HashCorner

รีวิว จิ่วเฟิ่น-จินกัวสือ (Jiufen-Jinguashi) : เที่ยวไต้หวันหน้าร้อนแบบไม่กลัวไต้ฝุ่น

 

จิ่วเฟิ่น (Jiufen) เมืองดังยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด เพราะนอกจากเสน่ห์ที่มีความรู้สึกคล้ายเหมือนมาเที่ยวญี่ปุ่น ที่นี่ยังถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงตามทาง ถือเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนเมืองไหนในไต้หวัน แถมที่นี่ยังถูกกล่าวขานว่า จิ่วเฟิ่น เป็นสถานที่แรงบันดาลใจของภาพยนตร์อนิเมะชื่อดังอย่าง Spirited Away อีกด้วยแหละ หลังจากนั้นมาจิ่วเฟิ่นเลยบูมมาก มาไทเปแล้วต้องมาจิ่วเฟิ่นยังไงยังงั้น เกริ่นขนาดนี้แล้ว เริ่มเลยแล้วกัน ฮี่ฮี่

! ถ้าอ่านรีวิว #ไต้หวันซัมเมอร์ นี้ใน Hashcorner ครั้งแรก
ให้อ่านตรงนี้ก่อนว่า รีวิวนี้มีไปไหน และมีรีวิวอะไรบ้าง?

ทริป #ไต้หวันซัมเมอร์ ทริปนี้ ถือว่าเป็นการเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองแบบมหากาพย์มาก เราเดินทางกันทั้งหมด 11 วัน ตะลอนเที่ยวซีกขวาเกือบทั้งหมดของเกาะไต้หวัน โอ้ยย .. มันเยอะมว๊ากเว้ย

 

ลงจากเครื่อง เราตรงดิ่งไปยังเมืองเสน่ห์แรงบันดาลใจการ์ตูนดังอย่าง Spirited Away ที่ จิ่วเฟิ่น (Jiufen) และขึ้นฉิ่งฉับรถเมล์ไปเที่ยวที่ จินกัวสือ (Jinguashi) ก่อน จากนั้นลากยาวมายังเมืองที่ตั้งอยู่ด้านขวาของเกาะไต้หวันอย่าง ฮวาเหลียน (Hualien) แวะเข้า อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) จากนั้นเริ่มต้นความสนุกด้วย Road Trip จากฮวาเหลียน มายัง ไถตง (Taitung) ลากยาวมาจุดใต้สุดของเกาะไต้หวันที่ อุทยานแห่งชาติเขิ่นติง (Kenting National Park) อุทยานชายฝั่งทะเลที่แนะนำให้ขึ้นเขาไปดูวิว (แม่งพีค)

 

สุดท้ายแวะนอนที่ ไถจง (Taichung) แล้วขึ้นเขาไปยัง ฟาร์มแกะชิงจิ้ง (Cingjing Farm) และดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ภูเขาเหอหวน (Hehuanshan) ปิดท้ายการเที่ยวทริปนี้ด้วย อุทยานแห่งชาติหยางหมินซาน (Yangmingshan National Park) และ ไทเป (Taipei) แบบชิคๆ คูลๆ ก่อนกลับบ้าน ทั้งหมดนี้ถือเป็นทริปที่สวยงามมากมึง 5555555555

อ่านแล้วอาจจะงงว่าแบบ ‘แม่งคือไรวะ?’ เอาน่า รู้ว่าชื่อเมือง ชื่อที่เที่ยวมันเยอะ
อ่านรีวิวของแต่ละจุด แล้วน่าจะเข้าใจมากขึ้น ว่านี่ไปเที่ยวไหนมาบ้าง
อ่านรีวิวทั้งหมดเสร็จแล้ว บิดแพลนนิดหน่อยให้เข้ากับตัวเอง แล้วตามรอยเที่ยวไต้หวันแบบทริปนี้ได้เล้ย 💞

สารบัญ: #ไต้หวันซัมเมอร์
รีวิวเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองจบในทริปเดียว

 

  1. (กำลังเขียน) Taipei So Cool (ไทเป โซคูล) – เที่ยวแบบวัยรุ่นกับที่ฮิปและโคตรคูลที่สุดในไต้หวัน
  2. (กำลังเขียน) Yangmingshan National Park (อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน) – ปีนเขา เดินเทรล ชมธรรมชาติแบบไม่ต้องไปไกลจากไทเป
  3. (อันที่อ่านอยู่คืออันนี้ 😗) Jiufen + Jinguashi (จิ่วเฟิ่น + จินกัวสือ) – ตามรอยอนิเมะ Spirited Away
  4. Hualien (ฮัวเหลียน) – เดินเล่นทะเลหินดำ
  5. (กำลังเขียน) Taroko National Park (อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ) – เดินเทรลดูเขาหินอ่อน
  6. (กำลังเขียน) Taitung (ไถตง) – ขับรถเที่ยว Road Trip แวะจุดชมวิว
  7. (กำลังเขียน) Kenting (เขิ่นติง) – ชมวิวขอบทะเลใต้สุดของไต้หวัน
  8. Cingjing + Hehuanshan (ซิงจิง + เหอหวนชาน) – ธรรมชาติที่ถูกขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์ไต้หวัน
  9. (กำลังเขียน) รีวิวรวมพักที่ทั้งหมดในทริป #ไต้หวันซัมเมอร์ ทริปนี้

แถมรีวิว #ไต้หวันคนเดียว จากปีที่แล้ว เผื่อสนใจอยากไป

  1. Alishan (อาลีซาน) – เดินเทรลในป่าสน ฟินทะเลหมอกฤดูหนาว .. อันนี้พีคมากก
  2. Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา) – ทะเลสาปสีฟ้าเขียว ผืนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

 

เอาล่ะ สำหรับใครที่พร้อมจะไปเที่ยว Jiufen + Jinguashi (จิ่วเฟิ่น + จินกัวสือ) แล้วล่ะก็ ตามกันมาได้เลย นี่พร้อมจะพาไปเที่ยวแล้วเด้อ ฮี่ฮี่

การเดินทางมายังจิ่วเฟิ่น (Jiufen)

การเดินทางมายัง จิ่วเฟิ่น นั้นไม่ค่อยยากเท่าไหร่ มันจะมีเส้นทางหลักๆอยู่ 2 ทาง ซึ่งทั้งสองทางนั้น จะมีนั่งรถไฟต่อรถเมล์กันนิดหน่อย

 

> วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟใต้ดินมายังสถานี Zhongxiao Fuxing Station ให้ออกทางออกที่ 1 แล้วต่อรถเมล์สาย 1602 หรือ 788 แล้วลงป้าย Jiufen Old Street ป้ายที่คนลงเยอะสุด // ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ราคารถเมล์ $102

> วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟ TRA จาก Taipei Main Station มายัง Ruifang Station ประมาณ 40 นาที เมื่อถึงแล้ว หันหน้าออกจากสถานีแล้วเดินไปทางซ้ายประมาณ 200 เมตร ให้สังเกตว่าเราเดินผ่านสถานีตำรวจมา จากนั้นต่อรถเมล์สาย 866, 788, 1062 แล้วลงป้าย Jiufen Old Street ป้ายที่คนลงเยอะสุดนั่นแหละ // ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ราคารวมรถไฟ + รถเมล์ คือ $76 + $15 = $91

สถานี Taipei Main Station คือสถานีรถไฟที่ใหญ่สุดในไต้หวัน มีทั้งรถไฟธรรมดา รถไฟความเร็วสูง รวมกันหมดไว้อยู่ที่นี่ สามารถไปไหนก็ได้ทั่วประเทศไต้หวันเลย

เมื่อเรามาถึงป้าย Jiufen Old Street ตรงข้างๆแฟมิลี่มาร์ท จะมีจุดชมวิวอยู่ สวยโคตรๆ แนะนำให้เป็นสิ่งแรกที่ควรมาดู สร้างความประทับใจแรกจากจิ่วเฟิ่น ฮ่าๆ แต่เดี๋ยวเราค่อยมาดู บอกแบกกระเป๋ามาเยอะแยะ

ที่พักในจิ่วเฟิ่น (Jiufen)

หลายคนอาจจะมาจิ่วเฟิ่นแค่เช้า-เย็นกลับ ซึ่งนี่ก็เคยมาแล้วครั้งนึงเมื่อปีที่แล้ว แต่ปีนี้เราจะขอค้างคืนที่นี่ ซึ่งผมก็อยากแนะนำให้พักค้างคืน เพราะบรรยากาศตอนกลางคืนของจิ่วเฟิ่นที่นี่ ดีย์งามที่สุดแล้ว ทั้งเมืองที่นี่จะเปิดไฟส่องไสวพร้อมห้อยโคมแดงกันตลอดแนวทางเดิน ใครมากับแฟนคือโรแมนติกมาก ดังนั้น พักซักคืนเถ้ออออ สำหรับที่พักที่ผมได้จองในทริปนี่คือ Flip Flop Hostel

! ที่พักในจิ่วเฟิ่นเต็มเร็วมากนะ รีบจองเนิ่นๆล่ะ โดยเฉพาะถ้าเรานอนค้างในวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

Flip Flop Hostel Jiufen

โฮสเทลเก๋ๆ ที่ราคาแม่งไม่ใช่โฮสเทลเลย (แพงสาส) ราคาที่ผมได้จาก Expedia สำหรับ 1 คืน สองคน คือ 2,384 บาท เหมาะกับคนคูลนิดๆ เพราะที่พักมันติสท์มาก เค้าจะมีหลายตึกติดๆกัน ด้านขวาคือล็อบบี้ ส่วนตึกมืดๆ ดำ คือตึกที่ผมได้นอน

 

Flip Flop Hostel เป็นโฮสเทลเล็กๆ อยู่เกือบริมสุดของเมืองจิ่วเฟิ่น รับประกันถึงความฮิป และคูลชิบหาย เปิดประตูเข้ามาจะมีที่นั่งโซฟา ตู้หนังสือขนาดโคตรใหญ่ บาร์ และห้องครัวเล็กๆที่เราสามารถทำอะไรเล็กน้อยกินได้ ตึกนี้เราจะแชร์กันกับคนอื่นเพราะมีสองห้องนอน อยู่ชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งถือว่าน้อยคนมาก ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ชั้นสองจะมีที่นั่งเล่นเช่นกัน ห้องนอนเราจะอยู่ชั้นนี้แหละแกร๊ เดี๋ยวพาไปดู ส่วนบันไดที่ขึ้นไปชั้นสามนั้นคือจะมีอีกหนึ่งห้องนอนที่มีคนพักอยู่เหมือนกัน

ความเก๋ของตึกนี้คือ มีต้นไม้ของจริงตั้งอยู่กลางบ้าน และหลังต้นไม้นั่นคือห้องนอนของผม! 555555 เปิดโล่งป่ะ .. แต่มันเอาม่านปิดได้นะ

โคตรเรียบง่าย 555555555555555555

ที่ดีงามของโฮสเทลที่นี่คือ มีชั้นลอยที่เราสามารถไปนั่งเล่นได้ด้วย (แต่ไม่ได้ถ่ายมา รูปข้างล่างคือรูปของโฮสเทลเค้านะ) อีกทั้งเค้ามี Free Night Walk Tour ด้วยแกร๊ ด้วยความที่สต๊าฟกับเราจะมีความเป็นกันเองตามสไตล์โฮสเทล ช่วงสองทุ่ม เค้าจะพาลูกค้าโฮสเทลเดินทัวร์ทั่วเมืองจิ่วเฟิ่นเลย เดี๋ยวเรามาว่ากัน



Booking.com

ดูเรทและจอง Flip Flop Hostel Jiufen สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

วันแรก: แวะไปจินกัวสือ (Jinguashi) กันก่อน

หลังจากเช็คอินที่พักเรียบร้อยแล้ว แพลนที่ผมวางไว้คือเราจะขอแวะไป เมืองจินกัวสือ (Jinguashi) เมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้จิ่วเฟิ่นกันก่อนจากนั้นค่อยมาเที่ยวจิ่วเฟิ่นตอนเย็นๆจนถึงค่ำเพื่อดูบ้านเมืองเค้าเปิดไฟนั่นเอง สำหรับการไปจินกัวสือนั้นไม่ยากนะ ถ้ารักสบาย ขี้เกียจรอ สามารถโบกแท็กซี่ได้เลย ถ้าประหยัดหน่อยก็ขึ้นรถเมล์สาย 1062, 788, 825 ใช้เวลาแค่ 15 นาทีแค่นั้นเอง

Gold Museum

สถานที่แรกที่เราจะแวะกันก่อนนั่นคือ Gold Museum ที่นี่จะเป็นพิพิธภัณฑ์เหมืองทอง ซึ่งที่เที่ยวในนี้ก็เยอะพอสมควร ใครที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการขุดเหมือง น่าจะชอบที่นี่กันอย่างแน่นอน นอกจากทางเดินภายนอกที่สวยและร่มรื่น ให้เราได้เดินเพลินๆแล้ว ที่นี่เค้ายังมีห้องนิทรรศกาลเยอะแยะไปหมดอีกด้วย

โซนตามรูปข้างล่างนี้มีร้านอาหารให้เราพักกินข้าวได้อยู่ รสชาติปานกลางพอรองท้องได้ 5555

 

น่าเสียดายคือนี่มีเวลาไม่เยอะ เราเลยจะพุ่งไปยังจุดไฮไลท์ของที่นี่อย่างเดียว นั่นคือ Benshan No.5 Tunnel เป็นเหมืองของจริงที่เคยทำการขุดเหมืองทองมาก่อน แต่ตอนนี้มาเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมของจริง บรรยากาศจริงๆ

ค่าเข้า Gold Museum อยู่ที่ $80 แต่ถ้าใครอยากจะเข้า Benshan No.5 Tunnel ด้วยละก็ เสียเพิ่มอีก $50 นาจ๊าา

เมื่อเราจ่ายตังค์เรียบร้อย เค้าจะให้ผ้าเรามาอันนึง ซึ่งพวกผมก็งงมากว่าให้มาทำไร ตอนจะเข้าก็ถึงบางอ้อ .. มันคือผ้ารองหัวตอนเราใส่หมวกนิรภัยนั่นเอง มีความนึกถึงความสะอาดและกลิ่นหัว 5555555

 

 

เมื่อเราฟังเค้าอธิบายนิดๆหน่อยๆ ว่าที่นี่มันคืออะไร เราก็เดินเข้ามาในเหมืองซึ่งเป็นทางเดินยาวๆ มืดๆ ให้เราเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ระหว่างทางมันก็จะมีป้ายพร้อมหุ่นขี้ผึ้งคนงาน ทำท่าการทำเหมืองอยู่ เอ้อออ .. มันก็เพลินๆดี ใช้เวลาเดินอยู่ในนั้นซัก 20 นาทีก็หมดล้าวว

 

เดินออกมาจาก Benshan No.5 Tunnel แล้วจะเห็นวิว เมืองจินกัวสือ (Jinguashi) สวยเชียว ออกมาแล้วอย่าลืมมากินเต้าฮวยเย็นล่ะ อร่อยชื่นใจดี อยู่ตรงทางเข้า Benshan No.5 Tunnel นั่นแหละจ้า

รถเมล์ฉิ่งฉับ สาย 891 นั่งรถเที่ยวจินกัวสือ (Jinguashi)

หลังจากเราเดินออกมาจาก Gold Museum คือ จากที่แพลนไว้ว่าเราต้องได้ไปที่อื่นๆในจินกัวสืออีก แต่.. แต่แม่งเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวเรากลับไปเดินตลาดจิ่วเฟิ่นไม่ทัน คงจะไปแค่ที่เดียวคือ น้ำตกสีทอง หรือ Golden Waterfall ซึ่งเค้าบอกว่า สวยมว๊าก

 

 

ด้วยความที่ต้องนั่งรถเมล์ต่อใช่ป่ะ แล้วมันมีรถเมล์สาย 891 มาจอดพอดี นี่ก็ถามลุงคนที่อยู่ในรถเมล์ นางก็ตอบว่าไปๆ เอ้อ .. นี่ก็กระโดดขึ้นไปนั่งเรียบร้อย พอรถออกเท่านั้นแหละ เฮ้ย แม่งงงง เป็นรถฉิ่งฉับที่เราสามารถนั่งรถเที่ยว ดูวิวได้เกือบครบหมดโดยที่เราไม่ต้องลงไปเดินซักนิด เค้าจะวนเป็นลูป เริ่มต้นสายที่ Golden Museum แล้วก็มาปล่อยเราลงตรงนี้ที่เดิม ด้วยความที่รีบอยู่แล้ว ก็เลยตามเลยจ้า 55555555555

 

จุดสำคัญที่รถเมลสาย 891 นี้จะผ่านคือ Golden Waterfall และ Yin Yang Sea จำราคารถเมล์ไม่ได้ แต่รู้ว่าถูกมาก น่าจะ $15 ม้าง

ลุงที่เห็นถือป้าย 891 นั้น คือเหมือนเค้าก็ทำหน้าที่เป็นไกด์ไปด้วยว่าที่นี่มีอะไร ประวัติอย่างไรบ้าง น่าเสียดายที่ลุงเค้าพูดเป็นภาษาจีน โคตรน่าเสียดาย ฮือออ เวลารถเมล์ผ่านตรงไหน ลุงก็จะบอกทุกคนในรถว่า เตรียมกล้องนะ เตรียมถ่ายตรงนี้ ด้านขวา-ด้านซ้ายคือบอกหมด ไอ้คนในรถก็ลุกกันไปลุกมาเพื่อถ่ายรูป โคตรตลก 5555555555

 

ลุงบอกว่าภูเขาลูกนี้ ภาพเหมือนกำลังคนปีนเขาอยู่ สังเกตดูว่าตรงไหน

หลังจากนั้นเราก็จะผ่าน Golden Waterfall ในรูปมันดูเล็ก แต่ของจริงก็ดูใหญ่เหมือนกันนะ แถมหินเป็นสีเหลืองๆทองๆ มันเลยกลายเป็นชื่อนี้ ‘น้ำตกสีทอง’

อีกสิ่งที่เราจะเห็นคือ Yin Yang Sea มันคือน้ำทะเลที่มีสองสี เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากไรไม่รู้ง่ะ ฟังภาษาจีนที่เค้าอธิบายไม่ออก โอยยย ฮ่าๆ เอาเป็นว่า .. แปลกดี

เดินเล่น Jiufen Old Street

หลังจากไปทัวร์รถเมล์ที่จินกัวสือเสร็จ กลับมาถึงจิ่วเฟิ่นประมาณ 4 โมงกว่า ช่วงนี้แหละคือช่วงที่ท้องฟ้าสวย ถ่ายรูปออกมาคือดูดีมาก ก่อนที่เราจะเข้าทางเดินตลาดจิ่วเฟิ่น หรือ Jiufen Old Street เราจะมาจุดชมวิวที่บอกตอนแรก ดูวิวทะเลและภูเขาเมื่อเราหันหน้าออกจากเมืองจิ่วเฟิ่นกันก่อน มันสวยมากกก!

หากใครอยากได้จุดชมวิวดีๆ มันจะมีตึกสองชั้นตรงข้าง Family Mart (ตรงข้าม 7-Eleven) ใกล้ๆทางเข้าตลาด Jiufen Old Street สามารถขึ้นไปได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย 😍

แสงช่วงนี้แหละ ถ่ายรูปโคตรสวยยยยย 😍

 

หลังจากดูวิวเสร็จ เดินเข้า Jiufen Old Street โลดเลย ตลาดทางเดินที่มีโคมแดงทอดยาวไปตลอดทางนี้นี่แหละ ที่เราสามารถฝากท้องได้ ของกินเยอะ ไม่ว่าจะของคาว ของหวาน ชานม หรือจะของฝาก ของจุ๊กจิ๊ก ที่นี่มีให้เลือกทุกอย่างเลยจริงๆ และบอกเลยว่าตรงนี้คนเยอะมาก แทบจะเบียดกันเลยทีเดียว 555

 

ร้านขายพู่กันยังมี อีกทั้งเค้ายังมีสาธิตการเขียนพู่กันด้วย

หอยหวานม๊ากกกกกกก

โรงน้ำชา A Mei Teahouse

ใน Jiufen Old Street ถ้าเดินมาเรื่อยๆ เราจะเห็นทางแยกเดินลงไปได้ ทางลงนี้ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของจิ่วเฟิ่นเลยล่ะ และเมื่อเราเดินลงไปเรื่อยๆ ตรงนี้จะมีร้านชาชื่อดังของจิ่วเฟินอยู่ นั่นคือ.. ร้าน A Mei Teahouse

 

เค้าบอกกันว่า ร้าน A Mei Teahouse (阿妹茶樓) คือ ร้านน้ำชาที่เป็นแรงบันดาลใจของการ์ตูนชื่อดังอย่าง Spirited Away จาก Studio Ghibli ที่เป็นโรงอาบน้ำในการ์ตูน

ด้วยความที่พวกผมหิวข้าว กะจะกินข้าวที่ร้านน้ำชานี่เลย เพราะเป็นร้านติดดาวที่ต้องมา แต่ก็ต้องถึงกับเงิบเล็กน้อย เพราะขายแต่น้ำชากับขนมเล็กน้อย แล้วคือราคาแรงมากคือ ขายเป็นเซต $300/คน ถึงกับร้อง !@#$%^ แพงสัส ข้าวก็ไม่มี ถึงกับเดินลงแทบไม่ทัน 55555555

 

นี่คิดว่าไว้จะมาถ่ายโรงน้ำชาอีกทีตอนกลางคืน เพราะตอนเย็น ถ่ายไม่ได้เลยจ้า คนเยอะสุดอะไรสุด เดินแบบเบียดกันมา เดินลงมานี่แทบตาย 😭

อย่างไรก็ตาม ตามทางเดินก็ยังมีร้านขายของ หรือมุมให้หลบให้เข้าไปยืนเล่นนะ อย่างที่เจอคือร้านขายหน้ากาก แม่งเจ๋งมากกก อีกอันคือเป็นถ้ำที่ผนังเต็มไปด้วยตัวอักษรจีน นี่คิดว่ามันเก๋ดี

ในที่สุดก็รอดตายเดินลงมาอย่างปลอดภัย คนเยอะอลังการล้านแปดมาก แต่นั่นแหละ บรรยากาศก็ดีด้วยเช่นกัน โคมแดงเต็มไปหมด

ร้านอาหารวิวดี แต่โคตรไม่อร่อย

ด้วยความที่ผิดหวังเล็กน้อยจากโรงน้ำชา A Mei Teahouse เพราะมันไม่มีข้าวขาย แล้วคือหิวมาก คนก็เยอะ นี่เลยเดินลงบันไดมาจนสุดทาง เลี้ยวขวาเดินมานิดหน่อย เจอร้านนึงที่ดูดี และมั่นใจว่าวิวสวยมาก พวกผมเลยเดินกันเข้าไปเลยจย้าาาา เป็นการเข้าร้านอาหารที่ไม่ได้รีเสิร์ชมาก่อนเลย แต่เห็นแล้วเดินเข้า เพราะหิวไม่ไหวแล้ว

ร้านใน Google Map ชื่อ 九份山城憶棧 (GPS 25.109264, 121.843719) อาหารไม่ค่อยอร่อย จืดชืด ก้างปลาโคตรเยอะ แต่วิวเทพมากกกกก ฮืออออออออ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เพราะร้านอื่นน่าจะถูกปากมากกว่า

 

ร้านเค้าตั้งหันหน้าออกไปสู่อ่าวทะเล ซึ่งสวยโคตรๆ อีกทั้งยังมีมุมที่เราสามารถมองเห็นเมืองจิ่วเฟิ่นใกล้ๆกับทางเดินตรงโรงน้ำชา A Mei Teahouse อีกด้วย ทำเลคือเทพ ยิ่งผมมากันตอนพระอาทิตย์จะตก สุดเกินจะบรรยาย

 

 

ถ่ายรูปดื่มด่ำบรรยากาศเสร็จเรียบร้อย อาหารที่สั่งได้มาเรียบร้อย ถึงกับร้องไห้ จนสุดท้ายผมต้องไปหาไรกินอีกรอบที่แฟมิลี่มาร์ท เพราะไม่ค่อยอร่อย แล้วก็ไม่อิ่มอีกด้วย // ตายๆ นี่ไม่ได้ดิสเครดิตนะ 5555555555555

 

กินเสร็จเดินออกมามืดหมดแล้ว แต่คนก็ยังเยอะอยู่เลย ฮ่าๆๆ

Night Walk Tour ของ Flip Flop Hostel

โฮสเทลที่ผมนอน เค้าก็จะมี Night Walk Tour เดินชมเมืองจิ่วเฟินฟรี โดยมีสต๊าฟเป็นคนเล่าเรื่องความเป็นมาของจิ่วเฟิ่น ทำให้เรารู้เรื่องราวของเมืองนี้ขึ้นมาบ้าง ด้วยฟีลของเมืองจิ่วเฟิ่นมีความเป็นญี่ปุ่นโคตรๆ เกือบ 80% ทีนี้ก็ถึงกับบางอ้อว่า จิ่วเฟิ่นเคยถูกปกครองโดยญี่ปุ่น โดยสมัยนั่นเค้ามาเน้นทำเหมือง ขุดทองนั่นเอง

 

จุดแรกที่เค้าพามาดู คือ ถนนลอดถ้ำ โดยคนนำทัวร์เค้าบอกว่า ถ้ำนี้เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการ์ตูน Spirited Away เหมือนกัน

นี่ก็ได้แต่มองไกลๆ ไม่กล้าเดินเข้าไป เพราะมันมืดและน่ากลัวหน่อยๆ ฮ่าๆ จากนั้นเค้าก็พาเราเดินไปยังจุดดูวิวที่เห็นเมืองจิ่วเฟิ่นได้ทั้งเมือง เค้าบอกว่า ถนนใหญ่ที่เราๆนั่งรถเมล์กันขึ้นมานั้นเป็นถนนตัดใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เมื่อก่อนยังเป็นแค่ทางเดินซอกซอยเล็กๆอยู่เลย พอการท่องเที่ยวบูมเพราะกระแสการ์ตูน Spirited Away คนล่ะมาตรึม โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น

ต่อมา เค้าก็จะพาเราเดินทั่วๆ จิ่วเฟิ่น กลับมาเดินดูโรงน้ำชา A Mei Teahouse อีกรอบ และเดิน Jiufen Old Street ไปเรื่อยๆ ฟีลลิ่งช่างแตกต่างจากเมื่อตอนเย็นโคตรๆ ที่คนที่เยอะชิบหาย ตอนนี้แทบไม่มี เหลือแต่โคมแดงห้อยโตงเตงที่ทำให้ความรู้สึกมันเปลี่ยนจริงๆ

 

เดินวนไปเรื่อยๆ นี่ก็เดินตามเค้าไปแบบไม่รู้ทิศทาง ฮ่าๆ เดินจนมาถึงกับหน้าเหมืองขุดทองอีกอันหนึ่ง ซึ่งบันไดเค้าวาดลวดลายเหมืองขุดทองที่เป็น 3D Effect อีกด้วย มันคือเอ็ฟเฟ็คที่เราต้องยืนให้ตรงจุด ถึงจะมองเห็นรูปมันปะติดปะต่อกัน

 

 

จากนั้นก็เดินวนกลับเข้าโรงแรม แฮปปี้แล้ววันนี้ วันนี้แค่วันเดียว รู้สึกว่าเราเที่ยวคุ้มมากกกก 55555 😂

วันที่สอง: เก็บตกเล็กน้อยก่อนไปฮวาเหลียน (Hualien)

จากเมื่อคืนที่ผมเดิน Night Walk Tour แล้วยังติดใจตรงถ้ำและจุดดูวิวเมืองจิ่วเฟิ่นนิดหน่อย คือจริงๆไม่ได้อะไร แค่อยากดูวิวแบบตอนกลางวันเฉยๆ ผมจึงเดินไปดูอีกรอบก่อนจะออกจากจิ่วเฟิ่น แถวนี้มันก็จะเงียบๆอยู่ริมขอบเมืองจิ่วเฟิ่น ถ่ายรูปสะดวกดี ฮ่าา

 

ถ้ำ แม่งไม่มีอะไรเลย โอ้ย 555555555555555

การออกจากเมืองจิ่วเฟิ่นไปไทเป ก็แค่นั่งรถเมล์สายเดิมที่มา ใครสะดวกอันไหนก็ไปอันนั้นเลย แต่ถ้าจะไปต่อ ฮวาเหลียน (Hualien) เหมือนผมละก็ ให้นั่งรถเมล์สาย 866, 788, 1062 มาลงสถานีรถไฟ TRA Ruifang จากนั้นนั่งรถไฟต่อไปฮวาเหลียนได้เลย

Spirited Away ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองจิ่วเฟิ่น จริงหรอ?

 

เอาเรื่องจริงๆเลยนะ Hayao Miyazaki ผู้สร้าง Spirited Away เคยออกมาปฏิเสธแล้วว่าการ์ตูน Spirited Away ไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองจิ่วเฟิ่น ต้นเรื่องคือมันมีหนังสือไกด์บุคมาเขียนโมเมเองว่า Spirited Away มันมาจากจิ่วเฟิ่น ทีนี้คนทุกทั่วสารทิศก็ฮิตกันมาเที่ยวที่นี่เลยจย้าา .. โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น เค้าปักหมุดเลยว่า เมื่อมาเที่ยวไต้หวัน เค้าต้องมาจิ่วเฟิ่น จนตอนนี้กลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันไปทั่วนั่นแหละ // อ้างอิง: Youtube

ที่พักในจิ่วเฟิ่น

ที่พักข้างล่างนี้คือตัวเลือกที่ดีงามสำหรับการนอนค้างคืนที่จิ่วเฟิ่น  อันนี้ผมเลือกมาให้โดยอิงจากคะแนนรีวิวสูงปรี๊ดจากสี่เว็บไซต์จองโรงแรมชื่อดัง คือ Expedia / Agoda / Booking / Tripadvisor ดังนั้น เลยค่อนข้างมั่นใจในระดับหนึ่งว่ามันโอเคแน่นอน อีกเรื่องที่อยากบอกไว้ก่อน ที่พักจิ่วเฟิ่นเต็มเร็ว และค่อนข้างแพง ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มันแพงขึ้นไปอีก ดังนั้น ถ้าจะนอน รีบจองเนิ่นๆเด้อ

Expedia มีส่วนลดให้สูงสุด 15% นะ

สำหรับการจองโรงแรมนั้น แนะนำให้จองกับ Expedia เพราะถ้าเราเป็นเมมเบอร์กับเค้าจะได้ส่วนลดเพิ่ม อีกทั้งให้ใส่โค้ดลดท็อปอัพของบัตรเครดิตเพิ่มตอนหน้าจ่ายตัง ราคาที่ถูกกว่า OTA เจ้าอื่นแล้ว จะยิ่งถูกมากขึ้นอีก ยังไงลองเทียบราคาดูอีกที ระหว่าง Expedia / agoda / Booking.com เจ้าไหนถูกสุด ก็เอาอันนั้นเลย อันนี้นำมาบอกเพื่อเป็นตัวเลือก เพราะส่วนตัวผมใช้ Expedia แหละ

คลิกที่ปุ่มสีส้มด้านล่างเพื่อดูโค้ดส่วนลดแต่ละบัตรเครดิตได้เลย บอกเลยว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายไปเยอะมาก
สมมุตเราจ่ายค่าโรงแรมทั้งทริป 15,000 บาท แล้วใช้โปรบัตร KTC Mastercard ลด 15% เราจะประหยัดไป 2,250 บาท ถือว่าลดเยอะมาก เอาเงินไปทำอย่างอื่นได้เยอะแยะเลย ส่วนบัตรเครดิตเจ้าอื่นๆ จะลดอยู่ที่ 10% ก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี

โค้ดส่วนลดโรงแรม สูงสุด 15% เมื่อจองผ่าน Expedia.co.th

KTC MASTERCARD ลด 15%

KTC ลด 10%

Citibank ลด 10%

UOB ลด 10%

KBANK ลด 10%

SCB ลด 10%

KRUNGSRI ลด 10%

Thanachart ลด 10%

Standard Chartered ลด 10%

คลิกดูที่พักจิ่วเฟิ่นทั้งหมดใน Expedia 💞 / Booking.com



Booking.com


Flip Flop Hostel Jiufen

อย่างที่บอกไปว่าผมนอนที่ Flip Flop Hostel Jiufen นอกจากห้องที่ผมนอน มันยังมีห้องอื่นๆที่เป็นห้องเดี่ยว และห้องรวมด้วย ทั้งหมดคือรวมอาหารเช้าง่ายๆ อีกหนึ่งเรื่องคือที่ตั้งของโฮสเทลนี้จะอยู่ไกลจาก Jiufen Old Street ราวๆประมาณ 500 เมตรนะจ๊ะ ไกลกว่าที่พักอื่นหน่อยๆ แต่มันไม่ได้ลำบากอะไร สุดท้าย ถึงแม้ว่าที่นี่จะแพงเกินราคาโฮสเทล แต่ก็ถือว่าถูกกว่าที่พักเจ้าอื่นในจิ่วเฟิ่นแล้ว 55555



Booking.com

ดูเรทและจอง Flip Flop Hostel Jiufen สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

Sunshine B&B

หากใครไม่ติสท์ อยากได้แนวโมเดิร์นแบบที่พักสมัยใหม่ละก็ มาที่ Sunshine B&B ดีกว่า เดินไป Jiufen Old Street ไม่ไกลมาก ทำเลดี วิวจากห้องก็ดี เดินไปไหนก็สะดวก โอ้ย เริ่ดดดด



Booking.com

ดูเรทและจอง Sunshine B&B สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

Chiu Chunt Dint

ถ้าอยากได้ที่พักที่อยู่กลางตลาด Jiufen Old Street เลย ให้เอาที่พักอันนี้ Chiu Chunt Dint เดินลงมาเจอตลาดเลยจ้า ดังนั้นเรื่องโลเคชั่น เจ้านี้ชนะขาดลอย



Booking.com

ดูเรทและจอง Chiu Chunt Dint สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

อ่านรีวิวไต้หวันอื่นๆ

นอกจาก รีวิวเที่ยวจิ่วเฟิ่น (Jiufen) และ จินกัวสือ (Jinguashi) เรายังมีที่อื่นอีก ซึ่งกำลังทยอยเขียนอยู่ รอหน่อยเด้อออ 55555

  1. Alishan (อาลีซาน) – เดินเทรลในป่าสน ฟินทะเลหมอกฤดูหนาว .. อันนี้พีคมากก
  2. Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา) – ทะเลสาปสีฟ้าเขียว ผืนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน
  3. (กำลังเขียน) Taipei So Cool (ไทเป โซคูล) – เที่ยวแบบวัยรุ่นกับที่ฮิปและโคตรคูลที่สุดในไต้หวัน
  4. (กำลังเขียน) Yangmingshan​ National Park (อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน) – ปีนเขา เดินเทรล ชมธรรมชาติแบบไม่ต้องไปไกลจากไทเป
  5. Jiufen + Jinguashi (จิ่วเฟิ่น + จินกัวสือ) – ตามรอยอนิเมะ Spirited Away
  6. Hualien (ฮัวเหลียน) – ทะเลหินดำ
  7. (กำลังเขียน) Taroko National Park (อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ) – ทะเลหินดำ เดินเทรลดูเขาหินอ่อน
  8. (กำลังเขียน) Taitung (ไถตง) – ขับรถเที่ยว Road Trip แวะจุดชมวิว
  9. (กำลังเขียน) Kenting (เขิ่นติง) – ชมวิวขอบทะเลใต้สุดของไต้หวัน
  10. Cingjing + Hehuanshan (ซิงจิง + เหอหวนชาน) – ธรรมชาติที่ถูกขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์ไต้หวัน
  11. (กำลังเขียน) รีวิวรวมพักที่ทั้งหมดในทริป #ไต้หวันซัมเมอร์ ทริปนี้

kotzhul@gmail.com

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

1 COMMENT
  • ssn_td October 18, 2017

    ภาพสวยมากค่ะ ปรับยังไงหรอคะ พอดีซื้อมาแล้วไม่ค่อยได้ใช้เลยค่ะ เพราะปรับไม่ค่อยเป็นอ่ะค่ะ555

POST A COMMENT