HashCorner

รีวิว ฮ่องกง (Hong Kong) เที่ยวจัดเต็ม เก็บทุกช็อตถ่ายรูปคูลๆ

มาแล้วกับรีวิวเที่ยวฮ่องกง คือฮ่องกงเนี่ยเป็นประเทศที่ไปล่าสุดประมาณ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ทำบล็อกเลย 555555 มาปีนี้ได้มีโอกาสกลับมาเที่ยวฮ่องกงอีกครั้ง เลยมาเขียนรีวิวฮ่องกงได้อ่านกัน โดยเฉพาะช่วงนี้ เรื่องของการไหว้พระสละโสดที่ฮ่องกงนั้นดังในหมู่คนไทยม๊ากก หลายคนรีวิวว่าไปไหว้กลับมาแล้วได้แฟนจริง นี่ก็เลยได้ไปวัดนี้เหมือนกัน

บวกกับเทรนด์รูปใน Instagram ตอนนี้ รูปจากฮ่องกงก็เยอะอยู่ จากคาแรคเตอร์เมืองที่โดดเด่นมากในเรื่องของความหนาแน่นของดงตึก ทำให้ฮ่องกงเนี่ยมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร รีวิวนี้ก็เลยมีการตามรอยจุดถ่ายรูปฮิตด้วย ซึ่งบอกเลยว่าดีย์ และคูลสุดๆ เอ้ออออ .. ไม่พูดพร่ำเพรื่อแล้ว เราไปเริ่มต้นเที่ยวฮ่องกงกันเลยดีกว่า!

วิดีโอทริป ฮ่องกง / Hong Kong x Hashcorner

Hong Kong x Hashcorner

Hong Kong / ฮ่องกง 🇭🇰

ช็อปให้หมด จบที่ล้มละลาย
พร้อมตะลุยกินแหลก พุงไม่แตกอย่ากลับบ้าน
จากนั้นตามล่าช็อตถ่ายรูปคูลๆ ลงโซเชียล
เดินสงบจิต สงบใจที่สวนจีนหนานเหลียน
ไปวัดหวังต้าเซีย ผูกด้ายแดง ขอแฟน สละโสด
แล้วไปสนุกสุดเหวี่ยงต่อที่ Ocean Park Hong Kong
แล้วจบด้วยการดูพระอาทิตย์ตกที่ Instagram Pier

นี่แหละ ความเพอร์เฟ็คของทริปฮ่องกงเก๊าเลย
แท็กเพื่อนฝูง แล้วชวนกันไปฮ่องกงเร้ว ❤

Music: Big Wild – Aftergold

Posted by HashCorner on Friday, May 25, 2018

วิธีเข้าตัวเมืองฮ่องกง / วิธีไปสนามบินฮ่องกง PANTIP

คือผมจะแนะนำแค่ 2 วิธีที่สะดวกสุดในการเข้าเมืองฮ่องกงเนอะ ส่วนวิธีการไปสนามบินมันก็คือวิธีเดียวกัน โดย 2 วิธีนั้นคือ นั่งรถไฟ Hong Kong Airport Express และรถเมล์ ส่วนวิธีอื่นจริงๆก็มีอีก อย่างเช่น นั่งแท็กซี่ (ซึ่งแท็กซี่ในฮ่องกงแพงชิบหาย เคยนั่งใกล้ กระเป๋าตังค์แทบรั่ว) อีกอันก็แบบรถเมล์แล้วไปต่อรถไฟ MTR ซึ่งไม่อยากจะแนะนำเพราะมันลำบากเกิน สรุป 2 วิธีนี้ดีสุดแล้วจย้าา ฮ่า

(1) รถไฟ Hong Kong Airport Express

คือถ้าเอาความสะดวก รวดเร็ว ราคารับได้แบบโอเค แนะนำให้นั่งรถไฟ Hong Kong Airport Express นี่แหละดีที่สุดจากตัวเลือกทั้งหมด โดยสถานีรถไฟที่เราสามารถลงได้นั้นมีอยู่ 3 สถานีคือ สถานีซิงยี่ (Tsing Yi Station), สถานีเกาลูน (Kowloon Station) และสถานีฮ่องกง (Hong Kong Station) โดยราคาค่าโดยสาร ถ้าอิงราคาตามเว็บมันก็แพงหน่อยๆ

※ ถ้าอยากได้ราคาประหยัดมากขึ้น จะแนะนำตามนี้ คือ ถ้าเรามา 1-3 คน ให้ซื้อบัตร Hong Kong Airport Express จากเว็บ KLOOK (คลิกซื้อที่นี่) เพราะมันถูกกว่า สมมุตเราลงสถานีเกาลูน ราคาเต็มมัน HK$105 แต่ราคา KLOOK มันแค่ HK$66 เท่านั้นเองเว้ยยย ถูกกว่าเป็นร้อย แถมเป็นตั๋วแบบ QR Code สแกนที่ประตูเกทได้เลย // แต่ถ้าเรามากันตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป แนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟแบบ Group Travel ที่สถานีจะถูกกว่าซื้อจาก KLOOK เด้อ

In-town Check-in ที่สถานีฮ่องกง และสถานีเกาลูน

บอกไว้สำหรับขากลับออกจากฮ่องกง ถ้าเราบินการบินไทย เราสามารถเช็คอินแบบ In-town Check-in ได้ที่เค้าเตอร์สถานีฮ่องกงและสถานีเกาลูน โดยเราสามารถเช็คอินได้ก่อนล่วงหน้าถึง 24 ชั่วโมงเลยแหละ คือแบบสะดวกมากกกก สามารถเดินตัวปลิวได้สบาย สมมุตวันกลับไทยเราบินเย็นๆ ค่ำๆงี้ แค่ไปเช็คอินโหลดกระเป๋าก่อนตอนเช้า เราจะได้ตั๋วบอร์ดดิ้งพาสมาเลย จากนั้นเดินเล่นในตัวเมืองชิลๆ ตกเย็นค่อยนั่ง Airport Express แบบไม่มีสัมภาระรุงรังไปสนามบิน อันนี้เริ่ดเว่อร์

(2) รถเมล์

รถเมล์เป็นวิธีหนึ่งในการเข้าเมืองที่ถูกลงมาจากรถไฟ ซึ่งที่สนามบินมันจะมีรถเมล์หลายสายให้เราเลือก อันนี้ก็ต้องไปดูเอาเอง ว่าต้องขึ้นสายอะไรนะแจ๊ะ แล้วแต่ละสายราคาก็จะไม่เท่ากันแล้วแต่ระยะทาง สามารถไปดูสายรถเมล์ได้ ที่นี่ ราคาตั้งแต่ HK$4-50 เลย 55555

เดินทางในเมืองด้วยบัตร Octopus

ใครที่เดินทางบ่อยๆ ซื้อบัตรปลาหมึก หรือบัตร Octopus ก็ดี เพราะจริงๆแล้วบัตรนี้มันไม่ได้ใช้แค่เดินทางเท่านั้น แต่มันสามารถใช้แตะบัตรซื้อได้เกือบทุกอย่างบนเกาะฮ่องกง ซื้อของในเซเว่นก็ได้ ร้านอาหารก็รับ คือแม่งสะดวกมาก โดยเฉพาะถ้าเราขึ้นรถไฟ MTR บ่อยๆ และมีโอกาสได้มาฮ่องกงหลายครั้ง ซื้อไปก็ไม่เสียหาย เพราะบัตร Octopus ใช้ขึ้นรถเมล์ และรถไฟ MTR ที่ราคาจะถูกกว่าซื้อบัตรแต่ละเที่ยว ประมาณ 10% นาจา

ราคาบัตร Octopus อยู่ที่ HK$150 เป็นเงินจริง HK$100 และค่ามัดจำ HK$50 โดยถ้าเราคืนบัตรก็จะได้เงินมัดจำคืน โดยหักค่าบัตรนิดหน่อย ถ้าจำไม่ผิดจะได้คืน HK$9 ม้าง โดยเราต้องคืนภายใน 90 วันหลังจากออกบัตร ซึ่งผมลืมคืนโว้ย เบื่อตัวเองจังโว๊ะ 5555555

บัตร Octopus ซื้อได้ที่สนามบิน / 7-11 หรือตามสถานีรถไฟ ตอนคืนก็คืนได้ตามสถานีรถไฟเช่นกัน // รูปข้างล่างคือรถรางนะ ไม่ใช่รถไฟฟ้า MTR ฮ่าๆ

ฮ่องกง วันแรก
วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple)

สิ่งแรกในการเที่ยวฮ่องกงที่เราจะทำก่อนเลยคือการมา วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple) จย้าาา บอกเลยว่าวัดนี้โด่งดังมากในดงคนไทยเรื่องการขอพรเกี่ยวกับความรักให้ลงจากคาน จากโสดให้เจอเนื้อคู่จนได้แต่งงานมีลูกงี้  5555555555 // ที่น่าสนใจคือ .. ตอนที่ผมไปเนี่ย เจอแต่คนไทย เดินขวักไขว่หยิบด้ายแดงขอพรกันใหญ่ ฮ่า

วิธีการมา วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple) ให้เรานั่งรถไฟ MTR ลงที่สถานี Wong Tai Sin โดยออกประตู B2 เดินมาจากสถานีนิดหน่อย เราจะเจอวัดนี้ทันที

วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple) จริงๆ แล้วออริจินอลคือวัดลัทธิเต๋านะ แต่พอเข้าไปดูจริงๆ คือรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายศาสนาม๊าก นั่นคือมีศาสนาพุทธเพิ่มเติม รวมทั้งยังมีลัทธิขงจื้ออีกด้วย สำหรับคนฮ่องกง หรือคนจีนอื่นๆนั้น ไฮไลท์อันดับแรกของการมาที่วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple) คือไม่ใช่การมาไหว้เรื่องความรักจาก เทพเจ้าหยุคโหลว (เทพแห่งความรักและการแต่งงาน) หรอก ส่วนมากเค้ามาไหว้ เทพเจ้าหวังต้าเซียน กัน ซึ่งเค้าบอกว่าศักดิ์สิทธิ์และขออะไรไป ได้กลับมาจริงด้วยแกร อีกสิ่งที่เค้านิยมกันคือการเสี่ยงเซียมซี

โดยวันที่ผมไปนั้นเป็นวันเสาร์ คนคือเยอะม๊าก ลานตรงกลางวัดที่ไหว้เทพหวังต้นเซียน คือ เต็มไปด้วยผู้คนที่นำของมากราบไหว้ พร้อมกับมีกระบอกเสี่ยงเซียมเซียเป็นแถวเรียงกันเป็นตับๆเลยเด้อ คือเค้าบอกกันว่า ผลทำนายของเซียมซีที่นี่คือถูกเป๊ะมาก หากใครได้ไป .. ต้องไปลองแล้วแหละ แต่บอกไว้ก่อนว่า คำทำนายเค้าเป็นภาษาจีน เราอาจจะให้คนแถวนั้นที่เค้าตั้งเป็นซุ้มแปลดู (เสียตังค์ค่าแปลด้วยนะจ๊ะ งือ) ไม่ก็ส่องกล้องแล้วใช้ Google Translate แปลเล้ย 55555

เทพเจ้าหยุคโหลว (เทพแห่งความรักและการแต่งงาน)

สำหรับใครที่ตั้งใจมาที่วัดหวังต้าเซียน เพื่อสละคานออกจากชีวิต แนะนำให้มาไหว้เทพเจ้าหยุคโหลว โดยรูปปั้นนั้นท่านยืนอยู่ตรงกลาง มีด้ายแดงหนาเตอะที่พ่วงไปยังคู่รักชายและหญิงด้านข้างทั้งสองด้าน มือของเทพเจ้าหยุคโหลวจะถือหนังสือเล่มนึงอยู่ ซึ่งหนังสือเล่มนี้คือรายชื่อคู่รักทั้งหมดที่ท่านจะผูกดวงชะตาความรักด้วยด้ายแดงคู่แท้เข้าด้วยกัน อีกนัยนึงก็คือ หาคู่แท้ให้นั่นเอง ฮ่าๆ

วิธีไหว้ขอคู่จากเทพเจ้าหยุคโหลว

(1) ให้เราปิดตาอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าหยุคโหลวก่อน
(2) เอามือทั้งสองทำตามรูป (เค้ามีป้ายบอกอยู่ตรงนั้น) จากนั้นไปคีบด้ายแดงให้เกี่ยวกับนิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้าง
(3) นำมือที่ด้ายเกี่ยวอยู่ไปลูบกับเท้าของรูปปั้นเพศตรงข้าม อย่างผู้หญิงก็ไปรูปปั้นเทพผู้ชายเด้อ
(4) ผูกด้ายแดงนั้นบนด้ายแดงที่เชื่อมระหว่างเทพยุคโหลวกับรูปปั้นเพศที่เราไปขอพรเมื่อกี้
(5) สุดท้ายขอพรอีกครั้งเป็นอันจบ

※ ใครที่สมหวังได้คู่จากการมาไหว้เทพเจ้าหยุคโหลว เราต้องกลับมาขอบคุณท่านด้วยการถวายดอกไม้ ผลไม้ หรือเค้กท่านด้วยนะ อย่าลืมมม

สวนหนานเหลียน (Nan Lian Garden)

ใครที่ต้องการความสงบท่ามกลางเมืองฮ่องกงที่วุ่นวาย เราคงต้องมาสงบจิตสงบใจกันหน่อยที่ สวนหนานเหลียน (Nan Lian Garden) และ วัดนางชีฉีหลิน (Chi Lin Nunnery) กันแล้วแหละ ซึ่งสวนและวัดแห่งนี้ตั้งอยู่แถว Diamond Hill ที่เราสามารถนั่งรถไฟ MTR มาลงที่สถานี Diamond Hill ได้เลย พอขึ้นมาจากสถานีรถไฟ เราจะเจอห้าง Plaza Hollywood ก่อน ให้เราเดินมาทางขวาตามป้ายบอกทาง เราจะเข้าสู่สวนหนานเหลียน สวนสวยสไตล์จีนแบบราชวงศ์ถัง ที่เค้าสร้างเลียบแบบสวนหนึ่งในมณฑลซานซี ประเทศจีนนั่นเอง

ต้องบอกจริงๆ ว่าแนะนำให้มาที่นี่มาก เพราะสวนเค้าสวยจริง มีความสงบและเดินชมบรรยากาศได้เรื่อยๆ คือมันชิลและดีย์มากเว้ย โดยไฮไลท์ที่สวยสุดของจะเป็นพาวิลเลี่ยน หรือศาลาสีทองกลางบ่อน้ำดอกบัวตรงกลางซึ่งสวยมาก อีกอันคือจุดชมวิวบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีปลาคราฟเยอะมาก ตรงนี้ก็สวยตรงที่วิวบ่อน้ำ เราจะเห็นศาลาและตึกสูงของฮ่องกงเป็นแบล็คกราวด์ .. เอาจริง แค่เรานั่งเอื่อยๆตรงนี้ ดูวิวไปเรื่อย ก็รู้สึกดีแล้วอะ 55555

วัดนางชีฉีหลิน (Chi Lin Nunnery)

เดินมาสวนหนานเหลียนแล้ว (Nan Lian Garden) ก็ต้องมาแพ็คคู่กับ วัดนางชีฉีหลิน (Chi Lin Nunnery) ที่เราสามารถเดินข้ามสะพานที่เชื่อมมาจากสวนหนานเหลียงได้เลย โดยวัดนางชีฉีหลินแห่งนี้ถือเป็นเป็นสำนักชีในพระพุทธศาสนาในนิกายมหายานที่ใหญ่สุดในเอเชียเลยด้วยนะ ถูกสร้างตั้งแต่ปี 1934 โดยวัดนั้นถูกออกแบบตามสถาปัตยกรรมของราชวงศ์ถัง ซึ่งการสร้างศาลาวัดนี้ เค้าไม่ใช้ตะปูในการยึดติดซักอันเดียว อเมซิ่งมากก

หากใครที่มาวัดนางชีฉีหลินแล้ว แนะนำให้มาไหว้เคารพสักการะตรงศาลาชั้นในสุดตรงกลาง โดยศาลานี้จะมีพระศรีศากยมุนี ประดิษฐานเป็นพระองค์ประธานอยู่ รวมถึง พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ พระอานนท์ พระมัญชูศรีโพธิสัตว์ และ พระมหากัสสปะ ประทับเคียงข้างองค์พระประธานด้วย // ไหว้ เสร็จแล้วก็เดินชิลๆต่อได้เลย เพราะวัดนี้ บอกเลยว่าเงียบสงบมากก

ห้าง Plaza Hollywood

อีกหนึ่งห้างที่น่าเดินในฮ่องกง คือ Plaza Hollywood ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ MTR Diamond Hill ตรงที่เราลงสถานีนี้เพื่อไปยัง สวนหนานเหลียน (Nan Lian Garden) และ วัดนางชีฉีหลิน (Chi Lin Nunnery) นั่นแหละ จะบอกว่าห้างนี้ของเยอะมากเหมือนกัน มันอาจจะไม่ใช่ห้างที่ขายของ High Fashion Brands แต่ที่นี่มันจะเป็นห้างแมสๆ ที่มีพวกแบรนด์ปกติทั่วไปที่คนไทยชอบก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน อย่างพวก H&M, Uniqlo, Nike, Adidas, Vans, Pull and Bear งี้ ถ้าผ่าน .. เราจะแวะเดินก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ได้มา ก็ไม่ต้องเสียเวลาถ่อนั่งรถไฟมาเด้อ 55555555555

จิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui)

กลับมาที่ จิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) คิดว่าย่านนี้น่าจะเป็นรู้จักมากที่สุดของนักท่องเที่ยวแล้ว อย่างคนไทยส่วนมากเวลาเลือกหาที่พักก็จะพักย่านนี้ซะส่วนใหญ่ เพราะมันสะดวก มีรถไฟฟ้า และโรงแรมแถวนี้คือถูกม๊าก แถมแถวนี้ยังมีห้างเยอะแยะอีก คือสวรรค์มากๆสำหรับนักท่องเที่ยวเลยย

นี่จะไม่เขียนเกี่ยวกับ จิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) มากนัก เพราะตัวเองก็เดินเตร่ช็อปปิ้งไปเยอะ แต่มีอันนึงที่อยากให้ไปคือให้มายังจุดใต้สุดของจิมซาจุ่ยที่ทางเดินเลียบทะเลใกล้ๆกับท่าเรือ การดูวิวเมืองฮ่องกงฝั่งวิคตอเรีย + ดูพระอาทิตย์ตก + ดูแสงสีตึก โอ้ย ดีย์มากกกก

ตรงทางเดินเลียบทะเลที่เราสามารถดูวิวเมืองฮ่องกงอีกฝั่งนั้น มีอีกจุดที่คนชอบไปถ่ายรูปกันเลยคือ Hong Kong Cultural Centre คือคนจะชอบไปถ่ายรูปกันตรงเสาที่เรียงกันเป็นตับๆ ใครชอบรูปฮิปๆ เก๋ๆ ตรงนี้ก็ดูเป็นจุดถ่ายรูปที่ดีเลย

ช่วงเย็นๆ นี่ก็เดินวนเวียนอยู่แถวนี้นี่แหละ อยู่จนพระอาทิตย์ตกที่แบบสวยมาก และอยู่ต่อจนฟ้ามืดดูเรือใบสีแดงแล่นไปมาตัดกับสกายไลน์แสงสีฮ่องกงที่เป็นภาพอยู่เบื้องหลัง ชิลๆดี ชอบเลย

ตึกที่มีเส้นซิกแซ็กไปมา คือ ตึก Bank of China Tower เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกงและเอเชียในปี 1989-1992

ฮ่องกง วันที่สอง
ตามรอยเก็บช็อตเด็ดฮ่องกงใน Instagram

คือปกติผมนี่เป็นคนที่ติดการเล่น Instagram อยู่แล้ว แล้วคือฮ่องกงคืออีกหนึ่งประเทศฮิตที่คนนิยมถ่ายรูปลง Instagram มากเว่อ คือมันมีเสน่ห์ของความหนาแน่นของดงตึกนั่นแหละ วันที่สองของการเที่ยวฮ่องกง เราเลยจะไปล่าหาจุดที่คนนิยมไปถ่ายรูปกันซักหน่อย เอ้าเริ่ม! // ใครจะตาม Instagram ผมก็ได้นะ @hashcorner เลย 55555555555

Choi Hung Estate

เริ่มต้นวันตามรอยเก็บช็อตรูปอินสตาแกรมด้วยการไป Choi Hung Estate เป็นที่แรก ซึ่งที่นี่เค้าป๊อปมากกกก เห็นเกือบทุกรีวิววัยรุ่นคือมาที่นี่กันหมด จากที่คิดโดยการเห็นจากในรูปคือ ที่นี่มีความคัลเล่อฟูลของสนามบาสและตึกรอบๆข้าง โอ้ย ถ่ายรูปแล้วมันต้องสวยแน่ๆ .. แต่พอได้ไปจริง คนแม่งเยอะสาสสสส คือ ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ เยอะจนไม่รู้จะถ่ายตรงไหนเลย 555555555

คือคนมันเยอะมากแกร๊ นี่ก็หามุมถ่ายๆ ถ่ายไปแปปๆก็ออก รู้สึกว่าคนเยอะเกินไป แถมร้อนอีกด้วย รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เท่าไหร่ ถ้าให้แนะนำคือให้มาตอนแดดร่มๆดีกว่า อาจจะช่วงเย็นๆแล้วน่าจะถ่ายรูปสวยเน้อ

วิธีการมา Choi Hung Estate คือ ให้เรานั่ง MTR มาลงสถานี Choi Hung ทางออก C3 ออกมาแล้วเดินขึ้นบันไดตึกมาก็เจอเด้อ

Ping Shek Estate

Ping Shek Estate คือตึกที่อยู่ไม่ไกลจาก Choi Hung Estate แค่เราข้ามถนนมา เอาจริง .. ตึกนี้ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่ แค่อยากเดินมาดูมุมๆนึงที่เห็นจาก Instagram นั่นคือมุมที่เรายืนอยู่กลางตึกชั้นหนึ่ง แล้วมองขึ้นไปบนยอดตึก มุมนี้แหละที่แม่งเจ๋งดี .. ซึ่งถ้าเรามา Choi Hung Estate แล้ว จะมาเดินข้ามถนนมาที่ Ping Shek Estate มันก็ไม่ได้เสียเวลาเท่าไหร่เลยแกร๊

Lok Wah South Estate

Lok Wah South Estate ที่นี่ ถือเป็น hidden gem ที่ถ่ายรูปอินสตาแกรมคูลๆ ที่ผมยังไม่เคยเห็นรีวิวฮ่องกงอันไหนของคนไทยที่ไปมาก่อน ตอนแรกนี่ก็โพสรูปที่ถ่ายที่นี่ลง Instagram ส่วนตัว แล้วคือคนถามเยอะมากว่าที่ไหน .. ซึ่งผมยังไม่บอก เพราะนี่จะเก็บมาเฉลยในรีวิวฮ่องกงนี่แหละจ๊า 555555

ส่วนตัวที่นี่คือที่ๆ ถ่ายรูปแล้วคูลมาก คือชอบเลย แนะนำให้มาตอนบ่ายๆ แดดแรงๆ เพราะมันจะเป็นเงาเส้นๆคาดลงมาตรงกำแพง โอ้ยย โคตรคูล // วิธีมา Lok Wah South Estate คือ ให้เรานั่ง MTR มาลงสถานี Ngau Tau Kok แล้วปักหมุดว่า Lok Wah South Estate Garage จากนั้นให้เดินตาม Google Map เอาเลย

Yick Fat Building

Yick Fat Building ถือเป็นตึกหนึ่งที่คนมาถ่ายรูปเยอะมาก เยอะจนขนาดต้องต่อคิวถ่ายรูปอ่ะแกร หลายคนอาจจะงงว่ามันดังได้ไง คือ .. มันดังเพราะหนังเรื่อง Transformer เค้ามาถ่ายตรงตึกนี้ในฮ่องกง ทีนี้คนก็เลยแห่กันมาถ่ายรูปกันเยอะแยะ ก่อนไปนี่ก็ได้ยินข่าวลือมาว่าที่นี่เค้าปิดแล้ว แต่ผมก็ลองไปดู เค้าก็ยังเปิดปกติ เรายังสามารถเดินเข้าไปได้นาจา

แนะนำให้เรามาแบบสงบเสงี่ยม อย่าไปรบกวนชาวบ้าน ตึกตรงนี้เค้ายังอาศัยกันอยู่ปกติตามวิถีชีวิตเค้าเนอะ // วิธีมา Yick Fat Building ให้เรานั่ง MRT มาลงสถานี Tai Koo ทางออก B จ๊า

ย่านเซ็นทรัล-โซโห (Central-Soho)

ถ้าให้พูดถึงย่านเซ็นทรัล (Central) นี่ ต้องบอกว่าย่านนี้ถือว่าเป็นย่านเมืองใหม่ของฮ่องกงเลยนะ สถาปัตยกรรมของตึกรามบ้านช่องจะทันสมัย ดีไซน์ใหม่เอี่ยมค่อนข้างแตกต่างจากฝั่งเกาลูนที่ดูเก่ากว่า ตรงเซ็นทรัล (Central) นี่แหละ คือย่าน Central Business District หรือ CBD ของเค้าเล้ย // ถ้าเทียบกับกรุงเทพบ้านเรา คือย่านสาทร สีลม เพลินจิต ถนนวิทยุ อะไรประมาณนั้นเด้อ

สตรีทอาร์ท Hollywood Road

ย่านเซ็นทรัล (Central) ที่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจโดยเฉพาะด้านการเงินแล้ว ที่นี่ยังมีความติส ความฮิปของย่านนี้เกี่ยวกับเรื่องกราฟิตี้และสตรีทอาร์ทอยู่ด้วย ซึ่งเราสามารถเดินเอื่อยๆ เรื่อยๆ ดูความเมือง ดูงานศิลป์ได้เลยบนถนนฮอลลีวูด (Hollywood Road) เลยย

สตรีทอาร์ทที่คนชอบมาถ่ายรูปที่สุดคือรูป Old Townhouse รูปนี้ คือตอนที่ไปคนเยอะชิบหายวายวอด รถที่ขับไปมาตรงถนนบีบแตรเสียงดังใหญ่ เพราะคนเยอะจนคนมายืนออกันตรงถนนอ่ะ 5555555

เดินไปเรื่อยๆ เราก็จะเจองานสตรีทอาร์ทเรื่อยๆ ตามตรอกซอกซอย หรือตามข้างถนน คือมันดีย์มาก ดูสวย ดูเสริมกับตัวเมือง ไม่ได้ดูสกปรกยี๊แหยะอะไรเลย ชอบบ 5555555

โซโห (Soho)

โซโห (Soho) จริงๆ คืออีกย่านหนึ่งที่อยู่ทางใต้ของถนนฮอลลีวูด (Hollywood Road) มันคือย่านบันเทิงชิคๆ ที่รวมร้านนั่งชิล ร้านอาหาร หรือร้านค้าเก๋ๆ ที่ไม่วุ่นวายเหมือนย่านปาร์ตี้อย่างลานไควฟง (Lan Kwai Fong: LKF) เว้ย

นี่อ่ะ .. ไปเดินตอนบ่ายๆ คือเค้าตั้งโต๊ะนั่งชิลจิบเบียร์กันแบบเก๋และดูชิลมากเว่อร์ ถ้าเราว่าง แนะนำให้มาลองหาร้านแถวนี้ดู คือมันดีย์มากกกกกก 5555555

วัดหม่านโหม่ว (Man Mo Temple)

วัดหม่านโหม่ว (Man Mo Temple) เป็นอีกวัดหนึ่งที่อยากให้เข้ามาไหว้เมื่อเรามาเที่ยวแถวย่านเซ็นทรัล (Central) โดยวัดนี้ถูกสร้างมาเพื่อสักการะเทพเจ้าหม่าน (Man) เทพแห่งการประพันธ์ เป็นเทพด้านบุ๋น และเทพเจ้าโหม่ว (Mo) หรือเทพกวนอู เป็นเทพแห่งสงครามเป็นเทพด้านบู้ ซึ่งถ้าใครที่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษา แนะนำให้มาไหว้เทพหม่านเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือเรื่องสอบ เพราะที่นี่สมัยก่อนคนจีนเค้าจะมาขอให้สอบผ่านเพื่อเป็นขุนนางกัน ส่วนเทพเจ้าโหม่วหรือเทพกวนอู ตำรวจและมาเฟียมักจะมาไหว้เกี่ยวกับเรื่องความซื่อตรงของกลุ่มเพื่อนฝูงรวมถึงพี่น้องที่ทำงานด้วยกัน

※ เทพเจ้าหม่าน (Man) เทพแห่งการประพันธ์ จะคลุมผ้าสีแดง

วิธีการขอพร เมื่อจุดธูปสักการะองค์เทพเสร็จแล้ว ให้นำสิ่งที่เตรียมมาอย่างพวกหนังสือ ปากกา ดินสอ หรือเอกสารที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหรือการเรียน ไปเวียนตรงกระถางธูป 3 รอบ พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรเป็นอันเสร็จพิธี

※ เทพโหม่ว (Mo) หรือเทพกวนอู จะคลุมผ้าสีเขียว

วิธีการขอพร เตรียมเทียน 1 คู่, ธูปมังกร 3 ดอก, ธูปเล็ก 3 ดอก, กระดาษขอพรเทพเจ้ากวนอู 1 ชุด, ผลไม้, อาหารเจ และ เหล้า โดย ให้จุดเทียนก่อน, จากนั้นจุดธูปมังกร 3ดอก เพื่อไหว้ ฟ้าดิน และจุดธูปเล็ก 3 ดอก เพื่อไหว้อธิฐาษขอพรจากองค์เทพ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร ส่วนกระดาษที่เขียนขอพร หลังจากไหว้ด้วยธูปเล็ก 3 ดอกแล้ว ให้เอาไปเผาได้เลย เมื่อเผากระดาษเสร็จก็ถือว่าจบพิธี

เรื่องธูปนั้นไม่ต้องห่วง เค้ามีขายในวัด ราคาแล้วแต่ตามศรัทธาโดยเราสามารถหยอดลงในตู้บริจาคได้เลย // เครดิตวิธีการไหว้ : packagetourhongkong.com

นอกจากเทพเจ้าหม่าน (Man) และเทพโหม่ว (Mo) แล้ว ตึกข้างๆยังมีท่านเจ้าแม่กวนอิมให้เรากราบไหว้ขอพรด้วยอีกเช่นกันน้า

ท่าเรืออินสตาแกรม (Instagram Pier)

สุดท้ายของวันนี้คือเราจะมาดูพระอาทิตย์ตกในฮ่องกงกันอีกรอบ แต่ครั้งนี้เราจะมาที่ท่าเรือยอดฮิตของวัยรุ่นฮ่องกงที่นิยมมาถ่ายรูปลงอินสตาแกรม จนท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นชื่อฮิตติดปากว่า Instagram Pier โอ้ยยย มันคือชื่อจริง ไม่ได้ล้อเล่นนนน ซึ่งบอกเลยว่าที่นี่ถือเป็น hidden gem สำหรับคนไทยที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก แต่วัยรุ่นที่นู้นคือรู้จักกันหมดจนกลายเป็นที่หลบหนีความวุ่นวายจากการดูพระอาทิตย์ตกตรงท่าเรือแถวจิมซาจุ่ย แล้วมาดูที่นี่แทน ซึ่งสวยมากกกก

※ วิธีการมาท่าเรืออินสตาแกรม (Instagram Pier) คือ ให้เรานั่ง MTR มาลงสถานี HKU โดยออกประตู B2 แล้วเดินมาตามถนนมาเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที แนะนำให้ปักหมุดเอาจาก Google Map แล้วเดินตาม อีกวิธีหนึ่งคือนั่งรถรางมาลงแถวๆ Shek Tong Tsui แล้วเดินมาอีกหน่อยก็ถึง // ส่วนผมนั้น เดินมาจากแถวๆโซโห (Soho) มาเรื่อยๆเลยจ้า ถือเป็นการเดินเล่นฮ่องกงไปในตัว ชิลจะตายยย

เมื่อเราเข้ามาในโซน Instagram Pier แล้ว มันจะเป็นท่าเรือยาวๆ ที่เราสามารถมองเห็นวิวฮ่องกงฝั่งเกาลูน สะพานซิงหม่าไกลๆ โอ้ย แม่งสวยมาก .. และนอกจากวิวฮ่องกงที่มันสวยแล้ว ที่ Instagram Pier ยังมีมุมหลากหลายมุมให้เราเดินถ่ายรูปเล่นแบบไม่รู้เบื่อเลย

ถ่ายรูปจนเปื่อย ให้เดินมาสุดทางท่าเรือ แล้วมาจับจองที่นั่งดูพระอาทิตย์ตกกันดีกว่า ซึ่งวิวพระอาทิตย์ตกตรงนี้จะแตกต่างจากตรงเกาะเกาลูนมาก เพราะวิวตรงข้างหน้าจะเป็นวิวเกาะลันเตา แล้วยังมีเรือวิ่งไป-มาตลอดเวลา สวยมากจริงๆเว้ย ยิ่งวันที่ฟ้าเปิด พระอาทิตย์ลูกใหญ่มาก .. ถ้าให้แนะนำ ลองซื้อเบียร์ซักกระป๋องแล้วมาจิบกินดูพระอาทิตย์ตก โหย ฟินสาสส 55555 // วัยรุ่นฮ่องกงข้างๆ เค้าทำงี้จริงๆ ถือเป็นไอเดียที่ดี

นี่ก็นั่งไปเรื่อยๆ จนพระอาทิตย์ลับหลังเกาะลันเตา จากนั้นก็เดินกลับ ฟีลวันนี้ดีมาก ที่นี่ถือเป็นการปิดวันกับเดย์ทริปตามรอยถ่ายรูปลง Instagram แบบคูลๆ ได้สมบูรณ์แบบมากจริงๆ ฮ่า

ฮ่องกง วันที่สาม
โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong)

คือนี่ก็ไม่แน่ใจว่าจะนิยาม โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong) ว่ามันคืออะไร จะบอกว่ามันเป็นสวนสนุกก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะจริงๆแล้ว ที่โอเชี่ยนปาร์คมันมีมากกว่าสวนสนุกเยอะ ถ้าให้บอกเกือบหมดก็จะประมาณนี้ คือ มีสวนสนุก มีอควาเรียม และมีความสวนสัตว์หน่อยๆ ฮ่าๆ เอาเป็นว่าโอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง เค้าเก่าแก่มากแล้วกัน เพราะเค้าเป็นสวนสนุกรุ่นเดอะที่มีอายุมากกว่า 40 ปี แล้วเว้ย บอกแม่ .. แม่รู้จัก แล้วแม่จะบอกว่า สวนสนุกนี้มันยังมีอยู่ใช่มั้ย มันนานมาแล้วนาาา ตั้งแต่สมัยแม่สาวๆเลย 555555

ถ้าให้เลือกระหว่าง โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong) และ ดิสนีย์แลนด์​ ฮ่องกง (Disneyland Hong Kong) ควรไปที่ไหน? คำถามแม่งยาก ส่วนตัวเคยไปดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกงแล้ว เมื่อหลายปีก่อน เอาเป็นว่า .. ถ้าชื่นชอบและอินในตัวละครดิสนีย์ ไปดิสนีย์แลนด์เลยข่ะ ถ้าใครอยากเน้นเครื่องเล่นหวาดเสียวให้มา Ocean Park คือไม่ผิดหวังเด้อ

แนะนำการซื้อบัตร Ocean Park Hong Kong

อันนี้เป็นทริคประหยัดตังค์เล็กน้อย เพราะจะบอกว่า .. ถ้าเราซื้อบัตรเข้า Ocean Park ในเว็บ Klook มันถูกกว่าซื้อหน้าสวนสนุกประมาณ HK$ 76 หรือประมาณ 300 กว่าบาทว่ะเออ (หน้าเว็บ Ocean Park ราคาบัตร HK$480 / ส่วนบนเว็บ Klook ราคาบัตร HK$404) นะจ๊ะ นอกจากเรื่องราคาที่ถูกกว่าแล้ว เรายังไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวซื้อบัตรที่หน้าสวนสนุก แถมยังได้น้ำกับขนมกรุบกริบอีกคนละหนึ่งชุดด้วย อันนี้ดีงามจนต้องบอกต่อ

 ทางไปซื้อบัตร Ocean Park บนเว็บ KLOOK คลิก ❤

เนื่องจาก โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong) ใหญ่โตมโหฬาร + รายละเอียดค่อนข้างเยอะ นี่เลยขอแยกรีวิวออกไปเป็นอีกหนึ่งรีวิวเต็มๆเลย ซึ่งถ้าเสร็จแล้วจะมาอัพเดทลิงค์กันอีกทีเน้อ ไม่นานเกินรอเน้อ 5555

ที่พักแนะนำในฮ่องกง
Burlington Hotel

Burlington Hotel เป็นที่พักเปิดใหม่ที่อยากแนะนำมากกกก! อันนี้คือรีวิวแบบนอนจริงมาแล้ว อย่างแรกเลยคือทำเลที่ตั้งอยู่แถวย่าน Wan Chai ที่มีของกินอร่อยๆ ร้านกาแฟตั้งอยู่ด้านข้าง ร้านสะดวกซื้ออยู่รอบด้าน อยู่ใกล้สถานี MTR สถานี Wan Chai แถมยังสามารถเดินไปย่าน Causeway Bay ได้ง่ายๆ แถมถ้าเราซื้อ Hong Kong Airport Express เราสามารถนั่งรถ Free Shuttle Bus ไปยังสถานี Hong Kong ได้ง่ายๆ เพราะป้ายรถมันอยู่ด้านหลังตรงข้ามโรงแรม Wharney Guang Dong Hotel Hong Kong ดังนั้น เราไม่ต้องนั่งแท็กซี่ หรือไม่ต้องนั่ง MTR อะไรทั้งนั้น อันนี้ดีมากกกกก

นี่ขอเชียร์ Burlington Hotel แบบออกนอกหน้า 555555
ราคาที่ผมได้จาก Expedia ห้องสแตนด์ดาร์ด ตกคืนละ 2,340 บาท เอง

นอกจากทำเลดีเลิศแล้ว ห้องพักของ Burlington Hotel คือดีมากกก ถึงแม้ห้องจะเล็กไปหน่อย แต่ดีไซน์ดูดี ทุกห้องพักเป็นห้องปลอดบุหรี่ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมอื่นไม่ค่อยจะมีคือ มีตู้เย็นส่วนตัว มีไมโครเวฟ มีจานชามให้ และมีมือถือให้ยืมทุกห้องที่เราสามารถเอาออกไปใช้ระหว่างวันเพื่อเปิด Hot Spot อินเตอร์เน็ตได้ โคตรดีย์ // เสียดาย ห้องน้ำไม่มีอ่างอาบน้ำ ไม่มีบุฟเฟต์อาหารเช้า ไม่มีสระว่ายน้ำ และฟิตเนสนั่นแหละ เหมือนเค้าบอกว่ากำลังขอใบอนุญาตและสร้างอยู่

ดูเรทและจอง Burlington Hotel สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

L’hotel Island South

L’hotel Island South เป็นโรงแรมที่อาจจะอยู่นอกตัวเมืองซักหน่อย แต่การเดินทางก็ไม่ลำบากมาก เพราะมันอยู่ไม่ไกลจาก MTR สถานี Wong Chuk Hang หนึ่งสถานีจาก Ocean Park Hong Kong ซึ่งถ้าใครอยากเที่ยวสวนสนุกแบบขี้เกียจไปไหน อยากพักใกล้ๆ มาพักที่นี่ก็ดีไม่แพ้กัน

ข้อดีของ L’hotel Island South คือ อยู่ใกล้สถานี MTR ในระยะเดินได้สะดวก ห้องพักใหญ่และดีเกินมาตรฐานฮ่องกงในราคาไม่แรงเว่อร์วัง อันนี้อยากชมมากกก .. ห้องน้ำก็ใหญ่ มีฟิตเนส มีสระว่ายน้ำ (แต่ตอนที่ไปพักคือน้ำในสระไม่มี งงมาก 555555 .. ไม่รู้เพราะหน้าหนาวหรือเปล่า) มีล็อบบี้ที่มีความเป็น Working Space ที่มีเครื่องทำกาแฟให้กินตลอดเวลา

ทุกอย่างเลิศเลอเพอร์เฟ็คแต่มาตายที่บุฟเฟต์อาหารเช้าที่ออกง่อยหน่อยๆ คือไลน์อาหารเหมือนจะเยอะ แต่ก็ไม่เยอะ กินไม่อิ่มแล้วก็ไม่ค่อยอร่อย เสียดาย // ดังนั้น ถ้าเราเลือกจาก OTA แล้วมีให้เลือกอาหารเช้าแบบเสียตังค์เพิ่ม .. ออกไปกินข้างนอกดีกว่าแกรเอ้ย

ดูเรทและจอง L’hotel Island South สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

โฮสเทลแนะนำในฮ่องกง คลิกอ่านต่อได้เลย

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

1 COMMENT
  • A กันยายน 27, 2018

    ไปเที่ยวทั้งหมดกี่วันคะ กะจะลอกให้หมดทุกที่ให้เหมือน

POST A COMMENT