HashCorner

รีวิว คานาซาว่า (Kanazawa) ลุยหิมะญี่ปุ่นคูลๆ ❄️

คานาซาวะ (Kanazawa) เมืองขนาดคอมแพ็คที่มีสถานที่ท่องเที่ยวติดท็อปของประเทศจนเราอดแวะไม่ได้ ตั้งแต่สวนญี่ปุ่นที่สวยติดอันท็อปสามของประเทศ อารท์มิวเซียมโคตรเก๋ที่มีจุดถ่ายรูปใต้สระน้ำปังๆ รวมถึงมีตลาดสดที่คนเค้าบอกกันว่าเริ่ดไม่แพ้ที่โตเกียวนาจา เอ้อออออ เกริ่นมาเว่อร์ขนาดนี้ ก็ต้องแวะมั้ยล่ะ แล้วมาดูกันว่าดีย์จริงมั้ย จะแวะไม่แวะ ต้องลองอ่านรีวิวนี้ดู เอ้า เริ่มมม!

เที่ยวหิมะด้วยรองเท้า GEOX NEBULA 4X4

ทริปญี่ปุ่นทริปนี้ มีเมืองอย่าง คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ (Kanazawa-Shirakawago-Takayama) ที่เราต้องลุยหิมะด้วย ซึ่งก๊อตขอแนะนำให้หารองเท้าดีๆสำหรับใช้สวมใส่ในหิมะโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกันน้ำ พื้นรองเท้าต้องเกาะพื้นได้ดีทั้งการเดินบนหิมะและน้ำแข็งบนพื้น รวมถึงการระบายอากาศและการสวมใส่สบาย เพราะถ้าเราเลือกรองเท้าไม่ดีแล้วล่ะก็ ทริปจะพังมากกกกก น้ำซึมเข้ารองเท้า ลื่นไถลน้ำแข็ง เหม็นอับไปอีก เอ้อออ

ทริปนี้ เราเลยเลือกใส่รองเท้าบูทจากแบรนด์ GEOX รุ่น NEBULA 4X4 ABX MAN ความพิเศษของรองเท้าคู่นี้คือมีนวัตกรรมที่ทำให้รองเท้าหายใจได้ คือช่วยการระบายอากาศและความชื้นออกจากรองเท้า และสามารถกันน้ำเข้าได้แบบ 360 องศาแบบ 100% ตั้งแต่พื้นจนถึงข้อเท้า และรักษาอุณหภูมิภายในรองเท้าให้เหมาะสมด้วยเทคโนโลยี Amphibiox™ ที่มีเฉพาะ GEOX เท่านั้น คือดีมากก

หากใครยังไม่รู้จัก GEOX ละก็ นี่จะบอกว่าแบรนด์เค้าเป็นแบรนด์สัญชาติอิตาลีที่มีชื่อเสียงด้านรองเท้ามานานมาก จนตอนนี้ GEOX เค้ามีขายอยู่ทั่วโลกกว่า 110 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งตัวรองเท้าบูท GEOX NEBULA 4X4 ABX MAN สีน้ำตาลที่ก๊อตได้ใส่จริงในทริปนี้นั้น ค่อนข้างประทับใจมากทีเดียว น้ำหนักเบา ไม่รู้สึกหนักเท้าเหมือนรองเท้าลุยหิมะแบรนด์อื่น และที่สำคัญคือ กันน้ำดีเลิศมาก คือนี่รู้ได้เลยจากการที่ไปย่ำหิมะหนาๆในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ คือไม่มีน้ำเข้ามาเลย

ตอนหิมะละลายก็ยังกันน้ำได้ดี แถมเท้าเรายังรู้สึกอุ่นเพราะเค้ามีเทคโลยีกักเก็บความอุ่นด้านในอีกด้วย อีกทั้งรองเท้าเค้ายังระบายอากาศได้ดีอีกด้วยนะ เพราะนี่รู้สึกได้จากการที่เท้าเราไม่ได้ชื้น และไม่เหม็นอับตอนถอดออกมาเมื่อถึงห้อง ซึ่งรวมๆ คือชอบมากกก แถมบูทสีน้ำตาลยังถ่ายรูปแล้วดูสวยด้วย ต้องยอมกับรองเท้าเค้าจริงๆ คือดีย์!

หากใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GEOX NEBULA 4X4 ABX MAN สามารถดูได้ที่เว็บ GEOX เค้าเลย คลิก > http://bit.ly/GeoxNebulaTH และเราสามารถหาซื้อรองเท้า GEOX ได้ง่ายๆตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง รวมถึง GEOX X-STORE [CONCEPT STORES] ที่ Gaysorn Village, CentralWorld และ Terminal 21 Pattaya ด้วย ของที่ช็อปเค้าเยอะมากจริงๆ

ทริปญี่ปุ่น: โอซาก้า-เกียวโต-นารา-คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ (Osaka-Kyoto-Nara-Kanazawa-Shirakawago-Takayama)

เห้ยยย ทริปนี้เป็นทริปญี่ปุ่นทริปที่ 4 ในชีวิตแหละ ซึ่งสามทริปหลังสุดท้ายคือไปทุกปีติดต่อกันเล้ย แล้วที่น่าแปลกใจคือ ก๊อตไปเที่ยวญี่ปุ่นทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฮ่าๆ สำหรับทริปญี่ปุ่นปี 2019 นั้น คืออยากกลับมาเที่ยวคันไซมาก โดยเฉพาะ โอซาก้า-เกียวโต-นารา (Osaka-Kyoto-Nara) เพราะครั้งแรกที่ได้ไปคือ 4-5 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่ทำบล็อกเลยแกร๊ ไปครั้งนี้ก็เลยอยากไปเที่ยวอีกรอบ และมาทำรีวิวให้คนอ่านได้ตามรอยกันสนุกๆ

ส่วนอีกกลุ่มเมืองโฮคุริคุ (Hokuriku) อย่าง คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ (Kanazawa-Shirakawago-Takayama) นี่ อยากไปเพราะหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) นี่แหละ เห็นคนไทยฮิตกันไปเหลือเกิน นี่ก็เลยอยากไปบ้าง แถมไปทั้งที ก็เลยไปช่วงงานเปิดไฟที่หมู่บ้านพอดี โดยทั้งปี หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เค้าเปิดไฟแค่ 4-5 วันต่อปีในฤดูหนาวเท่านั้น เอ้อออออ เก๋มั้ยล่ะ เอาเป็นว่า .. ทริปนี้จะสวยและสนุกขนาดไหน ตามรอยกันมาเล้ยย

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka) // กำลังเขียน
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto) // กำลังเขียน
4. รีวิว นารา (Nara) // กำลังเขียน
5. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
6. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
7. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

JR Pass: Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass

สำหรับทริปนี้ ไม่ใช้พาสรถไฟนี่ไม่ได้เลยนาจา ซึ่งถ้าใครตามรอยรูทนี้ โอซาก้า-เกียวโต-นารา-คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ (Osaka-Kyoto-Nara-Kanazawa-Shirakawago-Takayama) คงไม่มีพาสรถไฟอันไหนที่จะเหมาะเจาะได้เท่ากับ JR Pass: Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass ที่เราสามารถใช้ได้เลยตั้งแต่ออกสนามบินมา ซึ่งจากแพลนทริปนี้ เราจะตรงดิ่งจากสนามบินคันไซไปเที่ยวเกียวโตก่อน จากนั้นค่อยลัดเลาะไปเรื่อยๆ โดยแวะเมืองคานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ แล้วย้อนกลับมายังโอซาก้าในวันสุดท้ายของพาสที่ยังใช้ได้อยู่นั่นเอง

เรื่องราคานั้น พาส JR Pass: Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass นี้ราคาจะอยู่ที่ 14,000 เยน (ราวๆ 4,200 บาท) ใช้ได้ 5 วันติดต่อกัน ซึ่งเราควรซื้อล่วงหน้าประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเดินทาง เพื่อที่ใบ Exchange Order จะได้ส่งมาถึงมือเราที่ไทยก่อน จากนั้นนำไปนี้แลกเป็นตั๋วพาสฉบับจริงได้ที่ JR Ticket Office นั่นเอง

สำหรับแหล่งซื้อพาสนั้น ถ้านี่แนะนำ ก็คงเป็น KLOOK อีกตามเคย เพราะซื้อง่าย จ่ายสะดวก ทุกอย่างทำได้หมดผ่านแอพของ KLOOK เอง ใครสนใจอยากดูรายละเอียด รวมถึงราคาปัจจุบันของพาสนี้ผ่าน คลิกซื้อ / ดูราคา > JR Pass: Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass ได้ที่นี่เล้ย

เริ่มเที่ยวคานาซาวะ (Kanazawa) + ซื้อพาสรถเมล์ The Hokutetsu One Day Pass

แน่นอนว่าเราได้ใช้ JR Pass: Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass โดยนั่งรถไฟ JR Thunderbird ตรงจากเกียวโต (Kyoto) มายังเมืองคานาซาวะ (Kanazawa) ช่วง 10 โมงกว่าๆ กว่าจะลากกระเป๋าเข้าฝากที่พักบลาๆ เวลาปาไป 11 โมงแล้วจ้า ซึ่งการเที่ยววันนี้ดูเหมือนจะเยอะ แต่ก็ไม่เยอะนะ เดินเรื่อยๆ เอื่อยๆ ตามนี้เลย

  1. ตลาดโอมิโจ (Omicho Market)
  2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ (21st Century Museum of Contemporary Art – Kanazawa)
  3. ย่านโรงน้ำชา ฮิงาชิชายะ (Higashi Chaya District)
  4. ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle)
  5. สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden)

แต่ละสถานที่ท่องเที่ยวจะอยู่ห่างกันบ้าง ซึ่งการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือการนั่งรถเมล์ (ที่นี่ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินเน้อ) ดังนั้น นี่จะแนะนำให้ทุกคนซื้อ The Hokutetsu One Day Pass ราคา 500 เยน เพื่อที่เราจะได้ขึ้นรถเมล์แบบไม่จำกัดและคลายกังวลเรื่องหาเศษเหรียญจ่ายค่ารถเมล์ เพราะมันใช้ง่ายมาก เพียงแค่เราโชว์พาสแก่คนขับรถเมล์แค่นั้นเอง ส่วนเรื่องราคา ถ้าเราไม่ซื้อพาสรถเมล์ เราจะต้องเสียค่ารถครั้งละ 200 เยน แค่เราขึ้นรถเมล์ 3 รอบก็คุ้มแล้ว

สำหรับสถานที่ซื้อ The Hokutetsu One Day Pass นั้น มีอยู่หลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Tourist Information ที่สถานี JR Kanazawa Station, โรงแรมชั้นนำหลายโรงแรมในเมือง หรือตรงข้ามหน้า ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) ก็มีขายเด้อ แนะนำดูรายละเอียดเกี่ยวกับพาสเค้าที่นี่ มีข้อมูลทั้งหมดทั้งแผนที่ เส้นทางรถเมล์ และสถานที่ซื้อพาสทั้งหมด คลิก > www.hokutetsu.co.jp

ตลาดโอมิโจ (Omicho Market)

ตอนแรกอ่ะ ไม่ได้ลิส ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) ไว้ในแพลน แต่พอเข้าโรงแรมฝากกระเป๋าเรียบร้อย นี่ได้เสิร์ชในเน็ตหาที่กินข้าว และโชคดีมากที่ ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพัก คือเดิน 5 นาทีถึง แบบใกล้มากกกก เริ่ดสุดๆ กลางวันนี้เราเลยหากินในตลาด ใครที่ชอบอาหารทะเลสดๆ ซาซิมิ ซูชิ เรียนเชิญมาที่ตลาดนี้เลยจ้า คือดีย์มาก

สิ่งที่ต้องกินเลย คือพวกซาซิมิ ให้เราเดินตรงดิ่งไปยังร้านที่เค้าวางปลาดิบกันสดๆเลย นี่ได้สั่งซาซิมิทั้งปลาแซลมอน หอยโฮตาเตะ หอยเม่น และปลาทูน่า ของคือสดมาก และยืนมุงกินกันตรงนั้นเลย คนเยอะมากเด้อ 555555555 // อีกสิ่งหนึ่งที่เค้าบอกว่าเด่นดัง และต้องลองของตลาดที่นี่คือ ปูยักษ์ นั่นเอง แต่นี่เป็นคนไม่ค่อยชอบกินปูเท่าไหร่ เลยขอผ่านแหละ ใครชอบปูต้องจัดนะแจ๊ะ

มีอีกแหละที่อยากเชื้อเชิญไปกินคือ ‘ซูชิ’ ถ้าเราเดินเข้าไปเรื่อยๆ ด้านซ้ายจะมีแหล่งรวมร้านหลายๆร้าน และมีที่นั่งให้เรานั่งกิน มันจะมีซุ้มนึงที่ขายแพ็คซูชิอยู่ ราคาถูกและอร่อย และที่อร่อยสุดแบบให้คะแนนเกินร้อยคือ ซูชิหน้าปลาทูน่าติดมัน ภาษาอังกฤษเค้าจะเขียนว่า ‘Fatty Tuna’ อันนี้อร่อยกว่าแซลมอนและทูน่าปกติมากกก กรี๊ดดด เขียนแล้วยังอยากกินเลย 55555

อิ่มแล้วก็เดินด้านในกันต่อนิดนึงก่อนจะออกไปสถานที่เที่ยวต่อไป ในตลาดนี้ยังมีร้านอาหารอีกเยอะมาก และถ้าสังเกตดีๆ ด้านหน้าจะตลาดจะมีห้างที่มีดังกิ้น โดนัท อยู่ ในตึกนี้จะมีแต่ร้านอาหาร ซึ่งเราสามารถมาฝากท้องได้ทั้งวันเลย เพราะเค้าปิดดึกกว่าตลาดด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ (21st Century Museum of Contemporary Art – Kanazawa)

จากตลาดโอมิโจ (Omicho Market) นั่งรถเมล์มายัง พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาวะ (21st Century Museum of Contemporary Art – Kanazawa) ที่โคตรฮิปกิ๊บเก๋ และมีจุดถ่ายรูปฮิตเสมือนอยู่ใต้สระว่ายน้ำ ถ้าใครเคยคุ้นรูปนี้และงงว่ามันอยู่ที่ไหน .. มันอยู่ที่นี่แหละจ๊าาาาา เดี๋ยวมาดูกัน // ว่าแต่ ชื่อพิพิธภัณฑ์ยาวมากกกกก และบอกก่อนเลยว่าคนเยอะมากกกกกก 555555

21st Century Museum of Contemporary Art – Kanazawa นั้น จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซนมาก มีตั้งแต่ Public Installation Arts ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ชมฟรี จากนั้นยังมีด้านในที่แบ่งออกเป็นสองโซนหลัก ทั้งอันที่เป็นนิทรรศกาลถาวร และนิทรรศการหมุ่นเวียน อันนี้ต้องเสียค่าเข้า โดยเค้าจะมีสองราคาให้เลือก (จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง 5555) แต่ตัวผมนั้นซื้อบัตรราคา 1,000 เยน เข้าได้ทุกโซน แล้วถ้าเราโชว์ The Hokutetsu One Day Pass ด้วยแล้วล่ะก็ ราคาเหลือ 800 เยนเองเด้อ อย่าลืมโชว์พาส!

ส่วนตัวนี่คิดว่าอาร์ทมิวเซียม ที่นี่นั้นมันดีที่งานแสดงของเค้าไม่ Fine Arts ในแบบ Abstract (นามธรรม) มากเกินไป ซึ่งนี่ค่อนข้างชอบ เพราะไม่ต้องพินิจพิจารณาหรือคิดเยอะ คือดูง่ายพอสมควร ซึ่งเราจะเห็นผลงานได้ตั้งแต่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ซึ่งคนถ่ายรูปเยอะม๊าก อย่างเช่น งาน ‘Colour Activity House’ ที่เล่นคอนเซ็ป CMYK กับแม่สีของการพิมพ์ โดยเค้าใช้กระจกแต่ละสีทับซ้อนกันให้เกิดสีอื่นๆ ซึ่งถ้าใครเรียนทฤษฎีสี (Color Theory) มา เราจะเข้าใจทันที 5555555

สำหรับจุดฮิตที่ทุกคนชอบคือ The Swimming Pool ที่เป็นห้องโถงชั้นใต้ดินที่ทำเหมือนสระว่ายน้ำ เมื่อเราเข้าไปในนั้น คือเหมือนเราอยู่ในสระว่ายน้ำเลยจริงๆ บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมา คือเก๋มากกกกกก // ซึ่งตรงนี้เค้าให้ถ่ายรูปได้ ไม่ต้องห่วง ฮ่า

ส่วนด้านในก็มีนิทรรศกาลอีกเยอะมากกก รวมๆแล้วคือมากกว่า 20 ห้อง ซึ่งก๊อตจะไม่พูดเยอะมาก และเค้าไม่ให้ถ่ายรูปด้านใน นี่เลยจะให้ทุกคนไปดูกันเองดีกว่าจ้า ไม่มีรูปแล้วเขียนไปอาจจะงง 5555555555555

ย่านโรงน้ำชา ฮิงาชิชายะ (Higashi Chaya District)

นั่งรถเมลต่อมา แล้วลงแถวๆ สะพานอาสะโนะกกาวะ (Asanogawa Bridge) ตรงนี้เป็นอีกจุดที่วิวสวยและมีเสน่ห์สุด นี่ก็เลยแวะถ่ายรูปกันซักหน่อยก่อนที่จะเดินต่อไปยัง ย่านโรงน้ำชา ฮิงาชิชายะ (Higashi Chaya District) ถ้าใครมีเวลาว่างและชิลๆ จะลองเดินเที่ยวเลียบแม่น้ำตรงนี้ก็ได้นะ นี่มองแล้วมันสวยมากกกก เสียดายที่แพลนวันนี้ค่อนข้างแน่น เลยไม่ได้ไปเดินเล่นเลย

เดินผ่านมาอีกแล้วเลี้ยวขวามาเรื่อยๆ เราจะเจอกับร้านรวงเยอะแยะเต็มไปหมด จากนั้นเราจะเจอกับ ย่านโรงน้ำชาฮิงาชิชายะ (Higashi Chaya District) ที่เป็นตึกโบราณสองชั้นคู่ขนานยาวไปข้างหน้า ซึ่งตึกพวกนี้คือโรงน้ำชาดั้งเดิมในสมัยก่อนที่คนญี่ปุ่นมักมาเฉลิมฉลองและชมความงดงามของการแสดงเกอิชา (Geisha) นั่นเอง เห็นตึกโบราณเป็นแถวยาวแบบนี้ แต่มีโรงน้ำชาอยู่ไม่กี่หลังที่ยังคงรักษารูปแบบของโรงน้ำชาดั้งเดิมไว้กว่า 180 ปี ซึ่งโรงนั้นชื่อว่า ‘Shima Geisha House’ ใครสนใจต้องลองเข้าไปดูแหละ

ส่วนตัวก๊อตเองนั้น ไม่ได้เข้าไปดู เพราะตอนนั้นหิวม๊าก และพยายามหาร้านอาหารแถวๆโรงน้ำชา แต่ว่าไม่มีร้านอาหารเลยเว้ยยย มีอยู่ร้านเดียวแต่ดันปิด เดินหาอยู่พักใหญ่ ตรงนั้นมีแต่ร้านขนมและร้านขายของที่ระลึกเยอะมาก ด้วยความหิวท้องร้องจ๊อกๆ นี่ก็เลยเดินเล่นย่านนี้อยู่ด้านนอก บรรยากาศมันญี่ปุ๊นญี่ปุ่นและมีความขลังซ่อนอยู่ บอกเลยว่าดีและต้องมา เพราะถึงแม้มันจะไม่มีอะไรให้ทำมากมาย แต่การได้เห็นและสัมผัสย่านนี้ ส่วนตัวคิดว่าคุ้มแก่การเสียเวลามากกก

งานไฟปราสาทคานาซาวะ-สวนเค็นโรคุเอ็น (Kanazawa Castle – Kenrokuen Garden Illumination)

สำหรับใครที่มาเที่ยวเมืองคานาซาวะ (Kanazawa) ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แนะนำให้เรามาดูกับงานไฟ Kanazawa Castle – Kenrokuen Garden Illumination ที่มีเฉพาะช่วงเท่านั้น อย่างปีนี้ (2019) ที่ได้ไปมา คือเค้ามีงานไฟแค่ 19 วันเท่านั้น ตั้งแต่ 1-19 กุมภาพันธ์ เวลา 17.30-21.00 น. ซึ่งถ้าใครไปเที่ยวปีหน้าช่วงหน้าหนาว อาจจะต้องเช็ควันกันอีกทีว่าวันไหน โดยรวมคือบอกเลยว่าชอบและสวยมากกกก และโชคดีมากที่ก๊อตมาเที่ยวช่วงนี้พอดี

ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle)

จาก ย่านโรงน้ำชา ฮิงาชิชายะ (Higashi Chaya District) ตอนนั้นเย็นมากแล้วแหละ ตอนแรกรอรถเมล์ แต่คือแบบ นานมากกกไม่มาซักที นี่เลยบอกเพื่อนกับแฟนว่า เดินๆละกัน เดินไปเรื่อยๆ แต่กว่าจะถึง ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle) เอ้อออ มันมืดแล้ว จนเค้าปิดและรอเปิดใหม่อีกรอบตอน 5 โมงครึ่งที่เค้าจะเปิดให้คนเข้าดูงานไฟด้านใน สรุปก็เลยไม่ได้เข้า ได้แต่ถ่ายรูปด้านหน้าที่เป็นปราสาททอดยาวเข้าไปในปราสาทคานาซาวะ ขนาดแค่มองจากตรงนี้ยังสวยเลย แล้วข้างในจะสวยขนาดไหนน้าาา เสียดาย ฮือ

สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden)

ห้าโมงเย็น นี่เดินต่อโดยผ่าน ปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle) มา เพื่อมายังทางเข้า สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden) ที่ตอนนี้เค้าปิดประตูเพื่อเตรียมงานไฟด้านในอยู่ ซึ่งนี่ไม่คิดว่า งานไฟที่สวนนี้ มันจะป๊อปถึงขั้นคนแห่กันมาต่อคิวยาวตั้งแต่ 5 โมง เพื่อรอประตูสวนเปิด 5 โมงครึ่ง เห็นเค้าต่อแถวกันนี่ก็เลยไปยืนต่อกับเค้าด้วย ทั้งหนาวทั้งสั่นท่ามอุณหภูมิ 2-3 องศากันไปเลยจ้าาา 55555555

สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden) นี่มีดีกรียกย่องให้เป็นสวน 1 ใน 3 ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งชื่อของสวนนี้แปลว่า ‘สวนที่ครบองค์ปัจจัย 6 อย่าง’ ของสวนที่มีความสมบูรณ์แบบตามหลักธรรมเนียมจีน นั่นคือ มีขนาดใหญ่โต สงบ มีลูกเล่น มีความเก่าแก่ มีทางน้ำไหล และทัศนียภาพของสวนนั่นเอง

เมื่อเกทสวนเปิด คนหลายร้อยคนได้พากันเดินเข้าไปยังสวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden) ด้านใน นี่แนะนำว่าให้เรารีบเดินตามทางไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราถึงจุดพีคของสวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden) ตรงสระน้ำกลางสวนที่สวยมากก ซึ่งเหตุผลที่ก๊อตแนะนำให้รีบมาเพราะ งานเปิดไฟเค้าจะจำกัดคนเข้าไปยังส่วนสระน้ำโดยการต่อคิวเข้าแล้วปล่อยคนทีละนิดๆเข้าไป ซึ่งถ้าเราไปถึงช้า แสงอาทิตย์อันริบหรี่มันจะหมดนั่นเอง และเมื่อเราได้เห็นวิวตรงนี้ บอกเลยว่าสวยมากกกกกก ให้ 10/10 เลย

ความยูนีคและภาพจำของสวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden) ที่สวยสุดๆ คือ สระน้ำที่มีกลุ่มต้นสนที่มีเสาตั้งและมัดเชือกแผ่ออกมาเหมือนหลังคา ซึ่งเค้าเรียกกันว่า ‘ยูกิซึริ (Yukisuri)’ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนญี่ปุ่นที่เค้าทำเพื่อป้องหิมะปกคลุมจนต้นไม้พังนั่นเองเด้อ ส่วนตัวคิดว่ามันดูแฟนซีมาก และโคตรชอบ 55555

ตรง สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en Garden) เราสามารถมองดูวิวเมืองคานาซาวะได้ด้วย สวยมากกแกร๊

เสร็จจากตรงสระน้ำกลางสวน ทีนี้ก็ได้เวลาเดินเอื่อยๆ ชิลๆ ในสวนท่ามกลางแสงไฟและความหนาว (หนาวม๊ากกก) รูทที่แนะนำคือ ให้เราเดินเลียบสระน้ำที่เราออกมาเรื่อยๆ เพื่อไปยังฝั่งตรงข้ามที่มีโรงน้ำชาอยู่ ตรงนั้นมันจะมีเนินที่เรียกว่า ซาซาเอะยามะ (Sazae yama) ที่เราสามารถมองเห็นวิวสระน้ำของสวนนี้ได้แบบกว้างๆ และเป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายรูป ซึ่งรูปกลุ่มต้นสนจากบนเนินเขานี้นี่แหละคือรูปที่ญี่ปุ่นเค้าชอบโปรโมทสวนนี้ 555555

เดินอยู่พักใหญ่ หลังจากนั้นก็เดินออกจากสวนเพราะทนความหนาวไม่ได้แล้ว อยากกลับโรงแรม 555555 // จากนั้นก็หารถเมล์กลับโดยใช้พาสเดิมนั่นเอง นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะวันถัดไปเราจะย้ายไปยังเมืองทาคายามะ (Takayama) เพื่อไปเที่ยวชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) นั่นเองเด้อ

ที่พักในเมืองคานาซาวะ

สำหรับที่พักในเมืองคานาซาวะ ส่วนใหญ่ก็จะมีย่านป๊อปอยู่ 3 สามย่าน นั่นคือ ย่านสถานีรถไฟคานาซาวะ (JR Kanazawa Station) ที่เราสามารถเดินทางเขา-ออกยังเมืองอื่นได้สะดวกม๊าก ไม่ต้องรนหาแท็กซี่หรือรถบัสไปย่านอื่นๆในเมืองคานาซาวะ, ย่านตลาดโอมิโจ (Omicho Market) ที่มีของกินรอบด้าน โดยเฉพาะตลาดปลา โดยย่านนี้นั้นอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟคานาซาวะ และอีกย่านนั่นคือ ย่านโครินโบะ (Korinbo) ที่รุมล้อมด้วยห้างและร้านช้อปปิ้งแบรนด์เนม ดังนั้น ใครชอบย่านไหนให้เลือกเล้ย ส่วนก๊อตนั้นได้พักโรงแรม Hotel Resol Trinity Kanazawa อยู่เยื้องตลาดโอมิโจ (Omicho Market) นั่นเอง

Hotel Resol Trinity Kanazawa

Hotel Resol Trinity Kanazawa อาจจะอยู่ไกลจาก สถานีรถไฟคานาซาวะ (JR Kanazawa Station) ซักหน่อย ถ้าเป็นคนชอบเดิน เราสามารถเดินจากสถานีรถไฟมายังตัวโรงแรม ระยะทาง 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินแค่ 15-20 นาทีแค่นั้นเองเด้อ

ตัวทำเลโรงแรมก็เริ่ดเลอไม่เบา เพราะมันตั้งอยู่เยื้องๆกับ ตลาดโอมิโจ (Omicho Market) ที่เราสามารถเดินไปหาอะไรกินได้ง่ายๆ แถมล้อมรอบโรงแรมยังมีห้างที่มีอาหารเยอะแยะ มีพวก LAWSON, Family Mart และ 7-Eleven ตั้งอยู่รอบด้านอีก รับรองไม่อดตาย 555555

ส่วนโรงแรมนั้น เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวที่ค่อนข้างโอเค ล็อบบี้โรงแรมมีที่ให้นั่ง และมีตู้กดชาและกาแฟฟรีตลอดเวลา ช่วงหนาวๆมือแข็งนี่ มานั่งจิบชาร้อน คือดีมาก และชาเค้าก็หอมมากด้วย ส่วนห้องพักนั้นค่อนข้างดีเลยล่ะ ก๊อตนอนห้อง Triple Non Smoking สำหรับ 3 คน โดยได้ราคามาคืนละ 4,000 บาท สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ฮีทเตอร์แร๊ง นอนหลับสบาย และไม่รู้จะติข้อเสียอะไร 5555 // สรุป คือให้ผ่านและแนะนำเด้อ!

โรงแรมรีโซล ทรินิตี้ คานาซาวะ (Hotel Resol Trinity Kanazawa)

ราคาห้องพักเริ่มต้น 3,000 บาท/คืน ดูเรทและจอง โรงแรมรีโซล ทรินิตี้ คานาซาวะ (Hotel Resol Trinity Kanazawa) สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com //
ดูผ่าน Hotels.com // ดูผ่าน Trip.com

อ่านรีวิวเมืองนี้จบแล้ว
อ่านรีวิวเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อกันเลย 🤗

ญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่กี่ประเทศที่นี่รู้สึกว่า ไปกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ ไปแล้วไปอีกได้ตลอด และยังประเทศที่ตัวเองตั้งมิชชั่นว่า อยากจะเก็บให้หมดทั่วประเทศ ฮ่าา เอาเป็นว่า HASHCORNER นี่ก็มีรีวิวญี่ปุ่นให้อ่านและตามรอยเยอะพอสมควร ทั้งหมดนับแล้วประมาณ 18 เมือง เยอะโคตร ใครที่มีแพลนไปเมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีชื่อเมืองตามลิสด้านล่าง สามารถคลิกลิงค์อ่านต่อได้เล้ย

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคันไซ (Kansai Region)

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka) // กำลังเขียน
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto) // กำลังเขียน
4. รีวิว นารา (Nara)
5. รีวิว โกเบ (Kobe) // กำลังเขียน
6. รีวิว ฮิเมจิ (Himeji) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูบุ (Chubu Region)

7. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
8. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
9. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคิวชู (Kyushu Region)

10. รีวิว ฟุกุโอกะ-ดาไซฟุ (Fukuoka-Dazaifu)
11. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
12. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
13. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
14. รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
15. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)
16. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido Region)

17. รีวิว ซัปโปโร (Sapporo)
18. รีวิว โอตารุ (Otaru)
19. รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei)
20. รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro)
21. รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku Region)

22. รีวิว ฮิโรชิม่า (Hiroshima) // กำลังเขียน
23. รีวิว โอกายาม่า (Okayama) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

แนะนำโรงแรม / อื่นๆ

24. แนะนำโรงแรมในโตเกียว (Tokyo)
25. เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ JR PASS

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

NO COMMENTS

POST A COMMENT