ชิมครัวซองค์ตัวนี้ คือมันอร่อยมากกก (เสียดายที่ชิ้นมันเล็กไปหน่อย ฮ่าๆ) ถ้าใครได้มาตามรอยที่นี่ แนะนำให้สั่งมาลองชิมเลย

House of Eden

มาต่อกันอีกคาเฟ่ที่จัดมาให้สำหรับสาวๆสายคิวท์ที่อยากถ่ายรูปในคาเฟ่น่ารักสดใสสีพีช ต้องมาที่นี่เลยกับ House of Eden ชั้นสองที่ Groove at CentralWorld ที่เค้าออกแบบมาในแบบสวนของเอเดนสีพีช-ขาว และมี Tree of God สีทองประดับประดาด้วยลูกพีชที่เพิ่มความน่ารักเข้าไป นี่พูดจริงๆว่าร้านเค้าโคตรน่ารัก และเกือบ 100% ของคนที่แวะเวียนมายัง House of Eden นั้น ถ่ายรูปกันกระจาย 5555555

สำหรับเมนูของที่นี่นั้น โดยรวมจะเน้นอาหารและของหวานซะมากกว่า ส่วนตัวกาแฟนั้นจะมีให้เลือกไม่มาก นี่เลยตัดสินใจสั่งเป็นขนมหวานและแฟรปเป้สองแก้ว นั่นคือ Toffie Nut Frappe (160 บาท), Banoffie Frappe (160 บาท) และ Banoffie Cake (220 บาท) จ้าา

สำหรับเครื่องดื่มปั่นแฟรปเป้นั่นถือว่าอร่อยทีเดียว อย่างตัว Toffie Nut Frappe นั้นมีความเป็นคาราเมล + ถั่ว และป็อกกี้กรุบกริบให้เคี้ยวเล่นแบบเพลินๆ ส่วนอีกตัวจะออกแนวไปช็อคโกแลตปั่นแบบบานอฟฟี่

สุดท้ายที่ต้องลองคือขนมหวานของร้านนี้ ซึ่งตอนแรกนี่อ่ะ .. จะสั่งชีสเค้ก แต่ดันหมด เลยแจ็คพอตมาตกที่เค้กบานอฟฟี่ ซึ่งรสชาติและหน้าตา .. บอกเลยว่าผ่านและดีย์ม๊าก ขนมเค้าไม่หวานไปและรสชาติลงตัว + ละลายในปากเล็กๆ ถ้าใครได้มาเยือน House of Eden นี่จะแนะนำให้สั่งขนมหวานเป็นอย่างแรกเลย // เอ้า .. แล้วกาแฟล่ะ ? 555555

CHA BAR (ชาบาร์)

หากนึกถึงเครื่องดื่มที่คนคลั่งไคล้และฮิตกันมากที่สุดตอนนี้ ถ้าไม่นับกาแฟก็คงจะเป็นชานมนี่แหละ ซึ่งครั้งนี้เราอยากจะแนะนำคาเฟ่ชานมไข่มุกที่เน้นความเฮลท์ตี้กับร้าน “CHA BAR” (ชาบาร์) ที่พึ่งบ้านมาอยู่หลังใหม่ใหญ่ขึ้นกว่าตรงที่สีลมนั่นเอง ใครเป็นสายกินคลีนแล้วอยาก Cheat Day ด้วยชานมไข่มุก นี่แนะนำเลยจ้า 5555

ความเฮลท์ตี้ของ CHA BAR (ชาบาร์) ที่บอกไปคือ ทางร้านใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้แคลอรี่น้อย อย่างใบชาชั้นดี ไข่มุกจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมถึงใช้น้ำตาลมะพร้าวด้วย และสำหรับคอกาแฟ จริงๆร้านเค้ามีเมนูชานมผสมกาแฟให้เราได้สั่งกันด้วยเนอะ มาดูกัน!

มา CHA BAR ครั้งนี้ แน่นอนว่าต้องสั่ง Classic Milk Cha (69 บาท) ที่เป็นชานมไข่มุกรสออริจินอลของที่นี่ พร้อมกับไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่เป็น Signature ของร้าน โยรวมของรสชาติชานมนั้นไม่ค่อยหวาน คือเหมาะกับคนเฮลท์ตี้ที่อยากคุมน้ำตาลมากจริงๆ ตัวไข่มุกนั้นมีความเหนียวเคี้ยวได้เพลินๆ

อีกตัวที่สั่งคือ Coffee Milk Cha (99 บาท) กับชานมผสมกาแฟที่มีไข่มุกไรซ์เบอร์รี่ ความคิดเห็นส่วนตัวสำหรับแก้วนี้คือ ชานมนั้นค่อนข้างกลมกาแฟไปเกือบหมด หากใครที่อยากลิ้มรสบอดี้กาแฟ แก้วนี้อาจไม่ตอบโจทย์แหละ แต่ถ้าเราอยากกินชานมที่มีกลิ่นกาแฟอยู่ล่ะก็ แก้นี้ก็อาจจะพอไปได้อยู่บ้าง ฮ่าๆ

สรุปโดยรวม ถือเป็นร้านชานมอีกร้านที่ค่อนข้างมีความเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ อีกทั้งยังสร้างคาแรคเตอร์ความเฮลท์ตี้ได้ชัดเจน ใครที่อยากลองก็มาลองได้เลย ส่วนคนที่ขับรถมา แนะนำให้จอดรถในอาคารจอดรถด้านในซอยธนิยะเลยครับผม (ถ้าจำไม่ผิด มีเก็บตังค่าที่จอดด้วย)

Cafe Hopping Bangkok #4 ครั้งนี้ … ขาดไม่ได้
กับ Mercedes-Benz SLC จาก Benz Suanluang

เป็นครั้งที่ 4 แล้วกับการขับรถ Mercedes-Benz ออกไป Cafe Hopping ทั่วกรุงเทพ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าคราวนี้ก๊อตได้ขับ Mercedes-Benz SLC จาก Benz Suanluang ที่มีความสปอร์ตในลุคเท่ห์ๆ กับรถแบบคูเป้สองประตูที่สามารถเปิดประทุนรับลมและอากาศดีๆได้นั่นเอง บอกได้เลยว่าฟีลลิ่งการขับนั้นมีความสปอร์ตมาก ช่วงล่างแน่น เกาะถนน ทำให้การขับ SLC นั้นมีความขับมันส์และเหยียบสนุกเลยทีเดียว

หน้าตาภายนอกของ The SLC นั้น ต้องบอกว่าหล่อเกินหน้าเกินตา กระจังหน้าลายเพชรและตราดาวสามแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ของรถเบนซ์ ผสมกับบั้นท้ายที่ดูเท่ห์บึกบึน ด้านในภายในห้องโดยสารของตัวรถนั้นสวยมีระดับตามสไตล์ของเบนซ์ เบาะหนังสีดำตัดกับสีแดงที่เมื่อเราได้นั่ง เราจะรู้สึกได้ถึงความกระชับแต่ไม่อึดอัด อีกทั้งยังมีไฟเรืองแสงในห้องโดยสารที่ให้ความเท่ห์เพิ่มขึ้นอีกระดับด้วย มองดูโดยรวมของ The SLC แล้ว ส่วนตัวคิดว่ามีเสน่ห์และน่าดึงดูดมากกก

สำหรับการเปิดประทุนของ The SLC นั้น เราสามารถกดเปิดได้อัตโนมัติโดยใช้เวลาแปปเดียว ซึ่งส่วนตัวคิดว่าถ้าขับในกรุงเทพ เราอาจจะไม่ได้เปิดประทุนบ่อยมากเท่าไหร่ เนื่องด้วยอากาศและฝุ่นควัน แต่ถ้าเราได้มีโอกาสได้ขับไปเที่ยวต่างจังหวัด เที่ยวภูเขา เที่ยวทะเล เจออากาศดีๆ บอกเลยว่าทริปเที่ยวนั้นต้องดียิ่งขึ้นไปอีกแน่นอน

สรุป ก๊อตชอบ SLC มากเลยทีเดียว มีความเท่ห์ ขับสนุก เหยียบมันส์ เหมาะกับการขับคนเดียวหรือขับไปไหนต่อไหนสองคนกับแฟน แถมถ้าเจอบรรยากาศดีๆ แล้วขับรถเปิดประทุนไปด้วย โอ้โหว .. ฟิน!

สนใจอยากทดลองขับ Mercedes-Benz ทุกรุ่น
แนะนำ Benz Suanluang (เบนซ์ สวนหลวง)

Benz Suanluang หรือ Suanluang Autohaus คือดีลเลอร์และศูนย์บริการครบวงจรสำหรับรถ Mercedes-Benz ทุกรุ่น ดังนั้นเชื่อใจในเรื่องของมาตรฐานการให้บริการได้เลย เพราะเก๊าก็ไปที่นี่มาหลายรอบแล้ว พี่ๆต่างให้การต้อนรับเราด้วยความอบอุ่นมาตลอด บอกเลยว่าประทับใจจริงๆ ถ้าใครอยากทดลองขับ Mercedes-Benz SLC หรือรุ่นอื่นๆ สามารถติดต่อ Benz Suanluang ตามรายละเอียดด้านล่างได้เล้ย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถ Mercedes-Benz ทุกรุ่น
ที่ สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ โทร. 02-322-5999 หรือ LINE: @benzsuanluang
(คลิก http://bit.ly/AddLineBenzSuanluang)

หมดแล้วกับ Cafe Hopping Bangkok #4 ทริปนี้ ☕️
เรายังมีรีวิว Cafe Hopping อีกเยอะให้ตามรอย คลิกตามอ่านได้เลย!

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018

POST TAGS:

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT