HashCornerHashCorner
  • Home
  • Travel
    • Thailand
    • Asia
      • China
      • Hong Kong
      • Indonesia
      • Japan
      • Laos
      • Macao
      • Myanmar
      • Singapore
      • South Korea
      • Taiwan
      • Vietnam
    • Europe
      • France
      • Switzerland
      • United Kingdom
    • Oceania
      • Australia
      • New Zealand
    • USA
    • Hotels
  • Lifestyle
    • Lifestyle
    • Recommended
    • Shopping Guide
    • Shop
  • About / Collaboration
HashCornerHashCorner
  • Home
  • Travel
    • Thailand
    • Asia
      • China
      • Hong Kong
      • Indonesia
      • Japan
      • Laos
      • Macao
      • Myanmar
      • Singapore
      • South Korea
      • Taiwan
      • Vietnam
    • Europe
      • France
      • Switzerland
      • United Kingdom
    • Oceania
      • Australia
      • New Zealand
    • USA
    • Hotels
  • Lifestyle
    • Lifestyle
    • Recommended
    • Shopping Guide
    • Shop
  • About / Collaboration
0
29K
0
Home Travel Japan Kyoto รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
  • Kyoto

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

  • 14/11/2025
  • No comments
  • 8 minute read
Total
0
Shares
0
0
0

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

เกียวโต (Kyoto) เมืองที่สะท้อนเสน่ห์ของญี่ปุ่นแบบแท้จริงในทุกลมหายใจ อดีตเมืองหลวงเก่าแห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ทั้งวัดวาอารามอายุหลายร้อยปี ถนนหินเล็กๆ ที่รายล้อมด้วยบ้านไม้สไตล์มะจิยะ (Machiya) และเสียงรองเท้าไม้ของไมโกะที่ยังคงดังก้องอยู่ในย่านกิออน ทุกมุมของเมืองเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และความสงบที่อบอวลจนสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง

รีวิวนี้ ก๊อตจะพาทุกคนไปเดินชมเสาโทริอิสีแดงนับพันต้นที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) เดินเล่นในป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) ชมความงามของวัดทอง วัดเงิน และวัดโทจิในย่านต่างๆ ของเมือง บอกเลยว่าเกียวโตสามารถมอบประสบการณ์ที่ทั้งสงบ อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังให้เราได้หลงใหลทุกครั้งที่กลับมา ถือเป็นเมืองที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงงดงามในแบบของตัวเองเสมอ

Go to top

รู้จักเกียวโต (Kyoto)

เกียวโต (Kyoto) ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ ห่างจากโอซาก้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 50 กิโลเมตร เมืองนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 794 เมื่อจักรพรรดิคัมมุ (Emperor Kanmu) โปรดให้สร้าง “เฮอันเคียว” (Heian-kyō) ขึ้นเป็นเมืองหลวงใหม่แทนนารา โดยใช้แบบแผนการวางผังเมืองจากนครฉางอันของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ผังเมืองถูกออกแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และชื่อ “เกียวโต” เองก็มีความหมายตรงตัวว่า “เมืองหลวง” นั่นแหละ

เกียวโตจึงทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงและที่ประทับของจักรพรรดิมายาวนานกว่าพันปี จนกระทั่งปี ค.ศ. 1868 เมื่อญี่ปุ่นย้ายเมืองหลวงไปยังโตเกียว บทบาทความเป็นเมืองหลวงของเกียวโตก็สิ้นสุดลง แต่ความสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น เกียวโตยังรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเหมือนขุมทรัพย์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพราะโบราณสถานจำนวนมากยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ปัจจุบันภายในเมืองมีวัดและศาลเจ้ารวมกันกว่า 2,000 แห่ง โดยกว่า 20% ได้รับการยกย่องเป็นสมบัติประจำชาติ และอีก 14% เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ ขณะที่ 17 แห่งในจำนวนนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย และทั้งหมดนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้เกียวโตกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ จนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนนับล้านคนในแต่ละปีเลย

Go to top

ที่เที่ยวในเกียวโต (Kyoto)

พูดถึงเกียวโตทีไร หลายคนนึกถึงวัด ศาลเจ้า และตรอกญี่ปุ่นเก่าๆ ซึ่งจริงๆ เกียวโตใหญ่มากและแต่ละย่านคาแรกเตอร์ต่างกัน ทั้งฮิกาชิยามะ อาราชิยามะ โซนกลางเมือง/เหนือ และตอนใต้ เลือกแพลนเที่ยวได้ 3–4 วันแบบเต็มแม็กซ์เลย

ย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama District)

  • ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) + สวนมารุยามะ (Maruyama Park)
  • นิเน็นซากะ (Ninenzaka)
  • ซานเน็นซากะ (Sannenzaka)
  • Here. Cafe
  • วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) / วัดน้ำใส
  • ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

ย่านอาราชิยามะ (Arashiyama)

  • ย่านอาราชิยามะ (Arashiyama)
  • ถนนช้อปปิ้งอาราชิยามะ (Arashiyama Shopping Street)
  • Arashiyama Rilakkuma Tea House
  • Arashiyama Miffy Sakura Kitchen
  • สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge)
  • CHAVATY Kyoto Arashiyama
  • % ARABICA Kyoto Arashiyama
  • วัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple)
  • ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove)
  • วิลล่าโอโคจิซันโซ (Okochi Sanso Villa)
  • สวนคาเมยามะ (Kameyama Park)

ย่านตอนใต้ของเกียวโต

  • วัดโทจิ (Toji Temple)

ย่านใจกลางเมืองและตอนเหนือ

  • ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)
  • ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)
  • วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) / วัดทอง
  • ถนนคาวาระมาจิ (Kawaramachi Dori)
  • ตรอกพอนโตโจ (Pontocho Alley)

ย่านวัดแถบฮิกาชิยามะตอนเหนือ

  • วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple)
  • ทางเดินแห่งปรัชญา (Philosophers’ Path)
  • ร้าน Miyoneshi Fumiya (ร้านข้าวปั้นหน้า วัดกินคะคุจิ)
  • วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) / วัดเงิน
Go to top

เดินทางมาเกียวโต (Kyoto) จากสนามบินคันไซ (KIX) / เมืองโอซาก้า (Osaka)

ไม่ว่าจะเดินทางมาจากสนามบินคันไซ (Kansai International Airport / KIX) หรือจากใจกลางเมืองโอซาก้า วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในการมายัง เกียวโต ต้องยกให้รถไฟนั่นแหละ เพราะทุกเมืองของเขาเชื่อมต่อด้วยรถไฟแบบดีมากๆ อีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีพอๆ กันคือการนั่งรถบัสลีมูซีนนั่นเอง ทีนี้ก๊อตจะขอพูดเน้นเฉพาะแค่สนามบินคันไซ (KIX) และตัวเมืองโอซาก้า เพราะก๊อตคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเกียวโต มักจะบินมาแลนด์ดิ้งที่โอซาก้านั่นเอง (รวมถึงตัวก๊อตด้วยเช่นกัน)

🚄 จากสนามบินคันไซ (KIX) ไป เกียวโต (Kyoto)
รถไฟ JR สาย Kansai-Airport Express “HARUKA”

ถ้ามี JR PASS: ถ้าใครมี JR Pass แบบทั่วประเทศหรือแบบภูมิภาคในย่านคันไซ สามารถใช้ขึ้นรถไฟสาย Kansai-Airport Express “HARUKA” ได้ฟรีเลย รถไฟขบวนนี้วิ่งตรงจากสนามบินคันไซถึงสถานีเกียวโต ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยจอดแค่สามสถานีหลัก คือ สถานีเทนโนจิ (Tennoji), สถานีโอซาก้า (Osaka Station / Umeda), สถานีชิน-โอซาก้า (Shin-Osaka) และสถานีเกียวโต (Kyoto) เท่านั้น เที่ยวแรกออกจากสนามบินราว 06:30 น. (วันธรรมดา) และ 06:40 น. (วันหยุด) ถือว่าสะดวกสุดๆ สำหรับใครที่อยากเข้าเกียวโตเช้าๆ

  • พาสที่ใช้ขึ้น JR Haruka Express ได้ฟรี
    • พาสที่จองที่นั่ง (Reserved Seat) ได้ฟรี: Japan Rail Pass – All Area (JR Pass), Sanyo-San’in Area Pass, Kansai-Hokuriku Area Pass, Sanyo-San’in Northern Kyushu Pass
    • พาสที่นั่งได้เฉพาะตู้ Non-Reserved: Kansai Area Pass, Kansai WIDE Area Pass
  • ถ้าไม่มีพาส: แนะนำให้ซื้อตั๋ว “HARUKA One-Way Ticket” โดยแนะนำให้ซื้อผ่าน Klook / KKday ราคาเที่ยวเดียวจาก KIX ไป สถานีเกียวโต (Kyoto) จะอยู่ที่ 2,200 เยน (ประมาณ 510 บาท) ซึ่งถูกกว่าหน้าเคาน์เตอร์อยู่หลายร้อยเยน เพราะราคาออนไลน์เป็นเรทพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั่นเอง [ซื้อผ่าน KLOOK] [ซื้อผ่าน KKday] 

🚄 จากตัวเมืองโอซาก้า ไปเกียวโต

การเดินทางจากตัวเมืองโอซาก้าไปเกียวโต จะมีรถไฟ 3 สายหลักที่คนนิยมใช้ ขึ้นอยู่กับว่าเราพักอยู่ส่วนไหนของโอซาก้า และจะไปส่วนไหนของเกียวโต สามารถดูลิสด้านล่างได้เลย

  • ตัวเลือกที่ 1: รถไฟ JR (เร็วสุด)
    • เส้นทาง: จากสถานีโอซาก้า (JR Osaka Station) ไป สถานีเกียวโต (JR Kyoto Station)
    • เวลา/ราคา: ใช้เวลา 29 นาที ราคา 580 เยน (ประมาณ 135 บาท)
    • เหมาะกับ: คนที่พักแถว Umeda และต้องการไปสถานี JR Kyoto เพื่อต่อรถบัสหรือรถไฟใต้ดินเกียวโต หรือคนที่มี JR Pass อยู่แล้ว
  • ตัวเลือกที่ 2: รถไฟสาย Hankyu (แนะนำสำหรับคนเที่ยวในเมือง)
    • เส้นทาง: จากสถานี Osaka-Umeda (Hankyu) ไปสถานี Kyoto-Kawaramachi (ใจกลางย่าน Gion/ช้อปปิ้ง) หรือไป Arashiyama (ต้องต่อรถที่ Katsura)
    • เวลา/ราคา: ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ราคา 410 เยน (~95 บาท)
    • เหมาะกับ: คนที่พักแถว Umeda และอยากไปลงใจกลางย่านกิออน, ตลาดนิชิกิ หรือ อาราชิยาม่า โดยตรง (สถานี Hankyu จะใกล้กว่า JR Kyoto มาก)
  • ตัวเลือกที่ 3: รถไฟสาย Keihan
    • เส้นทาง: จากสถานี Yodoyabashi หรือ Kyobashi (ในโอซาก้า) ไปสถานี Gion-Shijo (กิออน) หรือ Fushimi-Inari (ศาลเจ้าเสาแดง)
    • เวลา/ราคา: ใช้เวลาประมาณ 50-55 นาที ราคา 430 เยน (~100 บาท)
    • เหมาะกับ: คนที่พักแถว Yodoyabashi/Namba และอยากไปเที่ยวกิออน หรือศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) โดยตรง

พาสรถไฟที่ใช้เที่ยวเมืองเกียวโตได้

หากใครแพลนเที่ยวหลายเมืองในคันไซ อย่างเช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ หรือฮิเมจิ หรือแม้แต่การไปเที่ยวในเมืองภูมิภาคอื่นๆ ญี่ปุ่นเองมีพาสรถไฟหลายตัว และมีหลายพาสที่รวมเกียวโตไว้อยู่ด้วย แนะนำให้ลองดูแต่แพลนของตัวเองว่าไปไหนบ้าง และไล่ดูว่ามีพาสไหนที่เข้ากับแพลนเที่ยวของเรานะ 

  1. 🎫 Hankyu Tourist Pass (⭐️ แนะนำสำหรับคนเน้น โอซาก้า-เกียวโต-โกเบ)
    • ใช้ได้เฉพาะสาย Hankyu ครอบคลุม โอซาก้า-เกียวโต-โกเบ
    • ราคา 1 วัน (1,300 เยน) และตัวเลือกอื่นๆ ให้ซื้ออีกเยอะ [ซื้อผ่าน Klook]
  2. 🎫 Kansai Railway Pass (⭐️ แนะนำสายเก็บเรียบ / ชื่อเดิมคือ Kansai Thru Pass)
    • ใช้ได้เกือบทุกระบบขนส่งในคันไซ รถไฟเอกชน (Hankyu, Keihan, Nankai, Kintetsu), รถไฟใต้ดิน และรถบัสในคันไซ ยกเว้นรถไฟ JR ทุกชนิด ครอบคลุม โอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา ฮิเมจิ วากายามะ 
    • ครอบคลุมการเที่ยวเมืองเด่นๆ อย่าง โอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา ฮิเมจิ และวากายาม่า
    • ราคา: 2 วัน 5,600 เยน (~1,290 บาท) / 3 วัน 7,000 เยน (~1,610 บาท)[ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday]
  3. 🎫 Kansai Area Pass (สำหรับคนใช้ JR และ Haruka)
    • สำหรับสาย JR เท่านั้น ครอบคลุม โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ฮิเมจิ
    • สามารถใช้นั่ง Kansai-Airport Express Haruka จากสนามบินคันไซ (KIX) (ตู้ Non-Reserved) ได้
    • ราคา: 1 วัน 2,800 เยน (~645 บาท) / 2 วัน 4,800 เยน / 3 วัน 5,800 เยน / 4 วัน 7,000 เยน [ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday]
  4. 🎫 Kansai WIDE Area Pass (ไกลขึ้นไปถึงโอคายามะ)
    • เฉพาะสายรถไฟ JR ครอบคลุมเหมือน Kansai Area Pass แต่ขยายไปถึง Okayama, Kinosaki Onsen, Wakayama
    • สามารถใช้นั่ง Kansai-Airport Express Haruka จากสนามบินคันไซ (KIX) (ตู้ Non-Reserved) และ Sanyo Shinkansen (Non-Reserved) ระหว่าง Shin-Osaka ↔ Okayama ได้
    • ราคา: 5 วัน 12,000 เยน (~2,760 บาท) [ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday]
  5. 🎫 Kansai Hiroshima Area Pass (ขยายไปฮิโรชิม่าได้)
    • เฉพาะสายรถไฟ JR ครอบคลุมโซนคันไซทั้งหมด และขยายไปถึง Hiroshima และ Miyajima
    • สามารถใช้นั่ง Kansai-Airport Express Haruka จากสนามบินคันไซ (KIX) (ตู้ Non-Reserved) และ Sanyo Shinkansen (Non-Reserved) ระหว่าง Shin-Osaka ↔ Hiroshima ได้
    • ราคา: 5 วัน 17,000 เยน (~3,910 บาท) [ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday]
  6. 🎫 Sanyo-San’in Area Pass (คันไซยาวไปถึงฟุกุโอกะ)
    • เฉพาะสายรถไฟ JR โซนคันไซ ฮิโรชิม่า (Hiroshima), ทตโตะริ (Tottori) และยาวไปถึงฮากาตะ-ฟุกุโอกะ (Hakata-Fukuoka)
    • สามารถใช้นั่ง Kansai-Airport Express Haruka จากสนามบินคันไซ (KIX) แบบจองที่นั่งได้ และ Sanyo Shinkansen (จองที่นั่งได้)
    • ราคา: 7 วัน 23,000 เยน (~5,290 บาท) [ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday]
  7. 🎫 Japan Rail Pass – All Area (JR Pass ทั่วประเทศ)
    • สามารถใช้ขึ้นรถไฟ JR ได้ทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟหัวกระสุน Shinkansen เกือบทุกสายทั่วประเทศญี่ปุ่น
    • พาสนี้จะคุ้มก็ต่อเมื่อเดินทางข้ามภาครวมๆ กัน (เช่น โตเกียว-โอซาก้า-ฮิโรชิม่า) ถ้าเที่ยวแค่ในคันไซ ให้ใช้พาสภูมิภาคที่ลิสต์ไว้ข้างบนแทน
    • ราคาแบบ 7 วัน 50,000 เยน (~11,500 บาท) [ซื้อผ่าน Klook] / [ซื้อผ่าน KKday]

ดูส่วนลด KLOOK ประจำเดือน คลิก / ดูส่วนลด KKday ประจำเดือน คลิก

พาสเดินทางภายในเมืองเกียวโต

  • 🎫  Kyoto City Bus & Subway 1-Day Pass
    • รถไฟใต้ดินเทศบาลเกียวโต (Kyoto Municipal Subway) ทุกสาย / รถบัสเทศบาลเกียวโต (Kyoto City Bus) ทุกสาย (รวมถึงรถบัสท่องเที่ยว Sightseeing Express Bus หรือ Raku Bus เดิม) / รถบัสเกียวโต (Kyoto Bus) (บางส่วน) / รถบัส JR (West Japan JR Bus) (บางส่วน)
    • เหมาะสำหรับคนที่เที่ยวภายในเมืองเกียวโต ไม่ได้เดินทางออกนอกเมือง
    • ความคุ้มค่า: คุ้มมากหากเรานั่งรถบัสหรือรถไฟใต้ดินรวมกัน 4-5 ครั้ง เพราะปกติค่ารถบัสในเกียวโตเที่ยวละ 230 เยน
    • ราคา: 1,100 เยน (เด็ก 550 เยน) [ซื้อผ่าน Klook]
  • 🎫  Kyoto Subway 1-Day Pass
    • ครอบคลุมรถไฟใต้ดินเทศบาลเกียวโต (Kyoto Municipal Subway) ทุกสาย (สาย Karasuma และ Tozai)
    • อาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าตัวบน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ หลายแห่ง เช่น วัดทอง (Kinkakuji), วัดเงิน (Ginkakuji), หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu) ยังต้องต่อรถเมล์ไป
    • ราคา: 800 เยน (เด็ก 400 เยน)
Go to top

ย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama District)

ย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama District) คือหนึ่งในย่านเก่าแก่ที่สุดของเกียวโตที่ยังคงกลิ่นอายญี่ปุ่นยุคโบราณไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นย่านที่ผสมผสานความสงบของวัดวาอารามเข้ากับเสน่ห์ของถนนเก่าและบ้านไม้สไตล์มะจิยะ (Machiya) ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ทุกย่างก้าวที่เดินคือการได้ย้อนเวลาไปสัมผัสเกียวโตในยุคเฮอันอย่างแท้จริง ทั้งเสียงรองเท้าไม้เก็ตะของไมโกะสาว ร้านน้ำชาโบราณ และร้านขายของเล็กๆ ที่ยังดำเนินกิจการกันมาหลายชั่วอายุคน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

อย่างก๊อตเอง เริ่มต้นการเดินทางจาก สถานีกิออนชิโจ (Gion-Shijo Station) จุดศูนย์กลางของย่านกิออน (Gion) แล้วเดินเลียบถนนชิโจโดริ (Shijo-dori Street) ที่คึกคัก เต็มไปด้วยร้านขนมญี่ปุ่น คาเฟ่ และร้านเช่ากิโมโนให้เลือกเต็มไปหมด เดินไปเพลินๆ ไม่กี่นาทีก็จะเข้าสู่โซนเก่าที่บรรยากาศเริ่มสงบลงเรื่อยๆ ก่อนจะถึง ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ประจำย่านกิออน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนจากโลกเมืองสมัยใหม่สู่เกียวโตในมิติที่สงบและลึกซึ้งขึ้น หากใครอยากซึมซับความเก่าและคลาสสิกของเกียวโต ระหว่างทางจากกิออน (Gion) มายังศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) จะมีตรอกเล็กๆ ให้แวะเดินเล่นมากมาย บางตรอกมีบ้านไม้โบราณ บางมุมมีร้านอาหารญี่ปุ่นแบบคาเซกิ (Kaiseki) ที่ตกแต่งสไตล์เกียวโตดั้งเดิมอีกด้วย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) + สวนมารุยามะ (Maruyama Park)

ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ศาลเจ้าสำคัญแห่งย่านกิออน (Gion) ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเกียวโตเลยก็ว่าได้ ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อราว ปี ค.ศ. 656 มีอายุเก่าแก่กว่า 1,350 ปี และเป็นที่รู้จักในฐานะศาลเจ้าหลักของ “เทพซุซาโนโอะ โนะ มิโคโตะ (Susanoo-no-Mikoto)” เทพแห่งพายุและทะเล ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าท่านมีอำนาจในการปัดเป่าภัยพิบัติและโรคระบาด นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องพลังแห่งความรักและชีวิตคู่ เพราะเทพซุซาโนโอะประทับอยู่คู่กับภรรยาเทพีคุชินาดะฮิเมะ (Kushinadahime) จึงทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมในการขอพรเรื่องความรักของชาวเกียวโตเลย ใครที่อยากมาลองขอพรเรื่องความรัก ก็สามารถมาขอกับท่านได้นะ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับใครมาช่วงเดือนกรกฎาคม ที่นี่จะมีงานใหญ่ประจำปีอย่าง กิออน มัตสึริ (Gion Matsuri) หนึ่งในสามเทศกาลสำคัญของญี่ปุ่นที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เพื่อสะกดดวงวิญญาณและปัดเป่าภัยพิบัติ โดยมีขบวนแห่ “ยามาโฮโกะ” (Yamahoko Parade) อลังการทั่วเมืองเกียวโต ใครมาเที่ยวช่วงนี้บอกเลยว่าฟีลญี่ปุ่นแท้สุดๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

แต่ถึงแม้เราจะไม่ได้มาช่วงเทศกาล บรรยากาศของศาลเจ้าที่นี่ก็ยังร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูป โดยเฉพาะตอนหัวค่ำที่โคมไฟกระดาษญี่ปุ่นร้อยเรียงสว่างไสวทั่วลานศาลเจ้าที่ทำให้ดูอบอุ่นและขลังไปอีกแบบ ใครที่มาเที่ยวศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) แล้ว อย่าลืมเดินทะลุไปยัง สวนมารุยามะ (Maruyama Park) ด้านหลังด้วยนะ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สวนมารุยามะ (Maruyama Park) เป็นสวนเก่าแก่กลางเมืองที่บรรยากาศโคตรชิล มีบ่อน้ำ สะพานหิน และต้นไม้ใหญ่รายล้อม แต่ช่วงที่สวยที่สุดคือ ฤดูซากุระ (ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน) เมื่อทั่วสวนถูกแต่งแต้มด้วยดอกซากุระกว่า 700 ต้น โดยเฉพาะต้น ชิดาเระซากุระ (Shidare-zakura) ย้อยยักษ์กลางสวนที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

นิเน็นซากะ (Ninenzaka)

จากสวนมารุยามะ เดินต่อไม่ไกลก็จะเข้าสู่ย่านสุดคลาสสิกที่ก๊อตชอบมากที่สุดในเกียวโต คือ นิเน็นซากะ (Ninenzaka) และ ซานเน็นซากะ (Sannenzaka) สองถนนคนเดินโบราณที่ทอดตัวขึ้นเนินสู่ทางเข้าวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple) และเชื่อมต่อกับวัดโคไดจิ (Kōdaiji Temple) โดยถนนทั้งสองสายนี้มีความยาวรวมกันราว 400 เมตรเลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ก๊อตเริ่มเดินจากช่วง นิเน็นซากะ (Ninenzaka) ก่อน บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณแบบแท้ๆ ด้วยบ้านไม้เก่าที่อนุรักษ์ไว้ดั่งเดิม ทั้งคาเฟ่ ร้านขนมพื้นเมือง และร้านของฝากเก๋ๆ มากมาย บางหลังถูกรีโนเวตให้เป็นคาเฟ่สไตล์ดั้งเดิม หนึ่งในนั้นคือ Starbucks สาขา Kyoto Ninenzaka Yasaka Chaya ที่ไม่ใช่แค่สตาร์บัคส์ธรรมดา แต่นี่คือสตาร์บัคส์สาขาแรกของโลกที่มีที่นั่งเป็นเสื่อทาทามิ โดยซ่อนตัวอยู่ในบ้านไม้โบราณ 2 ชั้นได้อย่างกลมกลืนสุดๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ที่มาของชื่อถนนน่าสนใจมาก โดยคำว่า “นิเน็นซากะ” แปลตรงตัวได้ว่า “ทางลาดสองปี” เพราะมีความเชื่อเล่าต่อกันมาว่า ถ้าใครสะดุดล้มตรงนี้จะมีอันเป็นไปภายในสองปี ดังนั้น ตอนที่เราเดินเที่ยวอยู่คือห้ามเผลอสะดุดล้มเด็ดขาดนะแกร ฮ่าๆ แต่เอาเข้าจริงแล้ว เค้าเชื่อว่าเป็นเพียงกุศโลบายให้คนเดินอย่างระมัดระวังเท่านั้นแหละ

ระหว่างทางเชื่อมจาก นิเน็นซากะ (Ninenzaka) ต่อไปยัง ซานเน็นซากะ (Sannenzaka) ตรงนี้จะมีมุมยอดนิยมที่มองย้อนจากทางลาดนิเน็นซากะลงมา จะเห็นแนวบ้านไม้เรียงรายไล่ระดับแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เต็มเฟรม ใครที่อยากถ่ายรูปสวยๆ ก๊อตแนะนำให้มาตั้งแต่เช้า เพราะช่วงสายคนจะเยอะมากจนแน่น ถ่ายรูปกันไม่ได้เลยทีเดียว

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยวรีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

ซานเน็นซากะ (Sannenzaka)

สำหรับถนน “ซานเน็นซากะ” หรือ “ทางลาดสามปี” จะคึกคักและแน่นยิ่งกว่าถนนก่อนหน้า เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขนม อย่างโมจิย่าง ดังโงะ ร้านของที่ระลึก และของปุ๊กปิ๊กให้เราละลายทรัพย์เล่น โดยเค้าว่ากันว่าชื่อถนนนั้นตั้งตาม เนเนะ (Nene) ภรรยาของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเซ็งโงกุ ซึ่งเคยเดินทางขึ้นทางลาดนี้ไปขอพรให้มีบุตรที่วัดคิโยมิสึเดระ หรือ วัดน้ำใส โดยคำว่า “San” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “กำเนิด” หรือ “เกิด” จึงเป็นที่มาของชื่อถนนที่แฝงความหมายดีๆ ในเรื่องชีวิตและครอบครัวนั่นเอง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ส่วนใครที่เป็นแฟนจิบลิ (Ghibli) บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะตรงซานเน็นซากะ จะมีร้าน Donguri Kyowakoku (Ghibli Shop) ที่รวมสินค้าน่ารักจากสตูดิโอจิบลิไว้แทบทุกอย่าง ทั้งตุ๊กตา Totoro โมเดล Howl’s Moving Castle เครื่องครัว กระเป๋า ของแต่งบ้าน และของกะจุ๊กกะจิ๊กทั้งหลาย เรียกว่าเดินเข้าไปที กระเป๋าตังค์ละลายแน่นอน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

อีกมุมโปสการ์ดของเกียวโตที่ก๊อตชอบมากที่สุดคือ ภาพถนนกับเจดีย์ยาสะกะ (Yasaka Pagoda) แห่งวัดโฮคันจิ (Hokan-ji Temple) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ปลายถนน จริงๆ แล้วคือมุมที่ถ่ายจากถนนยาซากะโดริ (Yasaka-dori) ซึ่งเป็นถนนอีกเส้นที่อยู่ใกล้ๆ ถนนซานเน็นซากะ ใครที่อยากได้ช็อตนี้ ให้ปักหมุดไปที่ “Yasaka-dori” ในกูเกิลแมพ แล้วเดินหามุมที่มองตรงไปที่เจดีย์ได้เลย ใครแต่งชุดยูกาตะหรือกิโมโนมาเดินถ่ายรูปคือ คุ้มทุกช็อต เดินเพลินได้ทั้งวันจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ใครที่เดินเล่นและถ่ายรูปสองถนนนี้เสร็จแล้ว เราไปต่อกันเลยที่ วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) หรือวัดน้ำใสได้เลย เพราะนี่คือจุดหมายปลายทางของเนินเขานี้ ที่เราจะได้ไปขอพรเจ้าแม่กวนอิม และชมวิวมุมสูงของเมืองเกียวโตจากระเบียงไม้หลังคาสุดอลังการนั่นเอง

Go to top

here. Cafe

ใครที่เดินแล้วเริ่มเมื่อยน่องหรืออยากหลบคนหามุมนั่งพักซักหน่อย ก๊อตแนะนำให้แวะที่ here. Cafe คาเฟ่เล็กๆ ที่ก๊อตบังเอิญเจอระหว่างเดินขึ้นเนินบนถนนซานเน็นซากะ (Sannenzaka) บอกเลยว่าดีงามเกินคาด ร้านนี้ตกแต่งในโทนไม้สว่างอบอุ่น ฟีลญี่ปุ่นมินิมอลแบบคาเฟ่เกียวโตแท้ๆ มีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงกาแฟและอบขนมแบบโฮมเมด ด้านในมีที่นั่งไม่มากนักแต่บรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งพักย่อมๆ ก่อนเดินลุยต่อไปวัดคิโยมิสึเดระหรือวัดน้ำใส

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

เมนูที่ก๊อตลองคือ “Affogato Latte” ไอศกรีมเจลาโต้รสนมหวานละมุนที่เสิร์ฟมาพร้อมช็อตเอสเปรสโซเจ้มจ้น พอราดรวมกันแล้วได้รสหวานขมตัดกันอย่างลงตัว อีกแก้วคือ “Frozen Soy Milk” ที่ใช้โยเกิร์ตถั่วเหลืองปั่นผสมมัทฉะเข้มข้น หอมกลิ่นชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ ส่วนของหวานแนะนำให้สั่ง Gluten-Free Omelette ที่ด้านในสอดไส้มัทฉะและถั่วแดง รสหวานมันกำลังดี กินคู่กับเครื่องดื่มคือเพอร์เฟกต์สุดๆ

โดยรวมของร้าน here. Cafe คือดีย์ ไม่แปลกที่ก๊อตจะเผลออยู่นั่งนานกว่าที่คิด เพราะทั้งรสกาแฟ ขนมนั้นอร่อยมาก ถือเป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่อยากให้ใส่ไว้ในแพลนระหว่างเดินไปวัดน้ำใสได้เลย ถือว่าบังเอิญแต่อร่อยจริง!

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) / วัดน้ำใส

หลังจากเดินผ่านถนนนิเน็นซากะ (Ninenzaka) และ ซานเน็นซากะ (Sannenzaka) มาจนสุดทาง ในที่สุดเราก็มาถึง วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) หรือ วัดน้ำใส ที่คนไทยเราเรียกกัน ที่นี่คือหนึ่งในแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเกียวโต และยังเก่าแก่กว่าเมืองเกียวโตเอง เพราะสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 778 ก่อนเกียวโตจะกลายเป็นเมืองหลวงในปี 794 โดยชื่อ “คิโยมิสึ” หมายถึง “น้ำบริสุทธิ์” ซึ่งมาจากน้ำตกศักดิ์สิทธิ์โอโตวะ (Otowa Waterfall) ที่อยู่ภายในวัดนั่นเอง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ด้านหน้าวัดน้ำใส เราจะเห็นประตูสีแดงโดดเด่นด้านหน้าที่เรียกว่า นิโอมง (Niōmon Gate) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวัดที่เคยถูกไฟไหม้ช่วงสงครามโอนินในศตวรรษที่ 15 ก่อนบูรณะขึ้นใหม่จนงดงามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และเมื่อเราเดินเข้ามาในวัดแล้ว สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสงบและวิวเมืองเกียวโตที่เห็นไกลสุดสายตา ถ้าวันไหนฟ้าเปิดจะเห็นถึง เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower) ตั้งเด่นกลางเมืองเลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

แน่นอนว่าจุดไฮไลท์ที่สุดของวัดคือ อาคารไม้หลัก (Hondō) ที่สร้างบนหน้าผาโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โดยเค้าใช้เพียงเสาไม้เซลโควาอายุร้อยกว่าปีจำนวน 18 ต้นรองรับทั้งโครงสร้าง กลายเป็นสถาปัตยกรรมไม้ระดับตำนานที่ทั่วโลกยกย่อง ด้านในประดิษฐาน พระโพธิสัตว์คันนง 11 พักตร์ 1,000 กร หรือเจ้าแม่กวนอิมที่ชาวญี่ปุ่นนับถือมาก ด้านหน้าอาคารมีระเบียงไม้ยื่นออกมาที่เรียกว่า เวทีคิโยมิสึ (Kiyomizu Stage) สูงจากพื้นราว 13 เมตร เป็นจุดชมวิวเมืองเกียวโตที่สวยที่สุด โดยเฉพาะช่วงซากุระบานและใบไม้แดงที่ทั้งหุบเขาเปลี่ยนสี ฟีลอลังการจนหยุดถ่ายรูปไม่ได้เลยทีเดียว

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยวรีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

นอกจากเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ในอาคารหลักยังมีเทพเอบิสุ (Ebisu) เทพแห่งโชคลาภและการค้า และด้านหลังอาคารหลักมีศาลเจ้าจิชุ (Jishu Shrine) ของเทพโอคุนินุชิ โนะ มิโคโตะ (Okuninushi no Mikoto) เทพแห่งความรัก ซึ่งจุดนี้มีหินแห่งความรักสองก้อนที่เชื่อกันว่า หากเราหลับตาเดินจากก้อนหนึ่งไปอีกก้อนได้สำเร็จ จะสมหวังในความรักอีกด้วยนะ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ถัดไปคือ อาคารโอคุโนอิน (Okuno-in Hall) จุดชมวิวที่มองเห็นอาคารไม้ฮอนโดะได้ทั้งหลัง และเป็นมุมไอคอนิกที่ทุกคนต้องถ่าย โดยเฉพาะฤดูใบไม้แดงที่รอบวัดเปลี่ยนสีสดเต็มหุบเขาล้อมรอบอาคารไม้ที่โคตรสวย หลังจากเราเดินลงมาแล้ว ด้านล่างก่อนอย่าลืมแวะดื่มน้ำจาก น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ที่แยกเป็นสามสาย ซึ่งเค้ามีความเชื่อว่าดื่มแล้วจะได้พรเรื่องสุขภาพ การเรียน และความรัก แต่ทั้งนี้ ตามความเชื่อเค้าห้ามดื่มครบทั้งสามสายนะ เพราะถือว่าโลภมาก พรจะหายนั่นเอง​ฮ่าๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยวรีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยวรีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สุดท้าย ใครที่มาเกียวโตแล้วไม่ได้มาเยือน วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) หรือ วัดน้ำใส ถือว่าพลาด เพราะแค่เราได้มายืนบนระเบียงไม้ยักษ์ที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปู อีกทั้งยังได้มองวิวเกียวโตอยู่เบื้องหน้า ก๊อตว่าก็คุ้มค่าที่สุดแล้วจริงๆ เพราะนี่คือหนึ่งในวัดที่ทั้งสวย อลังการ และเต็มไปด้วยพลังศรัทธา สมศักดิ์ศรีมรดกโลกของยูเนสโกที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิตของแท้

Go to top

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

อีกหนึ่งศาลเจ้าที่ต้องห้ามพลาดของเกียวโตเลย คือ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) หนึ่งในศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นภาพจำของเกียวโตที่ทุกคนต้องนึกถึงทันทีที่เห็นอุโมงค์เสาโทริอิ (Torii) สีแสดนับหมื่นต้นเรียงทอดยาวขึ้นภูเขาอินาริ

ก่อนเข้าไปด้านใน บริเวณทางเข้าศาลเจ้าจะมีถนนของกินที่เต็มไปด้วยร้านขนมพื้นเมืองและสตรีทฟู้ดญี่ปุ่นเรียงรายตลอดสองฝั่ง ทั้งโมจิย่างเสียบไม้, ข้าวโพดย่าง, ทาโกะยากิ, ไข่เสียบไม้, หรือแม้แต่สตรอเบอร์รี่ไดฟุกุ บรรยากาศคึกคักสุดๆ ใครมาแนะนำให้แวะเติมพลังกันก่อน เพราะของกินแต่ละอย่างคืออร่อยเกินต้านมาก

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 711 เพื่อบูชา เทพอินาริ (Inari Ōkami) เทพแห่งพืชพรรณธัญญาหารและความมั่งคั่ง และที่นี่ถือเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าอินาริทั่วญี่ปุ่นกว่า 32,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น โดยตำนานที่บันทึกไว้ในเอกสารโบราณ Yamashirokoku Fudoki เล่าว่า บรรพบุรุษตระกูลฮาตะชื่อ “อิโรกุ โนะ ฮาตาโนคิมิ (Irogu no Hatanokimi)” เคยยิงเค้กข้าวขึ้นฟ้า ก่อนที่มันจะกลายเป็นหงส์แล้วบินไปลงบนยอดเขาอินาริ และตรงนั้นเองเกิดมีต้นข้าวงอกขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ ผู้คนจึงเชื่อว่าเป็นนิมิตแห่งความอุดมสมบูรณ์ และตั้งชื่อภูเขานี้ว่า “อินาริ” ซึ่งคำว่า “อินะ (Ina)” แปลว่า “ข้าว” นั่นเอง

เมื่อเราเดินเข้ามาในศาลเจ้า จะเจออาคารหลักฮอนเดน (Honden) ที่ใหญ่และสวยมาก ภายในยังแบ่งเป็นศาลย่อย 5 แห่ง สำหรับบูชาเทพอินาริทั้ง 5 องค์ ซึ่งให้พรต่างกัน เช่น ความมั่งคั่ง ธุรกิจ การเดินทาง และศิลปะ หน้าศาลเจ้าจะมีรูปปั้น หมาจิ้งจอก (Kitsune) สองตัว ฝั่งหนึ่งคาบกุญแจยุ้งข้าว สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ อีกฝั่งคาบลูกแก้ว “Hoshi no Tama” ที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังและปัญญา ซึ่งน้องหมาจิ้งจองนั้นไม่ใช่เทพ แต่เป็นผู้ส่งสารของเทพอินาริ คล้ายกับกวางที่นารานะเออ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

จากศาลเจ้าหลักจะเป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาที่ปกคลุมด้วยเสาโทริอิทั้งหมด ถ้าเดินถึงยอดใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง ซึ่งเสาโทริอิสีแดงที่เราเห็นตั้งเรียงรายนี้ คือเสาที่ผู้ศรัทธาและบริษัทต่างๆ บริจาคถวาย เพราะเชื่อว่าการถวายเสาจะนำความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองทางธุรกิจมาให้ ซึ่งด้านหลังของเสาแต่ละต้นจะสลักชื่อผู้บริจาคไว้เอาไว้ด้วย โดยราคาบริจาคจะเริ่มราวๆ 400,000 เยน (~95,000 บาท) สำหรับเสาเล็ก และเสาใหญ่ราว 1 ล้านเยน (250,000 บาท) เลยทีเดียว

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับก๊อตเองเลือกเดินชิลๆ มาแค่ครึ่งทาง เพราะตอนที่ก๊อตมาถึงนั้นเย็นมากแล้ว ฟ้าเริ่มมืด จากตอนที่คนแน่นๆ กลายเป็นเริ่มบางตา บรรยากาศตอนนั้นทั้งสงบและแอบวังเวงนิดๆ เหมือนอยู่ในอีกโลกเลย สุดท้ายก๊อตไปหยุดที่จุดชมวิวกลางทาง มองเห็นเมืองเกียวโตอยู่ลิบๆ แสงอาทิตย์สุดท้ายลอดผ่านเสาโทริอิสีแดงส้มเป็นแนว เงาของผู้คนทอดยาวไปตามทางเดิน ดูแล้วทั้งสงบ ทั้งขลัง และทั้งอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ก่อนจะค่อยๆ เดินกลับลงมาจนถึงสถานีรถไฟฟ้า พร้อมความรู้สึกว่า ที่นี่คืออีกหนึ่งในศาลเจ้าในญี่ปุ่นที่สวยและทรงพลังที่สุดเท่าที่ก๊อตเคยไปมาเลยจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

ย่านอาราชิยามะ (Arashiyama)

ถ้าอยากเห็นเกียวโตในมุมที่สงบแต่งดงามที่สุด ก๊อตอยากให้ทุกคนมาที่ อาราชิยามะ (Arashiyama) ย่านชานเมืองทางตะวันตกของเกียวโตที่โอบล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำคัตสึระ (Katsura River) หากเราได้ไปย่านนี้แล้วได้ยืนมองวิวจากสะพานไม้โทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) เราจะเข้าใจทันทีว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นหนึ่งในย่านที่โรแมนติกที่สุดของเกียวโต เพราะบรรยากาศของอาราชิยามะจะเปลี่ยนสีไปตามฤดู ทั้งซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ เขียวชอุ่มในหน้าร้อน แดงจัดในฤดูใบไม้ร่วง และขาวโพลนเมื่อหิมะตก เรียกได้ว่าสวยทุกช่วงเวลาเลยทีเดียว

🚄 วิธีการเดินทางมาที่อาราชิยามะ (Arashiyama)

การมาเที่ยวอาราชิยามะนั้นสะดวกมาก เพราะนั่งรถไฟมาได้ถึง 3 สายหลัก แต่ถ้าให้ก๊อตแนะนำจริงๆ มีอยู่สองทางที่ทั้งง่ายและฟีลดีสุด

  • สาย JR Sagano Line (JR San’in Main Line) เหมาะกับคนที่เริ่มต้นจาก Kyoto Station ให้นั่งรถไฟ JR สายนี้มาลงที่สถานี Saga-Arashiyama Station ใช้เวลาแค่ประมาณ 15 นาที เท่านั้น จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10–15 นาที ก็จะถึงใจกลางย่านอาราชิยามะ ระหว่างทางเดินจะมีบ้านไม้ คาเฟ่ และร้านขนมน่ารักๆ ให้แวะกินกรุบกริบไปตลอดทาง บอกเลยว่าเพลินมาก
  • สาย Keifuku Randen Tram (Keifuku Electric Railway) อีกทางที่ได้ฟีลโลคอลสุดๆ คือขึ้นจากตัวเมืองเกียวโตที่สถานี Omiya Station (อยู่บนสาย Hankyu ก็เชื่อมได้ง่าย) นั่งรถรางสาย Arashiyama Line มาลงที่สถานี Arashiyama Station ได้เลย ตัวสถานีอยู่กลางย่านเลย เดินออกมาก็เจอถนนช้อปปิ้งและร้านขนมเต็มสองข้างทางก

ส่วนใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ยังมี Hankyu Railway (Hankyu Arashiyama Line) อีกทางหนึ่ง โดยนั่งจาก Kawaramachi หรือ Omiya มาลงที่ Hankyu Arashiyama Station แต่สถานีนี้จะอยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ต้องเดินข้ามสะพานโทเก็ตสึเคียวเข้ามา

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

ถนนช้อปปิ้งอาราชิยามะ (Arashiyama Shopping Street)

ถ้าให้พูดถึงย่านที่มีกลิ่นอายเกียวโตแบบชิลๆ สบายๆ แต่ยังเต็มไปด้วยความคึกคักและของกินอร่อย ก๊อตขอยกให้ ถนนช้อปปิ้งอาราชิยามะ (Arashiyama Shopping Street) เลย โดยถนนเส้นนี้ทอดยาวจากสถานีรถไฟอาราชิยามะ ไปจนถึง สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) และ ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) พอดิบพอดี เรียกได้ว่าเดินเพลินและกินได้ทั้งวันเลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

แม้จะดูเป็นเพียงถนนช้อปปิ้งที่เราผ่านไปยังจุดอื่นๆ แต่จริงๆ ถนนเส้นนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) สมัยที่เหล่าราชสำนักและขุนนางมักมาพักผ่อนชมธรรมชาติที่อาราชิยามะ ก่อนจะกลายเป็นจุดชมซากุระและใบไม้แดงยอดนิยมในเวลาต่อมา จนเข้าสู่ยุคเมจิ-ไทโช (ปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20) ที่ระบบรถไฟขยายมาถึง ย่านนี้ก็เริ่มคึกคักเต็มรูปแบบ กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านของฝาก และร้านอาหารน่ารักๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์เกียวโตเอาไว้อย่างดี

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ปัจจุบัน ถนนอาราชิยามะคือหนึ่งในถนนช้อปปิ้งยอดฮิตของเมือง เต็มไปด้วยร้านโมจิ ขนมญี่ปุ่นโบราณ ไอศกรีมมัทฉะ ไก่คาราอะเกะ โอเด้ง ไปจนถึงมันหวานเผาหอมๆ ที่แค่เดินผ่านและได้กลิ่นก็น้ำลายไหล แถมแถวนี้ยังมีบริการให้เช่ากิโมโนกับรถลาก (Jinrikisha) ที่โด่งดังในโลกโซเชียล ที่มีหนุ่มๆ ญี่ปุ่นใส่ชุดโบราณลากรถพาเที่ยวรอบเมืองเกียวโตอีกด้วยนะ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

Arashiyama Rilakkuma Tea House

ใครที่แฟนคลับน้องหมีขี้เกียจอย่างน้องริลัคคุมะต้องห้ามพลาด เพราะที่นี่มีคาเฟ่สุดคิวท์อย่าง Rilakkuma Tea House Kyoto Arashiyama คาเฟ่ธีมน้ำผึ้งในบ้านไม้ญี่ปุ่นสองชั้น บรรยากาศอบอุ่นแบบเกียวโตแท้ๆ ภายในมีทั้งโซนคาเฟ่ ขนม ของฝาก และโซนอาหารครบจบในที่เดียว

โดยหน้าร้านเค้ามีบูธ Rilakkuma Honey Stand ขายของหวานน่ารักๆ อย่างซอฟต์ครีม ขนม และเครื่องดื่มหลายเมนู อย่างก๊อตได้ลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์ Sitting Rilakkuma Soft Serve (580 เยน / ~140 บาท) ไอศกรีมวานิลลาเนื้อเนียนนุ่มที่ท็อปด้วยริลัคคุมะตัวจิ๋วสุดน่ารัก บอกเลยว่ากินแล้วใจละลายสุดๆ นอกจากนี้ยังมีสมูทตี้และกาแฟปั่นลายริลัคคุมะที่ทั้งน่ารักและอร่อยไม่แพ้กัน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ส่วนโซนร้านค้าด้านในก็เต็มไปด้วยของธีมริลัคคุมะละลานตา ทั้งขนม แยม น้ำผึ้ง เครื่องเขียน ตุ๊กตา ของฝาก และของใช้สารพัดแบบ เหมาะกับสายสะสมสุดๆ ที่ชั้นสองยังมี Rilakkuma Restaurant ที่เสิร์ฟเซตอาหารและของหวานลายริลัคคุมะแบบเต็มรูปแบบอีกด้วย ที่ก๊อตชอบสุดคือมุมน่ารักๆ อย่างซุ้มจำลอง “ศาลเจ้าริลัคคุมะ” ในสวนไผ่ขนาดย่อม ที่ออกแบบให้เข้ากับป่าไผ่อาราชิยามะ แล้วยังมีน้องริลัคคุมะตัวใหญ่ตั้งอยู่หลายจุดให้ถ่ายรูปคู่ได้เพียบ เรียกได้ว่าทั้งอบอุ่น ทั้งน่ารัก เหมือนหลุดเข้ามาในโลกของน้องริลัคคุมะเลยจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

Arashiyama Miffy Sakura Kitchen

อีกหนึ่งคาเฟ่น่ารักไม่แพ้กันคือ Arashiyama Miffy Sakura Kitchen คาเฟ่และเบเกอรี่ธีม “มิโฟฟี่ (Miffy)” กระต่ายน้อยจากเนเธอร์แลนด์ที่คนทั่วโลกรัก ตัวร้านเป็นบ้านไม้เล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นขนมปังอบใหม่ เพียงแค่ก้าวเข้าไปก็รู้สึกอบอุ่นและน้ำลายไหลสุดๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือ ขนมปังไส้ถั่วแดงรูปหน้าน้องมิโฟฟี่ (260 เยน / ~90 บาท) ตัวขนมนุ่มฟู สอดไส้ถั่วแดงรสหวานละมุนจนแทบไม่อยากกัดน้องเลย นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มและเบเกอรี่อื่นๆ ให้เลือกอีกเพียบ และนอกจากโซนขนมแล้ว ด้านในร้านยังมีโซนขายของใช้ในครัวและของตกแต่งบ้านลายน้องมิโฟฟี่ที่หาซื้อได้เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ตั้งแต่กระทะ ถ้วย ตะหลิว ไปจนถึงแก้วน้ำและผ้ากันเปื้อน ใครเป็นแฟนมิโฟฟี่รับรองเดินเพลินแน่นอน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของย่านอาราชิยามะ (Arashiyama) ที่ห้ามพลาดคือ สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “สะพานข้ามพระจันทร์” (Moon Crossing Bridge) จุดชมวิวสุดโรแมนติกที่เป็นเหมือนหัวใจของอาราชิยามะเลยก็ว่าได้

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สะพานนี้สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) ตามพระราชดำริของ จักรพรรดิคาเมยามะ (Emperor Kameyama) จักรพรรดิองค์ที่ 90 ของญี่ปุ่น ตัวสะพานทำจากไม้ ยาวประมาณ 155 เมตร พาดข้ามแม่น้ำคัตสึระ (Katsura River) เชื่อมสองฝั่งของอาราชิยามะเข้าด้วยกัน มีภูเขาโอบล้อมรอบทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นฉากธรรมชาติที่สวยจนถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์และละครญี่ปุ่นมานับไม่ถ้วน

ว่ากันว่าจักรพรรดิองค์นี้เคยทอดพระเนตรเห็นภาพพระจันทร์สะท้อนผืนน้ำและค่อยๆ ลอยผ่านเหนือสะพาน จึงเปรยขึ้นว่า “ดูราวกับจันทร์กำลังข้ามสะพาน” จึงเป็นที่มาของชื่อ “โทเก็ตสึเคียว” นั่นเอง 🌙✨

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

วันที่ก๊อตไปคือคนแน่นมากสะพานมาก เรียกได้ว่าบรรยากาศคึกคักสุดๆ ทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่น ถ่ายรูป และพายเรือในแม่น้ำ ด้านข้างยังเต็มไปด้วยร้านขนมและบ้านไม้ญี่ปุ่นเรียงรายริมฝั่งน้ำ โอบล้อมด้วยภูเขาสีเขียวรอบตัว เห็นวิวแล้วคือหนุบหนับใจสุดๆ มีทั้งความโรแมนติกและความสงบอยู่ในที่เดียว ถือเป็นอีกมุมที่เกียวโตให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไม่ต้องพยายามเลยจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

CHAVATY Kyoto Arashiyama

เดินเล่นจนเมื่อยแล้วอยากหาที่นั่งพักเติมความสดชื่น แนะนำให้แวะ CHAVATY Kyoto Arashiyama คาเฟ่สุดมินิมอลที่อยู่ใกล้สะพานโทเก็ตสึเคียว แค่เดินตรงมาแล้วเลี้ยวซ้ายไม่ไกล ตัวร้านเป็นบ้านไม้เรียบๆ ฟีลอบอุ่นเหมือนมานั่งบ้านเพื่อนเลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับคาเฟ่นี้ เค้าดังเรื่อง “ชา” โดยเฉพาะ ชาอูวา (Uva Tea) จากเทือกเขา Uva Highlands ประเทศศรีลังกา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในชา 3 ชนิดที่ดีที่สุดในโลก เจ้าของร้านได้แรงบันดาลใจจากการไปลิ้มรสชาชั้นดีที่ศรีลังกาแล้วอยากถ่ายทอดประสบการณ์นั้นให้ผู้คนได้สัมผัสบ้าง จึงเปิดร้านนี้ขึ้นพร้อมคอนเซ็ปต์ “Relax & Clear” ให้ชาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

นอกจากเครื่องดื่มชาและชาลาเต้รสละมุน ที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่อง สโคนอบสดใหม่ และขนมโฮมเมดหอมๆ ที่เข้ากับชาได้ลงตัวสุดๆ บางมุมของร้านยังมองเห็นวิวแม่น้ำคัตสึระและสะพานโทเก็ตสึเคียวได้ด้วย ถือเป็นไวบ์ที่ดีๆ สำหรับการพักจากความวุ่นวายของอาราชิยามะสักพัก แล้วค่อยลุยเที่ยวต่อ ราคาก็สมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพและบรรยากาศ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

% ARABICA Kyoto Arashiyama

ส่วนคอกาแฟทั้งหลาย บอกเลยว่าต้องไม่พลาด % ARABICA Kyoto Arashiyama คาเฟ่ดังระดับโลกที่เป็นจุดเช็กอินอันดับต้นๆ ของย่านนี้ ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำคัตสึระ เห็นวิวสะพานโทเก็ตสึเคียวแบบเต็มตา ถือเป็นโลเคชันที่สวยที่สุดของแบรนด์นี้ในเกียวโตเลยก็ว่าได้

ตัวร้านค่อนข้างเล็กและคิวยาวเกือบตลอดวัน ซึ่งตอนก๊อตไปคือยาวมากจริงๆ จนก๊อตขอโบกมือลาเพราะขี้เกียจต่อคิว แต่ถ้าใครโชคดีมาแล้วคิวไม่ยาว บอกเลยว่าคุ้มที่จะรอ เพราะกาแฟของ %Arabica นั้นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเมล็ดกาแฟและความละเมียดในการชง โดยเฉพาะลาเต้ที่ครีมนุ่ม หอมละมุนมาก ใครเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิงรับรองต้องชอบแน่นอน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

วัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple)

ก่อนจะเข้าไปเดินป่าไผ่ ก๊อตอยากชวนแวะเที่ยว วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) กันก่อน เพราะวัดนี้คือหนึ่งในวัดที่สวยและทรงคุณค่าที่สุดของเกียวโตเลยทีเดียว โดยเฉพาะสวนโซเกนจิ (Sogenchi Garden) สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ใช้ฉากหลังเป็นภูเขาอาราชิยามะ (Mount Arashiyama) ผสานเข้ากับสระน้ำและต้นไม้ได้อย่างลงตัว บอกเลยว่าสวยจนนิ่งจนเราสามารถนั่งมองได้เป็นชั่วโมงจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

วัดเท็นริวจิ แปลตรงตัวว่า “วัดมังกรแห่งสวรรค์” (Temple of the Heavenly Dragon) เป็นวัดนิกายรินไซ (Rinzai Zen) และเป็นหนึ่งใน “ห้าวัดใหญ่แห่งเกียวโต” ที่สำคัญที่สุด ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1339 โดย อาชิกางะ ทาคาอุจิ (Ashikaga Takauji) โชกุนคนแรกแห่งตระกูลอาชิกางะ เพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิ โกะ-ไดโกะ (Emperor Go-Daigo) ผู้ล่วงลับ ร่วมกับพระอาจารย์เซนชื่อดัง มูโซ โซเซกิ (Muso Soseki) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนของวัดด้วย โดยในปี 1994 วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในฐานะหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของเกียวโต และยังคงเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมเซนมาจนถึงปัจจุบัน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ก๊อตเองเน้นเดินเที่ยวที่ สวนโซเกนจิ (Sogenchi Garden) เพราะบรรยากาศคือดีงามสุดๆ มองจากตรงไหนก็ลงตัว ทั้งบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่สะท้อนภาพภูเขาและต้นสนอย่างสวยงาม และยังมีทางเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงของทั้งวัดได้ด้วย ส่วนใครอยากชมด้านในของ หอโฮโจ (Hojo) อาคารหลักของวัดที่มีภาพวาดมังกร “Unryu-zu” อันโด่งดัง ก็สามารถซื้อตั๋วเพิ่มเข้าไปได้ โดยค่าเข้าเราต้องซื้อเพิ่มเติมนะ

โดยรวมแล้ว วัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple) คืออีกหนึ่งจุดที่ควรค่าแก่การมาเยือนมาก ไม่ว่าจะมาช่วงไหน ทั้งซากุระ ใบไม้แดง หรือหน้าหนาวก็จะได้บรรยากาศต่างกันไปหมด แต่ที่เหมือนกันคือความสงบที่ทำให้เราอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ว่าใครมาเกียวโตต้องแวะคือ ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) เส้นทางเดินยาวประมาณ 500 เมตรที่สองข้างทางขนาบด้วยป่าไผ่สูงเสียดฟ้า สวยจนกลายเป็นภาพจำระดับโลกของเมืองเกียวโตไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อเราเดินเข้าสู่ทางเดินในป่าไผ่ เสียงเมืองด้านนอกเหมือนค่อยๆ จางหาย เหลือแค่เสียงลมที่พัดผ่านต้นไผ่จนเกิดเสียงเสียดสีไพเราะ เหมือนดนตรีจากธรรมชาติที่เล่นสดให้เราฟังตรงนั้นเลย บรรยากาศมันสงบแต่มีพลังมาก เหมือนเราได้หลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ป่าไผ่ที่นี่มามาตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) เดิมทีปลูกไผ่ไว้ใช้ทำเครื่องเรือนและงานฝีมือ ก่อนจะกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของเหล่าขุนนางและซามูไรในยุคต่อมา ด้วยความงดงามจนถึงขั้นได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งใน “100 เสียงแห่งญี่ปุ่น (100 Soundscapes of Japan)” จากกระทรวงสิ่งแวดล้อม เพราะเสียงไผ่ที่เสียดสีกันเมื่อมีลมพัดผ่านนั้นไพเราะและมีเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งจริงๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับใครที่อยากได้รูปสวยๆ แบบไร้ผู้คน แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมง เพราะหลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจะเริ่มทยอยกันมาเยอะแล้ว หรืออีกทริกเล็กๆ หากใครมาเที่ยวช่วงที่คนเยอะ ให้เราเดินเลยจากจุดทางเข้าหลักไปลึกๆ คนจะบางลงเยอะมาก ก๊อตเองก็ใช้วิธีนี้เหมือนกันโดยหาจังหวะช่วงที่ไม่ค่อยมีคนแล้วกดชัตเตอร์เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ นั่นเอง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

โดยรวมแล้ว ป่าไผ่อาราชิยามะคือสถานที่ที่ต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะมันไม่ได้มีดีแค่รูปสวย แต่ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศสงบ ละมุน และเสียงธรรมชาติที่ชวนให้อิ่มเอมใจสุดๆ เดินเสร็จถ้ายังมีแรง ก๊อตแนะนำให้แวะต่อที่ วิลล่าโอโคจิซันโซ (Okochi Sanso Villa) ที่อยู่ติดกันได้เลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

👀 เลี้ยงกาแฟ HASHCORNER ☕️

ถ้าคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ เลี้ยงกาแฟก๊อตซักแก้วได้นะครับ 😆💙
จะได้มีแรงใจทำรีวิวออกมาให้ทุกคนได้อ่านเรื่อยๆ ครับ

Go to top

วิลล่าโอโคจิซันโซ (Okochi Sanso Villa)

อีกหนึ่งจุดที่ก๊อตอยากให้แวะในย่านอาราชิยามะก็คือ วิลล่าโอโคจิซันโซ (Okochi Sanso Villa) บ้านสวนญี่ปุ่นสุดงดงามที่สร้างโดย โอโคจิ เดนจิโระ (Okochi Denjiro) ดาราชื่อดังของญี่ปุ่นในยุคโชวะ ซึ่งใช้เวลากว่า 30 ปี สร้างวิลล่าแห่งนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง เพื่อเป็นบ้านพักในช่วงบั้นปลายชีวิต บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและวิวเมืองเกียวโตแบบพาโนรามา

ตัววิลล่าตั้งอยู่ด้านหลัง ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) ภายในประกอบด้วยอาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่นหลายหลัง ทั้งกระท่อมน้ำชาและห้องพักส่วนตัวที่รายล้อมด้วยสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ซึ่งออกแบบให้สวยงามตามสี่ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระและต้นกุหลาบพันปีในฤดูใบไม้ผลิ ใบเขียวสดในฤดูร้อน ใบเมเปิลแดงในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว ทำให้ไม่ว่าจะมาเมื่อไหร่ วิวของที่นี่ก็สวยละมุนต่างกันไปทุกครั้ง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ด้านในมีเส้นทางเดินชมสวนที่ร่มรื่นและสงบมาก นี่ยอมรับเลยว่าตอนแรกแอบลังเลจะจ่ายค่าเข้า 1,000 เยน อยู่เหมือนกัน แต่พอเดินเข้าไปจริงๆ คือคุ้มทุกเยน เพราะนอกจากจะได้ชมสวนและบ้านไม้แบบญี่ปุ่นแท้ ยังมีบริการชาเขียวมัทฉะพร้อมขนมญี่ปุ่นรวมอยู่ในค่าเข้า ให้เราจิบระหว่างพักในศาลาน้ำชาอีกด้วย ฟีลคือนั่งจิบชาเหมือนเจ้าของบ้านจริงๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของอาราชิยามะ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

หลังจากจิบชาจนใจเย็นแล้ว ก๊อตก็เดินเล่นรอบสวนต่ออีกหน่อย บรรยากาศโดยรอบคือสวยละลานตา เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพรรณไม้ญี่ปุ่นที่ปลูกอย่างประณีตในทุกมุม ทางเดินแต่ละช่วงให้ความรู้สึกต่างกัน ทั้งโซนร่มรื่นกลางป่า โซนเปิดโล่งมองเห็นภูเขา และโซนที่มองเห็นเมืองเกียวโตอยู่ไกลลิบ เป็นมุมที่ถ่ายรูปออกมาแล้วได้อารมณ์ญี่ปุ่นแท้สุดๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

โดยรวมแล้ว วิลล่าโอโคจิซันโซ (Okochi Sanso Villa) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรค่าแก่การมาเยือนมาก โดยเฉพาะคนที่หลงใหลในสวนญี่ปุ่นและสถาปัตยกรรมดั้งเดิม เพราะทุกองค์ประกอบตั้งแต่ต้นไม้ไปจนถึงศาลาชา ถูกจัดวางอย่างมีศิลปะและสมดุลแบบเซนที่งดงามสุดหัวใจจริงๆ

Go to top

สวนคาเมยามะ (Kameyama Park)

อีกหนึ่งสถานที่ที่สายธรรมชาติไม่ควรพลาดในอาราชิยามะคือ สวนคาเมยามะ (Kameyama Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำคัตสึระ (Katsura River) จุดนี้เป็นเหมือนโซนที่สงบที่สุดของย่านเลยก็ว่าได้ เพราะแม้อยู่ไม่ไกลจากสะพานโทเก็ตสึเคียว แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบสุดๆ เหมาะกับการเดินเล่นพักใจหลังเที่ยวป่าไผ่หรือวัดเท็นริวจิเป็นที่สุด

สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1924 เพื่อรำลึกถึงการขึ้นครองราชย์ของ จักรพรรดิไทโช (Emperor Taisho) จักรพรรดิองค์ที่ 123 ของญี่ปุ่น ส่วนชื่อ “คาเมยามะ” ได้มาจาก จักรพรรดิคาเมยามะ (Emperor Kameyama, ค.ศ. 1249-1305) จักรพรรดิองค์ที่ 90 ผู้เคยมีพระราชวังอยู่ในบริเวณนี้ และทรงมีความผูกพันกับพื้นที่อาราชิยามะเป็นพิเศษ

บรรยากาศในสวนสวนคาเมยามะ (Kameyama Park) ร่มรื่นสุดๆ เต็มไปด้วยต้นไม้และอากาศเย็นสบาย ก๊อตไปช่วงก่อนฤดูใบไม้แดง ต้นไม้ยังเขียวฉ่ำทั้งหุบเขา แต่ถ้ามาช่วงพีคประมาณปลายพฤศจิกายน ที่นี่จะกลายเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยมากที่สุดของเกียวโตเลยนะ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับจุดไฮไลท์ของที่นี่คือ จุดชมวิวคาเมยามะ (Kameyama Park Observation Point) จุดชมวิวพาโนรามาที่สามารถมองเห็นแม่น้ำโฮซูกาวะ (Hozugawa River) คดเคี้ยวอยู่ท่ามกลางหุบเขาเบื้องล่างได้แบบเต็มตา วิวตรงนี้คือสวยจับใจ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงแดดอุ่นๆ สาดลงมาบนยอดไม้ เขียวทองละมุนไปทั้งหุบเขา มีม้านั่งไม้ให้เรานั่งพัก ปล่อยใจไปกับสายลมเย็นๆ และเสียงนกร้องเบาๆ บอกเลยว่าฟีลนี้มันทั้งสงบ ทั้งสวย และทั้งอิ่มใจในเวลาเดียวกัน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

จากเขาด้านบนแล้ว เราสามารถเดินลงมาผ่านบันไดเล็กๆ เพื่อเดินเลียบแม่น้ำคัตสึระไปจนถึงสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) ได้อีกด้วย ระหว่างทางจะเห็นวิวแม่น้ำสวยๆ ที่มีเรือไม้ล่องผ่านไปมา หลายลำมีทั้งครอบครัว นักท่องเที่ยว และบางลำก็มีคู่รักชาวญี่ปุ่นมาถ่ายพรีเวดดิ้งให้คนโสดอย่างเราตาร้อนผ่าวเบาๆ บอกเลยว่าใครที่ชอบธรรมชาติและอยากเห็นอีกมุมที่เงียบกว่าในอาราชิยามะ ก๊อตคอนเฟิร์มเลยว่า สวนคาเมยามะ คือมุมลับที่ควรแวะมากๆ เพราะแค่ได้นั่งดูภูเขาและสายน้ำตรงหน้า มันก็เหมือนได้พักใจอย่างแท้จริง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

วัดโทจิ (Toji Temple)

ถ้ามาเกียวโตแล้วอยากเริ่มวันด้วยการเติมความมงคลเข้าตัว ก๊อตแนะนำให้แวะที่ วัดโทจิ (To-ji Temple) วัดเก่าแก่กว่า 1,200 ปี ที่เปรียบเสมือนวัดคู่บ้านคู่เมืองของเกียวโต และทำหน้าที่เป็นประตูตะวันออก ที่ปกปักรักษาเมืองหลวงในอดีต

วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 796 โดย จักรพรรดิคัมมุ (Emperor Kammu) เพียงสองปีหลังจากย้ายเมืองหลวงจากนารามายังเกียวโต ซึ่งเดิมมีวัดคู่คือ วัดไซจิ (Saiji Temple) ทางฝั่งตะวันตก แต่ปัจจุบันเหลือเพียงโทจิที่ยังคงอยู่และงดงามไม่เปลี่ยน โดยในปี ค.ศ. 823 วัดโทจิได้รับการยกฐานะขึ้นอีกขั้น เมื่อ พระคูไก (Kukai) หรือ โคโบ ไดชิ (Kobo Daishi) ผู้ก่อตั้งนิกายชินงอน (Shingon Sect) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของนิกายชินงอนมาจนถึงทุกวันนี้

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของวัดคือ เจดีย์ห้าชั้น (Five-Storied Pagoda) ที่สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 826 สูง 54.8 เมตร ซึ่งถือเป็น เจดีย์ไม้ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ ภายในวัดยังมีอาคารหลัก คอนโด (Kondō Hall) ที่ประดิษฐาน พระยาคุชิ เนียวไร (Yakushi Nyorai) หรือพระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค และ อาคารโคโด (Kōdō Hall) ที่มีพระพุทธรูปกว่า 21 องค์จัดเรียงเป็นมันดาลาอันวิจิตร

ก๊อตเองโชคดีที่ได้เข้าไปชมด้านในของเจดีย์ชั้นล่าง บรรยากาศข้างในคือขลังจนขนลุก มันให้ความรู้สึกสงบลึกๆ ที่อธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ และถ้ามาในช่วงฤดูซากุระ ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ต้นซากุระอายุกว่าร้อยปีรอบเจดีย์จะบานพร้อมกันจนกลายเป็นภาพสวยจนแทบหยุดหายใจอีกด้วย โดยรวมแล้ว วัดโทจิ คือวัดที่รวมทั้งความเก่า ความขลัง และความงามทางสถาปัตยกรรมไว้ครบทุกมิติ ใครอยากสัมผัสเกียวโตในแบบญี่ปุ่นแท้ ต้องมาที่นี่ให้ได้สักครั้งเลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)

ถ้าอยากเห็นอีกด้านของเกียวโตที่คึกคักกว่าศาลเจ้าและวัด ก๊อตอยากชวนมาเดินเล่นใน ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) ถนนตลาดที่ได้ฉายาว่า “ครัวแห่งเกียวโต (Kyoto’s Kitchen)” เพราะเป็นที่รวมของกินท้องถิ่น ขนมญี่ปุ่น ของฝาก และของจิปาถะสารพัดไว้ในที่เดียว โดยตัวตลาดนิชิกิตั้งอยู่กลางเมือง เดินทางสะดวกจากสถานีรถไฟใต้ดิน Shijo Station หรือรถไฟฮันคิวสถานี Kyoto-kawaramachi Station จากนั้นเดินแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว ตัวตลาดจะเป็นตรอกยาวประมาณ 400 เมตร สองฝั่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากกว่า 100 ร้าน ที่ขายทุกอย่างตั้งแต่ของสดยันของที่ระลึก

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

จุดเริ่มต้นของตลาดแห่งนี้ย้อนไปตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1615 หรือกว่า 400 ปีก่อน เดิมทีเป็นตลาดค้าส่งปลาแบบเปิดโล่ง ก่อนจะค่อยๆ เติบโตจนมีร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้นหลากหลายชนิด ทั้งอาหารทะเลสด ผักดอง ขนมญี่ปุ่น มีดทำครัว เครื่องปรุง เครื่องครัว ไปจนถึงอาหารขึ้นชื่อประจำฤดูกาลของเกียวโต ทุกวันนี้ที่นี่จึงยังคงเป็นแหล่งจับจ่ายสำคัญของคนในท้องถิ่น และกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่นักท่องเที่ยวต้องแวะให้ได้

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

โดยรวมแล้ว ตลาดนิชิกิ คือภาพอีกมุมของเกียวโตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและของกินเด็ดๆ มากมาย เดินทีคือเพลินตาเพลินท้อง แถมยังได้กลิ่นอายเกียวโตแบบท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากย่านอื่น ก๊อตขอคอนเฟิร์มเลยว่านี่คือตลาดที่ต้องมาสำหรับสายกินทุกคนเล้ย

Go to top

ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กในเกียวโตที่ห้ามพลาดคือ ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) มรดกโลกจาก UNESCO ที่ไม่เพียงยิ่งใหญ่ในแง่สถาปัตยกรรม แต่ยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของโชกุนและยุคเอโดะที่เคยรุ่งเรืองสุดขีด ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1603 โดย โชกุนโทคุกาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) เพื่อใช้เป็นที่พำนักเวลามาเยือนเกียวโต และต่อมาถูกขยายให้สมบูรณ์โดยหลานของเขา โทคุกาวะ อิเอมิตสึ (Tokugawa Iemitsu) ในปี ค.ศ. 1626 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

หลังการล่มสลายของรัฐบาลโชกุนในปี ค.ศ. 1867 ปราสาทแห่งนี้ถูกโอนให้ราชสำนักญี่ปุ่น และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 ปัจจุบันพื้นที่ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ ฮนมารุ (Honmaru) เขตในของปราสาท, นิโนมารุ (Ninomaru) เขตนอกที่มีพระราชวังไม้ และ สวนนิโนมารุ (Ninomaru Garden) ที่รายล้อมด้วยต้นไม้และสระน้ำแบบญี่ปุ่นโบราณ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ไฮไลท์สำคัญคือ พระราชวังนิโนมารุ (Ninomaru Palace) อาคารไม้ชั้นเดียวที่เชื่อมต่อกันถึง 6 หลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ โชอินซึคุริ (Shoin-zukuri) ซึ่งเป็นต้นแบบของบ้านขุนนางในยุคเอโดะ ซึ่งภายในห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังของ คันโอโฮ (Kano School) ศิลปินชื่อดังในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ทั้งภาพเสือ เหยี่ยว ต้นสน และพฤกษาหลากสี โดยแต่ละห้องล้วนแสดงถึงฐานะและอำนาจของโชกุนในยุคนั้นอย่างชัดเจน (ถึงแม้จะห้ามถ่ายรูปด้านใน แต่บอกเลยว่าสวยมากจริง)

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

อีกหนึ่งสิ่งที่ก๊อตประทับใจคือ พื้นไม้ “นกไนติงเกล” (Uguisu-bari) ในพระราชวังที่จะส่งเสียงร้องไพเราะทุกครั้งที่เราเดินผ่าน เสียงนี้ไม่ได้มาจากนกจริง แต่เกิดจากกลไกไม้ด้านล่างที่ออกแบบไว้ให้ส่งเสียงเตือนหากมีผู้บุกรุก ถือเป็นภูมิปัญญาญี่ปุ่นที่ทั้งฉลาดและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

เสร็จจากพระราชวัง เดินออกมาด้านนอกจะเจอ สวนนิโนมารุ (Ninomaru Garden) สวนญี่ปุ่นที่จัดวางหิน ต้นไม้ และสระน้ำได้อย่างลงตัว โดยมีฉากหลังเป็นกำแพงปราสาทและวิวเมืองเกียวโต ใครยังมีแรง แนะนำเดินขึ้นฐานหอคอยของปราสาทเพื่อชมวิวมุมสูง บอกเลยว่ามุมนี้คืออีกภาพเกียวโตมุมที่งดงามมาก โดยรวมแล้ว ก๊อตว่า ปราสาทนิโจ เป็นมากกว่าสถานที่ประวัติศาสตร์ มันคือพื้นที่ที่ถ่ายทอดความรุ่งโรจน์ของยุคโชกุนผ่านงานไม้ ศิลปะ และภูมิปัญญาญี่ปุ่นที่ละเอียดอ่อนอย่างน่าทึ่ง มาเกียวโตทั้งที ต้องหาเวลามาเดินเล่นที่นี่ให้ได้ แล้วจะเข้าใจเลยว่าความงามแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นแบบไหน

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) / วัดทอง

ถ้าให้พูดถึงแลนด์มาร์กที่แทบทุกคนต้องนึกถึงเวลาเอ่ยชื่อเกียวโต คงหนีไม่พ้น วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “วัดทอง” หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่มักปรากฏอยู่บนโปสเตอร์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแทบทุกใบ

วัดคินคะคุจิ เป็นวัดนิกายเซนทางตอนเหนือของเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 จุดเด่นของที่นี่คือ ศาลาสีทองสามชั้น ที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และกลายเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่นนั่นเอง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

หากเราย้อนกลับไปในยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1185-1333) พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นบ้านพักของขุนนาง ไซออนจิ คินสึเนะ (Saionji Kintsune) ก่อนที่โชกุน อาชิคางะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) จะเข้ามาซื้อและปรับปรุงให้กลายเป็นคฤหาสน์หรูในสมัยมุโรมาชิ (ค.ศ. 1392–1573) หลังจากท่านเสียชีวิต บุตรชายได้ทำตามพินัยกรรม โดยมอบคฤหาสน์แห่งนี้ให้กลายเป็นวัดนิกายเซน และตั้งชื่อใหม่ว่า “คินคะคุจิ” ซึ่งหมายถึง “วัดทอง” นั่นเอง โดยอาคารที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1955 หลังจากอาคารดั้งเดิมถูกเพลิงไหม้ในปี 1950 โดยฝีมือพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์นี้โด่งดังจนถูกนำไปเขียนเป็นนิยายชื่อ The Temple of the Golden Pavilion โดย ยูคิโอะ มิชิมะ (Yukio Mishima) อีกด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า “วัดทอง” (Kinkakuji) มีความเกี่ยวข้องกับ “วัดเงิน” (Ginkakuji) หรือเปล่า? คำตอบคือ ทั้งสองวัดต่างอยู่ในสำนักเดียวกันคือ รินไซ (Rinzai Zen) และเป็นวัดสาขาของ โชโกกุจิ (Shokoku-ji Temple) ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายเดียวกันทั้งหมด เดี๋ยวเราจะมีไปเที่ยววัดเงินกันด้วยตอนท้ายของรีวิวนี้

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับเส้นทางเดินเที่ยวในวัด จะเริ่มจากสวนญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างสวยงาม ก่อนจะวนมาถึงศาลาสีทองที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสระน้ำที่สวยเหมือนภาพวาดมาก และเมื่อแดดตกกระทบลงบนผนังทอง ทั้งศาลาเปล่งประกายทองอร่ามพร้อมสะท้อนลงบนผิวน้ำด้านล่าง บอกเลยว่าวัดทองนั้นสวยงามจนแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว

ตัวศาลาสีทองที่เราเห็นนั้น ถูกแบ่งเป็น 3 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นห้องโถงขนาดใหญ่สำหรับนั่งสมาธิ ชั้นสองเป็นห้องพักพระสงฆ์ ส่วนชั้นบนสุดเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งแม้จะไม่เปิดให้เข้าชม แต่แค่ได้ยืนมองจากภายนอกก็รู้สึกถึงความสงบและพลังศรัทธาที่แผ่ออกมาทั่วบริเวณ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

หลังจากชมศาลาทองแล้ว เส้นทางจะพาเราเดินต่อไปยังสวนและศาลเจ้าเล็กๆ ที่อยู่ด้านใน บรรยากาศร่มรื่นมาก จนอยากเดินวนซ้ำอีกรอบ โดยรวมแล้ว ก๊อตขอยกให้ วัดคินคะคุจิ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาให้ได้สักครั้งหากเราได้มาเที่ยวที่เกียวโต เพราะความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และความงามอันเปล่งประกายของศาลาทอง มันคือภาพจำที่ทำให้เรารู้ทันทีว่านี่แหละเกียวโต

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

Go to top

ถนนคาวาระมาจิ (Kawaramachi Dori)

ถ้าอยากสัมผัสความคึกคักของเกียวโตยุคใหม่ ก๊อตแนะนำให้มาที่ ถนนคาวาระมาจิ (Kawaramachi Dori) เลย เพราะที่นี่คือย่านช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ที่รวมทุกอย่างไว้ครบทั้ง กิน เที่ยว ช้อป และเดินเล่น ได้ในเส้นเดียว

ถนนคาวาระมาจิทอดยาวขนานกับแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) โดยมีใจกลางอยู่บริเวณแยก Shijo Kawaramachi ซึ่งถือเป็นย่านการค้าหลักของเกียวโตมายาวนาน นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าถนนสายนี้เริ่มมีบทบาทตั้งแต่ช่วง ยุคโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ปลายศตวรรษที่ 16 ที่มีการวางผังเมืองใหม่ของเกียวโต ทำให้ถนนเส้นนี้ค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมของเมือง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ทุกวันนี้ถนนคาวาระมาจิเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายตั้งแต่แบรนด์แฟชั่นยอดฮิตของใครหลายคนอย่าง Uniqlo, Zara, H&M ไปจนถึงร้านโลคอลดีไซน์เก๋ คาเฟ่เล็กๆ และร้านของฝากญี่ปุ่นสุดคิวท์ ที่เดินแล้วเพลินมากจริงๆ ฟีลคล้ายเดินแถวสยามบ้านเรา แต่เป็นเวอร์ชันญี่ปุ่นที่ดูละมุน มีระเบียบ และอบอวลด้วยความคลาสสิกของเกียวโต

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ก๊อตชอบตรงที่ที่นี่เดินสนุกทั้งกลางวันและกลางคืน ตอนกลางวันจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ส่วนตอนค่ำถนนจะสว่างด้วยแสงไฟจากร้านค้าและป้ายร้านอาหารให้บรรยากาศอบอุ่นน่าเดินสุดๆ ใครอยากช้อปปิ้งแบบชิลๆ พร้อมได้ภาพเกียวโตเมืองสมัยใหม่แต่ยังไม่ทิ้งกลิ่นวัฒนธรรมเก่า ถนนคาวาระมาจิ (Kawaramachi Dori) คือย่านที่ต้องมาปักหมุดเลย

Go to top

ตรอกพอนโตโจ (Pontocho Alley)

ถ้าพูดถึงย่านที่มีเสน่ห์และกลิ่นอายเกียวโตแท้ๆ ที่สุด ก๊อตขอยกให้ ตรอกพอนโตโจ (Pontocho Alley) เลย เพราะที่นี่คือซอยเล็กๆ ริมแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคสุดคลาสสิก และเป็นหนึ่งในแหล่งแฮงก์เอาท์ยอดนิยมของคนเกียวโตมานานหลายศตวรรษ

ตรอกพอนโตโจ (Pontocho Alley) เป็นถนนแคบๆ ที่พาดขนานไปกับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคาโมะ ระหว่างถนนชิโจ (Shijo-dori) กับซันโจ (Sanjo-dori) โดยมียาวเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกเหมือนเดินย้อนเวลาไปยังเกียวโตในยุคเก่า ตัวตรอกเรียงรายด้วยบ้านไม้ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ซึ่งหลายหลังเปิดเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และโรงน้ำชาแบบเกอิชา (Ochaya) ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมการต้อนรับในแบบเกียวโตไว้อย่างงดงาม

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ตอนกลางวัน พอนโตโจจะดูสงบและอบอุ่น เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปกับบ้านไม้และโคมแดงที่แขวนหน้าร้าน ส่วนตอนค่ำ บรรยากาศจะพลิกเป็นอีกโลกหนึ่ง แสงไฟจากโคมญี่ปุ่นส่องระยิบระยับทั่วตรอก เสียงหัวเราะคุยกันของคนที่มานั่งดื่มในร้านบาร์ไม้เล็กๆ ดังคลอไปกับเสียงน้ำจากแม่น้ำคาโมะที่อยู่ข้างๆ ให้ฟีลเกียวโตกลางคืนที่โรแมนติกสุดๆ และถ้าเดินต่อออกมาริมแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) เรายังสามารถนั่งชมแสงไฟสะท้อนน้ำ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายได้อีกด้วย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

โดยรวมแล้ว พอนโตโจ (Pontocho) คือย่านที่รวมทุกความคลาสสิกของเกียวโตไว้ในซอยเดียว ทั้งกลิ่นอายวัฒนธรรมโบราณ ความอบอุ่นของร้านไม้ และแสงไฟยามค่ำที่ชวนหลงใหล ใครมาเกียวโตแล้วอยากเห็นเกียวโตในแบบที่คนญี่ปุ่นยังรัก ต้องแวะที่นี่ให้ได้เลย

Go to top

วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple)

วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple) หนึ่งในวัดนิกายรินไซเซน (Rinzai Zen) ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของเกียวโต วัดแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดสวยในฤดูใบไม้ร่วง แต่ยังขึ้นชื่อเรื่อง สะพานส่งน้ำโบราณ (Suirokaku Aqueduct) ที่ยังใช้งานได้จริงจนถึงทุกวันนี้ และ ประตูไม้ซันมง (Sanmon Gate) ขนาดมหึมาที่สง่างามราวกับภาพในภาพยนตร์

วัดนันเซ็นจิตั้งอยู่ในย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama) รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติที่สวยสงบ เดิมทีพื้นที่นี้เป็นที่พักตากอากาศของ จักรพรรดิคาเมยามะ (Emperor Kameyama) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1264 ก่อนที่พระองค์จะสละราชสมบัติและอุทิศที่ดินแห่งนี้ให้ใช้ในทางศาสนา วัดนันเซ็นจิจึงถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1291 และเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นศูนย์กลางของนิกายเซนในเวลาต่อมา

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

เมื่อเราเดินเข้าไปภายในวัด ด้านในจะถูกแบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้งส่วนเข้าฟรีและส่วนที่ต้องซื้อตั๋วเข้าชม อย่าง ประตูซันมง (Sanmon Gate) ประตูไม้ยักษ์สูงกว่า 22 เมตร ที่สร้างในปี ค.ศ. 1628 โดย โทโด ทากาโทระ (Todo Takatora) เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากศึกโอซาก้า สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศาได้ด้วย (ค่าเข้าชม 500 เยน) ส่วนใครอยากเห็นภาพวัดจากมุมสวยๆ แนะนำให้เดินไปข้างอาคารหลัก จะได้มุมถ่ายรูปที่ทั้งเปิดโล่งและงดงามสุดๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

จากนั้นให้เดินต่อไปยังไฮไลต์ของวัดคือ สะพานส่งน้ำโบราณ (Suirokaku Aqueduct) ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดในวัดที่ทุกคนต้องไปดู สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888 เพื่อส่งน้ำจากทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) เข้าสู่เกียวโต ใช้สำหรับการชลประทาน การปั่นด้าย และป้องกันไฟไหม้ในเมือง ถือเป็นสถาปัตยกรรมอิฐแบบตะวันตกที่หาชมได้ยากในญี่ปุ่น และกลมกลืนกับฉากหลังของวัดอย่างน่าทึ่ง โดยเราสามารถชมสะพานส่งน้ำได้จากด้านล่างที่เป็นอุโมงค์โค้งอิฐสีแดงตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศดูขลังแต่สงบ ถ่ายรูปได้ฟรีและสวยแทบทุกมุม แค่ยืนใต้ซุ้มโค้งก็ดูเหมือนอยู่ในอีกยุคหนึ่งของญี่ปุ่นแล้ว

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

อีกส่วนที่ก๊อตได้เข้าไปชมคือ สวนโฮโจ (Hojo Garden) ซึ่งต้องซื้อตั๋วเข้า (ค่าเข้าประมาณ 500 เยน) เป็นสวนเซนที่สร้างในปี ค.ศ. 1611 และได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติในปี 1952 ภายในมีสระน้ำ ต้นไม้ ลานหิน และห้องโถงหลักของวัดที่ให้บรรยากาศสงบเย็นสุดๆ แม้จะเข้าได้แค่รอบนอก แต่แค่ได้เดินชมรอบสวนก็รู้สึกใจนิ่งขึ้นอย่างประหลาด

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

โดยรวมแล้ว ก๊อตชอบที่นี่มาก เพราะมันรวมทั้งความขลังของวัดเก่า ความสวยของธรรมชาติ และความน่าทึ่งของสะพานอิฐที่ยังคงใช้งานได้จริง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในเกียวโตที่ให้ฟีลเซนแบบเต็มร้อย และควรค่าแก่การมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งจริงๆ

Go to top

ทางเดินแห่งปรัชญา (Philosophers’ Path)

หากใครมีเวลาเหลือ หนึ่งในเส้นทางเดินในเกียวโตที่น่าเดินคือคือ ทางเดินแห่งปรัชญา (Philosophers’ Path) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Tetsugaku no michi (哲学の道) ทางเดินสายธรรมยาวประมาณ 2 กิโลเมตรที่ทอดเลียบคลองเล็กๆ ในย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama) เชื่อมระหว่าง วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple) และ วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) เข้าด้วยกัน ถ้าใครที่เที่ยววัดใดวัดหนึ่งในสองวัดนี้ เราสามารถเดินทางเดินนี้แบบชิลๆ ได้เลย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

สำหรับเส้นทางเดินนี้ได้ชื่อว่า “ทางแห่งปรัชญา” เพราะในอดีต ศาสตราจารย์นิชิดะ คิตาโร่ (Nishida Kitaro) นักปรัชญาคนสำคัญของญี่ปุ่น เคยมักเดินเส้นทางนี้ทุกวันเพื่อใช้เวลาคิดและทำสมาธิ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการค้นหาความสงบภายใน โดยระหว่างทางจะมีต้นซากุระเรียงรายสองฝั่งกว่า 400 ต้น โดยเฉพาะใครที่มาเที่ยวช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน คือตลอดเส้นจะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระสุดโรแมนติก ส่วนในฤดูอื่นๆ ก็ให้ฟีลธรรมชาติชิลๆ ที่ต่างออกไป ทั้งใบไม้เขียวในหน้าร้อนและสีแดงส้มช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

บรรยากาศของทางเดินเส้นนี้คือเดินเพลินมาก เพราะสองข้างทางมีทั้งบ้านเรือนเก่า คาเฟ่ญี่ปุ่นเล็กๆ ร้านของฝาก ไปจนถึงศาลเจ้าซ่อนอยู่ตามตรอกย่อย ทำให้เส้นนี้ไม่ใช่แค่ทางเดิน แต่เป็นเส้นทางแห่งความสงบที่เหมาะกับการปล่อยใจให้ไหลไปกับธรรมชาติของเกียวโตอย่างแท้จริง

Go to top

Miyoneshi Fumiya ร้านข้าวปั้นหน้า วัดกินคะคุจิ

หลังจากเดินเส้นทาง ทางเดินแห่งปรัชญา (Philosophers’ Path) มาเกือบครึ่งชั่วโมง เอเนอจี้เริ่มหาย ก๊อตเลยแวะฝากท้องที่ร้าน Miyoneshi Fumiya ร้านข้าวปั้นเล็กๆ ที่อยากแนะนำ และตั้งอยู่หน้า วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) พอดี โดยบรรยากาศร้านอบอุ่นเหมือนบ้านไม้ญี่ปุ่นที่เปิดหน้าต่างรับแสงแดดอุ่นๆ เมนูหลักของที่นี่คือ ข้าวปั้น (Onigiri) ที่มีให้เลือกหลายหน้า ทั้งข้าวปั้นแซลมอนย่าง ข้าวปั้นย่างซอสถั่วเหลือง ไปจนถึงข้าวปั้นเปล่าแบบเรียบง่าย

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ถ้าใครอยากกินให้อิ่มกว่านั้น ร้านยังมีเซตอาหารแบบจัดเต็มอย่าง ทงคัตสึไก่ (1,500 เยน) และ ทงคัตสึปลา (1,300 เยน) ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวปั้นในจานเดียว ซึ่งก๊อตเลือกลองทั้งสองอย่าง รสชาติคือดีมาก ทั้งกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับข้าวปั้นร้อนๆ แล้วฟีลมันพอดีสุดๆ ถือเป็นร้านเล็กๆ ที่อบอุ่นและอิ่มใจในคราวเดียว

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) / วัดเงิน

ในที่สุดเราก็ถึงเวลามาสัมผัสอีกหนึ่งวัดไอคอนิกของเกียวโตอย่าง วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) หรือ “วัดเงิน” วัดพุทธนิกายเซนที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 และเป็นวัดสาขาของ โชโกกุจิ (Shokoku-ji) ในสำนักรินไซเซน (Rinzai Zen) เช่นเดียวกับวัดทอง (Kinkakuji Temple) ที่เราไปมาแล้วนั่นเอง

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

วัดกินคะคุจิ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1482 โดย โชกุนอาชิคางะ โยชิมาสะ (Ashikaga Yoshimasa) โชกุนคนที่ 8 แห่งรัฐบาลมุโรมาจิ เดิมทีสร้างเป็นคฤหาสน์พักผ่อนกลางสวนธรรมชาติบนเนินเขาฮิกาชิยามะ และหลังจากโยชิมาสะเสียชีวิต บ้านพักนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นวัดในนิกายรินไซ โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ฮิกาชิยามะ จิโชจิ (Higashiyama Jisho-ji Temple)

สำหรับจุดแรกที่ต้องหยุดชมเลยคือ สวนทราย (Ginshadan) ที่มีลานทรายสีขาวเรียบสวยกับภูเขาทรายจำลอง “โคกะเนะจิ” ซึ่งว่ากันว่าถูกออกแบบให้สะท้อนแสงจันทร์ในคืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะแบบเซนที่ละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดที่ตั้งอยู่ด้านข้างสวนทรายคือ ศาลาคันนน (Kannon-den Pavilion) หรือที่เรียกกันว่า “ศาลาเงิน” ถึงแม้จะไม่ได้หุ้มแผ่นเงินอย่างชื่อ แต่ตั้งใจแรกของโชกุนคือจะปิดทองและเงินทั้งหลัง ทว่าการก่อสร้างต้องหยุดเพราะสงคราม ทำให้ศาลาไม้เรียบๆ นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความงามแห่งความไม่สมบูรณ์” หรือ Wabi-sabi ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นนั่นเอง โดยรอบๆ ศาลาเป็นสวนญี่ปุ่นเขียวชอุ่ม มีมอสคลุมพื้น บ่อน้ำ หิน และต้นไม้ที่จัดวางอย่างลงตัว เดินแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมผ่านใบไม้เบาๆ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว

ปิดท้ายด้วยการเดินขึ้นไปยัง จุดชมวิวด้านบน ที่สามารถมองเห็นศาลาเงินตั้งอยู่ท่ามกลางสวนญี่ปุ่นและวิวเมืองเกียวโตไกลสุดตา เป็นมุมปิดทริปที่ทั้งสงบ สวย และอิ่มใจสุดๆ ถึงแม้วัดกินคะคุจิ อาจไม่อลังการเท่าวัดทอง แต่ความละเมียด ความสงบ และบรรยากาศที่เรียบง่ายของที่นี่ คือเสน่ห์อีกแบบที่ทำให้เข้าใจว่าความงามของเกียวโต ไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราทองอร่าม แต่อยู่ที่ความเรียบง่ายที่สัมผัสได้แบบอิ่มเอมใจ

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Go to top

สรุปการมาเที่ยว เกียวโต (Kyoto)

และนี่ก็คือการมัดรวมทุกที่เที่ยวในเกียวโต (Kyoto) ที่ก๊อตอยากเอามาฝากกันแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าเกียวโตคือเมืองที่ยิ่งมา ยิ่งหลง ไม่ว่าจะเป็นการมาเยือนครั้งแรก หรือกลับมาอีกกี่รอบ เมืองนี้ก็ยังอบอุ่นและมีเสน่ห์ไม่เคยเปลี่ยน

ถึงแม้วันนี้เกียวโตจะไม่ใช่เมืองหลวงของญี่ปุ่นอีกต่อไป แต่ทุกตรอก ทุกวัด และทุกศาลเจ้ายังคงเก็บรักษาจิตวิญญาณของความเป็นญี่ปุ่น ไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ประเพณีที่สืบต่อกันมาหลายร้อยปี หรือวิถีชีวิตที่ผสานความสงบเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

เกียวโตคือเมืองที่เวลาเดินช้าลงทุกครั้งที่เราได้ก้าวเข้าไปในนั้น เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความงดงามในรายละเอียดเล็กๆ ที่สัมผัสได้ด้วยใจ ก๊อตยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะเชื่อเลยว่า เมื่อได้มาเยือนเกียวโตแล้ว ทุกคนจะรู้สึกเหมือนที่ก๊อตรู้ว่ามันคือความงามที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งที่สุดในญี่ปุ่นจริงๆ

Go to top

อ่านรีวิวเมืองนี้จบแล้ว
อ่านรีวิวเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อกันเลย 🤗

ญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่กี่ประเทศที่นี่รู้สึกว่า ไปกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ ไปแล้วไปอีกได้ตลอด และยังประเทศที่ตัวเองตั้งมิชชั่นว่า อยากจะเก็บให้หมดทั่วประเทศ ฮ่าา เอาเป็นว่า HASHCORNER นี่ก็มีรีวิวญี่ปุ่นให้อ่านและตามรอยเยอะพอสมควร ทั้งหมดนับแล้วเกือบ 50 รีวิวแล้ว เยอะโคตร ใครที่มีแพลนไปเมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีชื่อเมืองตามลิสด้านล่าง สามารถคลิกลิงค์อ่านต่อได้เล้ย

ภูมิภาคคันโต (Kanto Region)

1. รีวิว โตเกียว (Tokyo)
2. รีวิว โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)
3. รีวิว โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea)
4. รีวิว Harry Potter: Warner Bros. Studio Tour Tokyo
5. รีวิว โยโกฮาม่า (Yokohama)
6. รีวิว คามาคุระ (Kamamura)
7. รีวิว นิกโก้ (Nikko)
8. รีวิว ฮาโกเน่ (Hakone)

⸺⸺⸺⸺

ภูมิภาคคันไซ (Kansai Region)

9. รีวิว โอซาก้า (Osaka)
10. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
11. รีวิว เกียวโต (Kyoto)
12. รีวิว นารา (Nara)
13. รีวิว โกเบ (Kobe)
14. รีวิว ฮิเมจิ (Himeji)
15. รีวิว อิเสะ-ชิมะ (Ise-Shima) กำลังเขียน
16. รีวิว อิกะ อุเอโนะ (Iga Ueno) กำลังเขียน
17. รีวิว อะซุกะ (Asuka) กำลังเขียน

⸺⸺⸺⸺

ภูมิภาคชูบุ (Chubu Region)

18. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
19. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
21. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)
21. รีวิว คาวากุจิโกะ (Kawaguchigo)
22. รีวิว สวนสนุก Fuji-Q Highland
23. รีวิว ยามานากะโกะ (Yamanakako)
24. รีวิว ชิซึโอกะ (Shizuoka)
25. รีวิว อิซุ (Izu) กำลังเขียน
26. รีวิว คาวาซึ (Kawazu)
27. รีวิว อิโต (Ito) กำลังเขียน
28. รีวิว อาตามิ (Atami)
29. รีวิว คารุอิซาวะ (Karuizawa)
30. รีวิว นากาโน่ (Nagano)
31. รีวิว มัตสึโมโตะ (Matsumoto)

⸺⸺⸺⸺

ภูมิภาคคิวชู (Kyushu Region)

32. รีวิว ฟุกุโอกะ-ดาไซฟุ (Fukuoka-Dazaifu)
33. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
34. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
35. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
36. รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
37. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)

⸺⸺⸺⸺

ภูมิภาคโอกินาว่า (Okinawa Region)

38. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

⸺⸺⸺⸺

ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido Region)

39. รีวิว ซัปโปโร (Sapporo)
40. รีวิว โอตารุ (Otaru)
41. รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei)
42. รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro)
43. รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

⸺⸺⸺⸺

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku Region)

44. รีวิว ฮิโรชิม่า (Hiroshima)
45. รีวิว เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

46. รีวิว โอคายาม่า-คุราชิกิ (Okayama-Kurashiki)

⸺⸺⸺⸺

แนะนำโรงแรม / พาสรถไฟ

47. แนะนำที่พักในโตเกียว (Tokyo)
48. แนะนำที่พักในโอซาก้า (Osaka)
48. แนะนำที่พักในเกียวโต (Kyoto)
49. แนะนำที่พักในฟุกุโอกะ (Fukuoka)
50. แนะนำที่พักในนิกโก้ (Nikko)
51. เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ JR PASS

Go to top

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook และ KKday ปี 2025

⚡️ สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank, UOB และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

> ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)
> ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)
>
  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย)
> ส่วนลด Klook (คลุก)
> ส่วนลด KKday ( เคเคเดย์)

รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
รีวิว เกียวโต (Kyoto) x ญี่ปุ่น เก็บครบ 26 ที่เที่ยว
Related Topics
  • คันไซ
  • ญี่ปุ่น
  • รีวิวต่างประเทศ
Related Stories
ที่พักเกียวโต (Kyoto): พักย่านไหนดี? แนะนำโรงแรมปี 2025
Read
  • Kyoto
  • List

ที่พักเกียวโต (Kyoto): พักย่านไหนดี? แนะนำโรงแรมปี 2025

  • 18/02/2025
รีวิว นิเน็นซากะ (Ninenzaka) และ ซันเน็นซากะ (Sannenzaka) x เกียวโต
Read
  • Kyoto

รีวิว นิเน็นซากะ (Ninenzaka) และ ซันเน็นซากะ (Sannenzaka) x เกียวโต

  • 29/08/2024
รีวิว ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove) x เกียวโต
Read
  • Kyoto

รีวิว ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove) x เกียวโต

  • 22/08/2024
รีวิว วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple) x เกียวโต วัดแห่งสะพานคลองส่งน้ำ
Read
  • Kyoto

รีวิว วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple) x เกียวโต วัดแห่งสะพานคลองส่งน้ำ

  • 01/08/2024
รีวิว วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) x เกียวโต วัดเงินหนึ่งในมรดกโลก
Read
  • Kyoto

รีวิว วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) x เกียวโต วัดเงินหนึ่งในมรดกโลก

  • 30/07/2024
รีวิว วัดคิโยะมิซุ / วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple) x เกียวโต
Read
  • Kyoto

รีวิว วัดคิโยะมิซุ / วัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple) x เกียวโต

  • 29/07/2024
รีวิว ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) x เกียวโต มรดกโลกอายุ 400 ปี
Read
  • Kyoto

รีวิว ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) x เกียวโต มรดกโลกอายุ 400 ปี

  • 28/05/2024

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Review Subscription

สมัครรับรีวิวใหม่ล่าสุดก่อนใคร ผ่านทางอีเมล์

บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์

Hashcorner (แฮชคอร์เนอร์) คือ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว + ไลฟ์สไตล์ ที่เน้นการเที่ยวต่างประเทศและในประเทศด้วยตัวเอง โดยเรื่องเล่าของเขาเน้นการนำประสบการณ์การท่องเที่ยวมาเล่าในมุมมองที่สนุกสนานผ่านตัวหนังสือและรูปถ่ายที่คนอ่านสามารถตามรอยการท่องเที่ยวได้จริง

Contact / Collaboration

Email: phakhawat@hashcorner.com
Tel: +66 61 632 4446

สมัครงานกับ HASHCORNER

หากคุณมีความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือดี มีใจรักการท่องเที่ยว และอยากลองจอยทีมและลุยไปด้วยกัน ลองสมัครเข้ามากันได้เลย!

Input your search keywords and press Enter.