HashCornerHashCorner
  • Home
  • Travel
    • Thailand
    • Asia
      • China
      • Hong Kong
      • Indonesia
      • Japan
      • Laos
      • Macao
      • Myanmar
      • Singapore
      • South Korea
      • Taiwan
      • Vietnam
    • Europe
      • France
      • Switzerland
      • United Kingdom
    • Oceania
      • Australia
      • New Zealand
    • USA
    • Hotels
  • Lifestyle
    • Lifestyle
    • Recommended
    • Shopping Guide
    • Shop
  • About / Collaboration
HashCornerHashCorner
  • Home
  • Travel
    • Thailand
    • Asia
      • China
      • Hong Kong
      • Indonesia
      • Japan
      • Laos
      • Macao
      • Myanmar
      • Singapore
      • South Korea
      • Taiwan
      • Vietnam
    • Europe
      • France
      • Switzerland
      • United Kingdom
    • Oceania
      • Australia
      • New Zealand
    • USA
    • Hotels
  • Lifestyle
    • Lifestyle
    • Recommended
    • Shopping Guide
    • Shop
  • About / Collaboration
0
29K
0
Home Travel Italy Vatican รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
  • Vatican

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

  • 22/11/2025
  • No comments
  • 4 minute read
Total
0
Shares
0
0
0

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

วาติกัน (Vatican City) หากใครมาเที่ยวโรม ประเทศอิตาลี ก๊อตเชื่อว่าจะต้องเคยได้ยินชื่อของนครรัฐแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลกอย่าง วาติกัน (Vatican City) ที่แยกออกมาปกครองตัวเองบนพื้นที่เล็กๆ เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบขนาดแล้ว คือเล็กกว่าสวนลุมพินีบ้านเราอีก แถมประชากรทั้งประเทศยังมีอยู่ไม่ถึงหนึ่งพันคนอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหล่านักบวช เจ้าหน้าที่ของวาติกัน ทหารรักษาการณ์สวิส (Swiss Guard) รวมถึงพระสันตะปาปา หรือ ‘โป๊บ’ ผู้นำสูงสุดของคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เรียกได้ว่า วาติกัน (Vatican City) เป็นดั่งศูนย์กลางและนครศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวคาทอลิก ดังนั้น ใครมาเที่ยวโรมแล้วไม่ได้มาเยือนที่นี่ ก๊อตบอกเลยว่าพลาดมาก เพราะประเทศจิ๋วแห่งนี้คือขุมทรัพย์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ใครที่หลงใหลและอยากเดินเที่ยวนครรัฐวาติกันแบบรู้เรื่อง อ่านรีวิวนี้แล้ว บอกเลยว่าเราจะเข้าใจภาพรวมและเที่ยวได้สนุกมากยิ่งขึ้นแน่นอน

Go to top

รู้จักวาติกัน (Vatican City)

วาติกัน (Vatican City) หรือจะเรียกว่า นครรัฐวาติกัน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของคริสตจักรโรมันคาทอลิก และเป็นดินแดนส่วนแยก (Enclave) ที่ล้อมรอบด้วยกรุงโรม ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไทเบอร์ (Tiber River) ถือเป็นรัฐชาติเอกราชโดยสมบูรณ์ที่เล็กที่สุดในโลก หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ เป็นประเทศที่เป็นเจ้าของตัวเอง มีอำนาจตัดสินใจทุกอย่างได้โดยไม่ต้องขึ้นกับประเทศอื่นๆ นั่นเอง ซึ่งกว่าจะมาเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลกนั้น วาติกัน (Vatican City) มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาหลายพันปีเลยทีเดียว

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

ก่อนจะมาเป็นวาติกัน (Vatican City)

ต้องเล่าย้อนกลับไปในช่วงสมัยโบราณ บริเวณที่ตั้งของ วาติกัน (Vatican City) ในปัจจุบันนี้ เคยเป็นเพียงพื้นที่ราบและเนินเตี้ยๆ ที่สามารถมองเห็นแม่น้ำไทเบอร์ (Tiber River) ได้ชัดเจน โดยบริเวณนี้แม้จะเป็นพื้นที่ห่างไกลจากกรุงโรม แต่ก็ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตโรมอยู่ดี เพียงแต่ในยุคนั้น ผู้คนมองว่าที่ดินผืนนี้เป็นพื้นที่อัปมงคลเพราะเกิดภัยพิบัติต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง เลยไม่ค่อยมีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยเท่าไหร่นัก จนกระทั่งในช่วงต้นยุคจักรวรรดิโรมัน จักรพรรดิเนโร (Nero) ได้สั่งให้สร้าง เซอร์คัสของเนโร (Circus of Nero) หรือสนามแข่งรถม้า ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ซ้อมรบและจัดมหรสพต่างๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนเริ่มรู้จักพื้นที่วาติกันมากขึ้น

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

โดยช่วงเวลานั้น ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงนับถือเทพเจ้าหลายองค์ และมองศาสนาคริสต์เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่แตกต่าง กระทั่งในปี ค.ศ. 64 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ไปทั่วกรุงโรม เผาไหม้เมืองจนวอดวาย ตำนานเล่าว่าในขณะเกิดไฟไหม้ จักรพรรดิเนโรกลับออกมาเล่นไวโอลินอยู่บนหอคอยอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงโยนความผิดให้กลุ่มคริสเตียน พร้อมออกคำสั่งให้จับกุมพวกเขามาประหารในเซอร์คัสของเนโร

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

โดยหนึ่งในคนที่ถูกจับกุมและถูกประหารด้วยการตรึงกางเขนนั้น มีชื่อของ นักบุญเปโตร (Saint Peter) หนึ่งใน 12 ศิษย์เอกของพระเยซู ที่เคยอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ในตอนที่ยังมีชีวิต และยังเป็นผู้ที่พระเยซูเคยตรัสว่า “เจ้าคือศิลา (Petros) และบนศิลานี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเรา” โดยตำนานเล่าว่า ก่อนถูกตรึงกางเขน นักบุญเปโตรขอให้ตรึงกางเขนของตนแบบกลับหัว ด้วยเหตุผลว่า “ตนไม่คู่ควรจะตายในแบบเดียวกับพระเยซู” และเมื่อเสียชีวิต ร่างของเขาถูกนำไปฝังไว้บริเวณใกล้สุสาน ซึ่งต่อมากลายเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของคริสตชน และเป็นต้นกำเนิดของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในวาติกันในเวลาต่อมา

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

กำเนิดวาติกัน (Vatican City)

วาติกัน (Vatican City) เริ่มก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 4 เมื่อมีการสร้างมหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter’s Basilica) ขึ้นบนหลุมศพของท่าน ต่อมาในความเชื่อของคริสตจักร นักบุญเปโตรถือเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรก และเป็นสัญลักษณ์ของประมุขแห่งศาสนา จนเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงปี ค.ศ. 313 ช่วงที่จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 (Emperor Constantine I) แห่งจักรวรรดิโรมัน พระองค์เป็นจักรพรรดิองค์แรกที่หันมานับถือศาสนาคริสต์ และได้ออก ‘กฤษฎีกาแห่งมิลาน’ (Edict of Milan) เพื่อยุติการไล่ล่าประหารชาวคริสต์ ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ศาสนาคริสต์ได้รับการยอมรับและแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว จนผู้คนจำนวนมากเริ่มเปิดใจและหันมาเข้าร่วมคริสตจักร

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เมื่อคริสตจักรเริ่มเข้มแข็งขึ้น อิทธิพลของพระสันตะปาปาก็แผ่ขยายตามไปด้วย โดยในศตวรรษที่ 5 หลังจักรวรรดิโรมันล่มสลาย ประชาชนในอิตาลีตอนกลางเริ่มหันไปพึ่งพาพระสันตะปาปาเพื่อความคุ้มครองจากภัยสงคราม ส่งผลให้อำนาจของศาสนจักรเพิ่มสูงขึ้น จนในช่วงประมาณปี ค.ศ. 600 คริสตจักรกลายเป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาของความรุ่งเรืองไม่ได้ยาวนานมากนัก ในปี ค.ศ. 1309 ราชสำนักสันตะปาปาถูกย้ายไปยังเมืองอาวิญง ประเทศฝรั่งเศส พื้นที่วาติกันจึงถูกทิ้งร้าง สิ่งก่อสร้างหลายแห่ง รวมถึงมหาวิหารนักบุญเปโตร เริ่มทรุดโทรมลง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1377 คริสตจักรได้กลับคืนสู่โรมอีกครั้ง และเริ่มสร้างสถาปัตยกรรมใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังอะพอสทอลิก (Apostolic Palace), โบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) และการบูรณะมหาวิหารนักบุญเปโตรขึ้นมาใหม่ โดยวาติกันเริ่มประกาศตัวว่าเป็นนครรัฐที่ไม่ขึ้นกับผู้ใด แม้ในขณะนั้นจะยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการก็ตาม

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เข้าสู่ศตวรรษที่ 19 อิตาลีเริ่มพยายามที่จะรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้คริสตจักรต้องสูญเสียที่ดินและอำนาจไปอย่างมหาศาล เรื่องนี้ทำให้เกิดความตึงเครียดอย่างหนักระหว่างรัฐบาลอิตาลีกับวาติกัน ถึงขนาดที่พระสันตะปาปาหลายพระองค์ประกาศตัวเป็น “นักโทษโดยสมัครใจ” และปฏิเสธที่จะก้าวออกจากกำแพงวาติกันเลยทีเดียว พระสันตะปาปาในยุคนั้นจึงยืนกรานที่จะไม่ยอมรวมเข้ากับอิตาลีเด็ดขาด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1929 รัฐบาลอิตาลีและสมเด็จพระสันตะปาปาขณะนั้นได้ลงนามในสนธิสัญญาลาเตอแรน (Lateran Treaty) ทำให้วาติกันกลายเป็นประเทศเอกราชอย่างเป็นทางการในชื่อ Vatican City State พร้อมระบอบการปกครองแบบนครรัฐ ที่พระสันตะปาปาทรงมีอำนาจสูงสุดทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ โดยวาติกันยังมีระบบโครงสร้างที่แยกขาดจากอิตาลีโดยสมบูรณ์ ทั้งโทรศัพท์ ไปรษณีย์ สถานีวิทยุ ธนาคาร ร้านขายยา รวมถึงกองกำลังองครักษ์สวิส (Swiss Guard) ที่คอยดูแลสมเด็จพระสันตะปาปาโดยตรง

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

หลายคนอาจสงสัยว่าประเทศเล็กๆ แบบนี้จะมีรายได้มาจากไหน คำตอบก็คือรายได้หลักของวาติกันนั้นมาจากเงินบริจาคโดยสมัครใจจากชาวคาทอลิกทั่วโลกกว่าพันล้านคน รวมถึงดอกเบี้ยจากการลงทุน และการขายแสตมป์ สิ่งพิมพ์ กับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนั่นเอง เรียกได้ว่าแม้จะเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลก แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบไม่แพ้ประเทศใหญ่ๆ เลย และทั้งหมดนี้ก็คือเส้นทางประวัติศาสตร์ของวาติกัน จากดินแดนที่เคยไร้ผู้คนสนใจ สู่การเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และกลายเป็นนครรัฐที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1984 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า แม้จะเล็กแค่ไหน แต่ความยิ่งใหญ่ของที่นี่นั้นอยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง

ที่เที่ยวในวาติกัน (Vatican City)

  1. จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Square)
  2. มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ / มหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter’s Basilica)
  3. พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums)
Go to top

เริ่มเที่ยว วาติกัน (Vatican City) กันเล้ยย
จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Square)

จัตุรัสนักบุญเปโตร (St. Peter’s Square) คือจุดแรกที่ทุกคนต้องเจอ โดยก๊อตเริ่มต้นเดินจากถนนสายหลัก Via della Conciliazione ที่ทอดยาวพาเราเข้าสู่ใจกลางของ วาติกัน (Vatican City) เมื่อเราเดินมาถึงด้านหน้าของมหาวิหาร เราจะเจอกับลานกว้างโอ่อ่าที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่สวยและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้สามารถรองรับผู้คนได้มากถึง 320,000 คนในช่วงพิธีกรรมทางศาสนา หรือเหตุการณ์พิเศษระดับโลก เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา ที่เราสัมผัสได้ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาเลย

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

ชื่อของ จัตุรัสนักบุญเปโตร ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ แก่นักบุญเปโตร (Saint Peter) ตามตำนานเชื่อกันว่า บริเวณลานกว้างแห่งนี้คือสถานที่ที่นักบุญเปโตรถูกตรึงกางเขนและเสียชีวิต ด้วยเหตุนี้ จัตุรัสนักบุญเปโตร จึงกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนเพื่อแสวงหาความสงบในจิตใจ และเพื่อแสดงความเคารพต่อความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ความโอ่อ่าอลังการของจัตุรัสแห่งนี้ เป็นผลงานการออกแบบของ จาน ลอเรนโซ แบร์นินี (Gian Lorenzo Bernini) สถาปนิกและประติมากรเอกแห่งยุคบาโรก (Baroque) ของอิตาลี ตามพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา อเล็กซานเดอร์ที่ 7 ซึ่งการก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1656-1667 รวมเวลาทั้งหมดในการสร้างถึง 11 ปี

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

ลักษณะเด่นของจัตุรัสคือพื้นที่วงรีโอบล้อมด้วยแนวเสาโค้งครึ่งวงกลม 284 ต้น ทอดตัวเชื่อมต่อกับมหาวิหาร ว่ากันว่าถ้าเราได้ขึ้นไปมองภาพจากมุมสูงจะเห็นว่าแนวเสาโค้งทั้งสองฝั่งนั้นแผ่ออกเหมือนกับอ้อมกอดอันยิ่งใหญ่ที่เปิดต้อนรับผู้ศรัทธาจากทั่วโลกให้เข้ามาสู่อ้อมกอดของคริสตจักร นอกจากนี้หากเรามองขึ้นไปด้านบนของแนวเสา จะเห็นรูปปั้นนักบุญต่างๆ ถึง 140 องค์ สูงราวๆ 3 เมตร โดยรูปปั้นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1670 โดยลูกศิษย์ของแบร์นินี เพื่อเพิ่มความขลังให้กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้นั่นเอง

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

ยังไม่หมดเท่านั้น ตอนที่ก๊อตไป ดันตรงกับช่วงที่จัตุรัสกำลังจัดงานอะไรสักอย่างพอดี (ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นงานอะไร) ลานกว้างตรงหน้าเลยเต็มไปด้วยเก้าอี้นับพันตัววางเรียงรายรอบเสาโอเบลิสก์แบบเนียนกริบ ถึงแม้จะมีเก้าอี้วางอยู่เต็มพื้นที่จนดูเหมือนจะเบียดบังวิว แต่ก๊อตก็ยังสัมผัสได้ถึงความขลังและความโอ่อ่าของ จัตุรัสนักบุญเปโตร ผ่านบรรยากาศรอบตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากใครดวงดีหน่อย แล้วมาชนกับช่วงที่ลานจัดงานแบบนี้ก็จะมีโอกาสได้เจอกับโป๊บด้วยนะ โดยพระองค์จะออกมาโบกไม้โบกมือให้เราผ่านช่องประตูด้านหน้าตัวโบสถ์ แต่รอบนี้ที่ก๊อตมา เสียดายแต้มบุญยังไม่พอ เลยอดเห็นพระองค์กับตาไปจ้า

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เมื่อเดินเข้าสู่ใจกลางของจตุรัส เราจะเจอกับความยิ่งใหญ่ของเสาโอเบลิสก์แห่งวาติกันที่สูงถึง 25 เมตร ตั้งตระหง่านเป็นจุดศูนย์กลางของจัตุรัส โดยเสานี้ถูกย้ายมาจากประเทศอียิปต์ในสมัยโรมันโบราณ และถูกนำมาตั้งไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบันกลางจัตุรัสในปี ค.ศ. 1586 และถูกตั้งไว้อย่างสมดุลในตำแหน่งปัจจุบัน บนยอดเสามีไม้กางเขนแห่งความรอด สัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย สื่อถึงการเสียสละ ความรัก และการให้อภัยของพระเยซูที่ยอมพลีชีพเพื่อไถ่บาปของมนุษยชาติ ไม้กางเขนนี้จึงเป็นเหมือนหัวใจของความศรัทธาที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับพระเจ้า และเตือนใจคนที่มาเยือนได้รำลึกถึงความเมตตาที่พระองค์มีต่อโลกใบนี้

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

และแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของจัตุรัสนักบุญเปโตรยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะภายในจัตุรัสยังมี น้ำพุสองแห่ง ขนาบข้างเสาโอเบลิสก์ ได้แก่ น้ำพุของแบร์นินี (สร้างในปี ค.ศ. 1675) และ น้ำพุของมาดอร์โน (สร้างในปี ค.ศ. 1614) ซึ่งน้ำพุทั้งสองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งจตุรัส แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้งเกี่ยวกับศาสนา โดย “น้ำ” ในความเชื่อของศาสนาคริสต์ หมายถึงการชำระล้างและการเกิดใหม่ น้ำพุทั้งสองจึงเปรียบเสมือน พระพรของพระเจ้าที่ไหลรินออกมาสู่ผู้คนจากทั่วโลก ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยเช่นกัน โดยรวมแล้ว จัตุรัสนักบุญเปโตร จึงไม่ใช่แค่ลานกว้างทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นเหมือน ‘หัวใจแห่งศรัทธา’ และเป็นประตูบานแรกที่เปิดนำเราเข้าสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางศาสนาและศิลปะอันยิ่งใหญ่ของโลก ถือเป็นการเริ่มต้นเที่ยวในวาติกันได้แบบยิ่งใหญ่สุดๆ กันเลยทีเดียว

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

Go to top

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ / มหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter’s Basilica)

ไปต่อกันที่ไฮไลท์หลักของวาติกันกับ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter’s Basilica) ซึ่งเราสามารถเรียกได้ทั้งสองชื่อเลย โดยที่นี่เป็นมหาวิหารที่เค้าสร้างขึ้นบนที่ตั้งของหลุมศพนักบุญเปโตร เพื่อเป็นสถานที่สักการะของผู้ศรัทธา โดยออกแบบตามหลักของห้องประชุมโบราณ ทำให้ด้านในสามารถรองรับได้กว่าหลายพันคนในแต่ละครั้ง ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานที่แสวงบุญที่สำคัญและเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกคริสเตียน

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เรื่องราวของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 4 เมื่อจักรพรรดิคอนสแตนตินทรงสั่งให้สร้างมหาวิหารบนพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ฝังศพของนักบุญเปโตร หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซู โดยมหาวิหารหลังแรกสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 329 และถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา สุสานแบบมีหลังคา และสถานที่จัดงานศพ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1506 ในสมัยของโป๊ปยูลิอุสที่ 2 พระองค์ได้มีรับสั่งให้รื้อถอนมหาวิหารหลังเดิมและมอบหมายให้ ดอนาโต บรามันเต (Donato Bramante) สถาปนิกชื่อดังแห่งยุคนั้น เป็นผู้ออกแบบมหาวิหารขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยเค้าได้เสนอแผนผังของมหาวิหารในรูปแบบกางเขนกรีกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโบสถ์ไบแซนไทน์ ภายหลังการเสียชีวิตของบรามันเตในปี ค.ศ. 1514 งานก่อสร้างทั้งหมดถูกส่งต่อมายังราฟาเอล ซานซิโอ (Raphael Sanzio) และคณะ ซึ่งได้สร้างกันต่อจนถึงปี ค.ศ. 1520 ก่อนจะเสียชีวิตลง และส่งต่องานอีกครั้งให้กับ อันโตนิโอ ดา ซังกัลโล (Antonio da Sangallo the Younger) ซึ่งรับช่วงต่อจนเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1546

👀 เลี้ยงกาแฟ HASHCORNER ☕️

ถ้าคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ เลี้ยงกาแฟก๊อตซักแก้วได้นะครับ 😆💙
จะได้มีแรงใจทำรีวิวออกมาให้ทุกคนได้อ่านเรื่อยๆ ครับ

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1547 โปรเจกต์นี้ก็ได้มาถึงมือของสุดยอดศิลปินอย่าง ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ที่ตอนนั้นเขามีอายุ 70 กว่าปีแล้ว และได้เข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะเขาได้ปรับเปลี่ยนแผนผังเดิมเกือบทั้งหมด โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างโดมขนาดมหึมาที่สมบูรณ์แบบที่สุด และใช้เวลาต่อเนื่องถึง 26 ปี แม้ว่าไมเคิลแองเจโลจะเสียชีวิตลงก่อนที่โดมจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่เขาก็ได้วางรากฐานและโครงสร้างหลักของโดมเอาไว้ จนสถาปนิกในยุคต่อมาสามารถสานต่องานชิ้นเอกนี้จนสำเร็จได้

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เมื่อโครงสร้างหลักของมหาวิหารเสร็จสิ้นลงแล้ว หลายสิบปีต่อมาในปี ค.ศ. 1624 โป๊ปในยุคนั้นก็ได้มอบหมายให้ จาน ลอเรนโซ แบร์นินี (Gian Lorenzo Bernini) เข้ามาตกแต่งภายในส่วนที่สำคัญที่สุด อย่างการสร้างซุ้มบรอนซ์ปิดทองขนาดมหึมา (Baldachin) ที่ตั้งอยู่เหนือหลุมศพของนักบุญเปโตร โดยผลงานชิ้นนี้กลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของมหาวิหารมาจนถึงทุกวันนี้เลย

นอกจากนี้ แบร์นินี ยังได้ออกแบบซุ้มศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ (Niches) บริเวณฐานของโดม สำหรับจัดแสดงของสักการะยุคแรก 4 ชิ้น ได้แก่ ผ้าคลุมหน้าของนักบุญเวโรนิกา (Veil of Veronica) ชิ้นส่วนของไม้กางเขนแท้ (True Cross) หอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Lance) และพระธาตุส่วนหนึ่งของนักบุญแอนดรูว์ (Relic of St. Andrew) ซุ้มศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เหล่านี้ถูกบรรจุไว้ภายในเสากลางสี่ต้นที่รองรับโดมขนาดใหญ่ของมหาวิหาร แต่ละต้นประดับด้วยภาพแกะสลักหินอ่อนแบบนูนต่ำ เพื่อให้ผู้คนได้มองเห็นสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งด้านข้างของแต่ละซุ้มจะมีเสาโบราณลวดลายใบองุ่นจากมหาวิหารหลังเดิมมาอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงได้รับการดูแลรักษาและคงความงดงามไว้ได้มาจนถึงทุกวันนี้

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

สำหรับเส้นทางเดินชมภายใน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เริ่มจากทางเดินหลักใจกลางมหาวิหารที่มีความยาวกว่า 186 เมตร โอบล้อมด้วยจิตรกรรมฝาผนังและงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่ผสานความงดงามของเรอเนสซองส์และบาโรกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ความอลังการของที่นี่ก๊อตไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเล่าให้ฟังได้ นอกจากอยากให้ทุกคนได้เห็นผ่านภาพที่ถ่ายมาฝากกัน เพราะด้านในมหาวิหารนั้น ยิ่งใหญ่อย่างกับหลุดเข้ามาอยู่ในพระราชวัง ด้วยตัวโถงยกสูง ท่ามกลางเสามากมาย และงานศิลปะที่ประดับประดาเอาไว้ มันตระการตาไปหมดทุกมุมที่กวาดสายตามองผ่านเลย

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

หากให้พูดถึงความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ลองดูจากภาพได้เลยว่า คนที่เดินอยู่ยังสูงไม่ถึงฐานเสาของมหาวิหารด้วยซ้ำ ยิ่งเดินยิ่งเห็นคนตัวเท่าถั่วงอกของจริงเลย ซึ่งหนึ่งในผลงานเด่นที่สุดคือ La Pietà ประติมากรรมของพระแม่มารีอุ้มพระเยซู ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโล ที่เขาสร้างขึ้นในช่วงอายุเพียงยี่สิบต้นๆ เท่านั้น โดยตัวประติมากรรมนี้ตั้งอยู่ด้านขวาของวิหาร และอยู่ภายในกระจกนิรภัยพิเศษ เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ที่ผู้ไม่หวังดีพยายามทำลายใบหน้าโดยการโยนของเพื่อทำลายใบหน้าของพระแม่มารีนั่นเอง

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ภายในมหาวิหารยังมีโมเสกเหนือแท่นบูชาใหญ่ (The Apse Mosaic) ซึ่งแสดงภาพของพระเยซูที่ส่งมอบกุญแจสวรรค์ให้กับนักบุญเปโตร รวมถึงยังมีประตูแห่งความตาย (Door of Death) ที่สร้างโดยจาโกโม แมนซา (Giacomo Manzu) ในปี ค.ศ. 1964 โดยเป็นประตูสูง 7.5 เมตร กว้าง 4 เมตร หนักกว่า 9 ตัน ใช้เวลาสร้างนานกว่า 20 ปี โดยใช้เฉพาะในพิธีศพของพระสันตะปาปา ทำหน้าที่เป็นประตูเพื่อให้หีบศพเคลื่อนที่ผ่าน แต่ที่อลังการมากๆ เลย ก๊อตยกให้กับ The Dome of the Apse โดมสูง 136.57 เมตร ประดับภาพพระเยซู พระแม่มารี และเหล่านักบุญบนพื้นหลังทองอร่าม ผลงานของแบร์นินีที่งดงามจนต้องแหงนมองนานๆ พอเราได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ก๊อตถึงกับอึ้งในความอลังการและฝีมือมนุษย์ ว่าคนสมัยก่อนเค้าไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยอย่างตอนนี้ แต่กลับสร้างสรรค์อะไรที่เวอร์วังขนาดนี้ได้ มันคือสุดจริง

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

ยังไม่หมดเท่านั้น ใครที่เสพศิลป์จนหนำใจแล้ว ในมหาวิหารยังมีสุสานใต้ดินที่ประดิษฐานพระศพของโป๊บและนักบุญกว่า 90 องค์ หนึ่งในนั้นคือพระศพของนักบุญเปโตร รวมถึงยังมีร่างของนักบุญลีโอที่ 1 (St. Leo I), นักบุญเกรกอรี่มหาราช (St. Gregory the Great), โป๊บเออร์บันที่ 8 (Urban VIII), นักบุญปีอุสที่ 10 (St. Pius X), นักบุญยอห์นที่ 23 (St. John XXIII), นักบุญยอห์น ปอลที่ 2 (St. John Paul II) และอื่นๆ อีกมากมายเลย แต่ถ้าใครเดินชมภายในจนเสร็จแล้ว ก๊อตอยากท้าทายให้ลองเดินขึ้นบันไดไปชมวิวด้านบนโดมกันต่อเลย โดยวิธีการเดินขึ้นไปนั้น จะมีอยู่สองแบบ คือ ซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์แล้วเดินต่อ 320 ขั้น หรือจะเดินล้วน 551 ขั้นไปเลยแบบผู้กล้าก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าก๊อตเลือกเดินขึ้นทั้งหมด ฮ่าๆ บันไดให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในท่อลมแคบๆ ก๊อตบอกเลยว่าทุลักทุเลสุดๆ แถมกว่าจะถึงด้านบนก็หอบเอาเรื่อง บันไดก็ยังชันและแคบ เดินได้ทางเดียว ถ้าใครสวนลงมาคือจบเลย

ซึ่งระหว่างทางเดินขึ้นไปนั้น เราจะเริ่มมองเห็นภาพรวมของมหาวิหารที่เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ ผู้คนด้านล่างที่เดินขวักไขว่อยู่นั่น เหลือตัวจิ๋วเดียว แต่มู้ดคือสวยมาก เพราะเราจะได้เห็นสถาปัตยกรรมต่างๆ ของมหาวิหารได้แบบปึ้ง เต็มตาขึ้นกว่าอยู่ข้างล่างสุดๆ

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิวด้านบนสุด มันคือพื้นที่ที่เราสามารถมาเก็บภาพวาติกันได้แบบ 360 องศา จากมุมนี้เราจะมองเห็นจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ที่โอบล้อมด้วยแนวเสา และมีฉากหลังเป็นวิวเมืองโรมที่กว้างไกลสุดสายตา ถือเป็นบรรยากาศที่สวยจนคุ้มที่จะเหนื่อยเดินขึ้นมาดูเลยล่ะ ซึ่งก๊อตก็ดูวิวกันเพลินๆ พร้อมกับเก็บภาพจนหนำใจ จากนั้นเราก็เดินกลับลงมา โดยเรียกได้ว่า มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เต็มเปี่ยมไปด้วยผลงานศิลปะระดับตำนาน ที่ไม่ได้บอกเล่าเพียงแค่เรื่องราวศิลปะ หรือสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังพาเราย้อนกลับไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมผ่านกาลเวลาหลายร้อยปีได้อย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโลกคริสต์ ที่ควรค่าแก่การมาชมของจริงด้วยตากันสักครั้งจริงๆ

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
Go to top

พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums)

หลังจากเดินชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์กันจนเต็มอิ่มแล้ว ก๊อตอยากให้ทุกคนเผื่อเวลาอีกครึ่งวันเพื่อเดินเข้ามาสู่โลกของ พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) พื้นที่ที่รวบรวมศิลปะกว่า 2,000 ปีไว้ในเส้นทางเดียวแบบแน่นๆ จนแทบไม่มีช่วงให้พักสายตา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นเครือพิพิธภัณฑ์กว่า 20 แห่งที่เชื่อมต่อกันด้วยโถงทางเดินยาวรวมกว่า 7 กิโลเมตร และจัดแสดงผลงานศิลปะมากกว่า 70,000 ชิ้น ไล่ตั้งแต่มัมมี่อียิปต์ ประติมากรรมกรีก-โรมัน ไปจนถึงงานมาสเตอร์พีซยุคเรอเนซองส์ที่เราเห็นกันในหนังสือเรียนตั้งแต่เด็ก

บัตรเข้าพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums)

ก่อนจะเข้าไปเดินชมนิทรรศการยาวเป็นกิโลเมตรของพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) สิ่งที่ต้องรู้ที่สุดเลยคือ ต้องจองบัตรล่วงหน้าเท่านั้น เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก เฉลี่ยปีละกว่า 6 ล้านคน แบบว่าถ้ามาหาซื้อเอาหน้างาน บอกเลยว่าไม่มีบัตร โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่เมษายน-ตุลาคม

สำหรับการซื้อบัตร ก๊อตแนะนำให้ซื้อผ่านเอเจนซี่ที่น่าเชื่อถืออย่าง Klook, KKDay หรือ Trip ที่มาในตั๋วแบบ Skip-the-Line ที่สแกนแล้วเข้าคิวตรวจความปลอดภัยได้เลย ไม่ต้องรอซื้อบัตรที่เคาน์เตอร์ให้เสียเวลา ยังไงลองเทียบราคาและแพ็คเกจจากทั้งสามเว็บด้านล่างนี้ได้เลย

🎫 ซื้อบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) [ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday] / [ซื้อผ่าน Trip]

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

เส้นทางด้านในจะเริ่มจากโซนประติมากรรมใน Museo Pio-Clementino ที่อลังการระดับพระราชวังโบราณ ผ่านห้องเด่นๆ อย่าง Sala a Croce Greca ที่มีพื้นโมเสกโบราณสวยมาก, Hall of the Muses ห้องโถงที่มีประติมากรรม “Belvedere Torso” อันโด่งดังซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของไมเคิลแองเจโล, และ Sala Rotonda ห้องทรงกลมผนังแดงเข้มพร้อมโดมสูงโปร่งและรูปปั้นเทพเจ้าที่ตั้งเรียงรายรอบห้องแบบสมมาตร เดินเพียงโซนเดียวก็รู้สึกได้เลยว่าความอลังการของวาติกันมันเกินพิพิธภัณฑ์ทั่วไปจริงๆ

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลกรีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

อีกหนึ่งไฮไลท์คือชุดห้องเฟรสโกระดับตำนานของ Raphael’s Rooms ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ก๊อตประทับใจมาก เพราะทุกผนังและเพดานถูกวาดด้วยเทคนิคเฟรสโกละเอียดลออแบบโหดจัด โดยเฉพาะห้อง Stanza della Segnatura ที่มีภาพดัง The School of Athens รวมเหล่านักปราชญ์ยุคกรีกไว้ในฉากเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งเพลโต อริสโตเติล ซอกคราทีส ไปจนถึงเพลโต และอริสโตเติล ที่ราฟาเอลวาดใบหน้าให้เป็น Leonardo da Vinci และ Michelangelo แบบแนบเนียน เดินเพียงชุดห้องนี้ก็สามารถอยู่ได้นานมาก เพราะทุกฝืนผนังคือผลงานระดับตำนานที่ตั้งอยู่ตรงหน้า

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

จากนั้นเส้นทางจะค่อยๆ เปิดเข้าสู่โถงพรมทอ Gallery of the Tapestries ที่บรรยากาศเปลี่ยนเป็นความนุ่มและละเอียดของศิลปะเฟลมิชศตวรรษที่ 16 ซึ่งบางภาพมีเทคนิคที่ทำให้รายละเอียดขยับตามมุมมองเวลาที่เราเดินผ่าน ต่อด้วยโถงที่อลังการที่สุดในพิพิธภัณฑ์อย่าง Gallery of the Maps โถงยาวกว่า 120 เมตรที่เต็มไปด้วยแผนที่อิตาลีโบราณวาดด้วยเทคนิคเฟรสโกช่วงปี ค.ศ. 1580-1585 โดย Ignazio Danti เพดานเป็นลายทองอร่ามทั้งแถบ เมื่อก๊อตเดินอยู่ตรงนี้คือรู้สึกเหมือนเดินอยู่ใต้ท้องฟ้าสีทองที่ประกอบร่างด้วยภาพวาดทั้งเส้นทาง สวยจนต้องหยุดถ่ายทุกสองก้าว

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

ปลายสุดของเส้นทางทั้งหมดจะพาเรามาถึง โบสถ์น้อยซิสทีน (Sistine Chapel) จุดที่เรียกว่าเป็นยอดเขาแห่งศิลปะโลก เพราะนี่คือที่ตั้งของเพดานเฟรสโกระดับตำนาน Sistine Ceiling ของไมเคิลแองเจโล ที่เล่าเรื่องราว 9 ฉากจากหนังสือปฐมกาล รวมถึงฉากดัง The Creation of Adam และยังมีผนังด้านหลังแท่นบูชา The Last Judgment ที่อลังการจนต้องยืนมองแบบนิ่งไปพักใหญ่ แม้ที่นี่จะถ่ายรูปไม่ได้ แต่เป็นจุดที่ก๊อตรู้สึกว่าการได้เห็นด้วยตาคือประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ และยิ่งทำให้การเดินชมพิพิธภัณฑ์ตลอดทั้งเส้นทางสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

สุดท้าย ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์ อย่าลืมเดินลงบันไดวนสวยๆ Bramante Staircase ที่เป็นฉากปิดสุดเท่ของ Vatican Museums ตรงนี้ให้ฟีลเหมือนออกจากโลกอีกใบ ก๊อตบอกเลยว่าถ้ามาเที่ยววาติกันแล้วไม่เข้าพิพิธภัณฑ์คือพลาดมาก เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นเส้นทางเดินผ่านประวัติศาสตร์ศิลปะ 2,000 ปีที่เราจะหาแบบนี้จากที่อื่นไม่ได้จริงๆ

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก

Go to top

สรุปการมาเที่ยว วาติกัน (Vatican City)

และนี่ก็คือทั้งหมดใน วาติกัน (Vatican City) ประเทศที่ได้ชื่อว่าเล็กที่สุดในโลก แต่ใช้เวลาเดินเที่ยวกันแบบเต็มๆ วันกันเลยทีเดียว ส่วนตัวก๊อตค่อนข้างประทับใจกับวาติกัน แม้วาติกันจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ถูกร้อยผ่านสถาปัตยกรรมอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหารหรือพิพิธภัณฑ์ แต่ละจุดสะท้อนพลังศรัทธาของคริสต์ศาสนาอย่างชัดเจน อีกทั้งตามที่เที่ยวต่างๆ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางศิลปะของเรอเนสซองส์และบาโรกที่ผสมผสานเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกล่อม ที่นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวบนโลกที่ก๊อตประทับใจสุดๆ จนอยากแนะนำให้ทุกคนตามรอยมาสัมผัสเองสักครั้ง ยิ่งใครที่หลงใหลเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ฝั่งนี้ด้วยแล้ว แกรเอ้ย วาติกัน (Vatican City) คือที่สุดจริงๆ

Go to top

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook และ KKday ปี 2025

⚡️ สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank, UOB และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

> ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)
> ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)
>
  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย)
> ส่วนลด Klook (คลุก)
> ส่วนลด KKday ( เคเคเดย์)

รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
รีวิว วาติกัน (Vatican City) เที่ยวประเทศขนาดเล็กที่สุดในโลก
Related Topics
  • รีวิวต่างประเทศ
  • วาติกัน
  • อิตาลี
  • โรม
Related Stories
รีวิว พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) x โรม อิตาลี
Read
  • Vatican

รีวิว พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) x โรม อิตาลี

  • 20/11/2025

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Review Subscription

สมัครรับรีวิวใหม่ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์

บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์

Hashcorner (แฮชคอร์เนอร์) คือ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว + ไลฟ์สไตล์ ที่เน้นการเที่ยวต่างประเทศและในประเทศด้วยตัวเอง โดยเรื่องเล่าของเขาเน้นการนำประสบการณ์การท่องเที่ยวมาเล่าในมุมมองที่สนุกสนานผ่านตัวหนังสือและรูปถ่ายที่คนอ่านสามารถตามรอยการท่องเที่ยวได้จริง

Contact / Collaboration

Email: phakhawat@hashcorner.com
Tel: +66 61 632 4446

สมัครงานกับ HASHCORNER

หากคุณมีความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือดี มีใจรักการท่องเที่ยว และอยากลองจอยทีมและลุยไปด้วยกัน ลองสมัครเข้ามากันได้เลย!

Input your search keywords and press Enter.