HashCorner

รีวิว นารา (Nara) x คันไซ ญี่ปุ่นสไตล์เที่ยวเก่ง รูปสวย

นารา (Nara) เป็นอีกหนึ่งเมืองยอดฮิตที่หลายคนชอบมาเมื่อมาเที่ยวโอซาก้า (Osaka) กัน ด้วยความง่ายของการมาเที่ยวนาราที่เราสามารถมาเที่ยวได้แบบไป-กลับภายในหนึ่งวันแล้ว ที่นี่ยังมีสิ่งพิเศษที่ไม่เหมือนที่ไหนอีกในญี่ปุ่น นั่นคือ ‘กวาง’ น่ารักๆ ที่อยู่ทั่วทุกมุมนั่นเอง นี่บอกได้เลยว่าโคตรน่ารัก และเล่นกับน้องกวางได้เป็นชั่วโมง นอกจากกวางที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่ามาเยือนอีก ดังนั้น ใครที่ยังไม่เคยมาเที่ยวนารา (Nara) ล่ะก็ คงต้องมาแล้วล่ะจ้าาา 5555

ทริปญี่ปุ่น: โอซาก้า-เกียวโต-นารา-คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ (Osaka-Kyoto-Nara-Kanazawa-Shirakawago-Takayama)

เห้ยยย ทริปนี้เป็นทริปญี่ปุ่นทริปที่ 4 ในชีวิตแหละ ซึ่งสามทริปหลังสุดท้ายคือไปทุกปีติดต่อกันเล้ย แล้วที่น่าแปลกใจคือ ก๊อตไปเที่ยวญี่ปุ่นทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฮ่าๆ สำหรับทริปญี่ปุ่นปี 2019 นั้น คืออยากกลับมาเที่ยวคันไซมาก โดยเฉพาะ โอซาก้า-เกียวโต-นารา (Osaka-Kyoto-Nara) เพราะครั้งแรกที่ได้ไปคือ 4-5 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่ทำบล็อกเลยแกร๊ ไปครั้งนี้ก็เลยอยากไปเที่ยวอีกรอบ และมาทำรีวิวให้คนอ่านได้ตามรอยกันสนุกๆ

ส่วนอีกกลุ่มเมืองโฮคุริคุ (Hokuriku) อย่าง คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายามะ (Kanazawa-Shirakawago-Takayama) นี่ อยากไปเพราะหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) นี่แหละ เห็นคนไทยฮิตกันไปเหลือเกิน นี่ก็เลยอยากไปบ้าง แถมไปทั้งที ก็เลยไปช่วงงานเปิดไฟที่หมู่บ้านพอดี โดยทั้งปี หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เค้าเปิดไฟแค่ 4-5 วันต่อปีในฤดูหนาวเท่านั้น เอ้อออออ เก๋มั้ยล่ะ เอาเป็นว่า .. ทริปนี้จะสวยและสนุกขนาดไหน ตามรอยกันมาเล้ยย

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka) // กำลังเขียน
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto) // กำลังเขียน
4. รีวิว นารา (Nara)
5. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
6. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
7. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

วิธีมาเมืองนาราจากโอซาก้า

วิธีการมาเที่ยวเมืองนารานั้น จะบอกว่ามาโคตรง่ายด้วยการนั่งรถไฟ ทีนี้มันจะมีรถไฟสองเจ้าที่สามารถนั่งมาเมืองนาราได้จากเมืองโอซาก้า คือบริษัท JR West และ Kintetsu Railways ซึ่งถ้าถามว่าควรไปของเจ้าไหน นี่จะแนะนำว่า ที่พักในโอซาก้าเรานั้นอยู่ใกล้สถานีของเจ้าไหนให้ใช้เจ้านั้น หรือถ้าใครเป็นสายเดินแล้วยึดมั่นว่าจะไม่ขึ้นรถเมล์เที่ยวในนารา เพราะจะเดินอย่างเดียว ให้เราขึ้นของ Kintetsu Railways เพราะสถานีรถไฟที่นาราของเค้านั้นจะอยู่ใกล้กับวัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji) และสวนนารา (Nara Park) กว่า ในระยะเดินได้ชิลๆ นั่นเอง (แต่จริงๆ นี่ก็ไม่ค่อยแนะนำนะ เพราะถ้าเที่ยวตามในรีวิวนี้ ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) คืออยู่ไกลโคตรรรร เดินไม่ไหวหรอกจ้า เอาเวลาไปเที่ยวที่อื่น หรือหาของกินอร่อยๆดีกว่าเนอะ)

วิธีการเดินทางในเมืองนาราด้วย Nara Kotsu Buss Pass

สำหรับวิธีการขึ้นรถเมลเที่ยวในเมืองนารานั้น ถ้าต้องการความสะดวกและประหยัดมากขึ้น นี่แนะนำให้ซื้อ Nara Kotsu Buss Pass แบบ 1 วัน (ราคา 500 บาท) ที่เราสามารถหาซื้อได้ที่สถานีรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ JR Nara Station หรือ Kintetsu Nara Station ได้เลย ทีนี้ .. เราก็สามารถใช้บัตรนี้เบ่งขึ้นรถเมล์ได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องเหรียญที่ต้องหยอด ฮ่าๆ

ใครอยากดูรายละเอียดของ Nara Kotsu Buss Pass ทั้งบัตรพาสแบบอื่นๆ หรือแผนที่การขึ้นรถเมล์เที่ยวในเมืองนาคา ให้คลิกดูที่เว็บของเค้าได้เลย ข้อมูลครบปึ๊ก www.narakotsu.co.jp

สวนนารา (Nara Park)

เมื่อมาถึงเมืองนาราแล้ว ซื้อพาสรถเมล์เรียบร้อย กระโดดขึ้นรถเมล์แล้วโชว์บัตรเบ่งด้วยพาสปั๊ป ที่เที่ยวแรกที่อยากให้มาเลย คือ สวนนารา (Nara Park) เลย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดทั้งมวลที่เราจะไปเที่ยวในวันนี้นั้น จะอยู่ในเขตของสวนนารา (Nara Park) เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น วัดโทไดจิ (Tōdai-ji), ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) และ วัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji) นั่นเอง

เอาเป็นว่า เราจะมาเริ่มต้นที่แรกที่ สวนนารา (Nara Park) ด้วยการขึ้นรถเมล์สาย 2 มาลงที่ป้าย N7 ได้เลย จากป้ายรถเมล์ เดินย้อนกลับมายังทางเดินที่ตรงเข้าไปยังวัดโทไดจิ (Tōdai-ji) ทีนี้แหละ เราจะได้เล่นกับกวางสมใจอยาก เพราะกวางเยอะม๊ากกกก ใครอยากเล่นและถ่ายรูปกับน้องกวาง แนะนำให้ซื้อแคร็กเกอร์ หรือ ขนมเซนเบ้ แล้วเดินไปยังสวนสนามหญ้าใหญ่ๆด้านขวา ถ่ายรูปสวยยืนหนึ่งไปเลยจ่ะ 55555555

สวนนารา (Nara Park) นี่เป็นอีกหนึ่งสวนที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น สร้างมาตั้งแต่ปี 1880 เลย โดยกวางที่เราเห็นๆในเมืองนารานั้น คือ กวางซิกา ที่ถูกปล่อยในเขตพื้นที่สวนนาราอย่างอิสระ และมีจำนวนมากถึง 1,500 ตัวเลยทีเดียวแหละ ซึ่งทางญี่ปุ่นเค้านับกวางที่เมืองนาราเป็นสมบัติทางธรรมชาติของญี่ปุ่น และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนาราเป็นที่เรียบร้อย

ทีนี้ ใครที่เล่นกับน้องกวางที่นารา ก็อย่าไปยั่วอารมณ์โดยการหลอกล่อยื่นมือให้อาหารเพื่อถ่ายรูป แต่พอน้องมาดมๆที่มือแล้วดันไม่มีขนมงี้ ระวังจะโดนน้องขวิดหรือกัดเด้อ กวางที่นี่จริงๆแล้วเป็นกวางป่า ถึงแม้น้องจะคุ้นชินกับมนุษย์เราๆแล้ว แต่น้องก็ยังมีสัญชาติญาณความเป็นกวางป่าอยู่ ใครที่พาเด็กไป ก็ระมัดระวังกันด้วย

วัดโทไดจิ (Tōdai-ji)

จากสวนนารา เดินตรงมายัง วัดโทไดจิ (Tōdai-ji) เหล่าฝูงน้องกวางก็ยังเยอะแทบจะเบื่อน้องง เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่มีแคร็กเกอร์ น้องก็จะไม่ค่อยจะสนใจเท่าไหร่อ๊ะ ก่อนที่เราจะเข้าไปชมวัดโทไดจิ (Tōdai-ji) ด้านใน ลองมองหันซ้ายซักหน่อย เราจะเจอกับพิพิธภัณฑ์โทไดจิ (Todaiji Museum) ซึ่งใครที่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับวัดโทไดจิแบบเจาะลึก รวมถึงได้ชมรูปปั้นรวมถึงนิทรรศกาลเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า แนะนำให้ลองเดินเข้าไปมาชมดู ในนั้นมีโบราณวัตถุเกี่ยวกับพระพุทธศานาที่ล้ำค่าหลายชิ้นมากกก

💸 ค่าเข้าชมภายใน วัดโทไดจิ (Tōdai-ji) จะแบ่งเป็นส่วน พิพิธภัณฑ์โทไดจิ (Todaiji Museum) ราคา 600 เยน และ หอพระใหญ่ไดบุทสึ (Daibutsuden Hall) อีก 600 เยน แต่ถ้าเราซื้อรวมกันทั้งสองอัน ราคาบัตรเข้าชมจะเหลือแค่ 1,000 เยน

เสร็จจาก พิพิธภัณฑ์โทไดจิ (Todaiji Museum) เราจะเข้ามาต่อกับ หอพระใหญ่ไดบุทสึ (Daibutsuden Hall) ที่เป็นเมนไฮไลท์ของวัดโทไดจิ (Tōdai-ji) นั่นเอ๊ง โดยหอพระใหญ่ไดบุทสึ (Daibutsuden Hall) ที่นี่ถือเป็นวัดที่ทำด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลย อีกทั้ง ‘พระพุทธรูปไดบุสสึ’ หรือ พระไวโรจนะพุทธะ ที่ถูกสร้างตั้งแต่ปี 743 และถูกประดิษฐานอยู่ด้านในยังเป็นพระพุทธรูปสัมฤิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นอีกด้วย บอกเลยว่างดงามและควรมาดู

ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha)

มาต่อกันที่ ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) ซึ่งเราสามารถนั่งรถเมล์ไปยังศาลเจ้าได้เลย แต่นี่แนะนำให้เราเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จากตรงแยกที่เราลงป้ายรถเมล์วัดโทไดจิ (Tōdai-ji) แหละ โดยทางเดินที่มุ่งหน้าไปสู่ศาลเจ้านั้น เราจะได้ฟีลความลึกลับและความขลังของจริง ซึ่งบริเวณนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ ป่าโบราณคาสึกะยามะ (Kasugayama Primeval Forest) ที่มีทั้งน้องกวาง ป่าสน และแนวโคมไฟหินกว่า 3,000 อัน ตั้งเรียงรายตามทางเดินยาวไปจนถึงศาลเจ้าเลย ส่วนตัวชอบแถวๆป่าสนนี้มาก คือมีสวยและมีเสน่ห์ และฟีลได้ถึงความญี่ปุ่นจริงจัง

เมื่อเราเห็นตึกสีขาวตัดกับเสาสีส้ม นั่นแหละคือ ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) ที่สำคัญของเมืองนารา ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 768 โดยตระกูฟูจิวาระ เพื่อเป็นที่สถิตย์ของพระเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น เทพฟุทสึนุชิ (Futsunushi) เทพผู้พิทักษ์แห่งดาบและการสงคราม จากศาลเจ้าคาโทริ (Katori Shrine) ในจังหวัดชิบะ และอีกหลายๆเทพ

ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) นี่จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยนะ ส่วนที่เข้าชมได้ฟรี กับส่วนที่เสียเงินเพื่อเข้าชมด้านใน ซึ่งถ้าเราซื้อบัตรเข้าไป เราจะสามารถเข้าไปยังตัวอาคารหลักของศาลเจ้าได้ รวมถึงได้เห็นโคมไฟสำริดที่โด่งดังของศาลเจ้านี้ได้อย่างใกล้ชิด ส่วนตัวก๊อตเองนั้น ไม่ได้เสียเงินเข้าไป ได้แต่เดินชมบรรยากาศและไหว้เคารพจากด้านนอก ซึ่งด้านนอกก็สวยไม่เบา แต่ถ้าใครอยากคิดว่ามาทั้งที อยากเดินดูให้หมดก็เสียเงินเข้าด้านในในราคา 600 เยนได้เลย

เดินวนตรง ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) เสร็จเรียบร้อย นี่แนะนำให้เราเดินวนออกมาอีกทางด้านหลังของศาลเจ้า มันจะเป็นทางเดินออกมาอีกหน่อยที่เราสามารถเดินไปขึ้นรถเมล์ได้เด้อ ไม่จำเป็นต้องเดินกลับออกทางเดิม ประหยัดเวลาไปได้อีกนิด แถมซื้อพาสรถเมล์แล้วก็ใช้ให้คุ้มด้วย 55555

วัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji)

จากศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha) นั่งรถเมล์ยาวมาลงตรงแถว วัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji) สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 669 โดยตระกูลฟูจิวาระ ซึ่งถ้าให้พูดถึงความสำคัญของวัดนี้ละก็ นี่บอกเลยว่า วัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji) เป็นอีกวัดที่สำคัญมากถึงขนาดติด 1 ใน 4 วัดที่ยิ่งใหญ่ในสมัยที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนะเออ น่าเสียดายที่บรรดาตึกรามของวัดดั้งเดิมนั้นมีมากถึง 175 ตึก แต่ปัจจุบันหลงเหลืออยู่ไม่กี่ตึกให้เราได้เห็นกัน

💸 สำหรับใครที่อยากเดินเข้าไปชมด้านในของ วัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji) เค้าจะมีค่าบำรุงวัดที่เราต้องจ่ายเงินประมาณ 600 เยน เน้อ ส่วนเรา.. เดินเล่นอยู่ด้านนอกจ้า สามารถมองเห็นรอบๆได้ แต่แค่ไม่ได้เข้าไปในตัวตึกแค่นั้นเอง 55555555

สรุป ทั้งวัดโทไดจิ (Tōdai-ji), ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga-taisha), ป่าโบราณคาสึกะยามะ (Kasugayama Primeval Forest) และ วัดโคฟุกุ (Kōfuku-ji) ถือเป็นสถานที่ในเมืองนาราที่เราควรมาเยือน เพราะทั้ง 4 ที่นี้ เป็น 4 ใน 8 ของอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองนาราโบราณ (Historic Monuments of Ancient Nara) จาก UNESCO เลยทีเดียวแหละ ยังไงห้ามพลาด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทั้งหมดนี้ ก๊อตเที่ยวเสร็จภายในบ่ายสามโมง ถ้าใครอยากเที่ยวสถานที่อื่นในเมืองนาราก็ยังสามารถไปได้อีก ส่วนนี่กลับโอซาก้าเด้อเจ้าาา 555555

อ่านรีวิวเมืองนี้จบแล้ว
อ่านรีวิวเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อกันเลย 🤗

ญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่กี่ประเทศที่นี่รู้สึกว่า ไปกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ ไปแล้วไปอีกได้ตลอด และยังประเทศที่ตัวเองตั้งมิชชั่นว่า อยากจะเก็บให้หมดทั่วประเทศ ฮ่าา เอาเป็นว่า HASHCORNER นี่ก็มีรีวิวญี่ปุ่นให้อ่านและตามรอยเยอะพอสมควร ทั้งหมดนับแล้วประมาณ 18 เมือง เยอะโคตร ใครที่มีแพลนไปเมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีชื่อเมืองตามลิสด้านล่าง สามารถคลิกลิงค์อ่านต่อได้เล้ย

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคันไซ (Kansai Region)

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka) // กำลังเขียน
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto) // กำลังเขียน
4. รีวิว นารา (Nara)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูบุ (Chubu Region)

5. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
6. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
7. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคิวชู (Kyushu Region)

7. รีวิว ฟุกุโอกะ-ดาไซฟุ (Fukuoka-Dazaifu)
8. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
9. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
10. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
11. รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
12. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)
13. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

―――――――――――――――――――

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT