HashCorner

เที่ยวหนองเขียว-เมืองงอย สัมผัสชีวิตคนลาวเหนือ 3 วัน 2 คืน แบบไม่ปรุงแต่ง

 

หากเรามาเที่ยวหลวงพระบางแล้ว มีอีกสองที่ที่อยากแนะนำในการมาเที่ยวหลวงพระบางคือ ให้เราออกนอกตัวเมืองเก่าหลวงพระบางมายังเมืองอื่นๆบ้าง เมืองที่เราจะไปคือ หนองเขียว และเมืองงอย อยู่ห่างจากตัวเมืองเก่าหลวงพระบางไปทางเหนือประมาณ 140 กิโลเมตร แทบจะเกือบเวียดนามแล้ว ฮ่าๆ หนองเขียว เมืองงอย จะหน้าตาเป็นอย่างไร มีเสน่ห์ขนาดไหน อ่านต่อได้เลยครับ

แพลนหนองเขียว-เมืองงอย

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนคือ หนองเขียว-เมืองงอย นี่อยู่กันคนละที่นะ หนองเขียว คือ เมืองงอยใหม่  พื้นที่หนองเขียวตอนแรกนั้นมีบ้านไม่กี่หลังตั้งอยู่ แต่เมื่อถนนยางมะตอยตัดผ่าน หลายคนจากเมืองงอยก็ย้ายมาอยู่หนองเขียวแทน กลายเป็นหมู่บ้านเล็กๆตรงนี้ ส่วนเมืองงอย คือ เมืองงอยเก่า ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ ไกลออกไปทางตอนเหนือของหนองเขียวไปอีก การเดินทางสามารถขับรถยนต์ไปได้ แต่เท่าที่รู้คือทางถนนยังไม่ดีเท่าไหร่ เค้าบอกกันว่าหน้าฝนถนนเละมาก และไม่สะดวกต่อการขับรถไปอย่างยิ่ง ดังนั้นการไปเมืองงอยที่สะดวกที่สุดคือ การนั่งเรือไปจากเมืองหนองเขียวนั่นเอง

 

ดังนั้น ทริปหนองเขียว- เมืองงอย เราจะอยู่แบบชิลๆ 3 วัน 2 คืน โดยการขับรถมาจากหลวงพระบางประมาณ 3 ชั่วโมง นอนที่หนองเขียวก่อนคืนแรก จากนั้นนั่งเรือข้ามไปเมืองงอยนอนอีกหนึ่งคืน แล้วค่อยกลับหลวงพระบาง เรียบๆ ง่ายๆ และชิลเว่อร์วัง บอกเลย 55555

หากใครยังไม่ได้อ่านรีวิวหลวงพระบาง คลิกอ่านได้จากที่นี่เลยครับ 😗
รีวิว เที่ยวหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืนแบบเก็บหมดชิลๆ

เริ่มต้นเดินทางมาเมืองหนองเขียว

หนองเขียว การท่องเที่ยวเริ่มบูมหลังจากถูกเอ่ยชื่อใน Lonely Planet ตอนแรกแทบจะมากันไม่ค่อยได้ ตอนนี้สามารถมาได้ง่ายๆแล้วเด้อ ฮ่าๆ ส่วนตัวผมและเพื่อนนั้น เนื่องจากเรามากัน 4 คน (และจะมีตามมาอีก 1 คน) เลยเลือกที่จะเช่ารถขับมากันเอง ส่วนวิธีอื่นๆที่เราสามารถมาเมืองงอยได้นั้น มันก็จะมีตามนี้ (ก่อนหน้านี้เหมือนจะนั่งเรือมาตามแม่น้ำอูได้ด้วย แต่รู้สึกว่าตอนนี้จะนั่งเรือมาหนองเขียวไม่ได้แล้ว เพราะพี่จีนมาสร้างเขื่อน ทำให้เรือไป-มาไม่ได้แล้ว)

1.) เช่ารถขับมาเอง

อย่างผมและเพื่อนนั้น เช่ารถขับมาหนองเขียวกันเอง เราเช่ากันที่ร้าน AVIS ในตัวเมืองหลวงพระบาง ราคาค่าเช่ารถนั้นอยู่ $55 ต่อวันเท่านั้น เป็นรถกระบะ Ford Ranger สามารถนั่งได้ 5 คนพอดี เบาะหลังอาจจะต้องนั่งแบบเผื่อแผ่กันหน่อย สำหรับใครที่คิดจะเช่ารถเก๋ง ที่นี่ไม่มีรถเก๋งให้เช่าจย้าาา .. เค้าบอก ถนนที่ลาวไม่ค่อยจะดี เลยมีแต่รถกระบะให้เช่าอย่างเดียว

 

ระหว่างทางจากหลวงพระบางไปหนองเขียว ถนนจะเลียบแม่น้ำอู เราก็จะเห็นคนลาวเหวี่ยงแหจับปลาอยู่เป็นระยะๆ

2.) รถสาธารณะ

ถ้าเราเลือกที่จะไปรถสาธารณะ ให้ไปหารถไปเมืองหนองเขียวที่สถานีขนส่งสายเหนือ ตั้งอยู่หลังสนามบินหลวงพระบางได้เลย สำหรับตารางการไปหนองเขียวคือ 9.00น. / 11.30น. / 13.30น. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง ราคาต่อเที่ยวประมาณ 40.000 กีบ (อ้างอิง: hobomaps.com)

วันแรก: ที่พักในหนองเขียว

เมื่อเราขับรถกันมาถึงหนองเขียว สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือ ‘การหาที่พัก’ ใช่ล้าววว .. ต้องบอกว่าตอนแรก ไม่ได้จะมาเที่ยวหนองเขียว-เมืองงอยเลย ทริปนี้เป็นทริปแบบโนแพลน การมาเที่ยวที่นี่จึงเป็นการตัดสินใจกันแบบเฉียบพลันตอนอยู่หลวงพระบางว่ามีเมืองไหนใกล้ๆที่น่าไปเที่ยว อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหลวงพระบางบ้าง สุดท้ายตกมาอยู่ที่หนองเขียว-เมืองงอย และสุดท้ายเราก็ได้ที่พักชื่อ Nam Ou River Lodge ติดริมแม่น้ำอูเลย

 

ข้อดี ข้อเสียของการพัก Nam Ou River Lodge

ที่ดีสุดคือราคาโคตรถูก ห้องสำหรับ 2 คน อยู่ที่คืนละประมาณ 400 บาท หารเฉลี่ย ตกคนละ 200 บาท/คืน เองแกรเอ้ยย และอีกข้อดีคือ วิวของโรงแรมนี้สวยมาก ติดริมแม่น้ำอู และอยู่ใกล้ตลาดตอนเช้าในเมืองหนองเขียวอีกด้วย  แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือ ห้องพักที่นี่ไม่มีแอร์ ถามว่าตอนนอนร้อนมั้ย ก็ไม่ค่อยร้อนนะ เปิดพัดลมเอา และอีกเรื่องคือไม่มีอาหารเช้าให้ ถ้าจะกินต้องซื้อเพิ่มจ่ะ

หากใครอยากจองที่พัก Nam Ou River Lodge  สามารถจองผ่าน OTA ได้เช่นกัน
ดูเรทและจองผ่าน booking.com // ดูเรทและจองผ่าน agoda.com

เดินสำรวจเมืองหนองเขียว

หลังจากหาที่พักเสร็จ เก็บของ ถ่ายรูปเล่นในบ้านพักกันเสร็จเรียบร้อย เราออกมาเดินสำรวจเมืองหนองเขียวกันหน่อยแล้วกัน ซึ่งเมืองหนองเขียวนั้นเป็นเมืองเล็กๆที่เรียบง่าย ง่ายจนเรียกได้ว่านี่แหละวิถีชีวิตคนลาวจริงๆแหละมึ้งงง

บ้านที่ตั้งเรียงรายริมถนนในหนองเขียวส่วนมากยังเป็นบ้านไม้อยู่ซะส่วนมาก บ้านปูนก็มีบ้างประปราย จะเป็นร้านค้าซะส่วนใหญ่ ถนนก็โล่ง นานๆทีจะมีรถยนต์ผ่านซักครั้ง ส่วนมากจะเป็นมอเตอร์ไซค์ซะมากกว่า

มันต่างลิบลับกับหลวงพระบางเมืองท่องเที่ยวมาก คือแบบ นี่แหละ เมืองคนอยู่จริงๆ ไม่ใช่เมืองประดิษฐ์อย่างเมืองท่องเที่ยวที่ความดั้งเดิมของมันได้ถูกกลืนกินไปเรียบร้อยแล้ว เห้ย แม่งดีย์ เราก็จะเห็นเด็กหนุ่มสาวลาว ออกมาวิ่งเล่นกันสนุกสนาน

 

ด้วยช่วงเวลาที่เราออกมาเดินเล่น มันก็เย็นพอดี แทบจะพระอาทิตย์ตกแล้วล่ะ จากการแค่เดินออกมาดูพระอาทิตย์ตกลับขอบบ้าน ขอบถนน แค่นี้มันก็ฟินและ แล้วที่โชคดีของการไปหนองเขียววันนั้นคือ ฟ้าช่วงพระอาทิตย์ตกสวยมว๊ากกกก เดินจนพระอาทิตย์ได้จมลงหายไป ก็ถึงเวลาหาร้านข้าวเพื่อที่จะกินข้าวเย็น .. เดินไปเดินมาคือมันแทบไม่มี จนเราต้องถามคนแถวนั้นว่ามีร้านข้าวมั้ย จนเค้าแนะนำร้านนึงที่ชื่อฝรั่งว่า..

Alex 2 (อเล็กซ์ 2) คือร้านอาหารร้านเดียวที่ผมและเพื่อนรู้สึกถูกใจ ถูกปาก และอยากแนะนำในรีวิวนี้ ใครมาเที่ยวที่นี่ กินที่นี่แหละ ดีสุดแล้ว นอกจากจะอร่อย อาหารคือหลากหลายมาก ที่เซอร์ไพรส์สุดคือ อาหารฝรั่งอย่างพวงสปาเก็ตตี้ อร่อยเวอร์ 55555555

 

หลังจากเราอิ่มหนำสำราญกันเรียบร้อย ก็ชิลๆ เดินกลับที่พักนอนเด้อ เตรียมแรงไว้พรุ่งนี้ เพราะจะคิดว่าเราจะไปปีนเขากัน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนเลย แม่มเอ้ยยย

วันที่สอง: ตลาดสดรุ่งเช้า

จากเมื่อวานที่เราได้เดินสำรวจเมืองงอย ทำให้รู้ว่าที่พักเรานั้นมันอยู่ไม่ไกลจากตลาดซักเท่าไหร่ วันนี้เลยขอตื่นเช้ามาเดินสด ดูวิถีชาวบ้านของคนหนองเขียวกันซักนิด เค้าก็จะขายเนื้อสด ผักสวนครัวที่ปลูกกันเอง ของกิน แล้วก็มีหนังควายด้วยแกร๊ รู้สึกว่าคนลาว .. นอกจากจะชอบกินเนื้อวัวแล้ว เค้ากินเนื้อควายด้วยเหมือนกัน

 

จากการเดินด้อมๆ เราก็ซื้อขนมปังฝรั่งเศสสอดไส้มากิน อร่อยล้นขนมปังจนไส้ไหลเลยมึง 55555555

ปีนผาแดง

หลังจากเดินตลาดเช้าเสร็จ กลับเข้าที่พักพร้อมอาบน้ำแต่งตัว ที่รู้คือ .. วันนี้จะไปปีนเขาที่ชื่อ ‘ผาแดง’ ความสูงก็ไม่ใช่เล่นๆ แต่เค้าบอกกันว่าวิวข้างบนสวย เออ .. ขึ้นก็ด๊ะ ไม่เตรียมตัวเตรียมใจจะมาเดินปีนเขาเลย (โว้ยยยย คือแบบบ่นในใจ 5555555)

เตรียมรองเท้าปีนเทรคกิ้งให้พร้อม ปีนเขาใช้เวลา 1 ชั่วโมง เสียค่าบำรุงคนละ 20.000 กีบ ส่วนทางไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ดินเป็นดิน โคลนเป็นโคลน แม่งโคตรลื่น ไม่เชื่อดูพื้นในรูป โคลนทั้งน้าน

 

เมื่อเราเดินขึ้นถึงจุดยอดเขาผาแดง เราจะเจอกระต๊อบไม้ไผ่ที่ไว้ให้เราพักหลังจากปีนเขาได้ ฝั่งตรงข้ามกระต๊อบ จะมีหินที่เราสามารถไปยืนดูวิวและเต๊ะท่าถ่ายรูปว่า ‘กูพิชิตผาแดงได้แล้วโว้ย’ 5555 จะบอกว่าวิวที่ได้เห็นคืออลังการมาก นี่คิดว่ามันคุ้มค่ากับการปีนขึ้นมานะ มันแค่ 45 นาที กับภาพตรงหน้าที่เห็นคือแม่น้ำอูคดเคี้ยวที่มีเมืองหนองเขียวตั้งอยู่เชิงเขา มาหนองเขียวแล้วขึ้นมาเถ้อออ .. มันสวยมว๊ากกก .. แต่มันจะสวยกว่านี้ถ้าเรามาตอนเช้าหรือมาหน้าหนาว เพราะมันจะมีทะเลหมอกด้วย แล้วถ้าใครคิดจะมานอนกางเต็นท์ค้างคืน เห็นเค้าบอกนอนได้นะ แต่ให้คุยกับชาวบ้านข้างล่างที่เราจ่ายค่าตั๋วทางเข้าก่อน อันนี้ไม่แน่ใจจริงๆ 5555

 

สรุป ใช้เวลาอยู่กับผาแดงทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าได้ กว่าจะปีนเขาขึ้น พักดูวิวถ่ายรูปบนยอด และลงมา เล่นเอาเหนื่อยชิบหายได้เหมือนกัน เอ้อออ

 

ลงจากผาแดงมาเสร็จ กลับที่พักพร้อมเก็บของไปเมืองงอยต่อ เมืองงอยมันก็จะอยู่เหนือเมืองหนองเขียวไปอีก เมืองเรียบๆ เงียบๆ หนองเขียวว่าสงบแล้ว เมืองงอยสงบมากกว่าอีกว่ะ

นั่งเรือไปเมืองงอย

การมาเที่ยวหนองเขียวแล้วไม่ได้เยือนเมืองงอยนี่ถือว่าพลาดเลยนะแกร๊ สองเมืองนี้ถือว่าเป็นพี่น้องที่อยู่คู่เคียงเติบโตกันมาเลยทีเดียว ถ้าให้นับพี่ใหญ่คงต้องยกให้เมืองงอย เพราะเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมานานนมแล้ว ส่วนหนองเขียวเป็นเมืองใหม่ที่พึ่งมีมาซักพักหลังจากถนนตัดผ่าน การที่เราจะไปเมืองงอยนั้น นี่ว่านั่งเรือนั้นดีสุด บรรยากาศดีย์ แล้วยิ่งถ้าเรานั่งเรือข้ามไปเมืองงอยตอนพระอาทิตย์ตกเย็นเหมือนที่ผมได้ไปนั้น คือพีค

 

เรือ Public Boat จากหนองเขียวไปเมืองงอย มีสองรอบ/วัน ที่ท่าเรือคือ 11.oo น. และ 14.00 น. ค่าเรือ 25.000 กีบ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

เนื่องจากผมและเพื่อนนั้น จะมีเพื่อนตามมาอีกหนึ่งคน ทำให้เรานั้นไม่ทันรอบเรือ Public เลยต้องเหมาเรือส่วนตัวไปกันเองในราคา 4o0.000 กีบ หารกัน 5 คน ตกคนละ 80.000 กีบ หรือประมาณ 320 บาท/คน แพงมั้ย แพงสัสเมื่อเทียบกับเรือรวม แต่เมื่อนั่งเรือไป .. โอ้โหว ยอมก็ได้ เพราะพระอาทิตย์กำลังตกดินพอดี ฟ้าคือสวยมากก

 

ที่พักเมืองงอย

นั่งเรือมาถึงท่าเมืองงอย ตอนนั้นแม่มมืดแล้วล่ะ ถึงเวลาหาที่พักเอาดาบหน้าตามเคย ครั้งนี้คือได้ที่พักเกือบติดริมแม่น้ำอู ชื่อ Rainbow Guesthouse เป็นห้องพัดลมราคาโคตรถูกในราคาห้องละ 60.000 กีบ ห้องมันก็จะตามราคาหน่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดกับนอนไม่ได้น่าาา

คือไม่ได้ถ่ายรูปข้างในห้องมา ลืมว่ะ และที่นี่ไม่มีให้จองบน OTA ด้วยนะ นี่ลองหาดูแล้ว 5555

วิวเมื่อเราหันหน้าออกไปจากระเบียงห้องพัก งามมมม 💞

ร้านชิลแบบฮิปๆ ที่เมืองงอย

หนึ่งร้านที่เราอยากให้มาในเมืองงอย หากไม่มีอะไรนอกจากการไปเที่ยวถ้ำ หรือปีนเขา แนะนำให้มานั่งชิลเอาท์ตอนกลางคืนที่ ‘Gecko Bar’ ร้านที่ผมคิดว่าแม่งฮิปเกิน ไม่คิดว่าจะมาอยู่เมืองอย เมืองที่เรียบง่ายขนาดนี้น่ะ ในร้านเค้าก็จะเป็นบาร์กึ่งช็อปที่ขายพวกของภูมิปัญาพื้นบ้านของชาวเมืองงอย อีกทั้งยังมีงานอาร์ทขาย รวมถึงที่นี่ยังเป็นแกลอรีย่อมๆอีกด้วย

 

 

มาถึงผมก็เลือกที่นั่งโซนด้านนอก พร้อมสั่งของกินเล่นอย่างพวก Fish and Chips + เบียร์ดำลาว ชิลๆ ถือเป็นการผ่อนคลายที่ดีเลย ส่วนเวลาปิดร้านน่ะหรอ พี่คนขายเค้าบอกว่า ‘สุดแล้วแต่ลูกค้าเลย’ เอ้อออ เอาสิ ภาษาเค้าน่ารักชิบหาย 555555555

 

วันที่สาม: เดินเล่นเมืองงอย

ตื่นเช้ามา ผมกับเพื่อนก็คิดกันใหญ่ว่า เราจะนอนเมืองงอยอีกซักคืน หรือจะกลับหนองเขียวแล้วเข้าหลวงพระบางเลย ถ้าเราจะตัดสินใจกลับหนองเขียว เรือจากเมืองงอย-หนองเขียว จะมีรอบเดียวต่อวันเท่านั้น คือ เก้าโมงเช้า ด้วยความท่ีเมืองงอยเป็นเมืองเล็กๆ เดินแปปเดียวก็ทั่วหมู่บ้าน มีที่เที่ยวเป็นถ้ำซัก 2 แห่ง มีปีนเขาหนึ่งแห่งไปดูวิว นี่ตัดสินใจว่า กลับหนองเขียวแล้วเข้าหลวงพระบางเลยดีกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเหนื่อยจากการปีนผาแดงเมื่อวานไปแล้ว 5555

 

 

เมื่อเราเดินเมืองงอยในเวอร์ชั่นกลางวัน ความแตกต่างระหว่างหนองเขียวและเมืองงอยนั้นมีไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แค่หนองเขียวใหญ่และมีความเป็นปูนมากกว่าแค่นั้น ส่วนเมืองงอยก็จะเล็กๆ บ้านเรือนยังเป็นไม้อยู่ เดินไปเรื่อยๆจากที่พัก ก็จะเจอกับวัด ซึ่งก็น่าจะเป็นวัดเดียวของหมู่บ้านแห่งนี้

 

 

วัดที่นี่ก็เรียบง่ายเหมือนวัดทั่วไป มีเพียงแต่สะพานรูปพญานาคที่ทอดยาวลงไปยังแม่น้ำอู เราก็เดินเล่น เจอเณรเล่นเกม ทักทาย แล้วก็เดินกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวกลับหนองเขียวแค่นั้น 55555

 

 

เดินเล่นเสร็จ กลับที่พักพร้อมแพ็คกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลากลับหลวงพระบาง สิ่งแรกคือเราต้องนั่งเรือกลับไปที่หนองเขียวก่อน โดยแต่ละวันจะมีรอบเรือแค่วันละรอบตอน 9 โมงเช้า ซึ่งเรือก็ไม่ได้ใหญ่ ไม่สามารถจุคนได้เยอะมากขนาดน้าน เรือรอบเดียวแบกคนทีคือเต็มลำแจ้ แนะนำให้มาต่อคิวขึ้นเรือก่อนชาวบ้าน ไม่งั้นถ้าเรือเต็ม คือเราอด ตกรอบเรือแน่นวล

 

ถึงแม้ว่าเรือจะมีจอดที่เมืองงอยหลายลำ แต่ว่าในแต่ละวันจะมีรอบเรือจากเมืองงอย-หนองเขียว แค่วันละ 1 ลำเท่านั้น .. ตอนเรือออกคือคนเต็มเรือ ประมาณสองเท่าของรูปข้างล่าง งือ

เมื่อวานที่นั่งเรือมาเมืองงอย คือมืดแล้วก็จะไม่เห็นอะไรเลย นี่คือวิวเมืองงอยจากแม่น้ำอูเมื่อเรานั่งเรือออกจากหมู่บ้านตอนเช้า จ๋วยย

 

การเดินทางด้วยเรือจากเมืองงอย-หนองเขียว ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เหมือนเดิม โดยเค้าจะมาส่งที่ท่าเรือเมืองหนองเขียวใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำอู โดยเราสามารถนั่งรถสองแถวไปยังที่อื่นต่อ หรือจะกลับหลวงพระบางก็ได้เด้อ ส่วนพวกเรานั้น เนื่องจากขับรถกันมา ก็ขับรถกันกลับไปหลวงพระบางนั่นเอง 😎

 

และนี่คือการเที่ยวหนองเขียว-เมืองงอยที่เสร็จสิ้นเรียบร้อย เย่
สำหรับใครอยากอ่านรีวิวหลวงพระบาง อ่านได้ที่นี่เลย

kotzhul@gmail.com

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

2 COMMENTS
  • NITA October 4, 2017

    ขอบคุณสำหรับการรีวิวค่ะ กำลังจะไปเที่ยวลาวเดือนนี้พอดี ได้ข้อมูลเยอะเลย 🙂

  • น้ำว้า October 4, 2017

    ขอบคุณมากค่ะชอบจะหาเวลาไปบ้าง เคยไปงอยเมื่อ10ปีที่แล้ว ชอบๆ

POST A COMMENT