ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) สำหรับใครที่เป็นสายสวนสนุกและแฟนดิสนีย์ตัวจริง มาปารีสทั้งทีอย่าพลาด Disneyland Paris เด็ดขาด เพราะที่นี่คือดิสนีย์แลนด์แห่งเดียวในยุโรป ที่รวมความแฟนตาซีแบบดิสนีย์เข้ากับกลิ่นอายเมืองปารีสได้อย่างลงตัว โดยด้านในปาร์ค เค้ามีถึงสองสวนสนุกให้เราเที่ยวกันได้แบบจุใจ อีกทั้งเครื่องเล่นที่นี่เองยังสนุกมากอีกด้วย เอาล่ะ รีวิวนี้ก๊อตเลยจะพาทุกคนไปเล่นเครื่องเล่นในปาร์คกันแบบจัดเต็ม ใครที่กำลังวางแพลนเที่ยว ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ตามกันมาได้เลย
สารบัญรีวิว ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
- รู้จัก ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
- เลือกไปไหนดีระหว่าง ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) หรือ วอล์ท ดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) ?
- ซื้อบัตรดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ที่ไหนดี?
- เที่ยวดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) พักที่ไหนดี?
- โรงแรมธีมดิสนีย์ใน Disneyland Paris Resort
- ข้อดีของการเข้าพักใน ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
- ทริคและการวางแผนเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) อย่างไรให้เที่ยวได้จัดเต็มได้มากที่สุด
- เดินทางไป ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ยังไง
- เครื่องเล่นห้ามพลาดของ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
- ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park)
- โซน Frontierland
- Phantom Manor
- Big Thunder Mountain Railroad
- โซน Fantasyland
- Mad Hatter’s Tea Cups
- Sleeping Beauty Castle
- โซน Adventureland
- Pirates of the Caribbean
รู้จัก ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ถือเป็นสวนสนุกดิสนีย์แห่งที่สองที่เปิดนอกอเมริกา ต่อจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)ในญี่ปุ่น ภายในประกอบด้วย 2 ปาร์คใหญ่ คือ ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 และ วอล์ท ดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) ที่สร้างขึ้นตามหลังมาในปี ค.ศ. 2002 โดย ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) เป็นสวนสนุกดิสนีย์แบบออริจินัลแห่งแรกในยุโรปที่สร้างตามแบบฉบับของดิสนีย์แลนด์ที่แคลิฟอร์เนียและฟลอริด้า โดยมาในธีมเกี่ยวกับเทพนิยายและตัวละครดิสนีย์ ซึ่งด้านในถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก ได้แก่ เมนสตรีท ยูเอสเอ (Main Street U.S.A.) ที่จำลองบรรยากาศเมืองอเมริกันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20, ฟรอนเทียร์แลนด์ (Frontierland) โซนที่มาในธีมตะวันตกและการผจญภัยในแดนเถื่อน, แอดเวนเจอร์แลนด์ (Adventureland) ดินแดนแห่งการผจญภัยสุดลึกลับ, แฟนตาซีแลนด์ (Fantasyland) ที่เราจะได้หลุดเข้าไปท่ามกลางโลกแห่งเทพนิยาย และโซนสุดท้ายคือ ดิสคัฟเวอรีแลนด์ (Discoveryland) ที่จะพาเราไปสำรวจอนาคตและวิทยาศาสตร์ผ่านเครื่องเล่นและบรรยากาศสุดเว่อร์วัง

สำหรับ วอล์ท ดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) ปาร์คฝั่งนี้จะเน้นเป็นธีมเกี่ยวกับภาพยนตร์ โทรทัศน์ และเบื้องหลังการสร้างสรรค์แอนิเมชันระดับตำนานของดิสนีย์ ภายในแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 โซน เริ่มจาก Front Lot โซนทางเข้าหลักของสวนสนุก ที่ถูกออกแบบมาในสไตล์สตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวูดยุคทอง, Worlds of Pixar โซนที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แอนิเมชันของดิสนีย์และพิกซาร์, Production Courtyard โซนที่เน้นการนำเสนอเบื้องหลังการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ และ Marvel Avengers Campus โซนใหม่ล่าสุดของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล
ที่น่าตื่นเต้นในปี 2026 ของ วอล์ท ดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) คือ จะมีการเปิดโซนใหม่ Frozen Kingdom (World of Frozen) ของเจ้าหญิงเอลซ่า ซึ่งปาร์คแห่งนี้จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Disney Adventure World เพื่อขยายคำจำกัดความว่าปาร์คแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ปาร์คสตูดิโอถ่ายหนัง แต่ควบรวมทุกอย่างในความเป็นดิสนีย์ยุคใหม่ที่น่าผจญภัยและสนุกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
เลือกไปไหนดีระหว่าง Disneyland Park หรือ Walt Disney Studios Park?
สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังเลือกไม่ถูกว่ามาเที่ยวที่ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) แล้วควรเข้าปาร์คไหนดี ก๊อตบอกเลยว่าทั้งสองปาร์คนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก เรามาดูรายละเอียดกันเลย
- Disneyland Park: ใครอยากสัมผัสบรรยากาศดิสนีย์แลนด์แบบปราสาทคลาสสิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเทพนิยาย ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) คือคำตอบ เพราะฝั่งนี้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสานเสน่ห์ของโลกดิสนีย์เข้ากับความโรแมนติกและศิลปะของฝรั่งเศส ตั้งแต่สถาปัตยกรรมสุดตระการตา การจัดสวนแฟนตาซี ไปจนถึงร้านอาหารที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในเทพนิยาย สำหรับใครที่เป็นสายเครื่องเล่น ปาร์คเค้ามีให้เลือกครบทุกแนว ตั้งแต่เครื่องเล่นเบาๆ สำหรับเด็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นหวาดเสียวอย่างรถไฟเหาะสุดมันส์ที่พร้อมจะมาเรียกเสียงกรี๊ดจากทุกคน
- Walt Disney Studios Park: สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศเบื้องหลังการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ การ์ตูน และแอนิเมชันชื่อดังจากดิสนีย์ พิกซาร์ และมาร์เวล ก๊อตแนะนำให้เข้ามาปาร์คนี้ เพราะเราจะได้หลุดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลังสุดอลัง พร้อมเครื่องเล่นที่แอดเวนเจอร์มากกว่าฝั่ง ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) ใครชอบการผจญภัยตื่นเต้นเร้าใจ ปาร์คฝั่งนี้ตอบโจทย์เลยล่ะ
🏰 ปราสาทดิสนีย์แลนด์
ปราสาทที่อยู่ในดิสนีย์แลนด์แต่ละแห่งทั่วโลกนั้น จะมีหน้าตาและแรงบันดาลใจแตกต่างกันไปตามเจ้าหญิงดิสนีย์แต่ละเรื่องเลยนะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะและความมหัศจรรย์เฉพาะตัวของแต่ละสวนสนุกทั่วโลก
- Disneyland Park, แคลิฟอร์เนีย (1955) – ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty Castle)
ปราสาทดิสนีย์แห่งแรกและเป็นต้นแบบของทุกๆ แห่ง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปราสาท Neuschwanstein ในประเทศเยอรมนี แม้จะมีขนาดกะทัดรัดที่สุด แต่ก็เต็มไปด้วยมนต์ขลังและความคลาสสิกที่ใครๆ ก็หลงรัก - Magic Kingdom, ฟลอริด้า (1971) – ปราสาทซินเดอเรลล่า (Cinderella Castle)
ปราสาทดิสนีย์ที่สูงตระหง่านและดูยิ่งใหญ่กว่าที่แคลิฟอร์เนีย ด้วยโครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมปราสาทฝรั่งเศสหลายแห่ง และที่พิเศษสุดๆ คือมีห้องสวีท Cinderella Castle Suite อยู่ด้านในด้วย - Tokyo Disneyland (1983) – ปราสาทซินเดอเรลล่า (Cinderella Castle)
เป็นปราสาทซินเดอเรลล่าเหมือนที่ฟลอริด้า ดีไซน์ภายนอกมีความเรียบและสง่างามแบบญี่ปุ่น ด้านในมีห้องโถง “Cinderella’s Fairy Tale Hall” ให้เราได้เดินเข้าไปชมเรื่องราวราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเทพนิยาย - Disneyland Paris (1992) – ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา (Le Château de la Belle au Bois Dormant)
ปราสาทสีดิสนีย์สีชมพูที่ได้รับการยอมรับว่ามีรายละเอียดสวยงามและดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายมากที่สุด ด้วยแรงบันดาลใจจากปราสาท Mont Saint-Michel และภาพประกอบในหนังสือยุคกลาง และที่สำคัญ ชั้นใต้ดินของปราสาทมีมังกรยักษ์ (Maleficent) ถูกล่ามโซ่และส่งเสียงคำรามอยู่ด้วย - Hong Kong Disneyland (2020) – ปราสาทแห่งความฝันมหัศจรรย์ (Castle of Magical Dreams)
ปราสาทดิสนีย์ที่เปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่จากปราสาทเจ้าหญิงนิทราหลังเดิม โดยหอคอยแต่ละยอดถูกออกแบบตามเอกลักษณ์ของเจ้าหญิงและราชินีดิสนีย์ถึง 13 องค์ ที่ถูกรวมไว้ในปราสาทเดียว เป็นการแทนความหลากหลายของความฝันทุกแบบ - Shanghai Disneyland (2016) – ปราสาทหนังสือนิทานที่ต้องมนต์ (Enchanted Storybook Castle)
ปราสาทดิสนีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุด ความพิเศษคือปราสาทหลังนี้ไม่ได้เป็นของเจ้าหญิงองค์ใดองค์หนึ่ง แต่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเจ้าหญิงดิสนีย์ทุกองค์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่มีเครื่องเล่นแบบล่องเรือ (Voyage to the Crystal Grotto) ไหลผ่านอยู่ข้างใต้ด้วย
ซื้อบัตรดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ที่ไหนดี?
ซื้อผ่าน OTAs อย่าง Klook หรือ KKday (⭐️ แนะนำ): วิธีที่ก๊อตว่าสะดวกสบาย ซื้อง่าย และราคาดี คือการซื้อบัตรผ่าน Klook หรือ KKday โดยจะเปิดขายบัตรล่วงหน้า 2 เดือน โดยทั้งสองเว็บมีภาษาไทยและมีโค้ดส่วนลดเพิ่มเติมตามโปรโมชั่น สำหรับตั๋วที่เราจะได้ จะเป็นแบบ QR Code ที่เราสามารถไปสแกนที่หน้าประตูแล้วเข้าสวนสนุกได้เลย บอกเลยว่าโคตรสะดวก ใครกำลังจะซื้อบัตร สามารถดูประเภทบัตรแต่ละอย่างได้เลยตามลิงค์ด้างล่าง
เที่ยวดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) กี่วันดี?
ถ้าถามก๊อตว่า ควรเผื่อเวลาเที่ยวใน ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) กี่วัน ถ้าใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ดิสนีย์ตัวยง แนะนำเลยว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน โดยให้เวลา 1 วันเต็ม ต่อ 1 ปาร์ค แต่ถ้าใครที่มีเวลาแค่วันเดียวและอยากเก็บไฮไลท์หมดของปาร์คนั้นๆ อาจจะเลือกเที่ยวหนึ่งปาร์คแบบเต็มวันไปเลยก็ได้
ส่วนใครที่มีเวลาน้อย แต่ก็ยังอยากเก็บสองปาร์คอยู่ (แบบก๊อตที่เขียนในรีวิวนี้) ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่จากประสบการณ์ก๊อตเองแล้ว ที่มาตั้งแต่ปาร์คเปิดและอยู่จนถึงปาร์คปิดนั้น ก็ยังเก็บเครื่องเล่นครบทั้งสองปาร์คไม่ได้หมดแน่นอน เพราะจากที่ก๊อตลองตะลุยเล่นมาแล้ว วันเดียวเก็บได้แค่เครื่องเล่นไฮไลท์ของฝั่ง Disneyland Park ส่วนฝั่ง Walt Disney Studios Park ยังมีหลายเครื่องเล่นที่ก๊อตพลาดไปอีกเพียบ ดังนั้น ก่อนซื้อบัตรหรือวางแผนเที่ยว แนะนำให้คิดดีๆ ว่าจะเน้นปาร์คไหน หรืออยากเก็บครบสองฝั่งจริงๆ ควรเผื่อไว้อย่างน้อยสองวันจะดีที่สุด
เที่ยวดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) พักที่ไหนดี?
สำหรับคนที่อยากมาเที่ยว ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ให้ครบเครื่องมากที่สุดนั้น แนะนำเลยว่าต้องพักโรงแรมและรีสอร์ทดิสนีย์ที่มีให้เลือกมากถึง 6 แห่ง ในเครือ Disneyland Paris Resort Area รอบทะเลสาบดิสนีย์ โดยแต่ละแห่งนั้นตกแต่งไปตามธีม ซึ่งมีตั้งแต่ซุปเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิงดิสนีย์ จนถึงแอนิเมชั่นหลากหลายเรื่อง และยิ่งไปกว่านั้น แขกโรงแรมจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าคนทั่วไปเยอะมากๆ อีกด้วย เรียกได้ว่า คุ้มเกินคุ้มสำหรับแฟนดิสนีย์เลย
6 โรงแรมธีมดิสนีย์ใน Disneyland Paris Resort
สายหรูลักชู
- Disneyland Hotel (เริ่มต้น 35,000+ บาท/คืน)
โรงแรมหรูหราระดับตำนานที่แพงที่สุดและดีที่สุดของ Disneyland Paris เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสดิสนีย์ตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยดีไซน์ปราสาทราชวังยุโรปสุดคลาสสิก และทำเลติดประตูหน้าทางเข้า Disneyland Park แบบที่ว่าตื่นขึ้นมาแล้วเดินข้ามถนนมานิดเดียวก็ถึงโลกแห่งเวทมนตร์- จอง + เปรียบเทียบราคา Agoda / Booking.com / Expedia / Trip / Klook
สายพรีเมียม:
- Disney Hotel New York – The Art of Marvel (เริ่มต้น 20,000+ บาท/คืน)
ใครเป็นสายซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ก็ต้องมาพักที่นี่กับโรงแรมธีมมาร์เวลแห่งแรกของโลกที่ยกโลกซูเปอร์ฮีโร่มาไว้ในแกลเลอรีสุดเท่ ไล่ตั้งแต่ล็อบบี้จนถึงห้องพัก อีกทั้งยังเดินทางไปปาร์คได้ภายในเวลา 10 นาทีอีกด้วย- จอง + เปรียบเทียบราคา Agoda / Booking.com / Expedia / Trip / Klook
- Disney Newport Bay Club (เริ่มต้น 15,000+ บาท/คืน)
ใครชอบบรรยากาศชิลๆ ของโรงแรมติดริมทะเลสาป ต้องพักที่นี่เลย เพราะเค้าเป็นโรงแรมที่มาในตัวอาคารสไตล์นิวอิงแลนด์ ให้ฟีลเหมือนบ้านพักริมชายฝั่งของอเมริกา ท่ามกลางวิวทะเลสาบสวยๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวแบบครบครัน- จอง + เปรียบเทียบราคา Agoda / Booking.com / Expedia / Trip / Klook
สายประหยัด และยังได้สิทธิพิเศษครบ:
- Disney Sequoia Lodge (เริ่มต้น 9,000+ บาท/คืน)
โรงแรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านพักในอุทยานแห่งชาติของอเมริกา ให้เราได้สัมผัสกับกลิ่นไอของการผจญภัยในป่าสน เหมือนได้เข้าพักในกระท่อมกลางป่า บรรยากาศอบอุ่นด้วยเตาผิงขนาดใหญ่และธรรมชาติโดยรอบ- จอง + เปรียบเทียบราคา Agoda / Booking.com / Expedia / Trip / Klook
- Disney Hotel Cheyenne (เริ่มต้น 9,000+ บาท/คืน)
สวมวิญญาณเป็นนายอำเภอวู้ดดี้และเจสซี่ในเมืองคาวบอย ทุกอาคารถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองคึกคักในหนังคาวบอย ทั้งบ้านไม้ ถนนลูกรัง ร้านขายเครื่องดื่มมาให้เราได้ดื่มด่ำกันแบบสมจริงเลย- จอง + เปรียบเทียบราคา Agoda / Booking.com / Expedia / Trip / Klook
- Disney Hotel Santa Fe (เริ่มต้น 8,500+ บาท/คืน)
โรงแรมที่ราคาย่อมเยาที่สุด แต่ยังคงได้รับสิทธิพิเศษครบถ้วน ตกแต่งด้วยธีมเส้นทาง Route 66 และบรรยากาศทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา พร้อมสีสันสดใสจากโลกของของการ์ตูนเรื่อง Cars- จอง + เปรียบเทียบราคา Agoda / Booking.com / Expedia / Trip / Klook
ข้อดีและสิทธิพิเศษของการเข้าพักในดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
- Magic Pass: บัตรแบบ all-in-one ทั้งเป็นกุญแจห้องพัก บัตรเข้าสวนสนุก ใช้จ่ายแทนเงินสด และบัตรยืนยันตัว Extra Magic Time
- Extra Magic Time: แขกของโรงแรมจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าสวนสนุกก่อนเวลาเปิดทำการปกติถึง 1 ชั่วโมงเต็ม สามารถถ่ายรูปกับปราสาทดิสนีย์แบบโล่งๆ หรือไปเล่นเครื่องเล่นฮิตได้แบบไม่ต้องรอคิว
- Meet Disney Characters: แต่ละโรงแรมจะมีช่วงเวลาให้เจอตัวละคร เช่น Mickey หรือ Goofy โดยไม่ต้องต่อคิวในปาร์ค
- Shuttle Bus ฟรีตลอดวัน: รถบัสวิ่งวนระหว่างโรงแรม Disney Village และ สองสวนสนุก ทุก 10–15 นาที
- Shopping Delivery: ซื้อของในสวนสนุกแล้วให้ส่งกลับโรงแรมได้ฟรี ไม่ต้องถือเดินทั้งวัน
ทริคและการวางแผนเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
- ซื้อตั๋วล่วงหน้าเท่านั้น (อย่า Walk-in)
การซื้อตั๋วหน้างานมีความเสี่ยงสูงมากที่ตั๋วจะเต็ม (โดยเฉพาะวันหยุด) และถึงแม้มีตั๋ว เราก็ต้องเสียเวลาต่อคิวนานมาก การซื้อออนไลน์ล่วงหน้าช่วยเลยทำให้เราเดินเข้าไปสแกน QR Code ที่ประตูได้เลย ประหยัดเวลาไปได้อย่างน้อย 30-60 นาทีเลยทีเดียว - พักโรงแรมดิสนีย์เพื่อความฟินสูงสุด
สิทธิพิเศษ Extra Magic Time หรือการที่เราได้เข้าปาร์คก่อนคนอื่น 1 ชั่วโมง คือตัวสิ่งล้ำค่าที่แท้ทรู เพราะนอกจากเราจะได้เล่นเครื่องเล่นยอดฮิตแบบไม่ต้องต่อคิว รวมถึงได้ถ่ายรูปกับปราสาทแบบโล่งๆ แล้ว เรายังได้ความสะดวกสบายในการเดินกลับไปพักที่ห้องหากเราเหนื่อย แล้วค่อยกลับไปสวนสนุก หรือออกมาดูพลุตอนกลางคืนก็ได้ - โหลดแอป Disneyland Paris
- สามารถเช็คคิวแบบ Real-Time บอกเวลารอคิวของทุกเครื่องเล่น ทำให้เราวางแผนได้ว่าจะเดินไปเล่นอะไรต่อดี
- บอกตารางโชว์และพาเหรด รวมถึงตัวละครที่จะออกมา Meet & Greet
- แผนที่สวนสนุก พร้อมบอกตำแหน่งปัจจุบันของเราและนำทางไปยังเครื่องเล่นหรือร้านอาหารที่ต้องการได้อีก
- สามารถจองร้านอาหารดังๆ สามารถจองล่วงหน้าผ่านแอปได้เลย
- สามารถซื้อ Disney Premier Access เพื่อลัดคิวเครื่องได้โดยตรงจากในแอป
- มาก่อนเวลาสวนสนุกเปิด = ชัยชนะ
บอกเลยว่าช่วงเช้าตรู่คือนาทีทองของการเที่ยวสวนสนุก แม้เราจะไม่ได้พักโรงแรมดิสนีย์ การไปถึงหน้าประตูก่อนเวลาเปิดอย่างน้อย 30 นาที จะทำให้เราเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้เข้าไป และสามารถพุ่งตัวไปเล่นเครื่องเล่นที่คิวยาวที่สุดได้ 1-2 อย่างก่อนที่คนจะเยอะและคิวล้นยาวเป็นชั่วโมง - Disney Premier Access บัตรเบ่งสำหรับลัดคิว
หากใครต้องการลัดคิวเครื่องเล่นฮิตที่มีคิวยาว เราสามารถซื้อ Disney Premier Access ได้ผ่านแอป โดยเค้าจะมี 2 แบบคือ Premier Access One สำหรับจ่ายรายเครื่อง (เฉลี่ย €5–€18 ต่อเครื่องเล่น) และ Premier Access Ultimate สำหรับจ่ายรวมแบบเหมา (ประมาณ €90–€160 ต่อวัน) เข้าได้ทุกเครื่องเล่นหลักโดยไม่ต้องต่อคิว ก๊อตแนะนำว่าไม่ต้องซื้อล่วงหน้า ให้ไปดูหน้างานเอาและซื้อผ่านแอปได้แบบเรียลไทม์เลย - ใช้ช่องทาง Single Rider เพื่อลัดคิวได้
เครื่องเล่นบางอย่าง (เช่น Avengers Assemble: Flight Force หรือ Crush’s Coaster) จะมีช่อง “Single Rider Lane” สำหรับคนที่มาคนเดียวหรือกลุ่มที่ยอมแยกกันนั่งได้ โดยช่องนี้คิวจะเคลื่อนตัวเร็วกว่าปกติมาก ถ้าไม่ซีเรียสว่าต้องนั่งข้างเพื่อน บอกเลยว่าประหยัดเวลาไปได้เยอะสุดๆ - ดิสนีย์มีธีมตามเทศกาล
Disneyland Paris จะมีธีมตามฤดูกาล เช่น Disney Halloween Festival (ช่วงเดือนตุลาคม), Disney Enchanted Christmas (ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม) และ Frozen Celebration (ฤดูหนาว) โดยธีมเหล่านี้ส่งผลกับตกแต่งปาร์ค พาเหรด ชุดตัวละคร และแม้แต่เมนูอาหารในร้านด้วย ถ้าใครอยากได้ภาพหรือบรรยากาศพิเศษ สามารถแพลนไปให้ตรงกับธีมที่ชอบได้เลย - อย่าลืมพกของจำเป็น เช่น Powerbank ร่มหรือเสื้อกันฝน ขนมกรุบกริบ และใส่รองเท้าสบายๆ ที่เดินได้ทั้งวัน
เดินทางไป ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ยังไง
- 🚃 รถไฟ RER A: จากสถานี “Nation / Châtelet Les Halles / Gare de Lyon” ไปสถานี “Marne-la-Vallée Chessy” ใช้เวลาประมาณ 35-45 นาที โดยสถานี Marne-la-Vallée Chessy อยู่ติดกับประตูสวนสนุก เดินออกมาก็เจอเลย
- 🚌 รถชัตเติลบัส: หากใครอยากนั่งรถต่อเดียวถึงสวนสนุก ปาร์คเค้ามีขายแพ็คตั๋วสนุกพร้อมรถรับส่งอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย
เครื่องเล่นห้ามพลาดของ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
สำหรับเครื่องเล่นห้ามพลาดใน ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) นั้น อันนี้มันแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ถ้าให้ก๊อตเลือกตามที่ก๊อตชอบล่ะก็ นี่จะขอแยกออกเป็น 3 ประเภท โดยทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อันนี้ที่เริ่ดมากนั้นจะมีดาว 3 ดวงต่อท้ายชื่อไว้ด้วย หากใครที่ไม่รู้จะเริ่มเล่นเครื่องไหน อย่างไร ลองเลือกดูๆ ตามสายตัวเองได้เล้ย
| เหตุผลที่ห้ามพลาด | เครื่องเล่นห้ามพลาดในดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) |
| สายรถไฟเหาะ สนุก-หวาดเสียว | – Star Wars: Hyperspace Mountain – Avengers Assemble: Flight Force – Indiana Jones™ and the Temple of Peril |
| เครื่องเล่นตื่นตาตื่นใจ เน้นประสบการณ์ | – The Twilight Zone Tower of Terror™ – Phantom Manor |
| มีที่เดียวในโลก เฉพาะที่ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) | – Ratatouille: The Adventure – Phantom Manor |
⚡️ บอกก่อนว่ารีวิวนี้ เราจะไล่เขียนเป็นโซนๆ ในแต่ละปาร์คไปนะ แต่หน้างานจริงตอนที่เราอยู่ในสวนสนุกนั้น ไม่จำเป็นต้องไล่เก็บแต่ละโซนขนาดนั้น อันไหนที่เป็นเครื่องเล่นฮิตและเป็นเครื่องเล่นที่เราอยากเล่น หากเห็นเวลาต่อคิวในแอปดิสนีย์มันลงต่ำมาก นี่แนะนำให้ไปรีบต่อเครื่องเล่นนั้นไปเลย ทั้งนี้ ในการรีวิวเครื่องเล่นแต่ละอันของก๊อต เราจะปูเนื้อเรื่องไว้ให้ เพราะถ้าเรารู้เนื้อเรื่องหรือซีรีส์ที่เค้าดัดแปลงมาทำเครื่องเล่นแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าเราจะเล่นได้สนุกขึ้นเยอะมาก!
มาเริ่มเที่ยวดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) กันเล้ย
โซน Frontierland
เรามาเริ่มเที่ยวกันที่สวนสนุกแรกที่ ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) กันได้เลย ทันทีที่เดินพ้นจาก Main Street U.S.A. ก๊อตก็เลี้ยวซ้ายพุ่งตรงเข้าสู่โซน Frontierland ก่อนเป็นที่แรก บอกเลยว่านี่ไม่ใช่ดินแดนคาวบอยธรรมดาๆ เพราะ Frontierland ของปารีสมีพล็อตเรื่องสุดเข้มข้นที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งอื่นในโลก
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น ณ เมืองสมมติในยุคตื่นทองที่ชื่อว่าธันเดอร์เมซา (Thunder Mesa) ซึ่งมีตำนานเล่าขานถึงภูเขา Big Thunder Mountain ว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองโดยวิหคสายฟ้า (Thunderbird) โดยชาวพื้นเมืองต่างเตือนกันและกันว่าห้ามผู้ใดรบกวนขุมทรัพย์ของภูเขา มิฉะนั้นหายนะครั้งใหญ่จะมาเยือน
แต่แล้วในช่วงยุค 1850 ชายผู้ทะเยอทะยานชื่อ เฮนรี่ เรเวนส์วูด (Henry Ravenswood) ได้ค้นพบสายแร่ทองคำมหาศาลในภูเขาลูกนั้น และยังก่อตั้งบริษัท Big Thunder Mining Company เพื่อขึ้นมาขุดทองโดยไม่สนใจคำเตือนจากชาวพื้นเมืองจนร่ำรวยมหาศาล และนำเงินไปสร้างคฤหาสน์สไตล์วิกตอเรียนสุดหรูบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นภูเขา Big Thunder Mountain ได้เต็มตาและน่าภาคภูมิใจ ทว่า คำสาปของคนพื้นเมืองก็เหมือนเป็นจริง เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมืองทั้งเมืองพังพินาศ ผู้คนล้มตาย เหมืองทองที่เคยรุ่งเรืองก็ต้องปิดตัวลง กลายเป็นเมืองร้างที่ถูกทิ้งไว้กับเสียงลมและเรื่องราวสุดหลอน ซึ่งตำนานอันน่าสะพรึงของเมืองร้างแห่งนี้เอง ได้กลายมาเป็นธีมหลักของสองเครื่องเล่นไฮไลท์ที่ห้ามพลาด นั่นคือรถไฟเหาะเหมืองร้าง Big Thunder Mountain และคฤหาสน์ผีสิงของตระกูลเรเวนส์วูดใน Phantom Manor นั่นเองง

Phantom Manor – คฤหาสน์ผีสิง ตำนานแห่งดิสนีย์แลนด์ ปารีส
นี่คือหนึ่งในเครื่องเล่น Dark Ride สุดคลาสสิกที่อยู่คู่ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) มาตั้งแต่ปี 1992 สมัยยังใช้ชื่อว่า Euro Disneyland และถึงแม้อายุจะกว่า 30 ปีแล้ว แต่หลังการรีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2019 ทั้งแสง สี เสียง และเอฟเฟกต์ต่างๆ ก็ถูกอัปเกรดใหม่หมด จนกลับมาเป็นเครื่องเล่นขวัญใจแฟนดิสนีย์อีกครั้ง
Phantom Manor เป็นเครื่องเล่นที่ต่อยอดจากตำนานเมืองสมมุติ Thunder Mesa ที่เล่าเรื่องของ Henry Ravenswood เจ้าของเหมืองทองผู้มั่งคั่ง และลูกสาวคนเดียวของเขา Melanie Ravenswood หญิงสาวที่ตกหลุมรักวิศวกรรถไฟหนุ่มผู้ให้คำมั่นว่าจะพาเธอหนีไปจากเมืองนี้ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เพราะในปี 1860 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่พรากชีวิตพ่อแม่ของเธอไป วันแต่งงานที่ควรเต็มไปด้วยความสุขกลับกลายเป็นค่ำคืนสยอง เมื่อเจ้าบ่าวถูกวิญญาณลึกลับ หรือ The Phantom พาไปแขวนคอตายในห้องใต้หลังคา เหลือเพียง Melanie ที่ยังคงรอคอยอยู่ในคฤหาสน์ในชุดเจ้าสาวสีขาว ร้องเพลงเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่ไร้วันสิ้นสุด
ตัวเครื่องเล่นจะพาเรานั่งรถเข้าไปสำรวจคฤหาสน์ต้องคำสาปแห่งนี้ เริ่มจากทางเข้าที่รกร้าง เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้แห้ง ก่อนเข้าสู่ห้องต่างๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวอันเศร้าและหลอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งห้องโถงที่ยืดออก ภาพวาดที่เปลี่ยนไป และฉากบอลรูมสุดอลังการ ที่เหล่าภูตผีออกมาเต้นรำในงานแต่งที่ไม่จบสิ้น
Phantom Manor ไม่ใช่บ้านผีสิงที่เน้นตุ้งแช่ แต่เป็นการนั่งชมเรื่องราวที่ก๊อตได้เล่าไปแล้ว ได้สัมผัสทั้งสวยงามและเศร้าลึกในเวลาเดียวกัน ทุกช่วงของเส้นทางอัดแน่นด้วยแสง สี เสียง และเทคนิค animatronics สมจริงระดับหนังฮอลลีวูด ก๊อตบอกเลยว่า ใครมา ดิสนีย์แลนด์ ปารีส ต้องลองให้ได้สักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมคฤหาสน์หลังนี้ถึงกลายเป็นตำนานของปาร์คที่ปารีสจริงๆ
Big Thunder Mountain Railroad ⭐️⭐️⭐️
แลนด์มาร์กที่เด่นที่สุดของโซน Frontierland คงหนีไม่พ้นภูเขาหินสีแดงอันยิ่งใหญ่ในตำนานของเมือง Thunder Mesa ที่เคยเป็นเหมืองทองของ Henry Ravenswood ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1860 ทำให้เมืองพังพินาศและถูกสาปเป็นภูเขาผีสิง ซึ่งนี่แหละคือเครื่องเล่น Big Thunder Mountain Railroad รถไฟเหมืองขุดทองสุดคลาสสิกที่แม้เหมืองจะถูกทิ้งร้างไปนาน แต่ขบวนรถยังคงแล่นอยู่ทุกวันราวกับวิญญาณคนงานที่ตายจากเหตุแผ่นดินไหวยังไม่ยอมไปไหน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยสุดมันส์ของเราในเครื่องเล่นนี้นั่นเอง

ตั้งแต่สถานี รถไฟจะพาเรามุดผ่านอุโมงค์ใต้น้ำเพื่อข้ามทะเลสาบไปยังเกาะกลางน้ำที่เป็นที่ตั้งของภูเขา ก่อนจะทะยานเข้าเหมืองที่เต็มไปด้วยถ้ำค้างคาว หินงอกหินย้อย น้ำตก และเสียงลมหวีดหวิวสุดระทึก จากนั้นรถไฟจะเร่งความเร็วไต่เขา แล้วดิ่งลงโซนระเบิดไดนาไมต์ที่เปลวไฟพุ่งลุกแบบโคตรอลัง
สำหรับก๊อต Big Thunder Mountain Railroad เป็นเครื่องเล่นที่ทั้งมันส์และเพลินในเวลาเดียวกัน ไม่ได้หวาดเสียวจนถึงขั้นกรี๊ดสุดเสียง แต่มีจังหวะเร้าใจให้หัวใจเต้นแรงตลอดทาง ระยะทางก็ยาวกำลังดี เล่นได้เต็มอิ่ม เด็กก็เล่นได้ ผู้ใหญ่ก็สนุกแน่นอน บอกเลยว่านี่คือเครื่องเล่นระดับตำนานที่ใครมา ดิสนีย์แลนด์ ปารีส ต้องไม่พลาดเด็ดขาด!

โซน Fantasyland: ดินแดนแห่งเทพนิยายของดิสนีย์
หลังจากตะลุยฝั่งตะวันตกที่ Frontierland กันมาแล้ว ก๊อตว่าถึงเวลาข้ามปราสาทเข้าสู่โซน Fantasyland ดินแดนแห่งความฝันที่เนรมิตนิทานในวัยเด็กให้กลายเป็นจริง ถ้าใครเป็นสายแฟนตาซีหรือโตมากับโลกของดิสนีย์ โซนนี้คือคำตอบแน่นอน เพราะทั้งพื้นที่ถูกออกแบบให้เป็นหมู่บ้านเทพนิยายสไตล์ยุโรปสุดน่ารัก เราจะได้โบยบินไปกับ Peter Pan’s Flight, เดินหลงในเขาวงกตของ Alice’s Curious Labyrinth, และแน่นอน ได้พบกับเหล่าเจ้าหญิง เจ้าชายตัวจริงเสียงจริงที่ออกมาทักทายให้ถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิดสุดๆ
ไฮไลท์หลักของโซนนี้คือ Sleeping Beauty Castle หรือชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า Le Château de la Belle au Bois Dormant — ปราสาทเจ้าหญิงนิทราสีชมพูสุดอลังการที่ตั้งอยู่ใจกลางสวนสนุก เป็นเหมือนหัวใจของทั้งปาร์คที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปให้ได้ ส่วนอีกหนึ่งมุมสุดคลาสสิกก็คือ Les Pirouettes du Vieux Moulin กังหันลมวินเทจจากภาพยนตร์สั้น The Old Mill (ในซีรีส์ Silly Symphony) ที่แม้ตอนนี้จะไม่ได้เปิดให้เล่นแล้ว แต่ก็ยังเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่แฟนดิสนีย์ต้องแวะทุกคน
โดยรวมแล้ว โซน Fantasyland คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายเทพนิยายแบบจัดเต็ม เหมาะกับสายชิลหรือครอบครัวที่อยากพักจากเครื่องเล่นหวาดเสียว แล้วมาดื่มด่ำกับความสดใสของโลกดิสนีย์แบบเต็มหัวใจ




Mad Hatter’s Tea Cups
ต่อกันที่เครื่องเล่นสุดคลาสสิกในตำนานอย่าง Mad Hatter’s Tea Cups หรือ “ถ้วยชาหมุน” ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉาก Unbirthday Party ในเรื่อง Alice in Wonderland ของวอลต์ ดิสนีย์ เครื่องเล่นนี้มีอยู่ถึงห้าแห่งทั่วโลก (ยกเว้นเซี่ยงไฮ้) และเวอร์ชันของ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ถือว่าสวยมาก ด้วยโทนสีพาสเทลสดใสและหลังคากระจกโปร่งที่ถ่ายรูปออกมาดูดีทุกมุม
รูปแบบการเล่นเรียบง่ายแต่สนุกสุดๆ เราจะได้นั่งในถ้วยชาหลากสีที่รองรับได้ 4 คน จากนั้นทั้งแท่นและถ้วยของเราจะหมุนวนพร้อมกันทั่วโซน ซึ่งถ้าใครอยากเพิ่มความป่วนแบบหัวหมุ่น ก็แค่หมุนพวงมาลัยตรงกลางถ้วยเพิ่มต่อได้เองเลย ยิ่งหมุนแรง ถ้วยก็ยิ่งเหวี่ยงแรงขึ้นไปอี๊กก ถึงนี่จะดูเป็นเครื่องเล่นใสๆ สำหรับเด็ก แต่เอาจริง ผู้ใหญ่อย่างเรา หากลองหมุนสปีดสุดแล้วก็แอบมึนหัวเหมือนกันนะ เป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่ทั้งน่ารัก ทั้งสดใส และสนุกกว่าที่คิดเลย
Sleeping Beauty Castle: ปราสาทเจ้าหญิงนิทราที่มีมังกรซ่อนอยู่
มาถึงไฮไลต์แห่ง ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูปให้ได้ นั่นคือ Sleeping Beauty Castle หรือชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า Le Château de la Belle au Bois Dormant ปราสาทเจ้าหญิงนิทราสีชมพูสุดอลังการที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสวนสนุก และถือเป็นสัญลักษณ์หลักของที่นี่ และเป็นปราสาทที่แตกต่างจากปราสาทหลังอื่นทั่วโลก เพราะของปารีสไม่ได้ถูกออกแบบให้เหมือนต้นฉบับที่แคลิฟอร์เนีย แต่ถูกสร้างใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สวยและแฟนตาซีกว่าปราสาทจริงในยุโรป (เพราะยุโรปมีปราสาทจริงอยู่เยอะมาก) โดยสถาปัตยกรรมของปราสาทนั้นได้แรงบันดาลใจจาก Sleeping Beauty (1959) ผสมกับศิลปะแบบกอธิกของฝรั่งเศสและปราสาท Mont Saint-Michel ตัวปราสาทสร้างเสร็จในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1991 สูงราว 50 เมตร และถือเป็นหนึ่งในปราสาทดิสนีย์ที่โรแมนติกที่สุดในโลกเลย
ความพิเศษของปราสาทหลังนี้ ไม่ได้มีแค่ความสวยภายนอก เพราะด้านในยังซ่อนความลับของสองชั้นที่ห้ามพลาด
- La Galerie (ชั้นบน) เป็นระเบียงและทางเดินในปราสาทที่ตกแต่งด้วยกระจกสีและผ้าทอเล่าเรื่องราวของเจ้าหญิงนิทราอย่างงดงาม เดินขึ้นไปแล้วจะเจอกับมุมชมวิวสุดปัง มองเห็น Fantasyland และสวนสนุกโดยรอบแบบ 360 องศา บอกเลยว่าวิวตรงนี้สวยจึ้งจริง
- La Tanière du Dragon (ชั้นใต้ดิน) ไฮไลต์ลับที่หลายคนอาจไม่รู้ ใต้ปราสาทมีถ้ำมังกรยักษ์ (เชื่อมโยงกับ Maleficent) ซึ่งเป็น Animatronic มังกรที่ใหญ่ที่สุดในดิสนีย์ทั่วโลก (ยาวกว่า 27 เมตร) ถูกล่ามโซ่และนอนพ่นควันได้แบบสมจริงสุดๆ และมีเฉพาะที่ปารีสเท่านั้นอีกด้วย





และแน่นอนว่ามุมถ่ายรูปยอดนิยมที่สุดก็คือด้านหน้าปราสาท ซึ่งคนจะมายืนถ่ายกันแน่นแตกแตนทุกช่วงเวลา ถ้าใครอยากได้รูปสวยแบบไม่ติดคน ก๊อตแนะนำให้มาถึงปาร์คตั้งแต่เช้าแล้วพุ่งมาตรงนี้ก่อนใคร หรือถ้าใครพักในโรงแรมของดิสนีย์ ก็ใช้สิทธิ์ Extra Magic Time เข้าได้ก่อนเวลาเปิดปกติ บอกเลยว่าโล่งสบาย ถ่ายรูปได้ฟีลปราสาทในฝันสุดๆ
โซน Adventureland: ดินแดนแห่งการผจญภัยรอบโลก
อีกหนึ่งโซนที่ก๊อตชอบมากคือ Adventureland ดินแดนที่รวมการผจญภัยจากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้ในที่เดียว ทั้งอินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเราได้เดินก้าวเข้ามา เราจะเจอคือ Adventureland Bazaar ตลาดสไตล์ตะวันออกกลางที่จำลองเมือง Agrabah จากนิทานพันหนึ่งราตรี (The Arabian Nights) และหนังเรื่อง Aladdin (1992) ทั้งสีทอง โคมไฟ และเสียงดนตรีอาหรับ ที่ให้ฟีลลิ่งอบอุ่นมาก
ถัดมาเป็นโซนหมู่บ้านแอฟริกัน บรรยากาศบ้านดินและหลังคามุงหญ้า มีร้านอาหารพื้นเมืองให้แวะพัก ก่อนจะเข้าสู่โซนป่าดิบชื้นของเอเชีย ที่เป็นที่ตั้งของเครื่องเล่นสุดมันส์อย่าง Indiana Jones and the Temple of Peril รถไฟเหาะธีมอินเดียนาโจนส์ ที่มีฉากเป็นวิหารลึกลับและเส้นทางคดเคี้ยวสุดระทึก
และสุดท้ายคือโซน แคริบเบียน (Caribbean) ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดของ Adventureland นี่คืออาณาจักรของโจรสลัดในตำนาน กับเครื่องเล่น Pirates of the Caribbean และเกาะผจญภัย Adventure Isle ที่เราสามารถปีนป่าย เดินลอดถ้ำ และชมวิวหัวกะโหลกขนาดยักษ์ได้เหมือนหลุดเข้าไปในหนังจริงๆ โดยรวมแล้ว Adventureland คือโซนที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางผจญภัยไปทั่วโลกภายในวันเดียว ทั้งสนุก ตื่นเต้น และเต็มไปด้วยดีเทลที่คนรักดิสนีย์ต้องอินแน่นอน
Pirates of the Caribbean
อีกหนึ่งเครื่องเล่นระดับตำนานที่ใครมา ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ต้องไม่พลาดกับ Pirates of the Caribbean ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่าเครื่องเล่นนี้มีมาก่อนภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน ซึ่งเดิมที วอลต์ ดิสนีย์ตั้งใจจะสร้างให้เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ให้คนได้เข้าไปสำรวจโลกของโจรสลัด แต่หลังจากเครื่องเล่น “It’s a Small World” ประสบความสำเร็จ ทีม Imagineers จึงพัฒนาเทคโนโลยี Audio-Animatronics ที่ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้สมจริง และนำมาสร้างเครื่องเล่นนี้ขึ้น ก่อนที่หนัง Pirates of the Caribbean จะถือกำเนิดขึ้นหลายสิบปีหลังจากนั้น ซึ่งจะต่างจากที่เซี่ยงไฮ้ ที่สร้างเครื่องเล่นตามหนังนั่นเอง
เวอร์ชันของปารีสถือเป็นหนึ่งในเวอร์ชันที่ดีที่สุด เพราะเต็มไปด้วยดีเทลและฉากอลังการ เราจะได้ล่องเรือย้อนสู่ศตวรรษที่ 17 ยุคทองของโจรสลัด ท่ามกลางแสงไฟสลัว กลิ่นไม้เปียก และเสียงน้ำกระทบเรือที่ชวนอินสุดๆ เรือจะพาเราผ่านซากเรืออับปาง เข้าสู่ถ้ำสมบัติ และเริ่มการต่อสู้กลางทะเลแคริบเบียนอย่างดุเดือด
ไฮไลต์เครื่องเล่นนี้คือฉาก กัปตันเฮคเตอร์ บาร์บอสซา (Hector Barbossa) ยืนสั่งการอยู่บนเรือรบ แลกกระสุนปืนใหญ่กับศัตรูในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยหมอกควัน ก่อนจะแล่นต่อไปยังตลาดเมืองท่าที่เต็มไปด้วยเหล่าโจรสลัด โดยฉากตลาดประมูลเจ้าสาวอันโด่งดัง ที่เสียงหัวเราะ เสียงดาบ และเหล่าหุ่น Animatronics เคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิตจริง โดยช่วงท้าย เรือจะผ่านหมู่บ้านที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟ เหล่าโจรสลัดร้องเพลงอย่างเมามัน ก่อนจะจบลงที่คุกใต้ดิน เสียงน้ำไหลและเสียงหัวเราะก้องอยู่ในความมืด เป็นการปิดฉากการผจญภัยได้สมบูรณ์แบบที่สุดเลย

Indiana Jones™ and the Temple of Peril
อีกหนึ่งเครื่องเล่นสายแอดเวนเจอร์ที่ก๊อตขอยกนิ้วให้คือ Indiana Jones™ and the Temple of Peril รถไฟเหาะธีมวิหารต้องคำสาป ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1993 และเป็นรถไฟเหาะตีลังกาแบบกลับหัว (Inverted Loop) เครื่องแรกในประวัติศาสตร์ของสวนสนุกดิสนีย์ทั่วโลก โดยเครื่องเล่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Indiana Jones ที่พาเราผจญภัยในป่าดิบชื้นแห่งเอเชีย ผ่านซากโบราณสถานลึกลับกลางป่าฝน
ตัวรถไฟจะวิ่งทะยานผ่านโค้งหักศอก ขึ้นลงด้วยความเร็ว ก่อนหมุนตีลังกาหนึ่งรอบเต็มๆ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของเหล่าคนเล่นทั้งหลาย สิ่งที่ทำให้เครื่องเล่นนี้พิเศษคือบรรยากาศ ทั้งเส้นทางเต็มไปด้วยซากหินและเศษวัดร้างที่ถูกสร้างจากหินจริง ให้ฟีลเหมือนเราอยู่ในวิหารที่สาปสูญจริงๆ ซึ่งตัวเครื่องเค้าเคยปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2014 เพื่อเสริมความแข็งแรงของรางและเพิ่มดีเทลใหม่ให้สมจริงยิ่งขึ้น
ส่วนตัวก๊อตว่า เครื่องเล่นนี้หวาดเสียวกว่า Big Thunder Mountain เพราะมีสปีดที่แรงกว่า แถมยังมีช่วงตีลังกาให้หัวหมุนเล่นๆ แต่เสียดายที่ว่า มันจบไวเกิ้น คือกำลังเริ่มกรี๊ดและสนุกอยู่ดีๆ ดันตัดจบเฉยแบบรวดเร็ว เหมือนดูหนังสนุกแล้วโดนตัดตอนจบแบบช็อตฟีลไปซะอย่างนั้น โว้ย แต่ถึงจะสั้น ก๊อตก็ยังมองว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่คุ้มต่อคิว เพราะมันให้ฟีลดิสนีย์ยุค 90” แบบแท้ๆ
โซน Discoveryland: โลกอนาคตในมุมมองของอดีต
มาถึงโซนสุดท้ายของ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ที่ถือเป็นโซนที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลกของดิสนีย์แลนด์ ก็คือโซน Discoveryland ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิดของ จูลส์ เวิร์น (Jules Verne) นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ระดับตำนานชาวฝรั่งเศส เจ้าของผลงานอย่าง Journey to the Center of the Earth และ Twenty Thousand Leagues Under the Sea ซึ่งดิสนีย์หยิบแนวคิด “โลกอนาคตในมุมมองของอดีต” หรือที่เรียกว่า Retro-Futurism / Steampunk มานำเสนอได้อย่างเท่ไม่เหมือนใคร
ถ้าคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ เลี้ยงกาแฟก๊อตซักแก้วได้นะครับ 😆💙
จะได้มีแรงใจทำรีวิวออกมาให้ทุกคนได้อ่านเรื่อยๆ ครับ
โซนโลกอนาคตของปารีสนั้นแตกต่างจาก Tomorrowland ของดิสนีย์แลนด์ที่อื่น ที่เน้นความล้ำแบบ Sci-Fi ยุคใหม่ แต่ Discoveryland กลับผสมดีไซน์แบบวิกตอเรียนเข้ากับเทคโนโลยีในจินตนาการของศตวรรษที่ 19 ออกมาเป็นโลกแห่งทองแดง โลหะ และเครื่องจักรไอน้ำสุดแฟนตาซี เหมือนหลุดออกมาจากนิยายไซไฟคลาสสิกจริงๆ
สำหรับเครื่องเล่นไฮไลต์ของโซนนี้คือสองตัวจากจักรวาล Star Wars ตั้งแต่ Star Tours: L’Aventure Continue และ Star Wars: Hyperspace Mountain ที่พาเราเข้าสู่สมรภูมิอวกาศสุดมัน รวมถึงรถไฟเหาะ Hyperspace Mountain ที่นำธีม Jules Verne เดิมมาผสานกับจักรวาล Star Wars ได้อย่างลงตัวและอลังการสุดๆ ส่วนใครอยากได้ฟีลเบาๆ สนุกได้ทุกวัย โซนนี้ยังมี Autopia และ Buzz Lightyear Laser Blast ที่เล่นได้เพลินๆ อีกด้วย
Autopia
เครื่องเล่นแรกที่ก๊อตเลือกเล่นในโซนนี้คือ Autopia เครื่องเล่นขับรถสุดคลาสสิกที่เด็กๆ ต้องหลงรัก เครื่องเล่นนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1992 โดย Imagineer Eddie Sotto ภายใต้แนวคิด รถยนต์แห่งอนาคตในมุมมองของคนยุค 1950 โดยรถแต่ละคันจึงมาในดีไซน์เรโทรโทนสีสดใส วิ่งไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ท่ามกลางสวนสีเขียวสบายตา
การเล่นนั้นคือเราจะต้องขึ้นไปขับรถจริงๆ ฟีลเหมือนย้อนยุคกลับไปขับรถคลาสสิกเลย ซึ่งรถแต่ละคันใช้เครื่องยนต์เบนซิน มีพวงมาลัย คันเร่ง และเบรกให้จับจริง แต่ระบบจะควบคุมให้วิ่งตามรางกลางอยู่แล้ว เด็กๆ สามารถเล่นได้ เพราะแม้เราจะหมุนพวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่งแค่ไหน รถก็จะยังวิ่งไปข้างหน้าในทางที่กำหนดไว้ ถือเป็นเครื่องเล่นที่เล่นชิลๆ ถ่ายรูปได้เพลินๆ แต่ถ้าหวังจะซิ่งแบบ Fast & Furious อันนี้ไม่ใช่ทางแน่นอน 5555
Buzz Lightyear Laser Blast
อีกหนึ่งเครื่องเล่นยอดฮิตของโซนนี้คือ Buzz Lightyear Laser Blast เครื่องเล่นแนวยิงปืนเลเซอร์สุดมัน ที่พาเราไปร่วมภารกิจกับ Buzz Lightyear ต่อสู้กับจักรพรรดิ Zurg ในบรรยากาศโลกอวกาศของ Toy Story ซึ่งเราจะต้องขึ้นยาน Space Cruiser ลำละสองที่นั่ง แต่ละคนจะมีปืนเลเซอร์ (Space Ranger Blaster) ของตัวเอง พร้อมจอยหมุนให้บังคับยานได้รอบ 360 องศา เพื่อยิงสะสมแต้ม
ยานเราจะเคลื่อนผ่านฉากต่างๆ จะเต็มไปด้วยเหล่าหุ่นยนต์วายร้ายที่ขยับได้จริง เป้าบางอันโดนยิงแล้วพลิกหงายหรือล้มลงได้ด้วย เพิ่มฟีลเหมือนกำลังต่อสู้กันจริงๆ ภายในเครื่องเล่น แสง สี เสียง คืออลังการสุดๆ รู้สึกเหมือนอยู่ในจักรวาลแห่งเลเซอร์จริงๆ พอยิงไปเรื่อยๆ คะแนนของเราจะขึ้นบนหน้าจอ แล้วตอนจบจะเฉลยเลยว่าใครคือมือแม่นแห่งกาแล็กซี่นั่นเอง ถือเป็นเครื่องเล่นที่เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สนุกแบบไม่ต้องกลัวเมาเลย 555
Star Wars Hyperspace Mountain
ถ้าจะให้เลือกเครื่องเล่นรถไฟเหาะที่ก๊อตชอบที่สุดใน ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ต้องยกให้กับ Star Wars: Hyperspace Mountain รถไฟเหาะในร่มที่ทั้งมันส์ ดิบ และเต็มไปด้วยความเท่ของจักรวาลสตาร์วอร์ จนกลายเป็นไฮไลต์ของปาร์คแบบไม่ต้องสงสัย
ก่อนจะมาเป็นเวอร์ชันนี้ เครื่องเล่นนี้ผ่านการเปลี่ยนธีมมาหลายยุค เริ่มต้นในปี 1995 ภายใต้ชื่อ Space Mountain: De la Terre à la Lune ได้แรงบันดาลใจจากนิยายของ Jules Verne เรื่อง From the Earth to the Moon (จากโลกสู่ดวงจันทร์) ที่พาเราออกผจญภัยสู่ดวงจันทร์ ก่อนจะเปลี่ยนธีมใหม่ในปี 2005 เป็น Space Mountain: Mission 2 ที่ขยายขอบเขตจากการเดินทางสู่ดวงจันทร์ไปสำรวจจักรวาลอันไกลโพ้น และในที่สุด ปี 2017 เครื่องเล่นนี้ก็ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของปาร์ค กลายเป็นเวอร์ชันล่าสุด Star Wars: Hyperspace Mountain ที่ยกจักรวาล Star Wars เข้ามาเต็มรูปแบบ
สิ่งที่ทำให้เวอร์ชันนี้โดดเด่นและแตกต่างจาก Space Mountain ที่อื่นคือโมเมนต์ที่รถไฟจะถูกยิงออกจากฐานด้วยปืนใหญ่โคลัมเบียน (Columbiad Cannon) แทนการไต่ช้าๆ แบบรถไฟเหาะทั่วไป ช่วงนั้นทั้งแสงไฟ เสียงเครื่องยนต์ และซาวด์จากธีม Star Wars ดังสนั่นไปทั่ว นับเป็นวินาทีที่โคตรตื่นตาตื่นใจสุดๆ พอพุ่งออกไปแล้ว เราจะหลุดเข้าสู่ความมืดสนิทภายในดาร์กรายด์ เต็มไปด้วยแสงเลเซอร์สีแดง เขียว และน้ำเงินที่ยิงเฉียดตัวไปมา พร้อมเสียงยาน TIE Fighters และ X-Wings ต่อสู้กันอยู่รอบด้าน
ทั้งความเร็ว ความแรง และการตีลังกาในความมืดติ้วๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเรากำลังสวมบทเป็นนักบินของ Rebel Alliance ต่อสู้กับกองทัพจักรวรรดิในสมรภูมิอวกาศเวอร์ เอฟเฟกต์ แสง สี เสียง ทุกอย่างถูกซิงค์กับรางรถไฟอย่างลงตัวสุดๆ เป็นเครื่องเล่นที่ทั้งดิบ เท่ และตื่นเต้นครบทุกโมเมนต์ สำหรับก๊อต นี่คือหนึ่งในรถไฟเหาะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของดิสนีย์แลนด์ และถ้าใครเป็นแฟน Star Wars หรือสาย Thrill Ride ตัวจริง ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
Star Tours L’Aventure Continue
อีกหนึ่งเครื่องเล่นในโซน Discoveryland ที่แฟน Star Wars ต้องไม่พลาดคือ Star Tours: L’Aventure Continue เครื่องเล่นจำลองการบิน 3D สุดล้ำ ที่จะพาเราออกเดินทางสู่จักรวาลสตาร์วอร์แบบสมจริงสุดๆ โดยเครื่องเล่นนี้ถือเป็นรุ่นบุกเบิกของปาร์ค เปิดมาตั้งแต่ปี 1992 ในนาม Star Tours ได้แรงบันดาลใจจาก Star Wars: Episode IV – A New Hope ก่อนจะรีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2017 ยกระดับด้วยระบบภาพ 3D High Definition และระบบ Motion Simulator ที่ทำให้ทุกการขยับและการเอียงของยานรู้สึกสมจริงเหมือนเรากำลังบินอยู่จริงๆ
เมื่อเข้าไปด้านใน เราจะสวมแว่นสามมิติแล้วขึ้นยาน Starspeeder 1000 ที่จะพาเราท่องอวกาศ โดยแต่ละครั้งที่เราเล่น เนื้อเรื่องจะไม่เหมือนเดิม เพราะเค้ามีฉากให้ระบบสุ่มมากกว่า 60 แบบ ทำให้ต่อให้เล่นซ้ำกี่รอบก็แทบไม่เจอเรื่องซ้ำๆ เลย
สำหรับเนื้อเรื่องรวมนั้น จะเริ่มจากภารกิจบินท่องจักรวาลที่ดูสงบดีในตอนแรก ก่อนทุกอย่างจะพลิกเมื่อยานของเราถูกศัตรูไล่ล่า ซึ่งเราต้องหลบการยิงของฝ่ายจักรวรรดิแบบสุดชีวิต เอฟเฟกต์บนจอภาพซิงค์กับแรงสั่นของที่นั่งจนรู้สึกเหมือนยานเอียง หมุน และดิ่งลงจริงๆ ถือเป็นเครื่องเล่นที่ immersive มากๆ ทั้งภาพ เสียง และแรงสั่นของยานทำให้รู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง Star Wars จริงๆ บอกเลยว่านับเป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่ทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่ของ Star Wars ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

วอล์ท ดิสนีย์ สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park): โลกแห่งหนัง Pixar และ Marvel
หลังจากเดินเล่นในดิสนีย์แลนด์ปาร์คจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาข้ามมาอีกฝั่งของอาณาจักรดิสนีย์กับ วอล์ท ดิสนีย์ สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) ปาร์คที่เปิดโลกเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์ และพาเราเข้าไปสัมผัสจินตนาการในแบบ “ฮอลลีวู้ดของดิสนีย์” ที่สำคัญ ปาร์คนี้กำลังอยู่ในช่วงรีโนเวตครั้งใหญ่ เตรียมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Disney Adventure World ในปี 2026 นี้อีกด้วย
โซน Production Courtyard
เรามาเริ่มที่โซน Production Courtyard ดินแดนที่เปิดให้เราได้เห็นเบื้องหลังของโลกภาพยนตร์จริงๆ ทั้งสตูดิโอ ไฟ กล้อง ฉาก และการแสดงสดที่สลับกันตลอดวัน บรรยากาศจะให้ฟีลฮอลลีวู้ดยุคคลาสสิกแบบเต็มขั้น ซึ่งแตกต่างจากโซนอื่นของดิสนีย์แลนด์อย่างชัดเจน ช่วงที่ไป เนื่องจากเวลาจำกัดมาก ก๊อตเลยได้เล่นเครื่องเล่นเดียวคือ The Twilight Zone Tower of Terror™ แต่พูดเลยว่าแค่นี้ก็คุ้มสุด เพราะนี่คือหนึ่งในเครื่องเล่นที่ทั้งสนุก หลอน และหวาดเสียวที่สุดในทั้งปาร์คแล้วเว้ย
The Twilight Zone Tower of Terror™ ⭐️⭐️⭐️
หากใครเห็นตึกสูงทรงอาร์ตเดโคสีซีเปียที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางปาร์ค ก็รู้เลยว่านี่แหละ The Twilight Zone Tower of Terror™ เครื่องเล่นระดับตำนานที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์สยองขวัญสุดคลาสสิก The Twilight Zone โดยเรื่องราวของเครื่องเล่นนี้เริ่มขึ้นที่โรงแรม Hollywood Tower Hotel ที่เคยรุ่งเรืองในยุคทองของฮอลลีวู้ด ก่อนจะเกิดเหตุการณ์สุดประหลาดในปี 1939 เมื่อพายุรุนแรงถล่มโรงแรม และสายฟ้าฟาดใส่ลิฟต์ที่มีแขก 5 คนอยู่ข้างใน และนั่นทำให้สายสลิงขาด ลิฟต์ตกลงมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครรอด ตั้งแต่นั้น โรงแรมก็กลายเป็นตำนานหลอนและกลายเป็นสถานที่สุดเฮี้ยนในละแวกนั้นโดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ และนี่แหละ คือจุดที่เราจะได้สวมบทเป็นแขกคนต่อไปที่กล้าหาญเข้าไปพิสูจน์ความลึกลับด้วยตัวเอง ด้วยการขึ้นลิฟต์ต้องสาปของโรงแรมแห่งนี้
ตัวเครื่องเล่นลิฟต์จะพาเราขึ้นไปยังยอดตึกสูงสุด ที่เราจะได้เห็นวิวด้านบนของ Disneyland Paris ที่สวยจนแทบลืมหายใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ซึมซับ ลิฟต์กลับปล่อยดิ่งลงมาด้วยความเร็วแบบสายฟ้าแลบพร้อมเสียงกรี๊ดดังสนั่นของคนเล่น และที่โหดคือ ดิ่งฮวบลงมา แล้วเด้งขึ้นไปใหม่ จากนั้นก็ตกลงมาอีก วนไปหลายรอบแบบสุ่ม พร้อมเปิดประตูลิฟต์ให้เห็นเอฟเฟกต์สายฟ้าและภาพหลอนแวบๆ ทุกครั้งที่เปิด ความรู้สึกก๊อตตอนเล่นคือ ทั้งหวิวท้อง ทั้งสนุก และตลกออกมาแบบไม่รู้ตัว ซึ่งก๊อตขอยกให้ The Twilight Zone Tower of Terror™ เป็นเครื่องเล่นที่ The Best ของ Walt Disney Studios Park เลยจริงๆ

โซน Avengers Campus
ถ้ามา Walt Disney Studios Park แล้วไม่ได้เดินเข้า Avengers Campus บอกเลยว่าพลาดมาก เพราะนี่คือโซนใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2022 และเป็นจักรวาลมาร์เวลของจริงที่ให้เราได้สวมบทเป็นฮีโร่ฝึกหัดที่จะต้องร่วมภารกิจไปกับอเวนเจอร์ตัวจริงใน Marvel Cinematic Universe (MCU) โดยตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป บรรยากาศไซไฟล้ำยุคคือทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังของ Marvel จริงๆ ทั้งเสียงเครื่องยนต์ เสียงจรวด และจังหวะเพลงธีมอเวนเจอร์ดังก้องไปทั่ว เราจะได้เจอเหล่าฮีโร่ตัวเป็นๆ อย่าง Iron Man, Spider-Man, Captain Marvel, Black Widow, Thor และอีกหลายคนที่ออกมาเดินทักทาย ถ่ายรูป หรือโชว์ท่าประจำตัวให้ดูแบบใกล้ชิดสุดๆ
ภายในโซนนี้จะมีสองเครื่องเล่นไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด คือ Avengers Assemble: Flight Force: รถไฟเหาะในร่มสุดมันที่เราจะได้ร่วมบินไปกับ Iron Man และ Captain Marvel ทำภารกิจกู้โลกสุดมันส์ด้วยสปีดที่แรงและเอฟเฟกต์สุดอลังการ และ Spider-Man W.E.B. Adventure: เครื่องเล่นอินเทอร์แอ็กทีฟที่ให้เรายิงใยแมงมุมด้วยมือของตัวเอง ล่าพวก Spider-Bots ที่หลุดอาละวาดไปทั่วโซน สนุกจนเหมือนเราได้กลายเป็นสไปเดอร์แมนตัวจริง
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและของที่ระลึกธีมมาร์เวลเต็มไปหมด ทั้ง Pym Kitchen ที่ทุกเมนูเล่นกับคอนเซ็ปต์ย่อ-ขยายขนาด แบบแอนต์แมน หรือ Stark Factory ที่ตกแต่งเหมือนห้องแล็บของโทนี่ สตาร์ก อีกด้วย สำหรับแฟน Marvel แล้ว โซนนี้คือสวรรค์ของเหล่าฮีโร่บนโลกแห่งความจริงเลยก็ว่าได้
Avengers Assemble: Flight Force
เครื่องเล่นแรกในโซน Avengers Campus ที่ก๊อตพุ่งไปแบบไม่ลังเลคือ Avengers Assemble: Flight Force รถไฟเหาะตีลังกาความเร็วสูงสุดโหดที่ถูกรีโนเวตใหม่ทั้งหมดจากเครื่องเล่นในตำนาน Rock ‘n’ Roller Coaster Starring Aerosmith โดยเปลี่ยนธีมจากร็อกสตาร์ยุค 2000 สู่จักรวาลมาร์เวลอย่างสมบูรณ์ และจุดเด่นที่ทำให้เครื่องเล่นนี้โคตรพุ่ง คือเทคโนโลยี Magnetic Launch System (LIM) ที่ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 92 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาแค่ 3 วินาที ซึ่งรถไฟเหาะนี้ไม่ต้องใช้โซ่ลากขึ้นรางเหมือนรถไฟเหาะทั่วไป แต่สามารถยิงออกไปได้เลยตั้งแต่เริ่มต้น
เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นเริ่มจากที่เราถูกเรียกเข้าร่วมภารกิจลับ โดย Iron Man และ Captain Marvel ตรวจพบว่าฝูงขีปนาวุธของพวก Kree กำลังพุ่งเข้าหาโลก พวกเขาจึงเรียกทีมเราขึ้นยาน Flight Force เพื่อช่วยยับยั้งหายนะครั้งนี้ พร้อมบรีฟภารกิจผ่านหุ่น Iron Man Animatronic ที่สมจริงสุดๆ ก่อนพาเข้าสู่การเดินทางระดับจักรวาล
สำหรับตัวรถไฟเหาะจะวิ่งท่ามกลางความมืดในรูปแบบ Dark Ride พร้อมแสงเลเซอร์และจอ LED ขนาดยักษ์รอบทิศทาง และทันทีที่รถไฟเหาะพุ่งออกจากฐาน คือจังหวะที่ทุกอย่างปลิวหมดว่อนเวอร์ ความเร็ว ความแรง และเสียงเอฟเฟกต์รอบตัวทำให้เหมือนเราอยู่ในสมรภูมิรบกลางอวกาศแบบสุด ตลอดทางมีแสงเลเซอร์ เสียงระเบิด และภาพยานรบของ Avengers บินขนาบข้างไปพร้อมกันในความมืดที่ทั้งอลังการและหวาดเสียวสุดๆ ซึ่งรถไฟเหาะนี้มีการตีลังกาด้วยนะเออ
ส่วนตัวก๊อตขอยกให้ Avengers Assemble: Flight Force เป็นรถไฟเหาะที่หนึ่งในใจ และล้มแชมป์ทุกเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ ปารีส เลยก็ว่าได้ เพราะมันทั้งเร็ว มันส์ และยาวกำลังดี ไม่สั้นจนขัดใจ ไม่ยาวจนเวียนหัว เรียกว่าโคตรดีย์และชนะเลิศ บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด
Spider-Man W.E.B. Adventure
ต่อกันด้วยอีกหนึ่งเครื่องเล่นห้ามพลาดในโซนอย่าง Spider-Man W.E.B. Adventure คือเครื่องเล่นสุดล้ำที่เราจะได้สวมบทเป็นฮีโร่ฝึกหัด ช่วยสไปดี้จัดการภัยคุกคามใน Avengers Campus โดยให้เราปล่อยใย เหมือนเป็นสไปดี้จริงๆ
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเราได้รับเชิญมางาน Open House ของ Worldwide Engineering Brigade (W.E.B.) โครงการที่ Tony Stark ตั้งขึ้นเพื่อให้เหล่าเด็กอัจฉริยะได้พัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือฮีโร่ หนึ่งในนั้นคือ Peter Parker ที่นำเสนอสิ่งประดิษฐ์ล่าสุดของเขาอย่าง Spider-Bots หุ่นยนต์แมงมุมผู้ช่วยสุดน่ารัก แต่แล้วความวายป่วงก็เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหุ่นเหล่านี้เกิดรวน เพิ่มจำนวนตัวเอง และอาละวาดไปทั่ว Avengers Campus ว่าซ่าน
ภารกิจของเราคือร่วมมือกับ Spider-Man เพื่อจัดการพวกมันให้หมดให้ได้ โดยเราจะได้นั่งรถ 8 ที่นั่ง พร้อมสวมแว่นตา 3D ก่อนลุยเข้าสู่ฉากต่อสู้สุดอลังการ และจุดที่ทำให้เครื่องเล่นนี้โคตรเจ๋งคือ เราไม่ต้องใช้ปืนยิงเลย แต่ระบบจะใช้เซนเซอร์จับท่าทางของเราโดยตรง เราแค่ยกแขนขึ้นทำท่าชักใยเหมือน Spider-Man ใยแมงมุมก็จะพุ่งออกจากมือบนจอ 3D ทันที ซึ่งบอกเลยว่ามันทั้งล้ำ ทั้งเหนื่อย และแขนเมื่อยแน่นอน 555 แต่ฟีลคือสนุกสุดเหวี่ยง
ฉากแต่ละโซนออกแบบได้โคตรสมจริง ทั้งแสง สี เสียง และการเคลื่อนไหวของเหล่า Spider-Bots ที่ไต่ยั้วเยี้ยเต็มจอ พร้อมระบบเก็บคะแนนให้แข่งกันในทีมว่าใครยิงใยได้เยอะที่สุด เรียกได้ว่ากรี๊ดกันทุกคันรถ ส่วนตัวก๊อตเล่นแล้วชอบมาก เป็นเครื่องเล่นยุคใหม่ที่ทำได้โคตรดี ฟีลเหมือนเรากลายเป็น Peter Parker ตัวจริง ทั้งเหวี่ยงแขน ยิงใย ไล่จับศัตรูเพลินๆ ใครเป็นแฟนสไปดี้หรืออยากสัมผัสความรู้สึกเป็นฮีโร่สักครั้งในชีวิต บอกเลยว่า Spider-Man W.E.B. Adventure คือต้องเล่นให้ได้
พาเหรด Mickey’s Dazzling Christmas Parade
ด้วยความที่ทริปนี้ก๊อตไป ดิสนีย์แลนด์ ปารีส ช่วงปลายปีพอดี แน่นอนว่าเป็นจังหวะตรงกับเทศกาล “Disney Enchanted Christmas” ซึ่งทั้งสวนสนุกจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นโลกแห่งคริสต์มาสสุดอบอุ่น ตั้งแต่ต้นคริสต์มาสยักษ์กลางจัตุรัส ไปจนถึงไฟประดับและของตกแต่งสุดปุ๊กปิ๊กที่เรียงรายตลอดแนวถนนเมนสตรีท มู้ดโดยรวมคืออบอุ่นและโรแมนติกสุดๆ

สำหรับช่วงกลางคืนคือไฮไลต์ที่ห้ามพลาด โดยเฉพาะขบวน Mickey’s Dazzling Christmas Parade ที่มาในธีมคริสต์มาสเต็มขั้น ความเริ่ดคือ ทั้งเหล่าตัวละคร นักเต้น รวมถึงรถรถพาเหรดทุกขบวนอาบไปด้วยไฟระยิบระยับ เรืองแสงทั้งขบวน และสวยจนขนลุกมาก ยิ่งตอนเหล่าเจ้าหญิงปรากฏตัวพร้อมชุดที่เปล่งประกายเข้ากับไฟคริสต์มาส คืออลังการและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ก๊อตยืนดูเพลินจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเทพนิยายเลย บอกได้คำเดียวว่าเป็นพาเหรดที่ดีต่อใจสุดๆ จริงๆ



โชว์พลุ Disney Dreams
แน่นอนว่าการมาเที่ยวดิสนีย์จะไม่คอมพลีทเลย ถ้าไม่ได้ดูโชว์พลุปิดท้ายวัน สำหรับที่ดิสนีย์แลนด์ ปารีส โชว์พลุจะใช้ชื่อว่า Disney Dreams ซึ่งเป็นโชว์ดั้งเดิมสุดอลังการที่ได้กลับมาแสดงอีกครั้ง มาหมดทั้งการแสดงแสง สี เสียง ที่ตระการตาระดับโลก ซึ่งรวมเอาทั้งโปรเจ็กชันแมปปิงบนปราสาท, เอฟเฟกต์น้ำพุ เลเซอร์ การแสดงโดรน และพลุอลังการไว้ในโชว์เดียว
โชว์นี้จะจัดวันละหนึ่งรอบก่อนปาร์คปิด (แนะนำให้เช็คเวลาในแอป) เปิดฉากด้วยการฉายแอนิเมชันดิสนีย์เรื่องต่างๆ กว่า 150 ตัวละครลงบนตัวปราสาท พร้อมเสียงเพลงประกอบสุดคลาสสิกที่เรียงร้อยความทรงจำของเราตั้งแต่วัยเด็ก น้ำพุหน้าปราสาทพ่นขึ้นตามจังหวะดนตรี แสงเลเซอร์ตัดท้องฟ้ายามค่ำคืน ก่อนที่พลุชุดใหญ่จะพุ่งขึ้นล้อมปราสาท โมเมนต์นั้นเหมือนดิสนีย์ปล่อยเวทมนตร์ใส่เราแบบเต็มๆ เรายืนมองพลุแตกกระจายเหนือหัวและปราสาทด้วยความรู้สึกทั้งทึ่ง ทั้งอบอุ่น ทั้งจอย จนลืมความหนาวไปเลย และถึงก๊อตจะเคยดูพลุดิสนีย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งยังทำให้ว้าวได้เสมอ เพราะความมหัศจรรย์ของดิสนีย์ไม่เคยเก่าเลย

สรุปการมาเที่ยว ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
การกลับมาที่ดิสนีย์แลนด์ ปารีส รอบนี้คือทริปที่ฟูลฟีลสุดเท่าที่เคยมา ทั้งได้เก็บโซนใหม่อย่าง Avengers Campus ได้ลองเครื่องเล่นที่ยังไม่เคย และได้ซึมซับบรรยากาศคริสต์มาสสุดโรแมนติกที่ต่างจากตอนหน้าร้อนแบบคนละฟีล ทุกอย่างคือลงตัวมาก ทั้งพาเหรดน่ารักตอนเย็น โชว์พลุอลังการตอนค่ำ บวกกลิ่นอายคริสต์มาสที่ทำให้ทั้งสวนสนุกดูอบอุ่นขึ้นอีกระดับ สำหรับสายดิสนีย์ ปารีสถือเป็นอีกที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะบางประสบการณ์และบางเครื่องเล่นมีเฉพาะที่ปารีสเท่านั้น ไม่มีที่ไหนเหมือน พอได้มาแล้วจะเข้าใจทันทีว่า ทำไมดิสนีย์ถึงเป็นที่ที่เรากลับมาได้เสมอ
สำหรับใครที่กำลังหาซื้อบัตรดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
สามารถเช็คราคาจากด้านล่างได้เลย
รีวิวสวนสนุกทั่วโลกจาก HASHCORNER 💛💙🧡
ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเล่นสวนสนุกมากกกกก นี่ก็พยายามจะเก็บแต้มสวนสนุกทั่วโลกแล้วเอามาเขียนรีวิวแบบละเอียดๆ ให้ทุกคนได้อ่านและตามกันเนอะ สำหรับใครที่มีแพลนไปเที่ยวสวนสนุกที่ไหนตามลิสด้านล่างนี้ คลิกอ่านรีวิวได้เล้ยย
สวนสนุกอื่นๆ
- Fuji-Q Highland / คาวากุจิโกะ ญี่ปุ่น
- Lotte World | โซล เกาหลีใต้ กำลังเขียน
- Ocean Park / ฮ่องกง
ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook และ KKday ปี 2025
⚡️ สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank, UOB และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

























































3 comments
โห จัดเต็มมากครับ
เนื้อหาแน่นมาก
อยากสอบถามเรื่องที่พักอะครับ สามารถไปพักที่ไหนได้บ้างครับ พักในแถวๆตัวเมืองปารีสเลยได่มั้ยครับ แล้วสามารถไปดิสนีย์ได้มั้ย