HashCorner

รีวิว ปารีส (Paris) x ฝรั่งเศส เที่ยวแมสๆเก็บแลนด์มาร์ค

ปารีส (Paris) เป็นอีกเมืองท็อปลิสในยุโรปของใครหลายๆคนเลย โดยเฉพาะแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง หอไอเฟล (Eiffel Tower) ที่เราคุ้นเคยและเห็นหน้าเห็นตามาตั้งแต่เด็ก และจนตอนนี้ความฝันก็เป็นแล้วจ๊า นี่คือทริปยุโรปครั้งที่สองในชีวิตของก๊อต หลังจากครั้งแรกที่ได้ไปสวิตเซอร์แลนด์มานั่นเอง นี่บอกก่อนเลยว่า ปารีสนี่อย่างดีย์! แน่นอนว่าสถาปัตยกรรมของเค้าคือออริจินอลของจริง แถมยังอลังการงานสร้างด้วยความวิจิตรศิลป์ตระการตา นอกจากนี้ เค้ายังมีพิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่มีคนเข้าชมมากที่สุดของโลกอีกด้วย โอ้ย ของเค้าเจ๋งขนาดนี้ นี่ขอยกให้เป็นเมืองแรกๆในยุโรป ที่เราควรมาเที่ยวเลยล่ะ

แพลนเที่ยวปารีส แบบ 4 วัน 3 คืน
เที่ยวโคตรง่ายกับ KLOOK

สำหรับทริปนี้ก๊อตมาเที่ยวฝรั่งเศสโดยอยู่แต่ปารีสที่เดียวในระยะเวลา 4 วัน 3 คืน แต่ถ้าจะให้นับจริงๆ คือก๊อตมีเวลาเที่ยวแค่ประมาณ 3 วันเท่านั้น เพราะแพลนวันสุดท้ายเราจะนั่งรถไฟ EUROSTAR ไปลอนดอนแต่เช้านั่นเอง อีกเรื่องที่อยากบอกคือ ทริปนี้ก๊อตได้รับการสนับสนุนจาก KLOOK มาแหละ เนื่องจากตอนนี้ KLOOK เค้าขยายตลาดไปยังโซนยุโรป โดยการมีบัตรและกิจกรรมต่างๆมากมายใน KLOOK ให้เราเลือก ไม่ว่าจะเป็นตั๋วรถไฟ ตั๋วพาสเพื่อเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงทัวร์แบบสั้นๆ ที่ทำให้เราเที่ยวได้สบายและง่ายขึ้น แถมราคาบน KLOOK ยังถูกกว่าการซื้อตรงจากผู้ให้บริการอีก (อันนี้คอนเฟิร์ม) เอาล่ะ มาดูกันว่าเวลาจำกัดแค่นี้ ก๊อตจะเที่ยวปารีสที่ไหน และเก็บอะไรได้บ้าง วู้ว!

💸 ใครที่อ่านรีวิวนี้ ก๊อตจะมีบอกถึงพาสและตั๋วต่างๆ ให้ในแต่ละสถานที่ ซึ่งถ้าใครจะซื้อตั๋วรถไฟ บัตรสถานที่ท่องเที่ยว หรือทัวร์ต่างๆ ก๊อตแนะนำว่าให้ เช็คส่วนลดประจำเดือนของ KLOOK (คลิกที่นี่) ด้วย เพราะ KLOOK เค้ามีโปรโมชั่นตลอดทุกเดือน แถมลดที ลดได้หลายร้อย ทีนี้เช็คส่วนลดแล้ว ค่อยมาซื้อตั๋วเด้อ จะได้ได้ราคาถูกลงกว่าเดิม

วันที่สถานที่ท่องเที่ยว
1หอไอเฟล (Eiffel Tower)
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)
ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe / อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล)
2ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)
3พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)
แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette)
ล่องเรือทานอาหารค่ำในแม่น้ำแซน (Seine River)
4นั่งรถไฟไปลอนดอน ด้วย Eurostar Train

เที่ยวปารีสให้คุ้ม อย่าลืมดู Paris Pass หรือ Paris Museum Pass

อย่างที่รู้ๆกันว่าปารีสนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ หรือแม้แต่พระราชวังต่างๆ ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีค่าเข้าชมมาก-น้อยแตกต่างกันไป แต่ถ้าเรามาดูราคารวมๆแล้ว บอกเลยว่าอาจจะร้องไห้ เพราะราคาไม่ถูกนะโว้ย ทีนี้เค้าก็เลยแก้ปัญหาโดยการมีพาสส่วนลดให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวหลากหลายที่ให้ชื้นใจกันมากขึ้นอย่าง Paris Pass และ Museum Pass นั่นเอง เออ แล้วมันต่างกันยังไง เดี๋ยวบอก

  • ส่วนรีวิวปารีสอันนี้ จริงๆเรามี Paris Pass แต่ใช้ไม่คุ้มแหละ เนื่องจากตัวเราเองทำเวลาพลาดไปหน่อย เลยทำให้เข้าสถานที่ตาม Paris Pass น้อยไปนิด (แต่ก็ดี เอามาเขียนรีวิวให้ดูไปเลย เสมือนใช้จริง 5555) เพราะถ้าตามรอยรีวิวนี้เป๊ะๆ จะบอกว่าไม่ต้องซื้อเด้อ เพราะทริปนี้ เราทำเวลาพลาดไปนิดหน่อย ซึ่งถ้าพูดตามความจริง ใครที่ซื้อและเข้าสถานที่เยอะเกินราคาพาส บอกเลยว่าซื้อเหอะ มันคุ้มจริง

Paris Museum Pass — พาสเน้นเข้าพิพิธภัณฑ์

สำหรับ Paris Museum Pass นั้น จะมีตั้งแต่แบบ 2 วัน (48 ยูโร), 4 วัน (62 ยูโร) และ 6 วัน (74 ยูโร) เป็นพาสที่ใช้เข้าสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ได้เกือบหมด ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ (Musée d’Orsay), ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe / อาร์ก เดอ ทรียงฟ์), พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum), มหาวิหารน็อทร์-ดาม (Notre Dame), พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) และอื่นๆอีกมากมายกว่า 60 ที่

⚡️ข้อยกเว้นที่ควรจะรู้ไว้คือ Paris Museum Pass ใช้เข้าหอไอเฟล (Eiffel Tower) ไม่ได้นะแจ๊ะ ทีนี้เนี่ย ถ้าถามว่าคุ้มมั้ยที่จะซื้อ เราก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าจะไปเที่ยวทั้งหมดกี่ที่ ถ้าเราไปเที่ยวเยอะก็คุ้ม แต่ถ้าเที่ยวน้อยไม่กี่ที่ ก็ไม่เป็นจำต้องซื้อเด้อ ลองบวกราคาดู

ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ ในราคาปกติ
– พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ (Musée d’Orsay) – 14 ยูโร
– ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe / อาร์ก เดอ ทรียงฟ์) – 12 ยูโร
– พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) – 15 ยูโร
– พิพิธภัณฑ์รอแด็ง (Musée Rodin) – 12 ยูโร
– พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) – 18-25 ยูโร

จากลิสด้านบนที่เป็นสถานที่ A Must Visit ถ้าเราเที่ยวทั้งหมดนี้ภายในสองวัน ราคาเต็มของค่าเข้าทั้งหมด จะอยู่ที่ 78 ยูโร แต่ถ้าเราซื้อ Paris Museum Pass เราจะประหยัดไป 30 ยูโรเลยจ้า พันกว่าบาทเลยนะเห้ยย!

วิธีซื้อ Paris Museum Pass : เราแนะนำให้ซื้อกับ KLOOK เหมือนเดิม อันนี้ต้องบอกตามตรงว่า ราคาบนเว็บ KLOOK จะไม่ได้ถูกกว่าซื้อตรง เริ่มต้นที่ 48 ยูโรเหมือนกัน แต่มันจะถูกก็ต่อเมื่อเราใช้โค้ดส่วนประจำเดือนที่ KLOOK ออกโปรมานั่นเอง อะ มันเริ่ดตรงนี้ ประหยัดหลายร้อยนะแกร ถ้าเจอโปรดีๆ | คลิก ดูและซื้อ Paris Museum Pass ใน KLOOK!

Paris Pass — รวม Museum Pass + Travel Card + Big Bus Paris

สำหรับ Paris Pass นั้น จะมีตั้งแต่แบบ 2 วัน (130 ยูโร), 3 วัน (165 ยูโร), 4 วัน (205 ยูโร) และ 6 วัน (145 ยูโร) เป็นพาสที่รวม Museum Pass ด้านบนที่กล่าวมาแล้ว มันจะมีสิ่งเพิ่มเติมมาอีกคือ เราสามารถลัดคิวแบบ Fast Track เข้าสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตได้เลย พร้อมด้วยรถ Big Bus Paris Hop-On-Hop-Off (ราคาปกติ 38 ยูโร)ที่เราสามารถขึ้นได้ฟรี 1 วัน

นอกจากนี้ Paris Pass ยังมีทัวร์และกิจกรรมอื่นๆ 13 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นล่องเรือครูซแม่น้ำแซน (Seine River / ราคาปกติ 15 ยูโร), อควาเรียม และอื่นๆอีก สุดท้ายในแพ็คยังมี Travel Card ที่เป็นบัตรโดยสารรถไฟใต้ดินแบบไม่จำกัดเที่ยวให้เราได้ใช้ด้วย แต่ว่าเราจะใช้เดินทางได้แค่โซน 1-3 เท่านั้น และแน่นอน Paris Pass ไม่รวมการเข้าไปยัง เข้าหอไอเฟล (Eiffel Tower) เด้อ

วิธีซื้อ Paris Pass : เราแนะนำให้ซื้อกับ KLOOK อีกเช่นกัน เพราะราคาถูกกว่าซื้อตรงประมาณ 10% เช่น ราคาแบบ 2 วัน เหลือแค่ 117 ยูโรเท่าน้านน ทีนี้ให้เราใช้โค้ดส่วนลดประจำเดือนของ KLOOK เข้าไปอีก คือถูกกว่าบึ้มๆเลย | คลิก ดูและซื้อ Paris Pass ใน KLOOK!

ปารีส วันที่ 1
Big Bus Paris Hop-On-Hop-Off

เอาล่ะ สำหรับการเดินทางของวันนี้ เราจะใช้รถบัสสีแดงเปิดประทุนของ Big Bus Paris Hop-On-Hop-Off เที่ยวปารีสกัน ซึ่งรถสีแดงคันนี้เราสามารถนั่งดูวิวเปื่อยๆ รวมถึงฮ็อปขึ้น-ลงได้ไม่จำกัดของวันนั้นๆ โดยเส้นทางของเค้าก็ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์แทบทั้งหมดกว่า 10 ป้ายสถานีรถเมล์เลยด้วย เอ้อ นี่จะบอกว่า ถ้าเรามาเที่ยวในวันที่อากาศดีๆ และเย็นสบาย การนั่งรถบัสบนดาดฟ้าชมวิวคือดีย์และชิลมากกกกกก

ใครที่ถือ Paris Pass เราสามารถกระโดดขึ้น Big Bus Paris Hop-On-Hop-Off ได้เลย (Paris Museum Pass ขึ้นไม่ได้น้า) แต่ถ้าใครไม่ได้ถือ Paris Pass แล้วอยากนั่งชิลๆ บนรถบัสเปิดประทุน เค้าก็มีบัตรแยกเดี่ยวๆ ให้เราซื้อได้ด้วยเหมือนกันนะ คลิก ดูหรือซื้อใน KLOOK

รูทรถบัสเปิดประทุนของ Big Bus Paris Hop-On-Hop-Off นี่วิวระดับเวิล์ดคลาสนะเว้ยย ผ่านทุกจุดความพีคของปารีสเลย ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum), มหาวิหารน็อทร์-ดาม (Notre Dame) ที่กำลังบูรณะอยู่, แม่น้ำแซน (Seine River) และอื่นๆ อีกมากมาย คือมันเพลินจริง เพราะต้องยอมรับว่าบ้านเมืองเค้าสวยจริง ไม่จกตา รูปปั้นและลวดลายตามตัวคืองานละเอียดมาก

ทรอกาเดโร (Trocadéro) + หอไอเฟล (Eiffel Tower)

เอาล่ะ นี่ขอเริ่มต้นไปที่ หอไอเฟล (Eiffel Tower) กันก่อน โดยเราจะลงที่ป้ายหมายเลข 10 ที่ชื่อว่า ทรอกาเดโร (Trocadéro) ที่ถูกสร้างเพื่อเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าโลก 1878 World’s Fair จนปัจจุบันตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นสวนสาธารณะกลางเมือง

และที่พีคสุดที่อยากให้มาเพราะ ทรอกาเดโร (Trocadéro) เป็นจุดชมวิวหอไอเฟลที่เรียกได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในปารีส แถมยังถ่ายรูปเซลฟี่คู่กันกับหอคอยไอเฟลได้อีกด้วย ก๊อตว่า ทรอกาเดโร (Trocadéro) คือที่ที่ต้องมาก่อนเลยยย และอย่าพลาดถ้าเรามาเที่ยวที่มาปารีสครั้งแรกอีกด้วย ไม่งั้นอดได้รูปสวยๆ แน่นอน ฮ่า

แกร๊ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า วันที่ก๊อตไปเที่ยวนั้นคือวันร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลมาที่ 42 องศา จากการทีฮีทเวฟเข้าใส่ทั่วทั่งยุโรป และปารีสคือเมืองที่ร้อนที่สุดในยุโรป ณ ตอนนั้นแล้ว โอ้ยย สวนสาธารณะตรงนั้นเลยฉีดน้ำจากปืนขนาดใหญ่หน้าตึก พ่นออกไปยังสระน้ำด้านหน้า กลายเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่หน้า หอไอเฟล (Eiffel Tower) เลยไง แล้วคือคนเล่นน้ำเยอะม๊าก ตรงนี้เลยกลายเป็นที่พักผ่อนคลายความร้อนไปโดยปริยาย ถอดเสื้อกันกระโดดลงน้ำใหญ่เลยจ้าาาแม่ 55555555

เดินดูคนเล่นน้ำเพลินๆ เสร็จก็เดินข้ามผ่านสะพาน แม่น้ำแซน (Seine River) เพื่อไปดู หอไอเฟล (Eiffel Tower) แบบระยะประชิด ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นสวนสาธารณะให้คนได้เดินเล่นพักผ่อนเช่นเดียวกัน โดยเราสามารถเดินลอดผ่านหอไอเฟลได้ฟรี ไม่เสียตังค์ เพื่อไปยังด้านหลังแล้วนั่งรถ Big Bus Paris ต่อนั่นเอง ส่วนตัวนี่แนะนำให้เดินเล่นนะ เพราะดูหอไอเฟลใกล้ๆ เราว่ามันดูอลังการยิ่งใหญ่และงานพรีเมียมพอควร โดยเฉพาะตัวเหล็กทองแดงที่สะท้อนแสงแดด คือมันสวยอ๊าา

สำหรับต้นกำเนิดของการสร้าง หอไอเฟล (Eiffel Tower) มาจากการที่ฝรั่งเศสเค้าได้จัดงานแสดงสินค้าโลก 1889 World’s Fair แล้วอยากได้แลนด์มาร์คที่ดูยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปี ของการปฎิวัติฝรั่งเศสและเพื่อแสดงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมและเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศนั่นเอง สุดท้าย หอไอเฟล (Eiffel Tower) แทบเรียกว่าเป็นไอคอนิกของฝรั่งเศสไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อเรานึกถึงฝรั่งเศสเมื่อไหร่ ภาพหอไอเฟลนี่คือลอยมาเลยจ้าาา

และถ้าใครอยากจะขึ้นไปยังหอคอยด้านบนเพื่อชมวิวเมืองปารีสล่ะก็​ เราอาจจะต้องเสียค่าขึ้นซักหน่อย โดยค่าขึ้น หอไอเฟล (Eiffel Tower) นั้นจะไม่รวมอยู่ใน Pariss Pass และ Museum Pass นะแจ๊ะ อันนี้เราต้องซื้อแยก แต่ราคาก็เอาเรื่องอยู่คือประมาณ 1,600 บาท ซึ่งเหมือนเดิมคือ เราสามารถซื้อบัตรขึ้นหอไอเฟล (Eiffel Tower) ได้ผ่าน KLOOK ในราคาที่ถูกว่าซื้อตรงนั่นเอง คลิก ดูหรือซื้อใน KLOOK

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)

หากใครมาเที่ยวปารีสแล้ว จะพลาด พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ไม่ด๊ายยย อันนี้จริงจัง ถึงแม้อาจจะไม่ได้เข้าด้านในพิพิธภัณฑ์ คือมาดูสถาปัตกรรมแลนด์มาร์คของปิรามิดแก้วด้านนอกก็ยังดี ซึ่งก๊อตเองก็ไม่ได้เข้าด้านในพิพิธภัณฑ์ เพราะมาไม่ทันเวลาเปิดนั่นเอง คืออันนี้ก๊อตพลาดจริง รู้สึกเสียใจน้ำตาไหลเพราะอดดูรูปโมนาลิซ่ามากกกก นี่ถึงกับบอกตัวเองไว้ว่าครั้งหน้าถ้าได้มาเที่ยวปารีสอีกจะไม่พลาดแน่นอน

แต่มาถึงด้านหน้า พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ก็ต้องถ่ายรูปคู่เสมือนมาแล้วนั่นเอง ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดฮิตของการถ่ายรูปด้วยเลยทีเดียว เพราะสามเหลี่ยมปิรามิดแก้วด้านหน้านี้ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คอันมีชื่อของปารีสไปเรียบร้อยแล้ว และนี่อยากบอกข้อมูลที่น่าทึ่งของที่นี่ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่คนเข้าชมเยอะมากที่สุดในโลกแล้วเด้อ

ถ้าใครได้อ่านรีวิวนี้ ยังไงก๊อตก็แนะนำให้เราเข้าชมด้านใน โดยเฉพาะคนที่ซื้อ Paris Pass ที่มี Museum Pass นี่คืออย่าพลาดอย่างแรง เพราะพาสตัวนี้เค้ารวมค่าเข้าของ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ไว้เรียบร้อยแล้ว // ส่วนใครที่ไม่มีพาส คลิกดู หรือซื้อบัตรเข้าชมได้ใน KLOOK เช่นกัน! 

อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ ดูว์ การูแซล (Arc de triomphe du Carrousel) + สวนสาธารณะตุยเลอรี (Tuileries Garden)

หากใครที่มา พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) แล้วชิลๆ อยากเดินเล่นกินลมชมวิวต่อ นี่แนะนำให้ข้ามถนนมายังฝั่งตรงข้ามของ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) จุดแลนด์มาร์คแรกที่เราสังเกตได้เลยคือ อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ ดูว์ การูแซล (Arc de triomphe du Carrousel) ที่ดูคลับคล้ายเหมือนประตูชัยฝรั่งเศสที่นี่กำลังจะไปในสถานที่ต่อไป โดยที่นี่ถูกให้สร้างโดยจักรพรรดินโปเลียนเหมือนกัน แต่ที่นี่สร้างก่อน เสร็จก่อน และเล็กกว่า ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe / อาร์ก เดอ ทรียงฟ์) ถึงสองเท่า และถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับทหารกล้าที่เข้าร่วมรบในสงครามนโปเลียนนั่นเอง

ถัดจาก อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ ดูว์ การูแซล (Arc de triomphe du Carrousel) เราจะเจอกับสนามหญ้ากว้างใหญ่พร้อมวิวดีๆ ของตึกรามบ้านช่องของปารีส ซึ่งที่นี่ก็คือ สวนสาธารณะตุยเลอรี (Tuileries Garden) นั่นเองง ตรงนี้ฝรั่งเค้านิยมกันมานั่งจับกลุ่มปิกนิคกัน ซึ่งถ้าใครว่างล่ะก็ การมานั่งเล่นตรงนี้ก็ชิลเว่อวังเหมือนกันนะเว้ย วิวดี คนก็ดีย์ เอ้อ 555555555

ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe / อาร์ก เดอ ทรียงฟ์)

จุดหมายปลายทางสุดท้ายของวันนี้คือ ประตูชัยฝรั่งเศส หรือภาษาฝรั่งเศสที่เรียกว่าอาร์ก เดอ ทรียงฟ์เดอเลตวล (The Arc de Triomphe de l’Étoile) ซึ่งก๊อตแนะนำเลยว่าให้เราสามาที่นี่ตอนเย็นๆ ที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก เพราะบรรยากาศคือโคตรดี แถมเรายังสามารถเดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของประตูชัยเพื่อดูวิวรอบๆ แบบ 360 องศาของเมืองปารีสได้แบบสวยๆ แถมยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่เราสามารถมองเห็น หอไอเฟล (Eiffel Tower) ได้สวยที่สุดแห่งหนึ่งในปารีสด้วยนะเอ้อ

ประตูชัยฝรั่งเศส (The Arc de Triomphe) ถือเป็นอนุสรณ์สถานเพื่ออุทิศแก่วีรบุคคลในสงครามปฎิวัติฝรั่งเศส (French Revolutionary) และสงครามนโปเลียน (Napoleonic Wars) โดยความตั้งใจแรกของการสร้างประตูชัยฝรั่งเศส มาจากจักรพรรดินโปเลียน ในปี 1806 แต่กว่าจะสร้างเสร็จ ก็ใช้เวลานานกว่า 30 ปี จนเสร็จในปี 1836 ในสมัยพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป แทนนั่นเอง

ใครที่ต้องการอยากเข้าไปในประตูชัยฝรั่งเศสเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน จะมีค่าเข้าอยู่ที่ 12 ยูโร นะแจ๊ะ แต่ถ้าใครที่มี Museum Pass หรือ Paris Pass อยู่ในมือแล้วล่ะก็ เราสามารถยื่นบัตรเบ่งนี้เพื่อเข้าไปด้านในได้ฟรี เมื่อเราเข้าไปด้านใน เราจะได้ขึ้นกับบันไดเกลียว 280 ขั้น (เดินวนเวียนจนตาลาย) เพื่อขึ้นไปยังด้านบนเพื่อเข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับข้อมูลการก่อสร้าง รวมถึงประวัติศาสตร์ต่างๆ ของประตูชัยฝรั่งเศส // ใครไม่มีพาส ซื้อบัตรได้ใน KLOOK เนอะ คลิกๆ

จากชั้นนิทรรศการจะมีบันไดเพื่อขึ้นต่อไปยังจุดชมวิวด้านบนเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนอีก เอาจริง คือเดินขึ้นบันไดกันจนหอบ แต่ความเหนื่อยนั้นจะหายไปเมื่อเราได้ชมเมืองปารีสแน่นอน บอกเลยยย!

หอไอเฟล (Eiffel Tower) อย่างสวย โดยเฉพาะตอนพลบค่ำที่เค้าจะเริ่มเปิดไฟวิบวับเล่นแสงสี ส่วนตัวนี่ว่าเป็นจุดชมวิวหอไอเฟลที่ดีที่อีกแห่งหนึ่งของปารีสเลย

มุมนี้เป็นอีกมุมที่ก๊อตชอบมาก เพราะเราสามารถเห็นพระอาทิตย์ตกลับกับสกายไลน์ของปารีสในย่านกลางเมืองธุรกิจ CBD ลาเดฟ็องส์ (La Défense) นั่นเอง ถือเป็นภาพปิดท้ายของวันแรกได้น่าประทับใจเล้ยยย

ปารีส วันที่ 2
ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)

สำหรับใครที่เป็นแฟนสวนสนุกและแฟนดิสนีย์ มาถึงปารีสทั้งที อย่าพลาดเชียวกับ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) เพราะที่นี่เป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเดียวในยุโรปนะแกร๊ และถึงแม้ที่นี่จะไม่ได้ใหญ่โตมากมายเหมือนที่โตเกียวหรือเซี่ยงไฮ้ แต่ที่ก็มีถึงสวนสนุกถึงสองแห่งในตัวให้เราเลือกเล่น แถมเครื่องเล่นยังสนุกมากอีกด้วย นี่คอนเฟิร์ม

สำหรับ ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris)  จะประกอบไปด้วย ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) และ วอล์ทดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) โดยบัตรสวนสนุกที่เราซื้อมานั้น สามารถซื้อเพื่อเข้าสวนสนุกอันเดียว หรือจะซื้อแบบใช้เข้า-ออกได้ทั้งสองอันตามใจชอบแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งก็ได้เหมือนกัน อันนี้แล้วแต่สะดวกเล้ย

และถ้าถามว่าใช้เวลาเที่ยวนานเท่าไหร่ นี่ขอบอกว่าให้เวลากับมันไปเลยหนึ่งวันเต็ม แต่ว่าหนึ่งวันเต็ม ไม่สามารถเก็บครบทุกเครื่องเล่นได้ทั้ง ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) และ วอล์ทดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) นะแจ๊ะ เก็บเครื่องเล่นไม่หมดแน่นอน เพราะจากที่ก๊อตได้ไปเที่ยวมา และตะลุยเก็บเครื่องเล่นเจ๋งๆนั้น คือนี่สามารถเก็บเครื่องเล่นไฮไลท์ของฝั่ง ดิสนีย์แลนด์ปาร์ค (Disneyland Park) ได้หมดเท่านั้น ส่วนฝั่ง วอล์ทดิสนีย์สตูดิโอปาร์ค (Walt Disney Studios Park) ได้เล่นไปอันเดียวเองจ้า 555555555

🚈 วิธีการไป ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ให้เรานั่งรถไฟไปที่สถานี Gare de Marne la Vallée Chessy ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองปารีสไปประมาณ 1  ชั่วโมง แต่ถ้าอยากไปแบบง่ายๆ นั่งรถบัสต่อเดียวถึง ให้เราซื้อบัตร + Shuttle Bus Express เอา คือเราสามารถนั่งรถบัสของดิสนีย์แลนด์กลางเมืองปารีส ไปสวนสนุกได้เลย ซึ่งเค้ามีหลายจุดให้เราขึ้นแถว หอไอเฟล (Eiffel Tower), Gard du Nord, Opéra และ Châtelet เด้อ

เอาเป็นว่า สำหรับรีวิว ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ก๊อตขอแยกเป็นอีกหนึ่งรีวิวแยกเช่นเคย เพราะรายละเอียดจริงๆของดิสนีย์แลนด์ค่อนข้างเยอะ ทั้งเครื่องเล่นไฮไลท์ที่อยากแนะนำ วิธีวางแผนการเล่น การซื้อบัตรเข้าสวนสนุก รวมถึงทริค FAST PASS ที่เราสามารถกดบัตรลัดคิวได้แบบฟรีนะเอ้อ // ส่วนใครที่อยากได้สรุปย่อแบบเร็วๆ ก่อน อ่านต่อด้านล่างนี้

อ่านรีวิว ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) คลิก

ซื้อบัตร ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ที่ไหน?

⚡️ซื้อบัตร ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ให้ซื้อที่ KLOOK เพราะถูกกว่าหน้าเว็บของ Disneyland Paris ประมาณ 1,000 บาท กรี๊ดดด แกร๊ คือ KLOOK ราคาเริ่มต้นแบบ 1 วัน 1 ปาร์ค อยู่ที่ 1,530 บาท ส่วนหน้าเว็บดิสนีย์แลนด์ ปารีส เริ่มอยู่ที่ $82.24 หรือประมาณ 2,530 บาท คือราคาต่างกันมากจนน่าตกใจจจ ดูราคาหรือซื้อบัตร ดิสนีย์แลนด์ ปารีส (Disneyland Paris) ให้เราลองคลิกลิงค์จากลิสด้านล่างนี้ได้เลย

1. บัตร Disneyland Paris แบบ 1-2 วัน | คลิก ดูหรือซื้อผ่าน KLOOK
2. บัตร Disneyland Paris แบบ 1 วัน + Shuttle Bus Express | คลิก ดูหรือซื้อผ่าน KLOOK
3. บัตร Disneyland Paris แบบ 2/3/4 วัน | คลิก ดูหรือซื้อผ่าน KLOOK

เครื่องเล่นไฮไลท์ห้ามพลาด (ความคิดเห็นส่วนตัว)

⚡️นี่บอกก่อนว่าเป็นคนที่ชื่นชอบเครื่องเล่นแบบพาดโผน โดยเฉพาะรถไฟเหาะต่างๆงี้ เครื่องเล่นไฮไลท์อันนี้อาจจะไม่ใช่สำหรับเด็กน้อยเด้อ ตามความเห็นส่วนตัว เครื่องเล่นที่ห้ามพลาดมีดังนี้ Big Thunder Mountain, Indiana Jones™ and the Temple of Peril, Phantom Manor, Pirates of the Caribbean, Star Wars Hyperspace Mountain และ The Twilight Zone Tower of Terror™

ปารีส วันที่ 3
พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

เริ่มต้นวันที่ 3 เราจะไป พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) กันก่อนที่แรก โดยครั้งนี้เราจะไปกับทัวร์ครึ่งวันที่เราซื้อผ่าน KLOOK แหละ เนื่องจากพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ตั้งอยู่นอกเมืองปารีสโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยความขี้เกียจการเดินทาง และอยากทำเวลา นี่เลยเลือกใช้ทัวร์ + ไกด์ด้วยเลย ทั้งหมดของทัวร์นี้ ราคาอยู่ที่ 2,650 บาท รวมรถรับ-ส่งจากตัวเมืองที่ออฟฟิศ PARISCityVISION แถวๆ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) รวมถึงบัตรค่าเข้าพระราชวังแล้วเด้อ ดูและซื้อรายละเอียดทัวร์ผ่าน KLOOK ที่นี่เลย // แต่ถ้าใครจะไม่ไปทัวร์ก็ได้ แนะนำให้ ซื้อบัตร  ซื้อบัตร พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ช่องทางพิเศษ ผ่าน KLOOK เหมือนเดิม สะดวกสบาย คลิกที่นี่

สำหรับพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ถือเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ควรมาเยือนซักครั้ง เพราะที่นี่คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์และความพีคสุดขงฝรั่งเศสจนถึงถึงยุคขาลงของระบอบกษัตริย์ในการปฏิวัติฝรั่งเศสเลยล่ะ พระราชวังแห่งนี้เริ่มต้นคือเป็นพระตำหนักเล็กๆ เพื่อเป็นที่พักในการออกล่าสัตว์ ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 และถูกสร้างใหม่ให้ยิ่งใหญ่เหมือนปัจจุบันโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ประกอบไปด้วย พระราชวัง (The Palace), อุทยานแวร์ซาย (The Gardens), The Estate of Trianon และ พระตำหนักเล็กพระนางพระนางมารี อองตัวเนต (Marie-Antoinette’s Estate) โดยในของพระราชวัง มีห้องต่างๆ มากถึง 700 โดยมีการจัดแสดงภาพวาด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักอีก 15,034 ชิ้น แต่ที่นี่ไม่มีห้องน้ำซักห้องเดียวนะเออ

ตามประวัติศาสตร์ไทย เราก็มีเหตุการณ์ที่คณะราชทูตจากกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้ส่งคณะทูตนำโดย ออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 ในห้องกระจกที่เรากำลังจะไปเที่ยวนั่นเองง

สำหรับการเดินทัวร์ของ พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) นั้น เราจะเดินเข้าเป็นห้องเรื่อยๆ ต่อๆกันไป โดยแต่ละห้องไกด์เค้าก็จะบรรยายให้เราฟังหมดเลยว่าห้องนี้คืออะไร มีไว้ทำอะไร และมีความสำคัญอะไรบ้าง ซึ่งส่วนตัวนี่ก็ว่ามันดีกว่าเดินเองนะ เพราะถ้าเดินเองนี่คือเราจะงงแน่นอน แถมไม่รู้เรื่องอิโหน่อิเหน่อีกต่างหาก

สิ่งที่น่าเสียดาสำหรับการมาเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ของก๊อตครั้งนี้คือ ก๊อตเดินแค่ในพระราชวังเท่านั้นแหละ ซึ่งจริงๆ ทัวร์เค้าจะมีเวลาว่างให้เราได้เดินเล่นเองในสวนหได้ แต่สุดท้ายนี่ก็ไม่ได้ไปเดินสวน หรือส่วนอื่นๆด้านนอกเล้ย เพราะวันที่ก๊อตไปคือซัมเมอร์แล้วอากาศร้อนสุดขีดจากการที่ฮีทเวฟเข้ามาจนอุณภูมิสูงถึง 42 องศา โอ้ยยยย คือร้อนมากจนไม่ไหวที่จะเดินข้างนอกจริ๊งๆ

แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette)

มาถึงเวลาช้อปปิ้งกันบ้างงง สำหรับใครที่อยากช้อปปิ้งในฝรั่งเศส หลายคนต้องนึกถึง ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) แน่นอน ซึ่งถ้าใครที่มีเวลาเยอะหน่อย และอยากช้อปปิ้งแบบจริงจังจัดเต็ม แนะนำให้ไปช้อปที่ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เลยจ้า แต่ถ้าใครเวลาน้อยหน่อย แล้วอยากเดินห้าง ก๊อตจะแนะนำให้มาห้างที่สวยหรูหรา มีครบเกือบทุกอย่างที่ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) แทน

ความสะดวกของที่นี่คือ เราสามารถทำ Tax Refund ได้เลยที่ห้าง และที่ชอบมากของห้างนี้คือ เค้าแยกตึกกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตึกแฟชั่นผู้ชาย หรือตึกแฟชั่นผู้หญิง ใครมาคู่ ชาย-หญิง แล้วอยากช้อปแบบเต็มอิ่ม แนะนำให้เราแยกกันเดินไปเลยเด้อ 555555

🚈หากเราต้องการมา แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) ให้เรานั่งรถไฟใต้ดินมายังสถานี Chaussée d’Antin La Fayette ได้เลย // 💸 (FYI) การทำ Tax Refund ที่ฝรั่งเศส เราต้องซื้อของภายในวันเดียวกันขั้นต่ำ 175 ยูโร นะแจ๊ะ

ล่องเรือทานอาหารค่ำในแม่น้ำแซน (Seine River)
กับ PARISCity Vision La Marina

ปิดท้ายทริปปารีส 3 วันให้ชิคกว่าเดิม พร้อมทั้งเก็บความทรงจำดีๆ ก๊อตจะพาไปล่องเรือทานอาคารค่ำในแม่น้ำแซนกับ เรือครูซ PARISCity Vision La Marina ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตของปารีสคือการล่องเรือนี่แหละ ไม่ว่าจะแค่การล่องเรือชมวิวแบบปกติที่เราจะได้เห็นแลนด์มาร์คสำคัญในปารีส หรือจะให้พิเศษมากกว่าเดิม คือการล่องเรือพร้อมทานอาหารไปด้วยก็ได้เหมือนกัน ซึ่งถ้าเรามากับแฟนนี่ โคตรโรแมนติก

สำหรับเจ้าที่ก๊อตขึ้นอย่าง PARISCity Vision La Marina เค้ามีให้เลือกหลายช่วงเวลา ตั้งแต่การทานอาหารกลางวัน และแบบอาหารค่ำ โดยทริปนี้ที่ก๊อตรีวิวนี้ คือเลือกแบบอาหารค่ำ Decouverte Menu นะแจ๊ะ โดยเค้าจะเริ่มบอร์ดดิ้ง  6 โมงเย็น ซึ่งท้องฟ้ายังสว่างจ้าอยู่ เพราะว่านี่มาเที่ยวหน้าร้อนและพระอาทิตย์ตกตอน 3 ทุ่ม 55555555

ส่วนราคาค่าเสียหายของการดินเนอร์ครั้งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1,920 บาท เนอะ จองล่องเรือทานอาหารค่ำในแม่น้ำแซน (Seine River) กับ PARISCity Vision La Marina ผ่าน KLOOK ได้เลยที่ลิงค์นี้ คลิกดูหรือซื้อใน KLOOK

เรื่องวิวของการล่องเรือนี่เกินบรรยายมาก ซึ่งนี่ก็พึ่งรู้เหมือนกันว่าแม่น้ำแซน (Seine River) จะผ่านสถานที่สำคัญของปารีสหลายแห่งมาก ตั้งแต่ มหาวิหารน็อทร์-ดาม (Notre-Dame Cathedral), พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ (Musée d’Orsay), พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvrre), พระราชกรองปาเลส์ (Grand Palais), หอไอเฟล (Eiffel Tower) และ รูปปั้นเทพีเสรีภาพ (Statue de la liberté) และวนกลับไปยังท่าเรือที่เราขึ้น โดยทั้งหมดน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าโอเคเลย

ส่วนเรื่องอาหารนั้น เค้าจะจัดมาเป็นคอร์สเลย เริ่มตั้งแต่ Starter กรุบกริบทั้งหอยเชลล์ แซลมอน ตามด้วย Main Course ที่เราสามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นไก่ ปลาคิด หรือเนื้อวัว (จากที่ชิมมาทั้งหมด ทั้งของตัวและและของเพื่อนที่มาด้วยกัน จะบอกว่าไก่อร่อยสุด) สุดท้ายจบมื้ออาหารด้วยของหวาน ซึ่งอันนี้ขอรีวิวตามจริงจากใจคือ อาหารค่อนข้างธรรมดา ไม่ได้อร่อยล้ำเลิศ แต่พอมารวมๆกับบรรยากาศของปารีส ทำให้ทริปล่องเรือทานอาหารอันนี้ คะแนนผ่านไปแบบเฉียดฉิวเด้อ ฮ่า

เอาเป็นว่า ถ้าใครคิดว่ามาที่นี่แล้วอยากลองล่องเรือทานข้าว แต่ถ้าอยากลองร้านอื่น ใน KLOOK เค้ายังมีกิจกรรมล่องเรือทานอาหารอื่นๆให้เลือกแทนอีกเยอะเลย

ทริปล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine River) ที่จองได้จาก KLOOK

⚡️สำหรับวิธีการจองที่ง่ายที่สุดของทุกกิจกรรมการ ล่องเรือในแม่น้ำแซน คือการจองกับ KLOOK อีกแล้ว ซึ่งใน KLOOK เองก็มีตัวเลือกหลายเจ้ามาก ซึ่งนี่แนะนำให้อ่านรีวิวแต่ละอันอีกทีในเว็บของ KLOOK เองเน้อออ

  1. ล่องเรือแม่น้ำแซนเพื่อชมวิว 1 ชั่วโมง โดย Bateaux Parisiens 
    ราคาประมาณ 520 บาท | คลิกดูหรือซื้อใน KLOOK
  2. ล่องเรือแม่น้ำแซนเพื่อชมวิว 1 ชั่วโมง โดย Vedettes de Paris
    ราคาประมาณ 520 บาท | คลิกดูหรือซื้อใน KLOOK
  3. ล่องเรือแม่น้ำแซนเพื่อชมวิว + ทานอาหารกลางวัน หรือ อาหารค่ำ โดย PARISCity Vision La Marina (อันที่รีวิวไป) 
    ราคาเริ่มต้น ประมาณ 1,387 บาท | คลิกดูหรือซื้อใน KLOOK
  4. ล่องเรือแม่น้ำแซนเพื่อชมวิว + ทานอาหารกลางวัน หรือ อาหารค่ำ โดย Bateaux Parisiens
    ราคาเริ่มต้น ประมาณ 2,070 บาท | คลิกดูหรือซื้อใน KLOOK

ที่พักในปารีส
Best Western Premier Opéra Faubourg

Best Western Premier Opéra Faubourg ถือเป็นโรงแรมยอดฮิตของคนไทยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ตอนที่ได้ไปพักที่นี่คือเจอคนไทยเยอะม๊าก ฮ่าๆ ซึ่งความดีของ Best Western Premier Opéra Faubourg คือเรื่องโลเคชั่นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน Le Peletier เท่าไหร่ แถมรอบๆ ยังมีร้านอาหาร บาร์ รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างคาร์ฟูร์ และเรายังสามารถเดินไปช้อปปิ้งแบบจุใจที่ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) อีกด้วย บอกเลยว่าอยู่ที่นี่ไม่อดตายจ้า อย่างน้อยๆก็มีซุปเปอร์ไว้กันตาย หากไม่มีอะไรจะกิน 555555

เรื่องของห้องพักถือว่าแคบไปหน่อยเมื่อเทียบกับราคา แต่ต้องยอมเรื่องเตียงว่าดีย์ นอนสบาย แต่ห้องน้ำเล็กม๊าก โดยเฉพาะห้องอาบน้ำที่เข้ายืนก็เต็มล้าว ส่วนเรื่องของอาหารเช้าถือว่าปานกลาง ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีเลิศ เป็นฟีลแบบ Continental Breakfast ที่ยังมีตัวเลือกให้กินหลากหลายทั้ง เบคอน ไส้กรอก ขนมปังหลากหลายชนิด และเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่อร่อยอยู่ // สรุปโดยรวมของโรงแรมนี้ ก๊อตให้ผ่านเด้อ

Best Western Premier Opéra Faubourg

ราคาห้องพักเริ่มต้น 3,000 บาท/คืน ดูเรทและจอง Best Western Premier Opéra Faubourg สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน Agoda.com //
ดูผ่าน Hotels.com // ดูผ่าน Trip.com

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก

ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย)ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)  |  ส่วนลด Shoppee

 

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

NO COMMENTS

POST A COMMENT