HashCorner

รีวิวเกาะกีลี ลอมบอก 3 วัน 2 คืน เกาะสวรรค์ย่อมๆไม่ไกลจากบาหลี อินโดนีเซีย

 

หากคิดถึงประเทศอินโดนีเซีย หลายคนอาจจะนึกถึงบาหลี .. ว๊า .. บาหลีอีกแล้วหรอ ครั้งนี้เราจะพาไปที่อื่นที่ไม่ใช่บาหลีบ้าง นั่นคือ ‘เกาะกิลี (Gili Islands)’ ซึ่งบอกเลยว่ามันอยู่ไม่ไกลจากบาหลีเลย ดังนั้นถ้าเรามาบาหลีแล้วอยากหลีกหนีความวุ่นวาย และอยากอยู่เกาะแบบส่วนตัวมาหน่อย แนะนำให้นั่งเรือมาต่อที่เกาะกิลีเลย หรือถ้าใครพึ่งปีนเขารินจานี (Mt. Rinjani) เสร็จแบบผม แนะนำให้มาที่นี่เพื่อพักร่างก่อนกลับ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง เพราะความงามของทะเลที่นี่นั้นไม่แพ้ที่อื่นเลย เหมาะสำหรับมาพักผ่อนชิลๆ แบบสโลวไลฟ์ก่อนกลับไทยอย่างยิ่ง 🙂

รู้จักกับเกาะกีลี (Gili Islands)

ไม่ว่าใครจะรู้จักเกาะลอมบอก (Lombok) หรือเกาะกิลี (Gili Islands) ชื่อสองเกาะนี้คือดังมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอินโดนีเซีย อาจจะเพราะมันอยู่ข้างบาหลีมั้ง ชื่อนี้มันเลยติดสอยห้อยตามบาหลีไปด้วย งั้นอธิบายกันอย่างนี้ เกาะลอมบอก (Lombok) นั้นเป็นเกาะใหญ่ที่อยู่ข้างขวาของบาหลี ส่วนเกาะกิลี (Gili Islands) นั้นเป็นสามเกาะเล็กๆชื่อว่า Gili Trawangan, Gili Air และ Gili Meno เป็นติ่งที่อยู่ด้านบนซ้ายของเกาะลอมบอก ดังนั้นเราสามารถมาสามเกาะกิลีได้สองทางคือ มาจากเกาะลอมบอก (ซึ่งใกล้กว่ามาก) กับมาทางบาหลีได้ งงไหม งงไหม

 

สามเกาะกีลีแตกต่างกันยังไง?

  1. Gili Trawangan (กีลีตราวางัน) : เรียกสั้นๆว่า Gili T. เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด เจริญสุด คนเยอะสุด ปาร์ตี้สุด (อยู่ฝั่งขวา) แต่ก็มีมุมสงบที่แบบพัฒนาแล้ว (ฝั่งซ้ายของเกาะ ซึ่งผมจะรีวิวเกาะนี้เนี่ยแหละ
  2. Gili Air (กีลีแอร์) : เกาะขวาที่อยู่ใกล้เกาะลอมบอกมากที่สุด ถือว่ามีความเจริญนิดนึง เป็นฟีลสงบๆ คนไม่เยอะ
  3. Gili Meno (กีลีเมโน) : เกาะที่เงียบสุด เหมาะกับคู่รักที่อยากสวีทหวานแหวว แบบโลกนี้มีแค่เราสองคน 5555

มาเกาะ Gili Islands ยังไง

หากจะมาเกาะกีลี ไม่ว่าจะเป็น Gili Trawangan, Gili Air หรือ Gili Meno นั้น ขอแยกเป็นสองทางหลักๆละกัน คือ มาจากลอมบอกและบาหลี

มาเกาะกีลีจากลอมบอก

ตัวผมนั้นคือมาจากเกาะลอมบอก พึ่งปีนลงเขารินจานีมาสดๆร้อนๆเลยแจ้ ดังนั้นผมก็จะให้พี่ไกด์ที่พาขึ้นเขารินจานีให้มาส่งเราที่ท่าเรือตรง Bangsal เลย ไม่ต้องเสียค่ารถ แต่ถ้าใครบินมาลงสนามบินลอมบอกละก็.. ให้นั่งแท็กซี่ตรงจากสนามบินลอมบอกมาลงที่ท่าเรือ Bangsal ถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนราคาค่าแท็กซี่นั้น อย่าให้เกิน 250,000 IDR (660 บาท) แต่ถ้าต่อราคาได้ถูกกว่านี้ถือว่าบรรลุแล้วแกรเอ้ยย ยิ่งมากันหลายคนก็ถูกลงตามจำนวนหัวแหละ

 

จากนั้นเมื่อเรามาถึงท่าเรือ Bangsal แล้ว ให้เราเดินตรงดิ่งไปยังอาคารออฟฟิศหลังคาสีฟ้า ถ้ามีใครมารุมทึ้ง ให้ตั้งหน้ามั่น อย่าไปสนใจแล้วเดินต่อไปจ้า เดินเข้าไปเราจะสามารถไปเกาะกีลีได้ในราคา 15,000 IDR เท่านั้น ราคานี้จะเป็นแบบเรือ Public Boat โดยเค้าจะออกก็ต่อเมื่อเรือเต็มเท่านั้น แปปๆก็ออก จากนั้นครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะแล้ววว

 

มาเกาะกีลีจากบาหลี

เนื่องด้วยตัวผมเองไม่ได้มาจากบาหลี ผมเลยขอแนบลิงค์การเดินทางจากบาหลีมาที่เกาะกิลีตามลิงค์แล้วกันครับ (ลิงค์ภาษาอังกฤษ: 5 ways to get to the Gili islands from Bali) คลิก 🙂

การเดินทางในเกาะกีลีตราวางัน (Gili Trawangan)

ต่อไปนี้ผมจะเริ่มรีวิวโดยรีวิว เกาะกิลีตราวางัน หรือ Gili Trawangan เป็นหลักนะครับ เพราะผมมาเกาะนี้เป็นหลัก มีแค่ฮ็อปไปเกาะอื่นแค่ตอนดำน้ำ snorkelling แค่นั้นเอง ซึ่งการเดินทางในเกาะกิลีที่นี่นั้นจะไม่มีการใช้เครื่องยนต์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ แต่เค้าจะเดินทางกันด้วยรถม้า จักรยาน หรือไม่ก็การเดินเท่านั้น ฮ่าๆ

 

เมื่อเรานั่งเรือถึงเกาะ Gili Trwawangan แล้ว เราจะอยู่ตรงส่วนขวาล่างของเกาะ ทีนี้เราต้องมาดูแล้วว่าโรงแรมของเรานั้นอยู่ส่วนไหนของเกาะ โรงแรมผมที่เข้าพักนั้นคือ Aston Sunset Beach Resort – Gili Trawangan อยู่ฝั่งซ้าย ห่างจากท่าเรือประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ต้องนั่งรถม้าไป สนนราคา 100,000-150,000 IDR (ประมาณ 263-395 บาท .. แพงสาด) ครั้งแรกที่ลงเกาะมาก็เลยเดินเอา ไม่เช่าจักรยานด้วย เพราะที่โรงแรมมีจักรยานให้ฟรี คือรถม้าแม่งแพงเกินอ่ะ ก็เลยยอมเดิน 🙁

 

เลือกโรงแรมโซนไหนในเกาะดี?

การเลือกโรงแรมในเกาะ Gili Tranwangan นั้นจะแบ่งออกเป็นสองโซนใหญ่ๆคือฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาของเกาะ ถ้าเราชอบความครึกครื้น คนเยอะ ให้เลือกฝั่งขวา แถมยังอยู่ใกล้กับท่าเรือด้วย แต่ถ้าใครต้องการความสงบ คนน้อย ต้องการพักผ่อนแบบจริงๆจังๆให้เลือกฝั่งซ้าย ฝั่งนี้เราสามารถดูพระอาทิตย์ตก และถ่ายรูปชิงช้าหรือเปลกลางน้ำได้ด้วย ซึ่งมีเฉพาะฝั่งนี้เท่านั้น

 

ส่วนราคาค่าที่พัก .. ฝั่งซ้ายแพงกว่าฝั่งขวาค่อนข้างเยอะ ซึ่งผมก็เลือกฝั่งซ้าย เพราะอยากพักผ่อน โดยผมเลือกพักที่ Aston Sunset Beach Resort – Gili Trawangan นั่นแล

แนะนำโรงแรมน่านอนฝั่งซ้ายของเกาะ Gili Trawangan คลิก

วันแรก : พักผ่อนที่โรงแรม

ลงเกาะมาวันแรกก็เย็นแล้ว เพราะผมพึ่งลงมาจากการปีนเขารินจานี ผมก็ตรงดิ่งเข้าโรงแรมเลย อย่างที่บอกว่ารถม้าแพงชิบหาย นี่เลยเดินกินลมชมบรรยากาศเรื่อยๆมายังโรงแรม Aston Sunset Beach Resort – Gili Trawangan เดินมาเกือบชั่วโมง ก็เจอโรงแรมที่ค่อนข้างดีเลย ตัดสินใจไม่ผิดที่จองโรงแรมนี้ เป็นโรงแรม 4 ดาว ติดริมหาด มีจักรยานให้เราใช้ฟรี ไม่ต้องไปเช่ารายวัน ฮี่ฮี่

 

 

ราคาที่ผมได้ตอนจอง Aston Sunset Beach Resort – Gili Trawangan อยู่ที่คืนละ 2,550 บาท หากใครสนใจ ยังไงลองดูเรทเปรียบเทียบและจองโรงแรมผ่าน OTA ทั้งสามเจ้าผ่านลิงค์ด้านล่างได้เลย
ดูเรทและจองใน Booking.com (คลิก)
ดูเรทและจองใน Expedia (คลิก)
ดูเรทและจองใน Agoda (คลิก) 

เดินเข้าไปคือล็อบบี้ใหญ่มาก ตอนเช็คอิน เราต้องมัดจำ 500,000 IDR ด้วย และจะได้คืนเมื่อเราเช็คเอาท์ เดินมาที่ห้องก็ไม่น่าผิดหวังนะ ห้องที่นี่ค่อนข้างใหญ่เลยแหละ ทีวีเคเบิ้ล ตู้เย็นครบ แอร์เย็น ห้องน้ำก็ใหญ่ มีทุกอย่างให้ครบไม่ว่าจะเป็นโลชั่น สบู่ ตามที่โรงแรมหลายดาวควรจะมี มีสระว่ายน้ำ และมีอาหารเช้าบุฟเฟต์ .. เมื่อตัวถึงห้อง ผมก็ล้มตัวนอนเปื่อย เพราะร่างพังจากการปีนเขา เอาเป็นว่า เราค่อยเริ่มสำรวจเกาะพรุ่งนี้แล้วกัน 555

 

วันที่ 2 : ขี่จักรยานรอบเกาะกีลีตราวางัน (Gili Trawangan)

วันนี้คงจะเป็นวันชิลที่สุด เพราะว่าเราจะไม่ทำไรเลยนอกจากขี่จักรยานรอบเกาะ หาของกิน หาทัวร์สนอคเกิ้ลสำหรับพรุ่งนี้ และกลับมายังโรงแรมเพื่อดูพระอาทิตย์ตก ง่ายๆแค่นี้เอ๊ง จะทำไรเยอะแยะ มาเกาะแบบนี้ ทะเลสวยๆแบบนี้ ก็ต้องชิลๆ สโลวๆเด้

หากโรงแรมที่แกรพัก ไม่มีจักรยานให้ฟรี ก็ต้องหาเช่าเองนะ บอกเลยว่าเดินเองไม่ไหวหรอก เกาะมันไม่ได้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เล็กแจ้ 555

รอบเกาะนั้นมันจะเป็นถนนไว้สำหรับเดินและปั่นจักรยานได้รอบเกาะเป็นวงกลมเลย ทีนี้ เมื่อเราปั่นไปรอบๆ เราก็จะได้เห็นความแตกต่างระหว่างฝั่งซ้ายที่เงียบสงบ และฝั่งขวาที่คนพลุกพล่าน ทะเลทั้งรอบเกาะเราสามารถเดินลงไปเล่นได้เลยเนาะ หากใครอยากสนอคกิ้ง ดำน้ำเองก็สามารถเอาเช่าเอาตามชายหาดได้ เค้าบอกว่า ออกจากฝั่งไปนิดเดียวก็สามารถเห็นโลกใต้น้ำแบบสวยงามได้เลย เพราะน้ำนั้นใสมากก

เริ่มที่หาดฝั่งซ้าย มันก็จะเงียบๆ ไม่ค่อยมีคน ทะเลสวยมว๊าก แต่ชายหาดจะมีพวกเศษปะการังเกยตื้นตรงหาด เดินลงมันก็จะเจ็บหน่อยๆ

ฝั่งนี้เค้ามีโรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟด้วยนะ ด้วยความที่คลื่นไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ จุดนี้เลยเป็นจุดสอนเซิร์ฟสำหรับผู้เริ่มต้น หรือคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อนได้เลย เค้าบอกตรงนี้ไม่มีฉลาม 555

หากคิดจะถ่ายรูปกับชายหาดและทะเล แนะนำมาถ่ายฝั่งซ้ายดีกว่า คนไม่ค่อยมี แฮ่ๆ ทริปนี้โชคดีได้แบรนด์ NIXON มาเสริมหล่อ กับเสื้อยืดผ้าฟอก + หมวก NIXON Classic Snapback และนาฬิกา NIXON Beacon

มาดูหาดฝั่งขวา มันก็วุ่นวายนิดๆ แต่ร้านค้าเยอะ หาดฝั่งนี้ลงไปเล่นน้ำได้เหมือนกันนะ แต่ว่าเรือก็เยอะหน่อย ดูไม่ค่อยสะดวกในการลงไปเล่นน้ำเท่าไหร่ ถ้าจะซื้อทัวร์ snorkelling 1 วัน ให้มาซื้อแถวนี้ได้เลย ราคาโคตรถูกคือ 100,000 IDR หรือประมาณ 263 บาทเท่านั้น ถูกกว่าเมืองไทยมากกกกก

นอกจากชายหาดแล้ว เกาะแห่งนี้ยังมีศูนย์เพาะพันธ์ุเต่าทะเลเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์อีกด้วย เค้าก็จะเลี้ยงเต่าเป็นบ่อๆเลย เมื่อเต่าโตเต็มที่แล้ว เค้าก็จะนำไปปล่อยทะเลนี่แล นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม การดำน้ำรอบเกาะกิลีถึงเห็นเต่าได้ง่ายดาย 90% (แต่เมื่อเราไปดำน้ำในวันถัดไป .. กลับไม่เจอเต่าว่ะแกร เสียใจ)

กลับมาดูพระอาทิตย์ตก PANTIP

หลังจากปั่นจักรยานชิลรอบเกาะ รวมถึงหาซื้อทัวร์สนอคกิ้งเรียบร้อยแล้ว ก็ปั่นกลับไปดูพระอาทิตย์ตกที่โรงแรมดีกว่า .. รู้แมะ ว่าการดูพระอาทิตย์ตกบนเกาะกิลี ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำเลยนะเฟร้ย อีกอย่างที่ต้องทำเลยคือ การถ่ายรูปกับเสาชิงช้าและเปล ที่จะมีปักอยู่เฉพาะตามริมหาดฝั่งซ้ายของเกาะเท่านั้น ซึ่งเสาชิงช้าพวกเนี้ยะ คือเป็นของโรงแรมทำขึ้นมา แต่ทุกคนสามารถไปต่อคิวถ่ายรูปได้ ไม่เสียตัง

ใครที่อยากลองฝึกขี่ม้า ก็บอกเขาได้ แต่เสียตังนะแจ๊ะ

ถ่ายรูปกับเสาชิงช้า ถือเป็น Signature ของการมาเยือนเกาะกิลี นาจาาาา 55555

 

ผมก็อยู่หน้าโรงแรมจนถึงพระอาทิตย์ตกดินนั่นแหละ ไม่ได้ไปไหนเลย จะบอกว่าแม่งโคตรชิลนะ มันเป็นอารมณ์แบบเรื่อยๆ เปื่อยๆ ที่ทำให้เราหายเหนื่อยน่ะ วันๆไม่ต้องทำอะไรมา ให้ปล่อยเวลาผ่านไปโดยที่ไม่ต้องทำไรมากมาย ฮ่า และแล้วคืนที่สองก็ผ่านพ้นไป 🙂

 

วันที่ 3 : ดำน้ำดูปะการัง + เต่า

อย่างที่บอกไปว่าวันก่อนหน้านี้ที่ปั่นจักรยานรอบเกาะ คือผมได้จองทัวร์ดำน้ำ snorkelling จาก Blue Star 2017 ไป ที่จองอันนี้เพราะเคาเตอร์จองเค้ามันดูใหญ่กว่าที่อื่น แล้วเค้าก็บอกมาเสร็จสรรพเลยว่า เจอกันสิบโมงนะยูว ทัวร์จะออก 10.30 ดำน้ำจนถึง 15.30 มีจุดดำน้ำ 2 จุดครึ่งเช้าที่ Gili Trawangan + Gili Meno จากนั้นพักกินข้าว และต่ออีก 1 จุดที่เกาะ Gili Air .. อีกอย่าง คือผมเช็คเอ้าท์โรงแรมวันนี้เลย และสามารถฝากกระเป๋ากับเค้าตอนเราไปดำน้ำได้ .. เราก็โอเค๊ ตามนั้นเลยยูววว 555

 

วันต่อมาก็มาตามนัด 10.00 ปรากฎว่า คนเต็มเลยแจ้ .. ทีนี้เราก็ต้องไปเช็คอินพร้อมยื่นตั๋วที่เราได้มาเมื่อวาน โดยราคา 100,000 IDR (253 บาท) นี้ จะรวมหน้ากากและตีนกบให้ แต่ไม่รวมเสื้อชูชีพนะจ๊ะ เพราะฝรั่งส่วนมากที่ไปดำน้ำนั้น เค้าไม่ใส่เสื้อชูชีพกันเลย ฮ่าๆ ถ้าเราอยากสวมชูชีพ คือต้องเช่าเอา ตกตัวละ 20,000 IDR (52.6 บาท) ซึ่งส่วนมากคนที่เช่าชูชีพ ก็มีแต่คนเอเชีย 5555

 

และนี่คืออุปกรณ์ของผม พกไปแค่นี้แหละ กระเป๋ากันน้ำ หมวกสแน็ป + เสื้อยืดผ้าฟอก NIXON ครีมกันแดดเอาแบบ SPF 50+ และที่สำคัญคือเราใส่นาฬิกา NIXON THE BEACON ไปด้วย เป็นนาฬิกาเซิร์ฟสายเหล็กที่สามารถใส่ดำน้ำได้ แถมมีเข็มวัดความแรงคลื่นด้วยนาจา เห็นสายเหล็กแบบนี้ ใส่ไปทำงานก็ดูคูล ดีงามมม

เอ้าา เริ่ม! ดำน้ำจุดที่ 1 แถวเกาะ Gili Trawangan เป็นจุดที่มีปะการังสวยสุดในทุกจุด ความคิดเห็นส่วนตัวผมคือ ถ้าเราเคยไปหมู่เกาะสิมิลัน หรือหมู่เกาะสุรินทร์ แถวพังงาแล้วล่ะก็ เราว่าเกาะกิลีสู้เมืองไทยไม่ได้ เมืองไทยสมบูรณ์กว่ามากก

ดำน้ำจุดที่ 2 แถวเกาะ Gili Meno เค้าบอกว่าแถบนี้คือจุดที่ Turtle Spot ที่เราสามารถมองเห็นเต่าว่ายไปมา .. แต่เมื่อเราไปดำน้ำดูแล้ว กลับไม่เจอเต่าโว้ยยยยยยยยยย ฮือออ (นี่เคยอ่านรีวิวมา เค้าบอกว่าเรามีโอกาสจะได้เจอเต่ารอบเกาะประมาณ 90% .. แต่นี่ไม่เจอ)

จากนั้นเค้าก็ปล่อยเรากินข้าวที่เกาะ Gili Air ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ก็ถือเป็นอะไรที่ชิลๆดี แต่ยังแอบเฟลเรื่องเต่า

จุดดำน้ำจุดที่ 3 แทบจะออกจากชายฝั่งเกาะ Gili Air ไปนิดเดียว น้ำตรงนี้จะไม่ค่อยลึกมากเท่าไหร่ เพราะแทบจะอยู่ติดชายหาดเลยแกร แถวนี้ปลาเยอะ 5555

นาฬิกา NIXON THE BEACON ดีไซน์แบบเรโทรสปอร์ต มาพร้อมระบบ Swiss Movement โดยมีจุดเด่นคือการตั้งเวลาแบบ Analog เพื่อคำนวณกระแสน้ำขึ้น-น้ำลง เจ๋งเฟร่อออออออ

 

จากจุดดำน้ำทั้งหมด 3 ที่ ก็เสร็จเข้าถึงฝั่งเกาะ Gili Trawangan ประมาณบ่ายสามโมงกว่า โดยรวมของการดำน้ำที่เกาะกิลีแบบ 1-day trip นั้น มันก็จะชิลๆ ไม่ได้แบบดำน้ำหนักหน่วง ทีนี้ถ้าแกรคิดว่าจะเจอเต่า อาจจะต้องเผื่อใจหน่อย เพราะถ้าเจอก็โชคดี แต่ถ้าไม่ก็จะเฟลเล็กๆเหมือนผม เพราะการดำน้ำที่เกาะกิลีมันคือการมาดูเต่าจริงๆ แงงง

 

หลังจากเสร็จจากการดำน้ำเรียบร้อย ก็เดินต่อมาท่าเรือเลย เนื่องจากพรุ่งนี้ผมบินกลับไทยจากเกาะลอมบอกช่วงสาย และไม่อยากฉุกละหุกต้องออกจากเกาะและไปสนามบินตอนเช้า ก็เลยออกจากเกาะวันนี้เลย แล้วไปนอนโรงแรมใกล้สนามบินแทน

การออกจากเกาะ Gili Trawangan ก็ไม่มีอะไรยาก แค่เราไปซื้อตั๋วกลับจาก Ticket Office แบบ Public Boat เหมือนเดิมในราคา 15,000 IDR จากนั้นรอเค้าประกาศขึ้นเรือ เราก็สามารถไปถึงเกาะลอมบอกได้ง่ายๆล้าววว // แต่ถ้าใครอยากไปเร็วๆหน่อย เค้าก็มี Fast Boat ให้บริการในราคา 80,000 IDR ด้วยแล อันนี้แล้วแต่เลย

ที่พักใกล้สนามบินลอมบอก PANTIP

สำหรับใครที่แพลนเหมือนผม และคิดว่าจะหาโรงแรมใกล้สนามบินนอน ผมแนะนำโรงแรมชื่อ D’MAX Hotel & Convention Lombok เพราะว่าอยู่ใกล้สนามบินแค่ 3 นาที ที่ดีสุดคือ เค้ามีบริการ Morning Call และมีรถไปส่งเราที่สนามบินฟรีด้วย อันนี้ดีสุดแล้ววววว ส่วนเรื่องอื่นที่ดีคือ โรงแรมนี้มีสระว่ายน้ำ + ฟิตเนสด้วย ค่อนข้างครบเลยแหละ .. แต่ก็นะ มานอนแค่คืนเดียวเพื่อไปขึ้นสนามบิน 5555

ราคาที่ผมได้ตอนจอง D’MAX Hotel & Convention Lombok อยู่ที่คืนละ 1,135 บาท หากใครสนใจ ยังไงลองดูเรทเปรียบเทียบและจองจากลิงค์ผ่าน OTA ด้านล่างได้เลย 🙂
D’MAX Hotel Lombok ใน Agoda (คลิก)

D’MAX Hotel Lombok ใน Booking (คลิก)
D’MAX Hotel Lombok ใน Expedia (คลิก)

 

 

หากใครอยากใส่ NIXON แบบนี้บ้าง
ลองไปเลือกและซื้อได้ที่ NIXON SHOP หรือ WATCHELSE ได้ตามห้างชั้นน้ำหรือเว็บด้านล่างนี้เล้ย
www.watchelseshop.com

และนี่คือทั้งหมดของรีวิวเกาะกิลี แหละ ฮ่า 🙂
ถ้าใครอยาดูรีวิวอื่นๆในอินโดนีเซีย คลิกกดลิงค์ด้านล่างได้เลย ฮู้ววว

Hashcorner โซเชียลลล

สำหรับใครที่ชอบ Hashcorner และอยากติดตามข่าวหรืออะไรก็ตามแต่ ติดตามได้ช่องทางนี้เล้ยย

Facebook Page : https://www.facebook.com/hashcorner/
Instagram : https://www.instagram.com/hashcorner/
Twitter : https://www.twitter.com/hashcorner/

ยังมีรีวิวทริปอินโดนีเซียอีกเยอะ คลิกอ่านเล้ย

 

review-yogyakarta-borobudur-prambanan-indonesia

bromo-kawah-ijen-indonesia

best-recommend-bali-hotel-resort-click

 

kotzhul@gmail.com

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT