HashCorner

รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) x คิวชู ญี่ปุ่นสไตล์เที่ยวเก่ง

ในที่สุดวันที่ตั้งตารอคอยก็มาถึง คือการเที่ยว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) เอาจริงๆ จากใจ ภูเขาไฟอะโสะคือเหตุผลในการมาเที่ยวคุมาโมโตะเลยแหละ ก่อนมาก็ใจตุ้มต่อมมากว่าจะได้มาเที่ยวหรือเปล่า เพราะไม่กี่ปีมานี้ จังหวัดคุมาโมโตะโดนภัยธรรมชาติอันหนักหน่วงมาค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์เมื่อเดือนเมษายนตอนปี 2016 ทำให้ทั้งเมืองพังไปเยอะ ถนนและรางรถไฟปิดซ่อมระนาวจนเราไม่สามารถนั่งรถไฟไปยังเมืองอะโสะ (Aso) ได้อีก เพราะเค้ากำลังปิดซ่อมอยู่จนถึงตอนนี้ รวมถึงกระเช้าที่เราสามารถนั่งเพื่อขึ้นไปดูปากปล่องภูเขาไฟอะโสะก็ปิด เพราะพังและเฝ้าระวังภัยจากการที่ภูเขาไฟอะโสะดันมาประทุ ควันพุ่งสูงเกือบ 10 กิโลเมตรเข้าอีกตอนเดือนตุลาคม ปี 2016 เอ้อออออ .. จะได้เที่ยวมั้ยล่ะ

  (วันที่ผมเที่ยวคือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2018) เหมือนอะไรเป็นใจให้ได้เที่ยว คือ มีประกาศลดระดับการเฝ้าระวังปลอดภัยเหลือระดับที่เราสามารถเข้าไปได้ แต่ห้ามเข้าไปในระยะรัศมี 1 กิโลเมตร จากปากปล่องภูเขาไฟ ทำให้ยังเที่ยวได้บ้าง ส่วนกระเช้ายังปิดอยู่ แต่เราสามารถขับรถขึ้นไปดูได้ (มั้งนะ .. ดูประกาศล่าสุดของวันที่ 3 มีนาคม 2018 และดูจากเว็บของกระเช้ามา ไปเช็คข้อมูลกันเองอีกที) แต่วันที่ผมไปเที่ยวคือไปดูปากปล่องภูเขาไฟไม่ได้ มันปิดอ๊า ฮือ 😭

ภาพรวมแพลนทริปเที่ยวเกาะคิวชูตอนเหนือ

สำหรับทริปเที่ยวเกาะคิวชูครั้งนี้ คือผมเที่ยวทั้งหมด 8 วัน โดยมีเมืองและสถานที่หลักๆ เลยคือ ฟุกุโอกะ (Fukuoka) นางาซากิ (Nagasaki) ยุฟุอิน (Yufuin) คุมาโมโตะ (Kumamoto) และมีอีกสองที่อยู่ใกล้ๆ คุมาโมโตะ คือ ทาคาจิโฮะ (Takachiho) และ ภูเขาอะโสะ (Mount Aso) ซึ่งดีมากกกก และแน่นอนว่าผมทำแพลนมาให้เหมือนเดิมที่เคยทำตอนรีวิวทริปฮอกไกโดเน้อ ไปตามรอยกันได้เลย 😚

อ่านภาพรวมทริปเกาะคิวชูตอนเหนือทั้งหมด ที่นี่
ทุกเรื่องเกี่ยวกับ JR Kyushu Pass, การเช่ารถ และทริคการจองโรงแรมให้ถูกในญี่ปุ่น

รวมรีวิวเที่ยวคิวชูทุกตอนจาก Hashcorner

1. รีวิว ฟุกุโอกะ (Fukuoka) + ดาไซฟุ (Dazaifu)
2. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
3. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
4. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
5.
รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
6. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)

เช่ารถขับเที่ยวอะโสะ / ทัวร์เที่ยวอะโสะ

ถ้าจะให้แนะนำวิธีที่ไปเที่ยวภูเขาไฟและตัวเมืองอะโสะได้สะดวกรวดเร็วที่สุด ก็คงจะเป็นการเช่ารถขับจากเมืองคุมาโมโตะนี่แหละ ซึ่งการเช่ารถครั้งนี้คือได้จองไปก่อนล่วงหน้าจากเว็บ Tabirai ที่เหมือนเป็นเว็บเอเจนซี่เช่ารถของญี่ปุ่นที่คอยเปรียบราคาการเช่ารถให้จากทุกเจ้า ซึ่งราคาที่ได้ก็ค่อนข้างถูกใจพอสมควรอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นเช่ารถขนาด Honda Jazz แบบ 12 ชั่วโมง ได้มาในราคา 5,000 เยน (ประมาณ 1,500 บาท) รวมประกันภัยรถยนต์ CDW เรียบร้อย ดีงาม ❤

การเช่ารถขับในประเทศญี่ปุ่นต้องมีใบขับขี่สากลด้วยเน้อ
เว็บเช่ารถ Tabirai > en.tabirai.net/car/

ส่วนวิธีอื่นๆในการเที่ยวอะโสะ อาจจะยากซักหน่อย เพราะตอนนี้เส้นทางรถไฟพังจริงจัง แล้วก็ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ด้วย หากใครขับรถไม่เป็นแล้วยังอยากเที่ยวอยู่ เฮเลน ไกด์ที่ผมไปทัวร์ด้วยกับเค้าที่เมืองทาคาจิโฮะ (Takachiho) ก็มีเปิดทัวร์ภูเขาไฟอะโสะด้วย โดยเราสามารถซื้อผ่านเว็บ KLOOK ได้เหมือนกันเลย // ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กัน

เที่ยวอะโสะ (Aso) แบบวันเดย์ทัวร์ โดยเฮเลน เจ้าเดิม คลิกจองที่ Klook ได้เลย
www.klook.com/th/activity/989-around-aso-day-tour-kumamoto/

มิลค์โรด (Milk Road)

สำหรับการเดินทางมายังเมืองอะโสะ และภูเขาไฟอะโสะนั้น แนะนำให้เรามาตั้งต้นเส้นทางด้วยการปัก Google Map ไปที่ ถนนมิลค์โรด (Milk Road) เพื่อไปยัง ไดคันโบะ (Daikanbo) ก่อนเป็นอันดับแรก ถนนมิลค์โรด (Milk Road) เส้นนี้คือสวยมากกกกก

เราจะได้ขับรถไปยังถนนเส้นนึงที่พาดไปตามขอบแอ่งของภูเขาไฟอะโสะ รวมถึงมีวิวรอบข้างที่เป็นทุ่งหญ้ายาวสุดลูกหูลูกตา ในวันที่ผมขับรถไปนั้นคือช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งหญ้านี่มาเป็นสีเหลือทองเลยแหละ และตามข้างถนนยังมีหิมะอยู่บ้างประปราย .. แนะนำให้พกแจ็คเก็ตมาด้วย เพราะลมแรงและอากาศหนาวมากจริงๆ

ระหว่างบน ถนนมิลค์โรด (Milk Road) นั้น มันจะมีจุดชมวิวเล็กๆให้เราพักรถด้วย ซึ่งวิวเมืองอะโสะ (Aso) ที่เรามองลงจากตรงนี้ก็สวยมากกกกก

จุดชมวิวไดคันโบะ (Daikanbo)

ขับบนถนนมิลค์โรด (Milk Road) มาเรื่อยๆ ให้เรามายัง จุดชมวิวไดคันโบะ (Daikanbo) เป็นจุดชมวิวขนาดใหญ่ที่เราสามารถดูวิวแอ่งภูเขาไฟจากทางด้านเหนือ ที่มีเมืองอะโสะตั้งอยู่ด้านล่าง และถ้าเรามองออกไปไกลๆ เรายังสามารถมองเห็นยอดเขาทั้ง 5 ของกลุ่มภูเขาไฟอะโสะได้อีก จุดชมวิวตรงนี้คนเยอะมว๊าก มีเป็นตึกที่มีร้านอาหาร ร้านขายของด้านในเลย ใครหิวก็กินตรงนี้ได้เหมือนกัน แต่ถ้าทนได้ ทนหน่อย เดี๋ยวนี่พาไปกินข้าวหน้าเนื้อในตัวเมืองอะโสะ ที่บอกว่าซี๊ดมากก

โดยรวมคือดีย์ เราสามารถมานั่งโง่ๆ ดูวิวอยู่ตรงนี้ไปแบบเรื่อยๆเลย สวยมากกกก // วิวข้างล่างที่เห็นคือเมืองอะโสะนี่แหละ อยู่ในแอ่งภูเขาไฟ

ข้าวหน้าเนื้อ Imakin Shokudo

เสร็จจากจุดชมวิวไดคันโบะ (Daikanbo) เราจะขับรถลงมาในแอ่งภูเขาไฟที่เป็นที่ราบกว้างและเป็นที่ตั้งของเมืองอะโสะ .. เราจะไปหาข้าวกลางวันกินกันกับร้านข้าวหน้าเนื้ออันดับหนึ่งของเมืองอะโสะ (อันดับ 1 ใน Tripadvisor ด้วย) ที่มีชื่อว่า Imakin Shokudo ซึ่งนี่ก็ไปที่ร้านแล้วกดบัตรคิวมา ซึ่งต้องรออยู่ประมาณชั่วโมงกว่าถึงจะได้กิน โอ้ยย .. แต่ก็ยอมไง เพราะทุกรีวิวของญี่ปุ่นบอกว่าคุ้มค่า

ด้วยความที่ไม่มีอะไรทำระหว่างรอ ก็เลยไปเดินเล่นดูของนู่นนี่นั่นข้างร้านหน้าเนื้อ ก็เลยเจอร้านขนมหวาน และไอติมร้านนึง ที่ชื่อว่า Cafe & Zakka & Kagu ซึ่งพอเดินเข้าไป .. เออ แม่งคนเยอะ นั่งเกือบเต็มร้านว่ะ คุยไป คุยมา สรุปคือคนพวกนี้มานั่งกินของหวานรอคิวเพื่อเข้าไปกินข้าวหน้าเนื้อนั่นแหละ แถมร้านเค้ายังมีบริการที่คอยดูคิวแทนเราด้วย ถ้าคิวมาถึงเค้าจะประกาศเรียกเราในร้านของหวานเลย โอ้โหว .. ร้านเค้าฉลาดจังโว้ย

Cafe & Zakka & Kagu บังคับสั่ง 1 คน ต่อ 1 อย่าง ผมสั่งไอติมชุดโฮมเมดที่เป็นรสข้าว + งาดำ + เผือก พร้อมขนมปัง และสั่งสมู๊ทตี้อีกหนึ่งแก้ว .. ก็ต้องยอมรับว่า ไอติมเค้าอร่อยมากเหมือนกันนะ ฮ่าๆ

กินของหวานเสร็จก็แล้ว ดื่มน้ำซรู๊ดก็หมดแล้ว รอยาวไปจนชั่วโมงกว่าถึงจะโดนเรียกคิว จนได้กินข้าวหน้าเนื้อยอดฮิต ซึ่งเมนูภาษาอังกฤษก็ไม่มี ได้แต่โชว์รูปเอาจากมือถือว่าจะเอาจานนี้ๆ  จนสุดท้ายได้กินสมใจ

ข้าวหน้าเนื้ออร่อยมากกกก เนื้อโปะเต็มจานจนไม่เห็นข้าว และมันไม่ได้สุก 100% คือยังมีความดิบนิดๆที่มันนุ่มแล้วละลายในปาก ซี๊ดเลย แนะนำให้มาอย่างแรง ส่วนราคาชามนี้น่ะหรอ ตกชามละ 1,680 เยน หรือประมาณ 500 บาทนาจา ฮิฮิ 🙆🏻‍♂️

คุสะเซ็นริ (Kusasenri)

อิ่มท้องแล้วได้เวลาเที่ยวต่อ ทีนี้เราจะขับลงมาทางใต้อีกเพื่อขึ้นไปยัง คุสะเซ็นริ (Kusasenri) ที่เป็นสนามหญ้ากว้างๆ ที่มีวิวภูเขาที่สวยโคตรๆเป็นฉากหลัง ระหว่างทางที่ขึ้นไป วิวก็โคตรพีค คือฟีลลิ่งตอนนั้นเหมือนไม่ได้เที่ยวญี่ปุ่นเลยแกร๊ รู้สึกคลับคลาคล้ายเหมือนขับรถเที่ยวอยู่ยุโรปอะไรอย่างนั้น (ซึ่งตัวเองก็ไม่เคยไปยุโรปนะ 55555555) เอาเป็นว่า นี่ร้องอุทานตลอดเวลาว่า หูยยย โหววว เห้ยยย แม่มมม .. สวยสึส อะไรงี้ งื้ออ

ตรงลานกว้าง คุสะเซ็นริ (Kusasenri) คือ มีที่จอดรถ และเราสามารถลงไปเดินเล่นได้เลย ฤดูอื่นไม่รู้เป็นยังไง เคยเห็นรูปทุ่งหญ้าเป็นสีเขียว แต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผมมานี่คือสวยโคตร ทุกอย่างเป็นสีเหลืองทองอร่าม ตัดกับแบล็คกราวด์ภูเขาด้านหลังที่เป็นน้ำตาลเข้มที่แทรกไปด้วยหิมะตามซอกตามมุม คือมันดีย์ และเป็นที่ๆประทับใจสุดของทริปคุมาโมโตะเลย สมใจอยากกก

ถ้าเราเดินไปเรื่อยๆ มันจะมีเนินเขาเล็กๆ ที่เราสามารถปีนขึ้นไปดูวิวได้ด้วยเน้อ รวมถึงมีผืนน้ำไกลๆ ที่เดินไปได้เหมือนกัน คือที่ คุสะเซ็นริ (Kusasenri) เราสามารถเดินได้ฟรีสไตล์มาก จำได้ว่าอยู่ถ่ายรูปและเดินไปเดินมากันอยู่นาน เพราะมันสวยจริงๆ แถมหนาวด้วยนะเออ 55555

แอ่งน้ำที่บอก มีความเหมือนทะเลสาบหน่อยๆ คิดว่าหน้าหนาวมันต้องแข็งโป๊กเป็นน้ำแข็ง แต่ตอนนี้มันเริ่มละลายแล้ว ฮ่าๆ

หลังจากนั้น นี่ก็กลับมาที่รถกัน และลองขับรถวนไปดูตรงแถวๆสถานีกระเช้าที่มันขึ้นไปยังรอบๆปากปล่องภูเขาไฟงี้ เสี่ยงทายดูว่ามันทางมันจะเปิดให้เราขับรถขึ้นไปได้มั้ย สรุปก็ปิดนั่นแหละเออ เสียดายมาก .. สุดท้ายก็วนกลับลงมา แล้วได้เห็นภูเขาอีกลูกที่ชินตาจากรูปในอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ คือภูเขาที่มันบุ๋มๆตรงกลางนั้นเอง โอ้ยยยย น่ารัก ถือเป็นการจากลาจากอะโสะแล้วกลับเมืองคุมาโมโตะอย่างประทับใจจริงๆ ฮ่าๆ 🤗

อ่านรีวิวเมืองนี้จบแล้ว
อ่านรีวิวเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อกันเลย 🤗

ญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่กี่ประเทศที่นี่รู้สึกว่า ไปกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ ไปแล้วไปอีกได้ตลอด และยังประเทศที่ตัวเองตั้งมิชชั่นว่า อยากจะเก็บให้หมดทั่วประเทศ ฮ่าา เอาเป็นว่า HASHCORNER นี่ก็มีรีวิวญี่ปุ่นให้อ่านและตามรอยเยอะพอสมควร ทั้งหมดนับแล้วประมาณ 18 เมือง เยอะโคตร ใครที่มีแพลนไปเมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีชื่อเมืองตามลิสด้านล่าง สามารถคลิกลิงค์อ่านต่อได้เล้ย

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคันไซ (Kansai Region)

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka) // กำลังเขียน
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto) // กำลังเขียน
4. รีวิว นารา (Nara)
5. รีวิว โกเบ (Kobe) // กำลังเขียน
6. รีวิว ฮิเมจิ (Himeji) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูบุ (Chubu Region)

7. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
8. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
9. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคิวชู (Kyushu Region)

10. รีวิว ฟุกุโอกะ-ดาไซฟุ (Fukuoka-Dazaifu)
11. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
12. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
13. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
14. รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
15. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)
16. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido Region)

17. รีวิว ซัปโปโร (Sapporo)
18. รีวิว โอตารุ (Otaru)
19. รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei)
20. รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro)
21. รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku Region)

22. รีวิว ฮิโรชิม่า (Hiroshima) // กำลังเขียน
23. รีวิว โอกายาม่า (Okayama) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

แนะนำโรงแรม / อื่นๆ

24. แนะนำโรงแรมในโตเกียว (Tokyo)
25. เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ JR PASS

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

NO COMMENTS

POST A COMMENT