รีวิว โอซาก้า (Osaka) x เที่ยวญี่ปุ่น ไม่เคยเบื่อ

➜ รีวิวอัพเดทล่าสุด
  • 3.6K
  •  
  •  
  •  
  •  
    3.6K
    Shares

โอซาก้า (Osaka) เมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นรองจากโตเกียว และยังเป็นเมืองฮิตที่คนไทยไปเที่ยวมากที่สุดเมืองหนึ่งของญี่ปุ่นอีก ใครที่ไม่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นเลย ก๊อตแนะนำให้เรามาโอซาก้าเป็นที่แรกนะเออ เพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองที่เจริญเว่อร์วังพร้อมแลนด์มาร์คสุดฮิตอย่างปราสาทโอซาก้าและป้ายไฟกูลิโกะ อาหารที่นี่ก็เด็ดเอาเรื่อง ช้อปปิ้งก็สนุก แถมถ้าใครอยากออกไปเที่ยวรอบนอกเมืองโอซาก้า เรายังสามารถไปเที่ยวเมืองนาราหรือเกียวโตได้ง่ายๆ อีกด้วย ใครที่พร้อมเที่ยวแล้ว เราไปเที่ยวกันต่อเล้ย!

แพลนเที่ยวโอซาก้า / สารบัญที่เที่ยว

นี่คือแพลนเที่ยวโอซาก้าแบบ 4 วัน 3 คืน ที่สามารถตามรอยได้เลย ใครที่จะไปมิกซ์กับแพลนเมืองอื่น ไม่ว่าจะเป็นเกียวโต นารา หรือแม้แต่เมืองอื่นๆ รอบๆ สามารถเอาไปต่อกันเป็นจิ๊กซอว์ได้เล้ย จัดมาให้แล้วแบบจุกๆ เรียบร้อย แพลนเที่ยวด้านล่างนี้ สามารถคลิกชื่อสถานที่ท่องเที่ยวเพื่ออ่านเฉพาะสถานที่นั้นๆได้

 คลิก  ดูรีวิวญี่ปุ่นทั้งหมดของ HASHCORNER ได้ที่ล่างสุดของรีวิวนี้

จากสนามบิน เข้าเมืองโอซาก้าด้วยรถไฟ

วิธีการเข้าตัวเมืองโอซาก้าจากสนามบินคันไซนั้นง่ายโคตร โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้นการขึ้นรถไฟ แต่รถไฟที่เข้าเมืองดันมีสองสาย สองบริษัทด้วยกัน นั่นคือของ Nankai และ JR นั่นเอง ทีนี้หลายคนอาจจะงงว่าควรขึ้นอันไหนดี  ก๊อตแนะนำให้เราดูว่าเราพักที่ไหน ย่านไหน อีกทั้งดูว่าเรามีพาสติดตัวอะไรหรือเปล่า เมื่อรู้คำตอบสองอันนี้แล้วก็ไม่ยากแล้ว สามารถดูคำตอบจากด้านล่างได้เลย

Nankai Line Airport Express – Rapi:T

สำหรับใครที่ ไม่มี JR PASS ใดๆ หรือ มี Kansai Thru Pass หรือจะมาตัวเปล่าก็แล้วแต่ และพักอยู่แถว นัมบะ (Namba) และ ชิน-อิมามิยะ (Shin-Imamiya) ตัวเลือกแรกที่แนะนำเลยคือ Nankai Line Airport Express โดยเฉพาะสาย Rapi:T ที่เราสามารถเข้าใจกลางเมืองโอซาก้าได้ภายใน 38 นาที โดยสถานีหลักๆ ในตัวเมืองโอซาก้าก็จะมีสถานีนัมบะ (Namba) สถานีชิน-อิมามิยะ (Shin-Imamiya) และสถานีเทนกาชายะ (Tengachaya) ใครที่พักอยู่ละแวกแถวนี้ก็สามารถเลือก Nankai Line Airport Express – Rapi:T ได้เล้ย

💰ราคาค่าโดยสารของ Rapi:T จะอยู่ที่ 1,140 เยน สำหรับที่นั่งปกติ Regular และ 1,360 เยน สำหรับที่นั่ง Super Seat ส่วนตัวก๊อตแนะนำให้นั่งแบบที่นั่งปกติก็พอ แทบไม่แตกต่าง แถมทุกรอบรถไฟ คนไม่ได้เยอะขนาดนั้น นั่งสบาย และสำหรับการซื้อบัตรนั้นก๊อตแนะนำให้ซื้อออนไลน์ผ่านเว็บ KLOOK ไปเลย เพราะราคาถูกกว่าซื้อหน้าเคาท์เตอร์ และมีแบบไป-กลับ ให้เราซื้อด้วยเด้อ แถมทุกเดือนเค้ามีส่วนลดท็อปอัพอีก คลิกซื้อผ่าน KLOOK ที่นี่เลย | ดูส่วนลด KLOOK ประจำเดือน คลิก

JR สาย Kansai-Airport Express “HARUKA”

สำหรับคนที่ มี JR PASS แบบทั่วประเทศ หรือแบบย่อยๆตามภูมิภาคย่านนี้ (ดูตัวลิสพาสที่ใช้ได้ด้านล่าง) หรือจะมาตัวเปล่า และพักอยู่แถวเทนโนจิ (Tennoji) และ ชิน-โอซาก้า (Shin-Osaka) หรือคนที่ต้องการนั่งตรงยาวไปยังเกียวโตเลย เราสามารถเลือกใช้รถไฟ JR สาย Kansai-Airport Express “HARUKA” ได้โดยเราสามารถเดินางเข้าสู่ใจกลางเมืองโอซาก้าโดยใช้เวลาประมาณ 35 เท่านั้นเอ๊ง โดยเค้ามีแค่สามสถานีหลักเท่านั้นคือ สถานีเทนโนจิ (Tennoji), สถานีชิน-โอซาก้า (Shin-Osaka) และสถานีเกียวโต (Kyoto) 

💰สำหรับการซื้อตั๋ว JR สาย Kansai-Airport Express “HARUKA” นั้น แนะนำให้ซื้อผ่าน KLOOK เพราะถูกกว่าซื้อหน้าเคาท์เยอะเยอะมาก เพราะราคาบนเว็บจะเป็นราคาที่ถูกกว่าปกติสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะเด้อ คลิกซื้อผ่าน KLOOK ที่นี่เลย | ดูส่วนลด KLOOK ประจำเดือน คลิก

ส่วนใครที่ถือพาส JR PASS เหล่านี้ล่ะก็ กระโดดขึ้น JR Haruka Express ฟรีได้เลย : JR Pass (all area) *จองที่นั่งได้ฟรี / Kansai Area Pass Pass / Kansai WIDE Area Pass / Kansai-Hiroshima Area Pass / Sanyo-San’in Area Pass *จองที่นั่งได้ฟรี / Kansai-Hokuriku Area Pass / Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass / Sanyo-San’in Northern Kyushu Pass *จองที่นั่งได้ฟรี

Klook.com

เที่ยวโอซาก้าให้คุ้มด้วยบัตร Osaka Amazing Pass

สำหรับใครที่มาเที่ยวโอซาก้าแล้วอยากปักแลนด์มาร์คชื่อดังหลายๆที่ โดยที่เราไม่ต้องกังวัลเรื่องค่าใช้จ่ายจะบานปลายล่ะก็ ก๊อตแนะนำให้เราซื้อ Osaka Amazing Pass เอาไว้ใช้เลย เพราะบัตรพาสนี้ เราสามารถใช้รถไฟใต้ดินและรถเมล์ในโอซาก้าได้อย่างไม่จำกัดตามจำนวนวันที่ซื้อ รวมถึงเรายังเข้าแลนด์มาร์คทั่วโอซาก้าได้หมดกว่า 40 แห่ง และส่วนลดแลนด์มาร์คอื่นๆ กว่า 27 แห่งอีกด้วย ใครที่จะมาเที่ยวแบบเก็บแลนด์มาร์คจริงจัง หรือใครที่มาเที่ยวโอซาก้าครั้งแรก คือควรซื้อ!

สำหรับค่าบัตร Osaka Amazing Pass นั้น แบบ 1 วันจะอยู่ที่ 2,700 เยน และแบบ 2 วัน อยู่ที่ 3,600 เยน ส่วนตัวก๊อตคิดว่าให้ซื้อแบบ 2 วันไปเลย เพราะเพิ่มเงินมานิดเดียว แล้วลองเลือกสถานที่ท่องเที่ยวดูว่าจะไปไหนบ้างใน 2 วัน ให้คุ้มๆ ค่าเข้าแต่ละสถานที่ + ค่ารถไฟเริ่มต้นต่อเที่ยวที่ 140 เยน

⚡️ สำหรับแลนด์มาร์คหรือกิจกรรมดังๆ ที่ใช้แล้วคุ้มเมื่อมีพาสนี้คือ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle / ค่าเข้า 600 เยน), พิพิธภัณฑ์บ้านและความเป็นอยู่โอซาก้า (Osaka Museum of Housing and Living / ค่าเข้า 600 เยน), เรือสำราญซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cruise / ค่าเข้า 1,600 เยน), จุดชมวิวบนตึกอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building / 1,500 เยน) และ ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel / ค่าเข้า 800 เยน)

💸 สำหรับสถานที่ซื้อ Osaka Amazing Pass นั้น ก๊อตแนะนำให้เราซื้อที่เว็บ KLOOK เลย เพราะมันโคตรสะดวกที่ว่า เราสามารถเลือกรับบัตรที่ไทยได้เลย ไม่ว่าจะเป็นที่เคาท์เตอร์ KLOOK ที่สุวรรณภูมิ หรือรับไปรษณีย์ที่บ้าน แต่ถ้าใครอยากไปรับที่ญี่ปุ่นในสนามบินคันไซ ก็สามารถรับได้เหมือนกัน อันนี้แล้วแต่ความสะดวกเลยจ้า ซื้อ Osaka Amazing Pass กับ KLOOK คลิกที่นี่ // นอกจากนี้ KLOOK เค้ายังมีโปรส่วนลดรายเดือนด้วย อันนี้ต้องเช็คเอาว่าแต่ละเดือนเค้ามีส่วนลดอะไรบ้างเนอะ ดูส่วนลด KLOOK ประจำเดือน คลิก

Klook.com

เอาเป็นว่า แต่ละคนความชอบและสไตล์การเที่ยวก็ไม่เหมือนกันเนอะ อันนี้ต้องเลือกและปักหมุดกันเองแล้วแหละว่าจะไปไหน คุ้มค่าพาสมากมั้ย ถ้าคิดว่าใช้และคุ้มเว่อร์ก็จัดเลย แลนด์มาร์คและกิจกรรมด้านบนเป็นอันที่ก๊อตแนะนำเท่านั้น แต่ถ้าใครอยากดูที่เที่ยวและกิจกรรมทั้งหมดที่ Osaka Amazing Pass สามารถใช้ได้ ก๊อตแนะนำให้เข้าเว็บอย่างเป็นทางการของเค้าเพื่อดูข้อมูลอัพเดทล่าสุดกันดีกว่าเน้อ > คลิกที่นี่เลย

ข้อมูลอัดแน่นแล้ว เริ่มต้นเที่ยวโอซาก้ากันดีกว่าาา!

เที่ยวโอซาก้า วันที่ 1:
ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ที่เที่ยวแรกที่เราจะไปกันนั้น พลาดไม่ได้เลยสำหรับคนที่ไปโอซาก้าครั้งแรก เพราะมันจัดเป็นแลนด์มาร์คที่มักจะปรากฎอยู่ตามสื่อโฆษณาโอซาก้าต่างๆ นั่นก็คือ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) นั่นเองเด้อ ซึ่งปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นนานมาแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1583-1585 โดย โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ซึ่งเป็นชายผู้รวมประเทศญี่ปุ่นได้เป็นคนแรกในรอบ 150 ปี จนได้เป็นผู้นำประเทศญี่ปุ่น ณ ตอนนั้น ซึ่งฮิเดโยชิเองก็เป็นผู้สร้างและขยายพื้นที่ปราสาทจนพื้นที่โอซาก้ากลายเป็นศูนย์กลางการเมืองและการค้าจนยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบันนี่แหละ

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ที่เราเห็นปัจจุบันนี้ เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1931 นะ และรอดพ้นจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอย่างหวิดหวิวด้วย ส่วนปราสาทหลังเก่าก่อนหน้านี้นั้น ผ่านการโดนทำลายช่วงสงคราม จากนั้นได้สร้างใหม่ แต่แล้วก็โดนฟ้าผ่าไฟใหม้ยับเยินไปอีกรอบนั่นในช่วงศตวรรษที่ 17 แหละ

การมาเที่ยว ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เราสามารถเดินเล่นได้ตั้งแต่สวนรอบๆ ปราสาท จนถึงเดินเข้ามาเที่ยวด้านในของตัวปราสาทนั่นเอง ถ้าใครที่ถือบัตร Osaka Amazing Pass แบบก๊อตแล้วล่ะก็ ยื่นบัตรเบ่งพร้อมเดินเข้าฟรีได้เลย ฮ่าๆ จากนั้นเราจะโดนต้อนขึ้นลิฟท์เพื่อไปยังชั้นบนสุดที่เป็นจุดชมวิวเมืองโอซาก้าก่อน ซึ่งตรงนี้เราสามารถมองวิวเมืองได้รอบทิศทางมาก จากวิวตรงนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า ปราสาทเค้าสูงเหมือนกันว่ะเห้ย

จากนั้นเราจะค่อยๆ เดินชมพิพิธภัณฑ์ด้านในลงมาเรื่อยๆ จนถึงชั้นล่างสุด โดยนิทรรศการที่เค้าจัดแสดงนั้นจะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตัว ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) และผู้สร้างอย่าง โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ซึ่งถ้าใครที่สนใจก็สามารถเดินวนดูได้เพลินๆ เล้ย // นี่ไม่มีรูปให้ดูนะ เพราะเค้าไม่ให้ถ่ายด้านในเด้อ

พิพิธภัณฑ์บ้านและความเป็นอยู่โอซาก้า (Osaka Museum of Housing and Living)

หลายคนที่มาเที่ยวโอซาก้า อาจจะไม่ค่อยได้สนใจพิพิธภันฑ์กันซักเท่าไหร่ เพราะก๊อตคิดว่าหลายน่าจะเน้นตะลุยกินและช้อปปิ้งกันมากกว่า ฮ่าๆ แต่จากที่ก๊อตได้ไปเที่ยวโอซาก้ามาล่าสุดนี่ มีที่นึงที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวกันนั่นคือ พิพิธภัณฑ์บ้านและความเป็นอยู่โอซาก้า (Osaka Museum of Housing and Living) นั่นเอง ก๊อตบอกก่อนว่าที่นี่อาจจะไม่ใช่แนวอาร์ทมิวเซียมสายติสท์แบบชิคๆนะ แต่ความเจ๋งของเค้าที่นี่คือการที่เราได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปอยู่อีกโลกของเมืองโอซาก้าในยุคสมัยเอโดะของญี่ปุ่น (ประมาณ 400 กว่าปีที่แล้ว) นี่แหละที่คูล และที่เก๋กู๊ดที่สุดสำหรับคนถือบัตร Osaka Amazing Pass แบบเรานั้น จะบอกว่าเราสามารถเข้าชมได้ฟรีเลยเด้อ

ตรงชั้น 9 ของพิพิธภัณฑ์ เค้าได้สร้างบ้านเรือนญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ ออกมาให้เราได้เข้าไปเดินเล่นและสำรวจจริงเลยเว้ย มีทั้งบ้านเรือน ร้านขายของ ห้องอาบน้ำสาธารณะ และอาคารต่างๆ ให้เราเข้าไปดู รวมถึงมีการเปลี่ยนแสงสีของบรรยากาศให้เป็นทั้งตอนกลางวันและกลางคืนด้วย อันนี้เจ๋งจริง ก๊อตโคตรชอบ // ใครที่อยากถ่ายรูปสวยๆ นี่แนะนำให้เช่าชุดยูกาตะมาถ่ายรูปนะแจ๊ะ

สุดท้าย อีกสิ่งของ พิพิธภัณฑ์บ้านและความเป็นอยู่โอซาก้า (Osaka Museum of Housing and Living) ที่โคตรเจ๋งคือชั้นที่จัดแสดงโมเดลจำลองวิถีชีวิตของคนโอซาก้า รวมถึงบ้านเมืองที่พัฒนามาตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสมัยใหม่ อันนี้เราจะเห็นเรื่องราวของโอซาก้าเลยว่า เค้าพัฒนามาในรูปแบบไหน รวมถึงการผ่านร้อนผ่านหนาวมายังไงบ้าง อันนี้ก๊อตแนะนำให้เราไปดูและเข้าชมกันได้เลย รับรองว่าต้องชอบ!

จุดชมวิว ฮารุกัส 300 (Harukas 300 Observatory)

โผล่มายังย่านเทนโนจิ (Tennoji) เราจะมาขึ้นไปดูวิวเมืองโอซาก้าที่สวยที่สุดกัน ที่นั่นก็คือ จุดชมวิว ฮารุกัส 300 (Harukas 300 Observatory) บนชั้น 58-60 ใน ตึกอาเบะโนะ ฮารุกัส (Abeno Harukas) ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นบนความสูง 300 เมตรนั่นเอง // ถึงแม้นี่จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น แต่ยังแพ้ความสูงของตึกใบหยก 2 และตึกมหานครบ้านเราเนอะ ส่วนตัวคิดเอาเองว่า ญี่ปุ่นไม่ได้บ้าการสร้างตึกสูงเหมือนจีนอ่ะ ฮ่าๆ

⚡️ บอกก่อนว่าการขึ้นไปยังจุดชมวิว จุดชมวิว ฮารุกัส 300 (Harukas 300 Observatory) ไม่ได้รวมอยู่ใน Osaka Amazing Pass นะเว้ยแกร ถ้าใครที่ถือบัตรนี่อยู่ ก๊อตแนะนำให้ไปดูวิวเมืองโอซากาที่ ตึกอุเมดะ สกาย (Umeda Sky Building) แทนเด้อ ส่วนก๊อตที่มาขึ้นตึกนี้ เพราะมันเป็นตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ลูกเล่นแพรวพราว และอีกอันคือ ก๊อตซื้อค่าเข้าที่นี่ คอมโบกับบัตรเข้า Universal Studios Japan (USJ) พร้อมกับสายรัดข้อมือ VIP เพื่อใช้เข้าทางลัดพิเศษและเข้าก่อนคนอื่น 15 นาทีนั่นเอง 555555555

คิดว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แนะนำให้อ่านรีวิว Universal Studios Japan (USJ) ประกอบเอา ส่วนใครที่คิดจะซื้อบัตรขึ้นตึก + บัตรเข้าสวนสนุก และสายรัดข้อมือ VIP ของ USJ ตามล่ะก็ แนะนำให้ซื้อผ่าน KLOOK โลด คลิกเลย | ส่วนบัตรธรรมดาเดี่ยวๆ ของ จุดชมวิว ฮารุกัส 300 (Harukas 300 Observatory) คลิกซื้อผ่าน KLOOK ที่นี่

Klook.com Klook.com

สำหรับการมาเที่ยวที่ จุดชมวิว ฮารุกัส 300 (Harukas 300 Observatory) โคตรแนะนำให้เรามาตอนเย็นเกือบค่ำช่วงพระอาทิตย์จะตกดิน เพราะแน่นอนว่าช่วงนี้คือช่วงที่สวยที่สุดแล้ว เราจะได้เห็นเมืองโอซาก้าทั้งตอนสว่าง ช่วงพระอาทิตย์ตก และช่วงกลางคืนที่ให้อารมณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ใครที่คิดว่า แม่มมาอยู่นานขนาดนั้น ไม่เบื่อแย่หรอตอนรอเวลาผ่านไปงี้ เห้ยๆ จะบอกว่าด้านบนเค้ามีกิจกรรมหลายอย่างให้เราทำ มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของ และมีหลายจุดที่เค้าเล่นแสงสีแมพปิ้งให้เราถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานด้วย จากหลายๆที่ของจุดชมวิวบนตึกสูงทั่วโลกที่ก๊อตได้ไปมา ที่นี่ถือเป็นอีกตึกที่ทำได้ดีมากเลยทีเดียวแหละ

ส่วนใครที่อยากชั้นดาดฟ้าของตึกที่เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เราสามารถซื้อบัตรขึ้นไปด้านบนเพิ่มอีก 500 เยนได้ด้วยนะ ซึ่งเค้าจะแบ่งเป็นรอบๆ ให้ขึ้นไปประมาณ 15-20 นาที มุมวิวไม่ได้แตกต่างมาก แต่ประสบการณ์ไม่เหมือนกันชั้นล่างแน่นอน ฮ่าๆ

เที่ยวโอซาก้า วันที่ 2:
ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)

เรามาใช้บัตร Osaka Amazing Pass ให้คุ้มๆ กันต่อในวันที่ 2 ดีกว่า ซึ่งที่แรกที่เราจะไปนั้นคือ ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel) ซึ่งชิงช้าสวรรค์อันนั้นเคยถกบันทึกว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยแหละ ด้านบนเราสามารถขึ้นไปนั่งเพื่อดูวิวเมืองโอซาก้าจากมุมสูงได้เก๋ๆ นั่นเอง ซึ่งตรงนี้ถือว่ามุมดีเอาเรื่อง (แต่ก็อาจจะไม่ได้อลังการเหมือนที่ตึกอาเบะโนะ ฮารุกัส 300 (Abeno Harukas 300) นาจา)

เอาเป็นว่าเราสามารถมานั่งเอื่อยๆ กินลมชมวิวชิลๆ และถ้าให้ดีและคุ้มกว่าเดิม คือเราต้องนั่งตู้ที่เป็นกระจกพื้นใสด้วย ซึ่งมันจะเป็นกระจกใสทั้งตู้ที่เราสามารถมองทะลุกระจกตรงพื้นไปยังด้านล่างได้เลย คือดีย์ + เพลินมากเด้อ // ใครที่ถือ Osaka Amazing Pass มาขึ้นเถอะ ขึ้นฟรี 5555

เรือสำราญซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cruise)

เสร็จจากการขึ้นชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel) เรียบร้อย เดินมาอีกหน่อยตรงท่าเรือเค้าจะมี เรือสำราญซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cruise) สำหรับให้นักท่องเที่ยวขึ้นเพื่อชมวิวอ่าวโอซาก้าอยู่ ซึ่งค่าขึ้นเรือครูซอันนี้ถูกรวมอยู่ในบัตร Osaka Amazing Pass เรียบร้อยแล้วนาจา ใครที่อยากใช้ให้มันคุ้มๆ เรามาล่องเรือต่อกันเถอะจ่ะแม่

ความเก๋ไก๋ของ เรือสำราญซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cruise) คือ เค้าสร้างจำลองเรือสำเภาที่โคลัมบัสใช้ล่องเรือตอนสำรวค้นพบทวีปอเมริกาเลยทีเดียวเชียว ซึ่งทริปล่องเรืออ่าวโอซาก้าโดยเรือนี้จะใช้เวลาทั้งหมด 45 นาที และยังออกทุกชั่วโมงด้วยย

การล่องเรือนี่ก็ถือเป็นอะไรที่ชิลๆนะแกร ชมเมืองโอซาก้า ชมสะพานสวยๆ แต่ถ้าจะให้พีคและสวยมากกว่าเดิมคือต้องมารอบ Twilight ตอนพระอาทิตย์ตก อันนั้นคือสวยจริง ซึ่งถ้าใครมีเวลาช่วงเย็นๆ แทนละก็ มาช่วงนั้นดีกว่าเด้อ (ก๊อตได้ขึ้นมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน มันดีจริง!)

สำหรับใครที่มาเป็นครอบครัว หรือใครที่ชอบดูสัตว์น้ำ ตรงท่าเรือนี่เค้ายังมีอควาเรียมไคยูคัง โอซาก้า (Osaka Aquarium Kaiyukan) ชื่อดังที่เค้าเคลมตัวเองว่าเป็นอความเรียมที่ใหญ่อลังการระดับโลกด้วย ใครว่างก็เรียนเชิญเข้าไปเที่ยวชมโลด ส่วนก๊อตน่ะหรอ ขออนุญาตถ่ายรูปป้ายกูลิโกะและไปชอปปิ้งดีกว่าจ้า (เอ้าา) 5555555555

นัมบะ (Namba) – ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

ใครที่มาเที่ยวโอซาก้า (โดยเฉพาะถ้ามาเที่ยวครั้งแรก!) แล้วไม่ได้มาถ่ายรูปคู่กับป้ายกูลิโกะชื่อดังล่ะก็ โคตรพลาดจ้า เพราะนั่นมันเสมือนเป็นแลนด์มาร์ชื่อดังอันดับหนึ่งของเมืองโอซาก้าไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวป้ายกุลิโกะนี้อยู่ตรง โดทงโบริ (Dotonbori) ใน ย่านนัมบะ (Namba) นั่นเอง ตรงนี้ถือเป็นแหล่งรวมทุกสรรพสิ่งเรื่องของกิน แหล่งเอ็นเตอร์เทนเม้น และช้อปปิ้งที่ครึกครื้นมากที่สุดของโอซาก้าเลยแหละ ต้องมา! อันนี้พูดจริง

ป้ายโฆษณากูลิโกะ และมีมาถึง 6 หรือ 7 เวอร์ชั่นแล้ว โดยเวอร์ชั่นแรกนี่ถูกติดตั้งตั้งแต่ปี 1935 แล้ว ดังนั้น ป้ายโฆษณากูลิโกะนี่ถือว่าอยู่มายาวเกือบร้อยปี (โคตรยาว) และกลายเป็นป้ายที่หลายคนรักและชอบมากที่สุดของย่านนี้เลย

นอกจากนี้ตรงถนนเส้น โดทงโบริ (Dotonbori) ยังเป็นแหล่งรวมของกินที่พีคสุดของโอซาก้าเลยนะ ส่วนตัวก๊อตยังไม่ได้ตามกินเท่าไหร่ แต่ของกินที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวโอซาก้าเลยคือ ทาโกยากิ และพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิ (Okoyominaki) นาจา

ล่องเรือแม่น้ำทงโบริ (Dotonbori River) กับ PIRATES OF OSAKA

ส่วนใครที่ถือบัตร Osaka Amazing Pass เหมือนก๊อตแล้วล่ะก็ ถือแล้วก็ใช้ให้คุ้มโดยการไปล่องเรือแม่น้ำทงโบริ (Dotonbori River) ฟรีกับ PIRATES OF OSAKA กันดีกว่า ทริปล่องเรือจะใช้เวลาทั้งหมด 30 นาที โดยเราจะได้เห็นมุมสวยๆ ของย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ในแบบที่คนเดินไม่สามารถมองเห็นได้ บอกเลยว่าดีนะเว้ย ชิลดี และย่านนี้ก็สวยเอาเรื่องด้วยแสงสีจากป้าย LED ต่างๆ มาเถอะ!

ถนนช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

ถ่ายรูปกับป้ายกุลิโกะและล่องเรือเต็มอิ่มเรียบร้อยแล้ว สิ่งสุดท้ายของวันนี้คือช้อปปิ้งไทม์ เย่ ซึ่ง ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ถือเป็นถนนช้อปปิ้งที่ก๊อตเลิฟมากที่สุดในโอซาก้าแล้ว ซึ่งถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านรองเท้า Multi-brand Store โคตรคูลอย่าง Atmos และ ABC-Mart Grand Stage รวมถึงร้านรองเท้ายอดฮิต Nike, Adidas, Onitsuga Tiger ขวัญใจคนไทย รวมถึงมี Sketcher, ASICS และอื่นอีกมาก ส่วนใครที่เป็นสาย Fast Fashion ตรงนี้ก็มีช้อปครบครัน เริ่มต้นตั้งแต่ H&M ช้อปใหญ่ตรงป้ายกุลิโกะ เข้ามาในถนนช้อปปิ้งยังมีทั้ง Zara, Bershka, GU (แบรนด์ลูก Uniqlo) และ Uniqlo นั่นเอง ทุกร้านเท่าที่เดินๆมา คือถูกกว่าไทยอ่ะเออ จัดไป

นอกจากร้านที่เรารู้จักดิบดีแล้ว นี่มีร้านเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ก๊อตชอบคือ Urban Research Store, ของใช้ในบ้านโคตรน่ารัก Francfranc สำหรับใครที่เป็นสาย High Fashion ส่วนของกินตรงนี้ก็มีบ้างประปราย ส่วนมากเป็นร้านขนมหวานและไอติม สามารถซื้อกินเพลินได้สวยๆ เล้ย

เที่ยวโอซาก้า วันที่ 3:
Universal Studios Japan (USJ) โอซาก้า

ไม่นะ .. วันสุดท้ายของการเที่ยวโอซาก้าก็มาถึงแล้ว เราเลยเก็บเป็นวันของ Universal Studios Japan หรือ USJ นั่นเอง กรี๊ดด หลายคนน่าจะรู้กันว่า USJ นี่แทบจะเป็นสวนสนุกในฝันของใครหลายๆคน เพราะเค้ามีตัวละครจากภาพยนต์ที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Harry Potter, Minion, Spiderman และอีกหลายๆตัวละคร บอกเลยว่าถ่ายรูปกันมันส์ลืม เครื่องเล่นก็สนุกสุดเหวี่ยงเวอร์ ใครเป็นคนที่ชอบเครื่องเล่นเสียวๆ เรียนเชิญที่นี่เลยค่ะ 55555

และเนื่องจากรายละเอียดของ Universal Studios Japan (USJ) คือโคตรเยอะ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเก็บเครื่องเล่นไฮไลท์ยังไงให้ได้ครบ / เรื่องเกี่ยวกับ Express Pass 4 และ 7 จำเป็นต้องซื้อมั้ย? / เครื่องเล่นอันไหนสนุกบ้าง? เอ้อ มันเยอะจริงๆ ดังนั้นก๊อตเลยขอแยกรีวิวสวนสนุกอันนี้ออกไปเดี่ยวๆ นาจา ซึ่งทุกคนสามารถ อ่านรีวิว Universal Studios Japan (USJ) โดยคลิกที่นี่ หรือคลิกที่รูปด้านล่างนี้ได้เล้ย 💙

Klook.com

เที่ยวโอซาก้า วันที่ 4:
ตลาดคุโรมง (Kuromon Market)

หากให้เราคิดย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องของกินในโอซาก้า นอกจากแถวโดทงโบริ (Dotonbori) แล้ว นี่ก็จะแนะนำ ตลาดคุโรมง (Kuromon Market) ที่เป็นตลาดสดเก่าแก่ที่ใหญ่และคึกคักมากที่สุดของโอซาก้า โดยเค้าขนานนามที่นี่ว่าเป็น ‘ครัวของโอซาก้า’ เลยนะเว้ย ที่นี่มีทั้งขายสารพัดสิ่งในร้านค้ามากกว่า 150 ร้าน

ที่ดีและพีคของ ตลาดคุโรมง (Kuromon Market) คือปลาสดๆ ที่เราสามารถสั่งซาซิมิและซูชิหน้าปลาดิบเพื่อกินตรงนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีขาปูก้ามใหญ่ๆ ผลไม้ ขนม และของกินอื่นๆ เยอะมาก ใครที่เป็นสายกินนี่แนะนำให้มาตะลุยแต่เช้าได้เลย ของกินโคตรเยอะ!

ย่านชินเซไก (Shinsekai)

ที่สุดท้ายของการเที่ยวโอซาก้า นี่อยากให้มาเที่ยว ย่านชินเซไก (Shinsekai) ที่เปรียบเสมือนเป็นโลกแสงสียุคใหม่ในยุคเก่าของโอซาก้าเมื่อ 100 ปีที่แล้วนั่นเอง ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ย่านชินเซไก (Shinsekai) คึกคักมาตลอดร้อยปีเลยนะเว้ย ตั้งแต่มีสวนสนุกลูน่าปาร์ค (Luna Park) ชื่อดังจากอเมริกา ที่ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว (แง่ว) และ หอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku Tower) ที่เคยเป็นหอคอยที่สร้างหน้าตาเลียนอบบเหมือนหอไอเฟล ที่ฝรั่งเศส จนถูกระเบิดเสียหายในสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกสร้างใหม่และอยู่มาจนถึงตอนนี้นี้นี่แหละ

ปัจจุบัน ถึงแม้ ย่านชินเซไก (Shinsekai) นี้จะไม่มีสวนสนุกแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังคึกคักด้วยแสงสีของถนนที่มีร้านค้าและร้านอาหารตั้งเป็นแถวเรียงราย และน่าจะเป็นที่เดียวในโอซาก้าที่เราจะฟีลได้ถึงความเก๋าของย่านนี้ ที่ให้อารมณ์ความคลาสสิกของโอซาก้าเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนที่ยังคุกกรุ่นอยู่จนถึงปัจจุบัน

ส่วนใครที่มาแล้ว ที่ชินเซไก (Shinsekai) เค้ามีอาหารชื่อดังท้องถิ่นโอซาก้า ‘คุชิคัทสึ (Kushikatsu)’ ที่ดังมาก และหลายคนต้องมากินที่นี่ มันคือพวกเนื้อสัตว์ หรือผักต่างๆ มาเสียบไม้และชุบแป้งทอด แล้วเอามาจิ้มกับน้ำจิ้มของ คุชิคัทสึ (Kushikatsu) โดยเฉพาะ ซึ่งถ้าใครที่ชอบกินของทอด หรือพวกเทมปุระนี่ต้องชอบแน่นอน โดยร้านที่ก๊อตได้ลองกินคือร้าน Kushikatsu Daruma Tsutenkaku ที่เค้าบอกว่าเป็นตำนานมาก เปิดมากว่า 100 ปีแน่ะ ซึ่งร้านเค้านั้นจะตั้งอยู่ด้านหลังหอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku Tower) นั่นเอง

ตัวก๊อตเองเลือกสั่งมาลองกินเยอะมากเหมือนกันแหละ ทั้งเนื้อทั้งผัก โดยมีเป็นเซตตั้งแต่ 1,000-2,000 เยน  แรกๆ กินก็โอเคคค กรอบอร่อย แต่พอกินไปเยอะ คอจะแห้งและร้อนเบาๆในลำคอ เพราะมันเป็นของทอดล้วนไง ส่วนตัวคิดว่าอร่อยดี แต่ถ้ากินเยอะก็ไม่ไหว เพราะจะเจ็บคอเอาง่ายๆ ซึ่งถ้าใครชอบกินของทอดหรือพวกเทมปุระ นี่ก็ลองจัดได้เลย น่าจะชอบกันเด้อ 55555

กิจกรรมยอดฮิตอื่นๆในโอซาก้า (Osaka)

นอกจากรีวิวเที่ยวโอซาก้าอันนี้ที่สามารถตามรอยเที่ยวได้แบบเก๋ไก๋แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นอีกเยอะแยะให้เราเที่ยวเนอะ ถ้าให้ง่ายก็ลองดูกิจกรรมยอดฮิตในโอซาก้าด้านล่างนี้กันได้เล้ย คัดมาแล้วให้แล้วแบบจุกๆจ้า

Klook.com

ที่พักในโอซาก้า

ต้องบอกก่อนว่า ก๊อตไปเที่ยวโอซาก้าหลายรอบมากในช่วงปีที่ผ่านมา ก็เลยได้มีโอกาสได้พักที่พักและโรงแรมเยอะอยู่ นี่ก็เลยจับมารีวิวหมดเลยเด้อ 5555555 😂

มีตั้งแต่โรงแรมยัน Airbnb โดยย่านที่พักส่วนมากที่ก๊อตเลือกนั้นจะอยู่แถว เทนโนจิ (Tennoji) ที่เต็มไปด้วยห้าง เดินทางสะดวก นอกจากนี้ยังมี ย่านชิน-อิมามิยะ (Shin-Imamiya) ที่นั่งรถไฟนันไค (Nankai) เพื่อไปสนามบินและเมืองนาราได้ง่าย รวมถึงย่านชิน-โอซาก้า (Shin-Osaka) ที่เหมาะกับคนที่กำลังจะนั่งรถไฟชินคันเซ็นไปเมืองอื่นนั่นเอง ชอบที่พักและย่านไหน เลือกกันเอาตามสบายเลย ส่วนอันที่ก๊อตรีวิวข้างล่างนี้คืออันที่ไปพักมาจริงเรียบร้อยแล้วเด้อ

นอกจากย่านที่กล่าวไปนั้น ยังมีย่านอื่นอีกที่คนชอบพักกันมากคือ ย่านนัมบะ (Namba) ที่สะดวกสุดและอยู่กลางเมืองโอซก้า ล้อมรอบด้วยแหล่งช้อปปิ้ง ของกิน และสถานีรถไฟที่สะดวกสุด แต่ย่านนี้ก็อาจจะแพงหน่อย หากใครได้ราคาดีๆ และอยากอยู่ท่ามกลางความครึกครื้น แนะนำให้จองที่พักแถวๆนี่เลย



Booking.com

Miyako City Osaka Tennoji

Miyako City Osaka Tennoji คือโรงแรมในเครือมิยาโกะที่ค่อนข้างเก๋าในย่านเทนโนจิ (Tennoji) โดยในเรื่องทำเลนี่โคตรเทพ เพราะโรงแรมเค้าอยู่เกือบติดสี่แยกเทนโนจิที่เต็มไปด้วยห้างรอบทิศทางเลย ช้อปปิ้งสนุกลืมมาก แถมด้านหน้าโรงแรมยังมีมินิมาร์ท (จำแบรนด์ไม่ได้) ตั้งอยู่ด้วย คือไม่อดตายแน่นอนเว้ย และที่เก๋กู๊ดของเค้าคือ หากเราเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน เราสามารถขึ้นลิฟท์มาโรงแรมจากชั้นใต้ดินที่ติดกับสถานีรถไฟได้เลย อันนี้ดีมาก ไม่ต้องเสียเวลาเดินกันเลยแหละ 5555555

ห้องนอนที่ก๊อตเคยพักนั้นเป็นแบบห้องนอนคนเดียว ขนาดเล็กตามมาตรฐานญี่ปุ่นแหละ ด้วยความที่โรงแรมเค้าอยู่มาก็นาน มันเลยอาจจะไม่ได้ดูโมเดิร์นเก๋ไก๋ แต่นี่รับรองว่านอนสบายหายห่วง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเว้ย อีกทั้งอาหารเช้าของโรงแรมที่นี่ยังวิวสวย เพราะเค้าตั้งอยู่ชั้นบนสุดของตึก สามารถมองเห็นวิวโอซาก้าได้รอบทิศทาง ส่วนตัวก๊อตเลยคิดว่า Miyako City Osaka Tennoji เป็นอีกโรงแรมที่ดีจริงๆ โดยเฉพาะทำเลนี่แหละ

มิยาโกะ ซิตี้ โอซาก้า เทนโนจิ (Miyako City Osaka Tennoji)

ราคาห้องพักเริ่มต้น 1,3o0 บาท/คืน ดูเรทและจอง มิยาโกะ ซิตี้ โอซาก้า เทนโนจิ (Miyako City Osaka Tennoji) สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย

<strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Agoda</b> ดูเรทและจองผ่าน Agoda <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Booking</b> ดูเรทและจองผ่าน Booking <strong>ดูเรทและจองผ่าน</strong><b> Expedia</b> ดูเรทและจองผ่าน Expedia <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Trip</b> ดูเรทและจองผ่าน Trip <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Hotels</b> ดูเรทและจองผ่าน Hotels

FP HOTELS South-Namba

อีกย่านที่เดินทางสะดวก นี่ขอยกให้กับย่านที่อยู่รอบๆ สถานีรถไฟชิน-อิมามิยะ (Shin-Imamiya) เลยแหละ เพราะสถานีคือสถานีใหญ่ที่มีสายรถไฟวิ่งผ่าน ไม่ว่าจะเป็นสายนันไค (Nankai) ที่เราสามารถเดินทางไปสนามบินคันไซได้ง่ายสุด หรือแม้แต่จะไปเที่ยวนารานี่ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีรถไฟสาย JR และยังมีรถไฟใต้ดินใกล้ๆอย่าง สถานีโดบุทสึเอ็น-มาเอะ (Dobutsuen-Mae Station) อีกด้วย เป็นอีกย่านที่เดินทางง่ายนั่นเอง

เท่าที่รู้มา คนญี่ปุ่นเองไม่ค่อยชอบ ย่านชิน-อิมามิยะ (Shin-Imamiya) เท่าไหร่ เพราะเค้าบอกว่าเป็นย่านชุมชนที่ดูอันตราย (อันนี้บอกไว้ก่อน) จากเหตุผลนี้ทำให้ที่พักย่านนี้ราคาค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับย่านอื่น แถมการเดินทางก็สะดวกอีก นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เลยนิยมพักแถวนี้กันเยอะ ซึ่งส่วนตัวที่ก๊อตไปพักจริงๆมานั้น รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกน่ากลัวอะไรเด้อ

ส่วน FP HOTELS South-Namba นั้น จะตั้งอยู่ใกล้กับ สถานีรถไฟชิน-อิมามิยะ (Shin-Imamiya) และ สถานีโดบุทสึเอ็น-มาเอะ (Dobutsuen-Mae Station) เลย เดินทางโคตรสะดวก โรงแรมเป็นโรงแรมใหม่ที่ดูดีและโมเดิร์นเลยทีเดียว คือนอนดี อยู่สบาย ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยแหละ ฮ่าๆ

ที่ชอบคือห้องน้ำที่แยกเป็นสัดส่วนมาก และกว้างกว่าห้องน้ำโรงแรมญี่ปุ่นทั่วไป เพราะเค้าแยกออกเป็นสามห้องเลย ตั้งแต่ห้องส้วม ห้องอาบน้ำ และห้องตรงกลางสำหรับอ่างล่างหน้านั่นเอง อันนี้ดีจริง ยกนิ้วให้

โรงแรมเอฟพี เซาท์-นัมบะ (FP HOTELS South-Namba)

ราคาห้องพักเริ่มต้น 1,3o0 บาท/คืน ดูเรทและจอง โรงแรมเอฟพี เซาท์-นัมบะ (FP HOTELS South-Namba) สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย

<strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Agoda</b> ดูเรทและจองผ่าน Agoda <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Booking</b> ดูเรทและจองผ่าน Booking <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Expedia</b> ดูเรทและจองผ่าน Expedia <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Trip</b> ดูเรทและจองผ่าน Trip <strong>ดูเรทและจองผ่าน </strong><b>Hotels</b> ดูเรทและจองผ่าน Hotels

Airbnb: ย่าน Shin-Osaka

มาต่อที่ Airbnb กันบ้าง ซึ่งที่พักจาก Airbnb อันนี้จะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟชิน-โอซาก้า (Shin-Osaka) เหมาะกับคนที่ต้องการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นโดยรถไฟ JR ชินคันเซนนั่นเอง ตัวห้องที่พักเค้าจะอยู่ในตึกอพาร์ทเมนต์ ตกแต่งด้วยฟีลลิ่งญี่ปุ่นโฮมมี่ๆ มีครบทั้งแอร์ ตู้เย็น ตู้ซักผ้า ห้องครัวเล็กๆ รวมถึงยังมีที่ตากผ้าอีกด้วย อันนี้คือดีและครบเวอร์ ข้อเสียนิดหน่อยของที่นี่คือ มันจะมีเสียงรถไฟวิ่งบ่อยๆ เพราะมันอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟมากนั่นเอง ยังดีที่ตอนกลางคืนคือเงียบสงบไม่มีเสียง เพราะรอบรถไฟเค้าหมดแล้วนั่นเอง ถือว่ายังโอเคมากๆ เลย

ส่วนตัวก๊อตค่อนข้างชอบที่นี่เลยนะ นอนสบาย นอนได้มากถึงสามคน (แต่ก๊อตนอนกันแค่สองคน) ถือว่าเป็นอีกที่พักนึงที่อยากแนะนำ เพราะเราสามารถหาของกินได้ที่สถานีรถไฟเลย ร้านอาหารโคตรเยอะ แถมใกล้ๆที่พัก ยังมีแฟมิลี่มาร์ทที่เราสามารถเดินไปซื้อของกินได้ง่ายอีก จัดว่าดีย์

ดูเรทและจองโรงแรม Airbnb: ย่าน Shin-Osaka

ราคาห้องพักเริ่มต้น 2,000 บาท/คืน ดูเรทและจอง Airbnb: ย่าน Shin-Osaka 

<strong>ดูเรทและจองผ่าน Airbnb</strong> ดูเรทและจองผ่าน Airbnb <strong>ส่วนลด Airbnb 1,200 บาท เมื่อจองครั้งแรก</strong> ส่วนลด Airbnb 1,200 บาท เมื่อจองครั้งแรก

Airbnb: Grand House Became ♯301 ย่าน Nishinari-ku

ที่พักสุดท้ายที่ก๊อตเคยได้ไปพักคือ Airbnb: ย่าน Nishinari-ku ที่เค้าทำเป็นห้องขนาดใหญ่เหมาทั้งชั้นของบ้านสามชั้นนั่นเอง ทำเลของที่พัก Airbnb อันนี้ จะหลบเข้ามาในชุมชนย่านนิชินาริคุ เข้ามาซักหน่อย โดยเราสามารถเดินออกไปสถานีรถไฟได้ง่าย เพราะมันอยู่กึ่งกลางระหว่างสถานีรถไฟใต้ดินโดบุทสึเอ็น-มาเอะ (Dobutsuen-Mae Station) และ สถานีเทนโนจิ (Tennoji) นั่นเอง เรื่องทำเลไม่ได้โดดเด่น แถมอยู่ในที่ชุมชน (ไม่น่ากลัวนะ) แต่แลกับการได้อยู่ในห้องขนาดใหญ่ที่มันโอเคเหมือนกันนะ

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง ถือว่าโคตรดี มีโต๊ะกินข้าว เตียงนอนขนาดใหญ่สองเตียง มีห้องครัวเล็กๆ ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นด้วย เสียอย่างเดียวที่ห้องนี้มันอยู่ชั้นสาม ใครที่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่หนักๆนี่ จะต้องออกแรงขนกระเป๋ากันเหนื่อยหน่อย สรุป เอาเป็นว่าใครที่ชอบความเป็นแบบจริงๆแบบนี้ อาจจะลองเลือกมาพักที่นี่ก็ได้เด้อ

ดูเรทและจองโรงแรม Grand House Became ♯301 – Airbnb

ราคาห้องพักเริ่มต้น 2,000 บาท/คืน ดูเรทและจอง Grand House Became ♯301 – Airbnb

<strong>ดูเรทและจองผ่าน Airbnb</strong> ดูเรทและจองผ่าน Airbnb <strong>ส่วนลด Airbnb 1,200 บาท เมื่อจองครั้งแรก</strong> ส่วนลด Airbnb 1,200 บาท เมื่อจองครั้งแรก

อ่านรีวิวเมืองนี้จบแล้ว
อ่านรีวิวเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อกันเลย 🤗

ญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่กี่ประเทศที่นี่รู้สึกว่า ไปกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ ไปแล้วไปอีกได้ตลอด และยังประเทศที่ตัวเองตั้งมิชชั่นว่า อยากจะเก็บให้หมดทั่วประเทศ ฮ่าา เอาเป็นว่า HASHCORNER นี่ก็มีรีวิวญี่ปุ่นให้อ่านและตามรอยเยอะพอสมควร ทั้งหมดนับแล้วประมาณ 18 เมือง เยอะโคตร ใครที่มีแพลนไปเมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีชื่อเมืองตามลิสด้านล่าง สามารถคลิกลิงค์อ่านต่อได้เล้ย

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคันไซ (Kansai Region)

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka)
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto)
4. รีวิว นารา (Nara)
5. รีวิว โกเบ (Kobe) // กำลังเขียน
6. รีวิว ฮิเมจิ (Himeji)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูบุ (Chubu Region)

7. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
8. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
9. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคิวชู (Kyushu Region)

10. รีวิว ฟุกุโอกะ-ดาไซฟุ (Fukuoka-Dazaifu)
11. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
12. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
13. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
14. รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
15. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)
16. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido Region)

17. รีวิว ซัปโปโร (Sapporo)
18. รีวิว โอตารุ (Otaru)
19. รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei)
20. รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro)
21. รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku Region)

22. รีวิว ฮิโรชิม่า (Hiroshima) // กำลังเขียน
23. รีวิว โอกายาม่า (Okayama) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

แนะนำโรงแรม / อื่นๆ

24. แนะนำโรงแรมในโตเกียว (Tokyo)
25. เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ JR PASS

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook ปี 2020

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก หรือถ้าใครอยากช้อปปิ้งออนไลน์ นี่ก็รวมมาให้ทั้ง Lazada และ Shopee เล้ย

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank, UOB และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย)ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) | ส่วนลด LAZADA (ลาซาด้า) | ส่วนลด Shopee (ช้อปปี้) | ส่วนลดร้านหนังสือออนไลน์ (Se-ed, ร้านนายอินทร์, Kinokuniya และ Asiabooks)

ส่วนลด agoda ส่วนลด expedia ส่วนลด bookingส่วนลด klook ส่วนลด airbnb ส่วนลด hotelsส่วนลด lazada ส่วนลด shopee ส่วนลดร้านหนังสือ Se-ed ร้านนายอินทร์ Asiabooks Kinokuniya

  • 3.6K
  •  
  •  
  •  
  •  
    3.6K
    Shares

 ติดตาม Hashcorner  ผ่าน Facebook Page
หรือเข้ากรุ๊ป เที่ยวต่างประเทศ คลิกด้านล่างได้เลย 💙

สำหรับใครที่อยากติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของก๊อตผ่าน Facebook Page ล่ะก็ สามารถเข้าไปกดติดตาม Hashcorner Facebook Page ได้เลย หรือถ้าอยากจอยกรุ๊ปสำหรับคนชอบเที่ยวต่างประเทศล่ะก็ แนะนำเข้ากรุ๊ป "เที่ยวต่างประเทศ Hashcorner" ได้ด้วย ในกรุ๊ปนั้นจะมีคนที่ชอบเที่ยวต่างประเทศเหมือนๆ กัน เข้ามาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการเที่ยวของแต่ละคนนั้นเองเนอะ

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2020 2563

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

1 COMMENT
  • FANTA มกราคม 18, 2020

    เรารอเกียวโต

POST A COMMENT