เฉิงตู (Chengdu) ก๊อตเชื่อว่าภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือ น้องหมีแพนด้าตัวอ้วนกลมที่นั่งแทะไผ่แบบสโลว์ไลฟ์ หรือไม่ก็คงเป็นหม้อไฟหม่าล่า รสชาติเผ็ดจัดจ้านจนลิ้นชาใช่ป่ะ? ต้องบอกเลยว่าตอนแรกก๊อตก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอได้มาเที่ยวจริงๆ แล้ว กลับพบว่าเฉิงตูมีอะไรมากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก และกลายเป็นหนึ่งในเมืองจีนที่ก๊อตชอบที่สุดไปเลย เมืองนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศสบายๆ ผู้คนใช้ชีวิตกันแบบไม่เร่งรีบ มีทั้งย่านช้อปปิ้ง คาเฟ่ และโซนวัยรุ่นที่เดินเพลินได้ทั้งวัน รวมถึงยังมีที่เที่ยวธรรมชาติรอบเมืองที่อลังการและสามารถไปเช้าเย็นกลับได้แบบสบายๆ บอกเลยว่าก๊อตมาเฉิงตูแค่ครั้งเดียว แต่กลับหลงรักแบบขั้นสุด จนแอบอยากกลับมาเรียนภาษาจีนที่นี่เลยแหละ ว่าแต่เฉิงตูจะมีอะไรให้เที่ยวบ้าง มาตามรอยไปด้วยกันได้เลย
รวมรีวิวเที่ยวจีน รูทต่อเนื่อง เที่ยวได้ด้วยรถไฟความเร็วสูง (ถ้าไม่มีลิงค์ = ยังไม่ได้เขียน 😂)
- ฉางซา (Changsha)
- เฟิ่งหวง (Fenghuang)
- ฟู่หรง (Furong)
- จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)
- เทียนเหมินซาน (Tianmenshan)
- ฉงชิ่ง (Chongqing)
- เฉิงตู (Chengdu)
- ปี้เผิงโกว (Bipenggou)
- สี่ดรุณี (Siguniangshan)
รู้จักเฉิงตู (Chengdu)
เฉิงตู (Chengdu) เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน (Sichuan) เป็นเมืองที่ก๊อตกล้าพูดเลยว่าไม่ธรรมดา ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองของจีนที่แทบไม่เคยเปลี่ยนชื่อเลยตั้งแต่ก่อตั้ง ในอดีตที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาค ได้รับฉายาว่าเป็น “นครแห่งความอุดมสมบูรณ์” และยังเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้าสู่จีนฝั่งตะวันตกอีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เฉิงตูมีเสน่ห์จริงๆ คือความคอนทราสต์ระหว่างความเป็นเมืองใหญ่ระดับโลก กับไลฟ์สไตล์สโลว์ไลฟ์ที่ชัดมาก จนมีคำพูดติดตลกในหมู่คนจีนว่า “อย่าเผลอมาเฉิงตู เดี๋ยวจะไม่อยากกลับไปทำงาน” ซึ่งพอนี่ได้มาเองก็เข้าใจทันที เพราะผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตกันแบบเนิบๆ นั่งจิบชา เล่นไพ่นกกระจอก หรือกินหม้อไฟกันยาวๆ แบบไม่รีบไปไหนนั่นแหละ
4 เรื่องน่ารู้ของเฉิงตู (ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้) ✨
- ต้นกำเนิดแบงก์กระดาษฉบับแรกของโลก: รู้มั้ยว่าธนบัตรใบแรกของโลกไม่ได้เกิดที่ยุโรปนะ แต่เกิดที่เฉิงตูในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ เรียกว่า เจียวจื่อ (Jiaozi) เพราะคนสมัยนั้นขี้เกียจแบกเหรียญเหล็กหนักๆ เดินขึ้นเขา เค้าเลยปิ๊งไอเดียพิมพ์เงินกระดาษขึ้นมาใช้แทนซะเลย เป็นจุดเริ่มต้นของความรวยกระจายในยุคนั้น
- เมืองหลวง LGBTQ+ แห่งแดนมังกร: ใครเป็นเก้งต้องมา เพราะเฉิงตูได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงเก้ง และเปิดกว้างเรื่องเพศสภาพมากที่สุดในจีน ด้วยมายด์เซ็ตของคนที่นี่ที่เน้นความอิสระและไม่ค่อยตัดสินใคร ทำให้เราจะเห็นคู่รักเพศเดียวกันเดินจูงมือกันได้แบบปกติสุดๆ
- หนุ่มหล่อ และ พ่อบ้านใจกล้า: ถ้าถามว่าผู้ชายเฉิงตูหล่อมั้ย? นี่บอกเลยว่าโคตรจะเริ่ด เพราะหนุ่มเสฉวนขึ้นชื่อเรื่องผิวดี และแต่งตัวเก่ง แต่เห็นเท่ๆ แบบนี้ เค้ามีฉายาว่า Pao Er Deng หรือพวกกลัวเมียนะ ซึ่งจริงๆ คือการให้เกียรติผู้หญิงนี่แหละ เพราะสาวเสฉวนเค้าทั้งสวยและเก่งจนหนุ่มๆ ต้องยอมสยบให้
- วัฒนธรรมแคะหู: ถ้าเราเดินเที่ยวในเฉิงตู จะเห็นร้านแคะหูเต็มไปหมด เพราะนี่คืออาชีพดั้งเดิมที่คนเฉิงตูเลิฟสุดขีด เค้าว่ากันว่าการนั่งจิบชาไป แคะหูไปท่ามกลางเสียงนกร้อง มันคือความฟินระดับขึ้นสวรรค์ที่หาจากเมืองอื่นไม่ได้จริงๆ
ที่เที่ยวเฉิงตู (Chengdu)
- แพนด้ายักษ์ ไอเอฟเอส (Giant Panda, IFS Chengdu)
- ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li)
- วัดต้าฉือ (Daci Temple)
- ถนนชุนซีลู่ (Chunxi Road)
- ถนนโบราณควานไจ่ (Kuanzhai Alley)
- % Arabica สาขาควานไจ่ (%Arabica Kuanzhai Alley)
- Eastern Suburb Memory
- Old Speak Factory
- เฉิงตู SKP (Chengdu SKP) + Bamboo Fountain / Tower of Life
- หุบเขาแพนด้าตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Panda Valley)
เริ่มเที่ยวเฉิงตูกัน 💖
แพนด้ายักษ์ ไอเอฟเอส (Giant Panda, IFS Chengdu)
เริ่มต้นกันที่จุดเช็คอินที่ฮอตสุดในเฉิงตู กับเจ้าแพนด้ายักษ์ที่ห้าง IFS Chengdu น้องเป็นประติมากรรมหมีแพนด้าขนาดมหึมาสูงกว่า 15 เมตร หนักถึง 13 ตัน ที่กำลังทำท่าปีนตึกอยู่กลางย่านชุนซีลู่ ซึ่งเราสามารถมองเห็นก้นกลมๆ ของน้องที่ห้อยลงมาตั้งแต่ด้านล่างได้เลย แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูปกับหน้าน้องแบบชัดๆ ต้องเข้าไปในห้างแล้วกดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 7 โลด
พอลิฟต์เปิดปุ๊บ เดินออกไปที่ดาดฟ้าปั๊บ เราจะเจอกับหัวน้องแพนด้าที่โผล่พ้นขอบตึกขึ้นมาทักทาย บอกเลยว่าจังหวะที่เห็นครั้งแรกคือมันน่ารักแบบตะโกน ใครที่อยากถ่ายรูปคู่กับน้องแบบใกล้ๆ ช่วงที่ก๊อตไปต้องต่อแถวและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยเค้าจะมีรูปแบบพิเศษแนว AI ให้เลือกด้วย แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงินแบบก๊อต ก็สามารถถ่ายจากมุมด้านนอกได้เหมือนกัน ซึ่งบอกเลยว่ารูปที่ได้ก็น่ารักไม่แพ้กัน
ข้างๆ แพนด้ายักษ์ยังมีคาเฟ่ “5.59” ที่ขายเครื่องดื่มธีมแพนด้าน่ารักๆ อย่างก๊อตเองได้ลอง “Jasmine Iced Tofu Pudding” เป็นพุดดิ้งเต้าหู้ท็อปด้วยแพนด้าด้านบน ใครอยากซื้อมาเป็นพร็อพถ่ายรูปก็คือเหมาะเลย รสชาติก็โอเคด้วย



นอกจากตัวแพนด้าแล้ว บนดาดฟ้าชั้น 7 ยังเป็นลานกว้างที่มีงานศิลปะอื่นๆ ให้เดินดูเพลินๆ และยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นความคึกคักของย่านชุนซีลู่ได้อีกด้วย ใครที่อยากปักหมุดเช็คอินว่ามาถึงเฉิงตูแล้ว ที่นี่แหละคือนัมเบอร์วัน
ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li)
ถ้าจะให้ก๊อตเลือกย่านที่เดินแล้วรู้สึกว่าเฉิงตูโคตรมีสไตล์ ก๊อตขอยกตำแหน่งนี้ให้ ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li) เลยครับ ที่นี่คือคอมเพล็กซ์ยักษ์ใจกลางเมืองที่เอาสถาปัตยกรรมจีนโบราณมาเบลนด์เข้ากับความโมเดิร์นได้แบบจึ้งๆ เพราะแทนที่จะเป็นตึกปิดทึบ เค้าออกแบบเป็นอาคารคอมมูนิตี้ให้เราเดินลัดเลาะเชื่อมกันไปมาเหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านจีนโบราณที่หลุดมาจากหนังกำลังภายใน แต่ดันเต็มไปด้วยแฟลกชิปสโตร์แบรนด์ระดับโลกและคาเฟ่ที่เทสต์ดีแบบยอมใจ
สิ่งที่ก๊อตชอบมากคือความบาลานซ์ของดีไซน์ ด้านหนึ่งเราเห็นหลังคาทรงจีนและเสาไม้ดั้งเดิม แต่อีกด้านกลับเป็นชอปอย่าง Gucci หรือ Apple Store ที่ดีไซน์ออกมาได้เข้าพวกสุดๆ แถมตรงกลางย่านยังมี วัดต้าฉือ (Daci Temple) แทรกอยู่แบบเนียนๆ ทำให้ไท่กู่หลี่มีเลเยอร์ของความขลังและความล้ำอยู่ครบ

อีกสิ่งที่อยากให้ทุกคนแวะเข้าไปชมคือ Exhibition Space เล็กๆ ของ Louis Vuitton ที่ตั้งอยู่ใน The Hall by Louis Vuitton ซึ่งบอกเลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดา เพราะมันคือร้านอาหารแห่งแรกของ LV ในจีน และเป็นแห่งที่สามของโลก ตัวร้านตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ “Guanditang” บ้านโบราณสมัยราชวงศ์ชิงที่สวยงามมาก งานนิทรรศการที่ก๊อตไปเจอเค้าเล่าเรื่องราว “The Spirit of Travel” ผ่าน Installation ที่น่ารักสุดๆ คือการเอาหีบเดินทาง “Trunk” อันเป็นตำนานมาวางซ้อนกันเป็นโครงสร้างขนาดยักษ์ แล้วมีเจ้า Vivienne มาสคอตตัวจิ๋วๆ สีแดงสด หลายสิบตัวปีนป่ายขึ้นลงเหมือนกำลังช่วยกันเนรมิตงานชิ้นนี้อยู่ ท่ามกลาง Courtyard จีนโบราณ ได้ฟีลความคอนทราสต์ที่โคตรเท่และถ่ายรูปออกมาปังแบบตะโกนเลยแหละ




สรุปเลยว่า ไท่กู่หลี่ ไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้งทั่วไป แต่มันคือพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นเฉิงตูแบบฟู่ฟ่าในยุคใหม่ได้ชัดที่สุด ทั้งในแง่ดีไซน์ ไลฟ์สไตล์ และการให้เกียรติวัฒนธรรมดั้งเดิม ใครมาเฉิงตูแล้วไม่ได้มาเดินเช็คอินที่นี่ ก๊อตบอกเลยว่าพลาดของดีเข้าให้แล้ววว
วัดต้าฉือ (Daci Temple)
เดินอยู่ในความคึกคักของไท่กู่หลี่มาเรื่อยๆ อยู่ดีๆ บรรยากาศก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบอย่างเห็นได้ชัด เพราะตรงกลางของย่านนี้มี วัดต้าฉือ (Daci Temple) วัดนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่พึ่งทางใจธรรมดาๆ แต่เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,600 ปี และเคยเป็นที่จำพรรษาของ “พระถังซัมจั๋ง” ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียด้วยนะเออ ความเจ๋งคือวัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านช้อปปิ้งที่แพงที่สุดในเมือง แต่กลับรักษาความสงบและบรรยากาศดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่งเลยล่ะ

สำหรับการมาไหว้พระขอพรที่วัดต้าฉือ คนเฉิงตูส่วนใหญ่นิยมมาขอพรเรื่องความราบรื่นในชีวิตและการงาน เพราะเชื่อกันว่าบารมีของพระถังซัมจั๋งที่ท่านเพียรพยายามจนทำภารกิจระดับโลกสำเร็จ จะช่วยดลบันดาลให้คนที่มีเป้าหมายใหญ่ๆ ในชีวิตผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ นอกจากนี้ยังมีวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิมที่สายมูมักมาขอเรื่องสุขภาพและความแคล้วคลาดกันด้วย ซึ่งก๊อตบอกเลยว่าบรรยากาศความศรัทธาท่ามกลางกลิ่นธูปจางๆ มันทำให้ใจเราสงบลงอย่างประหลาดท่ามกลางความวุ่นวายของโลกแฟชั่นข้างนอกนั่นเลยล่ะ


ถนนคนเดินชุนซีลู่ (Chunxi Road)
ออกจากโซนเงียบสงบของวัดต้าฉือ เราจะขอเปลี่ยนโหมดกลับมาในโซนคึกคักกันต่อกับ ถนนชุนซีลู่ (Chunxi Road) ถนนย่านช้อปปิ้งหลักที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจและจุดกึ่งกลางของเฉิงตูมาอย่างยาวนาน ถ้าให้ก๊อตเทียบง่ายๆ ฟีลของที่นี่จะคล้ายสยามสแควร์บ้านเรา คือเป็นถนนคนเดินสายยาวที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น คาเฟ่ ไปจนถึงสตรีทฟู้ดที่มีให้แวะกินตลอดทาง ยิ่งช่วงเย็นที่ไฟเริ่มเปิด บรรยากาศจะยิ่งอัปเลเวลความสนุกขึ้นไปอีกขั้น



ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยคือตรง ลานกว้างใจกลางชุนซีลู่ จะมีจอ LED ขนาดยักษ์ที่ฉายภาพ 3D รูปน้องแพนด้าที่คอยดึงดูดสายตาคนถนนเดินถนนอย่างเรา บอกเลยว่าของจริงมันอลังการและโคตรจะน่ารักเลยแหละ โดยรวมแล้ว ย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นห้าง IFS, ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li) และ ถนนคนเดินชุนซีลู่ (Chunxi Road) จะอยู่ติดๆ กัน ทำให้เราวางรูทเดินเที่ยว หาของกิน ช้อปปิ้งต่อกันได้ตั้งแต่เช้าจดค่ำ ถือเป็นย่านนัมเบอร์วันของเฉิงตูที่ต้องมาปักหมุดจริงๆ


ถนนโบราณควานไจ่ (Kuanzhai Alley)
ถ้าถนนคนเดินชุนซีลู่ (Chunxi Road) คือภาพของเฉิงตูในมุมโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก พอเราเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ถนนโบราณควานไจ่ (Kuanzhai Alley) ฟีลจะเหมือนเราเดินข้ามเวลาเข้ามาอีกยุคหนึ่งทันที ที่นี่เป็นย่านเก่าแก่สมัยราชวงศ์ชิงที่ยังคงรักษาหน้าตาอาคารไม้แบบจีนดั้งเดิมเอาไว้ได้กริบมาก โดยคำว่า “ควานไจ่” จริงๆ มาจากการรวมกันของ 3 ตรอกหลักที่ขนานกัน คือ ตรอกกว้าง (Kuan Alley), ตรอกแคบ (Zhai Alley) และ ตรอกบ่อน้ำ (Jing Alley) ซึ่งแต่ละเส้นก็จะมีคาแรกเตอร์ต่างกันเล็กน้อย แต่รวมๆ แล้วคือการเดินเล่นที่เพลินจนลืมเวลาของจริง

บรรยากาศของที่นี่จะเต็มไปด้วยอาคารไม้เก่าแก่สองฝั่งทางที่ถูกเนรมิตใหม่ให้กลายเป็นร้านอาหารโลคอล ร้านขายของฝากดีไซน์เก๋ และคาเฟ่ที่ตกแต่งออกมาได้น่ารักแบบตะโกน สิ่งที่ก๊อตชอบมากคือแม้ที่นี่จะเป็นที่เที่ยวฮิตตัวท็อป แต่เค้ายังรักษามู้ดของความเป็นเฉิงตูแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้ดีมาก เดินไปเรื่อยๆ เราจะเจอเสน่ห์บ้านๆ อย่างร้านแคะหูโบราณ ที่ถือไม้เหล็กยาวๆ คอยให้บริการนักท่องเที่ยว หรือศิลปินเป่ารูปน้ำตาลที่หาดูได้ยากในเมืองใหญ่ เป็นมุมที่ทำให้เราเห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมแทรกตัวอยู่กับความฮิปได้อย่างลงตัว



อีกหนึ่งอย่างที่พลาดไม่ได้คือการแวะนั่งคาเฟ่หรือโรงน้ำชาซักร้าน เพราะควานไจ่คือย่านที่สะท้อนวัฒนธรรมการนั่งชิลของคนเฉิงตูได้ชัดที่สุด ไม่ว่าจะเลือกนั่งจิบชาร้อนๆ ในลานบ้านโบราณ หรือจะหลบความวุ่นวายเข้าไปสั่งลาเต้ในร้านคาเฟ่ดีไซน์เก๋ บอกเลยว่ามันคือความคอนทราส์ที่โคตรจะมีเสน่ห์ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ไฟตามอาคารเริ่มเปิด บรรยากาศจะยิ่งสวยและมีชีวิตชีวาขึ้นไปอีกขั้นเลย
ถ้าคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ เลี้ยงกาแฟก๊อตซักแก้วได้นะครับ 😆💙
จะได้มีแรงใจทำรีวิวออกมาให้ทุกคนได้อ่านเรื่อยๆ ครับ

% Arabica สาขาควานไจ่ (%Arabica Kuanzhai Alley)
ถ้ามาถึงถนนโบราณควานไจ่ (Kuanzhai Alley) ก๊อตอยากชวนทุกคนมาแวะจิบกาแฟที่ % Arabica สาขาควานไจ่ (% Arabica Kuanzhai Alley) เพราะสาขานี้ไม่ใช่แค่ % Arabica สาขาทั่วไป แต่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสาขาที่ออกแบบได้สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของเค้าเลยล่ะ
ความจึ้งของสาขานี้คือการที่เค้าเลือกเอาบ้านโบราณสไตล์เสฉวน (Siheyuan) ที่มีลานกลางบ้านมาเนรมิตใหม่โดยฝีมือการออกแบบของสตูดิโอระดับโลกอย่าง B.L.U.E. Architecture Studio ด้านหน้าอาคารยังคงความคลาสสิกของกำแพงสีเทาและหลังคากระเบื้องดินเผาแบบดั้งเดิมเอาไว้กริบมาก แต่พอเราก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปปุ๊บ บรรยากาศจะสลับโหมดเข้าสู่โลกมินิมอลสีขาวสะอาดตาที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ทันที เป็นการ บาลานซ์ระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ที่เห็นแล้วต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตั้งแต่วินาทีแรกเลย



Eastern Suburb Memory
ถ้าถนนชุนซีลู่ (Chunxi Road) หรือ ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li) คือภาพของเฉิงตูในมุมโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความคึกคักฟู่ฟ่า พอเราเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ Eastern Suburb Memory (东郊记忆) ฟีลจะเหมือนเราหลุดเข้ามาในโลกยุคเก่าที่โคตรจะเท่เลย เพราะที่นี่อดีตเคยเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงยุค 50s แต่ปัจจุบันถูกชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็น Creative District ขนาดใหญ่ที่ขอยกฉายาให้เป็น “789 Art District” ที่ปักกิ่งในเวอร์ชั่นเฉิงตูเลยแหละ


พอเดินเข้ามาจะรู้สึกได้ถึงไวบ์อินดัสเทรียล ด้วยโครงสร้างเหล็ก โกดังปูน และปล่องโรงงานขนาดใหญ่ที่ยังคงถูกเก็บเอาไว้เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ ทำให้ทั้งพื้นที่ดูดิบ เท่ และมีคาแรกเตอร์ชัดมาก โดยจุดถ่ายรูปมหาชนที่ทุกคนต่างมาต่อแถวถ่ายรูปคือกำแพงอักษรจีนยักษ์ที่เขียนคำว่าเฉิงตู “成都” ตัวโตๆ บนผนังอิฐแดงสีซีดๆ ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วดูรู้เลยว่าเรากำลังอยู่ที่เฉิงตูแบบตะโกนเล้ย



สำหรับด้านใน Eastern Suburb Memory นั้นจะมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของดีไซน์ รวมถึงนิทรรศการและพื้นที่จัดงานศิลปะหมุนเวียนกระจายอยู่ทั่ว ใครที่ชอบเดินชิลๆ ดูงานอาร์ตหรือหามุมถ่ายรูปที่ไม่ซ้ำใคร บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์มาก และด้วยความที่พื้นที่ค่อนข้างกว้าง เราสามารถใช้เวลาเดินเล่นได้เป็นชั่วโมงแบบไม่รู้ตัวเล้ย



Old Speak Factory
เดินเล่นใน Eastern Suburb Memory มาซักพัก ถ้าอยากหาที่นั่งพักขาแบบได้ฟีลอินดัสเทรียลเท่ๆ ก๊อตแนะนำให้ทุกคนมาที่ Old Speak Factory เลย ที่นี่คือคาเฟ่ที่รีโนเวทมาจากโรงงานเก่าแบบเต็มตัว และต้องบอกเลยว่าเป็นหนึ่งในร้านที่ไวบ์ดีที่สุดสำหรับก๊อตในย่านนี้ ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเราจะรู้สึกได้เลยว่าร้านนี้เค้าเลือกที่จะเก็บความดิบของโรงงานดั้งเดิมเอาไว้แบบครบถ้วน ทั้งผนังอิฐแดงที่สีหลุดลอกตามกาลเวลา โครงเหล็กขึ้นสนิม และเพดานสูงปรี๊ดที่โชว์คานเหล็กแบบเน้นๆ

สิ่งที่ก๊อตชอบมากคือมิติของแสงและเงาตอนที่ก๊อตไป ด้วยความที่ร้านมีหน้าต่างบานใหญ่ยักษ์สไตล์โรงงาน ทำให้แสงธรรมชาติสาดเข้ามาตามมุมต่างๆ ได้สวยมาก ยิ่งช่วงกลางวันแสงที่ตกกระทบลงบนเครื่องจักรเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางร้าน หรือเงาที่ทาดผ่านโซฟาหนังสีเข้ม มันทำให้ทุกมุมในร้านดูมีสตอรี่และถ่ายรูปขึ้นสุดๆ




Chengdu SKP + Bamboo Fountain
มาเที่ยวกันต่อที่ Chengdu SKP ห้างระดับ Ultra-luxury น้องใหม่ที่สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลกด้วยคอนเซปต์ห้างใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในจีน ที่เค้ากดตัวห้างทั้งหมดลงไปอยู่ใต้ดิน แล้วเนรมิตพื้นที่ด้านบนให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าขนาดใหญ่ แต่บอกตรงๆ ว่ารอบนี้ก๊อตไม่ได้ตั้งใจมาเดินช้อปแบรนด์เนม เพราะไฮไลท์จริงๆ มันอยู่ด้านนอกที่เป็น Bamboo Fountain หรือ Tower of Life นี่แหละ

สำหรับ Bamboo Fountain หรือที่หลายคนเรียกว่า Tower of Life คือแท่งแก้วขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายกันเหมือนลำไผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตอนกลางวันอาจจะดูเท่แบบมินิมอล ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ แต่พอมาช่วงค่ำเท่านั้นแหละ ทุกอย่างจะสลับโหมดเข้าสู่โลกอนาคตด้วยไฟหลากสีที่ค่อยๆ ฉายแสงไล่ระดับขึ้นตามแท่งแก้ว เหมือนพลังงานกำลังไหลเวียนขึ้นไปด้านบน พร้อมกับม่านน้ำที่ไหลรินลงมาตลอดทั้งแท่ง เห็นแล้วฟู่ฟ่าได้ฟีลโลกอนาคตแบบขั้นสุด ยิ่งแสงไฟสะท้อนกับพื้นน้ำด้านล่าง ยิ่งทำให้ทั้งพื้นที่ดูเหมือนฉากในหนังไซไฟแบบเต็มๆ เลยล่ะ



สิ่งที่ก๊อตชอบมากคือ แม้มันจะเป็นงานดีไซน์ที่ดูอวกาศขนาดนี้ แต่คอนเซปต์ของลำไผ่ก็ยังเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของเฉิงตูและความเป็นจีนได้แบบเนียนๆ เป็นการเอาความดั้งเดิมมาตีความใหม่ในแบบโมเดิร์นได้ดีสุดๆ จนตอนนี้กลายเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวของเฉิงตูที่ทุกคนต่างต้องมาถ่ายรูปกันเลยแหละ
หุบเขาแพนด้าตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Panda Valley)
ถ้าทั้งทริปเฉิงตูที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความคึกคักของเมือง คาเฟ่ และย่านช้อปปิ้ง เหลืออีกอย่างเดียวที่ขาดไม่ได้สำหรับการมาเที่ยวเฉิงตู ก็คือการมาดูน้องหมีแพนด้านี่แหละ สำหรับรอบนี้ก๊อตเลือกมาดูน้องแพนด้าที่ หุบเขาแพนด้าตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Panda Valley) ที่เราต้องเดินทางออกมานอกเมืองประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง บรรยากาศของที่นี่จะแตกต่างจากศูนย์แพนด้าในเมืองอย่างชัดเจนที่คนเยอะกว่าพอสมควร อีกทั้งยังให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่า เงียบสงบ และเดินสบายแบบไม่ต้องไปเบียดกับใครเลย

สำหรับการดูแพนด้าที่หุบเขาแพนด้าตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Panda Valley) จะเป็นทางเดินเลาะไปตามเนินเขา ผ่านโซนต่างๆ ที่จัดไว้ให้เราได้เห็นแพนด้าในสภาพแวดล้อมที่ดูเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ ได้ฟีลเหมือนเรามายี่ยมบ้านของน้องมากกว่าการไปดูในสวนสัตว์ เพราะแต่ละจุดมีพื้นที่กว้างและร่มรื่นด้วยต้นไม้เยอะมาก โดยช่วงที่ก๊อตไปนั้นคือช่วงเย็นก่อนเค้าปิดพอดี โชคดีมากที่เห็นน้องแพนด้าออกมาเดินเล่น กินไผ่ และนั่งชิลให้ดูแบบเต็มๆ หลากหลายตัว น้องดูชีวิตสบายจนอยากจะเกิดเป็นแพนด้าซะเอง 55555




นอกจากแพนด้าแล้ว อีกไฮไลท์ที่ก๊อตเลิฟที่สุดและห้ามพลาดเด็ดขาดคือโซนแพนด้าแดง (Red Panda) เพราะความพีคคือที่นี่เค้าปล่อยน้องแพนด้าแดงเดินไปมาแบบกึ่งอิสระเลยนะ เราจะเดินบนสะพานไม้ที่พาดผ่านป่าไผ่ แล้วจู่ๆ เราอาจจะโชคดีได้เห็นน้องตัวกลมๆ ขนฟูสีส้มก็จะเดินเตาะแตะข้ามสะพานตัดหน้าเราไปเฉย หรือบางทีก็นอนหลับปุ๋ยอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวเราแค่เอื้อม เป็นประสบการณ์ที่ใกล้ชิดจนใจฟูแบบสุดๆ



สำหรับก๊อตแล้ว หุบเขาแพนด้าตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Panda Valley) ไม่ใช่แค่ที่ดูแพนด้าเฉยๆ แต่มันคือพื้นที่ที่ทำให้เราได้พักจากความวุ่นวาย และได้สัมผัสเฉิงตูในอีกมุมที่สงบและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ถือเป็นการปิดท้ายทริปที่ทั้งน่ารักและสบายใจมากจริงๆ ใครที่มาเฉิงตูแล้วอยากได้ฟีลที่ต่างออกไป ก๊อตบอกเลยว่าการมาดูแพนด้าที่นี่คือดีที่สุดเลย
สรุปการเที่ยวเฉิงตู (Chengdu)
เฉิงตู (Chengdu) เป็นเมืองที่ก๊อตรู้สึกว่าเที่ยวแล้วสนุก + สบายใจมากที่สุดเมืองหนึ่งในจีนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความชิลของผู้คน ย่านคาเฟ่และไลฟ์สไตล์ที่เดินเพลินแบบไม่ต้องรีบ หรือแม้แต่ธรรมชาติรอบเมืองที่ไปได้ไม่ยาก ทุกอย่างมันบาลานซ์กันลงตัวแบบพอดีไปหมด
ทริปนี้ก๊อตได้เห็นเฉิงตูในหลายมุม ตั้งแต่ความคึกคักของย่านเมืองใหม่อย่าง ถนนชุนซีลู่ (Chunxi Road) และ ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li) ความคลาสสิกของวัดต้าฉือ (Daci Temple) และถนนโบราณควานไจ่ (Kuanzhai Alley) ไปจนถึงความอาร์ตของ Eastern Suburb Memory และปิดท้ายด้วยความน่ารักของแพนด้าในบรรยากาศธรรมชาติที่ หุบเขาแพนด้าตูเจียงเอี้ยน (Dujiangyan Panda Valley) ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เฉิงตูไม่ใช่แค่เมืองที่มาเที่ยวได้แต่เป็นเมืองที่น่ากลับมาอีกแบบไม่ต้องคิดเยอะ
ใครที่กำลังมองหาเมืองจีนที่เที่ยวง่าย เดินสนุก กินอร่อย และมีจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ก๊อตบอกเลยว่าเฉิงตูเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากๆ และอาจจะกลายเป็นเมืองที่เราหลงรักโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันก็ได้นะ
ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook และ KKday ปี 2025
⚡️ สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank, UOB และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡



















