HashCorner

เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ JR Pass ซื้อดีมั้ย? คุ้มหรือเปล่า? ซื้อที่ไหนดี?

 

ใครที่เป็นมือใหม่หัดเที่ยวญี่ปุ่น มั่นใจว่าทุกคนต้องปวดหัวกับการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะเรื่องการเดินทางโดยรถไฟอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีบริษัทเอกชนที่ทำการเดินรถไฟหลายเจ้าโคตรๆแล้ว แต่ละเจ้าก็มีเส้นทางรถไฟแตกยิบย่อยเข้าไปอีก ทีนี้เราก็อาจจะงงๆ หน่อยในตอนแรก เพราะแต่ละบริษัท แต่ละพื้นที่ในบางเส้นทางใช้ตั๋วด้วยกันไม่ได้ (แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อยน่า) … โชคดีหน่อยที่เส้นทางรถไฟส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นของ Japan Railways หรือ JR ที่เชื่อมทางรถไฟเมืองต่างๆทั่วประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งอันนี้รวมถึงรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น (Shinkansen) ด้วย

ใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวญี่ปุ่นหลากหลายเมืองละก็ แน่นอนว่าเราควรมีตั๋วเหมา JR Pass เพื่อเดินทางข้ามเมืองต่างๆ เพราะถ้าเราไม่ซื้อ กระเป๋าคงฉีกไปกับค่าตั๋วรถไฟแน่ๆ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าหากเรายิ่งเดินทางด้วยรถไฟของ JR เยอะ เราก็จะยิ่งประหยัดค่าเดินทางได้มากจนคนญี่ปุ่นเองก็อิจฉา

มือใหม่หัดเที่ยวญี่ปุ่น อ่านบทความนี้ น่าจะทำให้เราเข้าใจ JR Pass มากขึ้น รวมถึงแนะนำว่าซื้อที่ไหน สะดวกและคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย 🙂

Japan Rail Pass (JR Pass) คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องมารู้กันก่อนว่า JR Pass คืออะไร? JR Pass คือบัตรที่ใช้เดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่นโดยใช้เส้นทางรถไฟ JR เป็นหลัก นอกจากรถไฟแล้วยังมีรถไฟเอกชนอื่นๆ เรือ และรถบัสอีกจำนวนหนึ่งที่เข้าร่วมรายการสุดคุ้มนี้อยู่ด้วย คนที่จะซื้อได้นั้น ต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินเข้าประเทศญี่ปุ่นแบบชั่วคราวเท่านั้น สำหรับคนไทยอย่างเราๆที่แพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เรามีสิทธิ์ซื้อ JR Pass ได้ 100% แน่นอน

 

JR Pass สามารถใช้นั่งอะไรได้บ้าง?

บัตร JR Pass สามารถใช้ขึ้นนู่นขึ้นนี่ได้โคตรเยอะ ไม่ว่าเราจะแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นที่ไหน คือเราควรรู้ก่อนว่ามันใช้ JR Pass ได้หรือเปล่า รถไฟบางสายขึ้นไม่ได้เพราะสายนั้นไม่ได้เดินรถด้วยบริษัท JR หรือรถบัสยอดนิยมอย่าง Highway Bus ที่ใช้นั่งข้ามเมืองในราคาถูก ก็ไม่ได้ถูกรวมใน JR Pass เช่นกัน

JR Trains รถไฟทุกสายและทุกประเภทที่ดำเนินการโดย Japan Railways สามารถใช้ JR Pass ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น (Shinkansen), รถด่วนพิเศษ (Limited Express), รถด่วน (Express), รถเร็ว (Rapid) หรือ รถไฟธรรมดา (Local)
Tokyo Monorail / Narita Express (N’EX) จากสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) เราสามารถใช้ JR Pass นั่งเข้าโตเกียวได้เลย แต่ถ้าใครมาลงสนามบินนาริตะ (Narita Airport) เราสามารถใช้ JR Pass ขึ้น Narita Express (N’EX) เข้าเมืองได้เช่นกัน .. แต่ให้รู้ไว้ว่า Keisei Skyline เราใช้ JR Pass ขึ้นไม่ได้เน้อ
JR Ferry นั่งเรือไปยัง Miyajima
JR Bus  รถบัสท้องถิ่นแต่ละสายของบริษัท JR ส่วน Highway Bus บัตร JR Pass ไม่สามารถขึ้นได้
ใช้กับรถไฟที่ไม่ใช่ของ JR แต่ใช้รางของ JR Aoimori Railway จาก Aomori ↔ Hachinohe, Aomori ↔ Noheji, Noheji ↔ Hachinohe
IR Ishikawa Railway จาก Kanazawa ↔ Tsubata
Ainokaze Toyama Railway จาก Toyama ↔ Takaoka

JR Pass มีแบบไหนบ้าง?

JR Pass นั้นมีหลายแบบมาก ตั้งแต่ Pass แบบอันที่เดินทางได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น เรียกตรงตัวว่า JR Pass และยังมี Pass แบบซอยย่อยตามพื้นที่ภาคต่างๆของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เช่น เกาะฮอกไกโดจะมี Pass ของตัวเกาะฮอกไกโดเอง เรียกว่า JR Hokkaido หรือภาคอื่นๆ เช่น JR East, JR Central, JR West เป็นต้น

 

นอกจาก Pass ที่แบ่งออกเป็นโซนแต่ละภาคแล้ว แต่ละ Pass ยังแยกประเภทออกตามจำนวนวันและคลาสที่นั่งอีกด้วย โดยเราสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 7 วัน 14 วัน และมากสุดถึง 21 วันติดต่อกันเลยทีเดียว ส่วนคลาสที่นั่งนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Ordinary Class และ Green Class ซึ่งทั้งสองแบบแตกต่างกันที่ความสะดวกสบาย น้ำดื่ม และผ้าร้อนฟรี

คุ้มมั้ยที่จะซื้อ JR Pass?

มันขึ้นอยู่กับแพลนเที่ยวเลยจริงๆ สมมติแพลนเราเที่ยวแต่ในตัวเมือง แนะนำให้ซื้อพาสของรถไฟเครือข่ายเมืองนั้นๆดีกว่า อย่างเช่น โตเกียว ให้เราซื้อ Tokyo Metro Pass หรือโอซาก้า Osaka Amazing Pass แต่ถ้าเราเที่ยวหลายเมืองในระยะเวลาตาม JR Pass ที่เราซื้อ บอกเลยว่าโคตรคุ้ม!

 

ลองใช้เว็บ Hyperdia ดูราคารถไฟแต่ละเที่ยวที่เราต้องเดินทาง จากนั้นเปรียบเทียบดูว่าคุ้มมั้ยกับการซื้อ JR Pass ถ้าเราต้องเดินทางเยอะ เราจะประหยัดไปได้เยอะมาก

นอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว อีกเรื่องที่ดีคือความยืดหยุ่น หากทริปมีอะไรเปลี่ยนแปลงอยากไปที่อื่นเพิ่มเติม เราสามารถใช้ JR Pass เดินทางไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แค่เดินทางให้อยู่ในระยะเวลาที่กำหนดแค่นั้นเอง

ตัวอย่างทริปตัวเองตอนไปเที่ยวทั่วเกาะฮอกไกโด

 

จากประสบการล่าสุดของการไปเที่ยวฮอกไกโดที่ญี่ปุ่นของตัวเอง ผมก็ใช้ JR Pass เที่ยวรอบเกาะฮอกไกโด จากนั้นกลับไทยจากโตเกียว จากทริปนั้นคือนั่งรถไฟโหดมาก นั่งเปลี่ยนเมืองเกือบทุกวัน ที่คุ้มสุดของการใช้ JR Pass ทริปนี้คือได้นั่งชินคันเซ็นตรงจากฮอกไกโดกลับโตเกียว แถมใช้นั่ง Narita Express เข้าสนามบินอีกด้วย คือคุ้มค่ามากกกก

 

จากรูทฮอกไดโดที่ผมได้ไป ถ้าไม่ซื้อ JR Pass เลย ผมจะต้องเสียค่ารถไฟทั้งหมด 62,180 JPY หรือประมาณ 18,000 บาท แค่ซื้อ JR Pass ราคา 29,110 เยนหรือประมาณ 8,000 กว่าบาท JR Pass คือช่วยชีวิตไว้เยอะมาก ประหยัดไปเกินครึ่งอีก

สำหรับใครที่อยากตามรอยฮอกไกโดแบบผม สามารถเริ่มต้นอ่านรีวิวเที่ยวฮอกไกโดได้ที่นี่เลย

ทริป โตเกียว-โอซาก้า ซื้อ JR Pass คุ้มมั้ย?

รูทนี้น่าจะเป็นรูทนิยมสำหรับคนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกๆ กับสองเมืองยอดนิยมระหว่างโตเกียวและโอซาก้า ถ้าถามว่าคุ้มมั้ยสำหรับการ JR Pass สำหรับรูทนี้ อันนี้บอกตามตรงว่าขึ้นอยู่กับแพลนระหว่างทริปว่าเรามีแวะไหนบ้างหรือเปล่า

ถ้าเราไปญี่ปุ่นโดยลงเครื่องที่โตเกียว บินกลับจากโอซาก้า อันนี้ไม่คุ้มที่จะซื้อ JR Pass เพราะเราขึ้นรถไฟชินคันเซ็นแค่ขาเดียว แต่ถ้าเราขึ้น-ลงเครื่องที่โตเกียวและมีแพลนแวะนาโกย่า หรือมีเที่ยวรอบเมืองๆโอซาก้าอย่าง เกียวโต-นารา-โกเบ อันนี้น่ะคุ้ม เราจะประหยัดไปได้หน่อยนึงราวๆ 1,000-2,000 บาท

ซื้อ JR Pass ที่ไหน?

JR Pass สามารถซื้อออนไลน์ผ่านเอเจ้นท์ได้ทั่วโลก นอกจากนี้เรายังสามารถซื้อได้ที่ญี่ปุ่น แต่ราคาจะแพงกว่าถ้าเราซื้อที่นั่น ดังนั้น ผมขอแนะนำให้ซื้อล่วงหน้าจากไทยไปเลย เจ้าที่อยากแนะนำคือ Klook นั้นเอง!

ซื้อกับ Klook สิ! ถูกและสะดวกมาก

 

หากใครไม่รู้จัก Klook ผมจะมาแนะนำให้รู้จัก .. Klook นั้นเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่ขายตั๋วบัตรท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมีให้เลือกซื้อเยอะแยะมากมายหลายประเทศรวมถึงญี่ปุ่นด้วย จากที่ได้ลองใช้มาแล้วทั้งทริปไต้หวันล่าสุด รวมถึงทริปฮอกไกโด อยากบอกว่าการซื้อจาก Klook สะดวกมากเลย

 

คือเราสามารถแค่จิ้มซื้อจากเว็บไซต์ จากนั้นเวาเชอร์ที่เราได้ซื้อจะส่งมาอยู่ในอีเมลเราเพื่อนำไปใช้ได้เลยทันที หรือถ้าเรามีแอพ Klook ในมือถือ เราก็สามารถโชว์เวาเชอร์ผ่านแอพเพื่อใช้ หรือแลกเป็นบัตรจริงหน้างานได้เช่นกัน

 

อย่างตัว JR Pass เอง ถ้าเราซื้อกับ Klook คือราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ แล้วที่ดีสุดคือเราไม่ต้องไปหน้าร้านใดๆทั้งสิ้น แค่กดสั่งซื้อขากเว็บไซต์ แล้วรอ Exchange Order มาส่งที่บ้านแค่นั้น สุดท้ายเราแค่เอา Exchange Order ตัวนี้ไปแลกเป็น JR Pass ฉบับจริงเมื่อเราไปถึงญี่ปุ่น ง่ายมากกกก

 

นอกจาก JR Pass แล้ว Klook ยังมีบัตรท่องเที่ยวอื่นๆในญี่ปุ่นเยอะแยะเต็มไปหมด อย่างเช่น 4G Pocket Wifi ที่เราสามารถรับ และคืนต่างสนามบินได้ หรือ Universal Studios Japan และ Tokyo Disney Land สองสวนสนุกท็อปลิสที่ต้องไปให้ได้เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยบัตรเข้าสวนสนุกที่ซื้อจาก Klook จะได้สิทธิพิเศษไม่ต้องต่อคิว เราสามารถเดินชิคๆเข้าไปเล่นได้เลยแบบไม่ต้องเสียเวลาอคิวนานเป็นชั่วโมง เก๋มาก

 

สามอย่างนี้ สามารถเที่ยวพร้อมกับ JR Pass แบบไม่มีสะดุด เก็บทั้งโตเกียวและโอซาก้าได้เลย … ใช้ 4G Pocket Wifi เล่นเน็ต อัพรูปเที่ยวลงโซเชียง จากนั้นไปสนุกกับ Tokyo Disney Land แล้วใช้ JR Pass นั่งชินคันเซ็นไปโอซาก้า พร้อมมันส์กับ Universal Studios Japan แล้วนั่งกลับโตเกียวอีกรอบนึง คุ้มแล้ว 5555

 

สุดท้าย ตอนนี้ Klook เค้ามีโปรโมชั่นรับสิ้นปี รับส่วนลดสูงสุด 2,400 บาท หากใครคิดอยากจะซื้อ JR Pass หรือตั๋วอื่นๆที่กำลังแพลนไว้ รีบเข้าไปซื้อได้เลย เพราะนานๆที Klook เค้าจะมีโปรแบบนี้เด้อ

ดูรายละเอียดโปรโมชั่น Klook ลดสูงสุด 2,400 บาท คลิกที่นี่

เราจะได้ Exchange Order ก่อนได้ JR Pass ตัวจริงเมื่อไปถึงญี่ปุ่น

อันนี้ควรรู้ไว้ ซื้อ JR Pass มาแล้ว ได้เป็น Exchange Order มา จะได้ไม่งง คือ Exchange Order (EO) จะเป็นตั๋วชั่วคราวที่ใช้เป็นหลักฐานว่าเราได้ซื้อ JR Pass ไว้นะ จากนั้นเราต้องเอา Exchange Order ไปแลกตัว JR Pass ฉบับจริง เมื่อไปถึงญี่ปุ่นที่ JR Ticket Office ซึ่งมีที่ไหนบ้าง ดูได้ที่ลิงค์นี้เลย

 

เอา Exchange Order ไปแลกตั๋วจริงที่ไหน?

ขั้นตอนการแลก Exchange Order แทบไม่มีอะไร แค่ให้พาสปอร์ตกับ Exchange Order ที่ JR Ticket Office เจ้าหน้าที่เค้าก็จะให้ตั๋ว JR Pass ฉบับจริงเรา เราสามารถเลือกวันเริ่มต้นการใช้ JR Pass ได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มวันที่เราไปแลกตั๋ว

 

ผมแนะนำให้เราจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าตามแพลนเราไปเลยขณะที่เราแลก Exchange Order ให้จองแบบ Reserved Seat เราจะได้จะมีนั่งสบายๆ ไม่ต้องยืนบนรถไฟหากไม่มีที่นั่ง สำหรับรอบรถไฟไหนที่เราเปลี่ยนใจ เราสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเพื่อยกเลิกได้ตลอดเวลา 

เมื่อแลก Exchange Order ตั๋วจริงมาแล้ว เราจะได้บัตร JR Pass หน้าตาอย่างนี้มา ซึ่งเราสามารถเอาบัตรตัวนี้ใช้ขึ้นรถไฟได้เลย เย่ 😁

 


รูปจาก: toeuropeandbeyond.com

ซื้อ JR Pass กับ Klook ง่ายนิดเดียว

หลังจากรู้แล้วว่า JR Pass คืออะไร คุ้มมั้ย ต่อไปผมจะมาบอกวิธีการซื้อ JR Pass จากเว็บไซต์ Klook กัน 😆

1. เข้าเว็บไซต์ Klook ที่หน้า JR Pass ลิงค์นี้เลย
https://www.klook.com/th/activity/1420-7-day-whole-japan-rail-pass-jr-pass/
2. ให้เลือก “บริการจัดส่งไปรษณีย์ไปยังประเทศไทย”

3. เลือกวันที่ที่เราจะแลก Exchange Order (ตั๋วชั่วคราว) เป็น JR Pass เมื่อเราถึงประเทศญี่ปุ่น

4. เลือกจำนวนแพ็คเกจ (1 แพ็คเกจต่อ 1 คน) และกดจองตอนนี้
5. ใส่ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง Exchange Order (ตั๋วชั่วคราว) พร้อมกรอกรายละเอียดข้อมูลผู้เดินทาง ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเกิด ต้องตรงกับพาสปอร์ตเรานะ ถ้าชื่อเราผิดหรือไม่ตรงกับพาสปอร์ต เมื่อเราไปแลกตั๋ว JR Pass ฉบับจริงที่ญี่ปุ่น เค้าจะไม่รับแลกนะ อันนี้สำคัญมาก พลาดแล้วพลาดเลยนาจา

6. ชำระเงินพร้อมรับ Exchange Order (ตั๋วชั่วคราว) ที่บ้านได้เลย เย่

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนซื้อ JR Pass นั่นเอง น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจหลักการใช้คร่าวๆกันบ้างแล้ว ผมว่ามันไม่ยากหรอก แค่ต้องลองทำความเข้าใจกับมันซักนิด รับรองว่าใช้ JR Pass เที่ยวญี่ปุ่นได้สนุกแน่นอน คอนเฟิร์ม  หากใครอ่านแล้วยังสงสัยตรงไหน สามารถคอมเมนต์ถามได้เลยแจ้

 

kotzhul@gmail.com

<p>A world explorer and a gym addict who was born in 1990</p>

NO COMMENTS

POST A COMMENT