HashCorner

รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho) x คิวชู ญี่ปุ่นสไตล์เที่ยวเก่ง

หุบเขาคาชิโฮ (Takachiho Gorge) หุบเขาลึกลับหนึ่งบนเกาะคิวชูที่สวยอิ๊บอ๋าย แนวหุบเขาเค้าก็ดูเหมือนเป็นคอลัมๆ ที่เกิดจากก่อร่างสร้างตัวของหินภูเขาไฟเป็นพันๆปีจากการระเบิดของภูเขาไฟอะโสะ ซึ่งตอนแรกคิดว่ามนุษย์สร้าง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย แนะนำ .. ถ้าเรามาเที่ยวเกาะคิวชู บอกเลยว่าห้ามพลาดหุบเขาทาคาชิโฮเด็ดขาด ถึงแม้มันจะมายากหน่อย แต่เราก็สามารถเที่ยวแบบทัวร์ได้เด้อ ดีงามแต๊ๆ 5555

ภาพรวมแพลนทริปเที่ยวเกาะคิวชูตอนเหนือ

สำหรับทริปเที่ยวเกาะคิวชูครั้งนี้ คือผมเที่ยวทั้งหมด 8 วัน โดยมีเมืองและสถานที่หลักๆ เลยคือ ฟุกุโอกะ (Fukuoka) นางาซากิ (Nagasaki) ยุฟุอิน (Yufuin) คุมาโมโตะ (Kumamoto) และมีอีกสองที่อยู่ใกล้ๆ คุมาโมโตะ คือ ทาคาชิโฮ (Takachiho) และ ภูเขาอะโสะ (Mount Aso) ซึ่งดีมากกกก และแน่นอนว่าผมทำแพลนมาให้เหมือนเดิมที่เคยทำตอนรีวิวทริปฮอกไกโดเน้อ ไปตามรอยกันได้เลย 😚

อ่านภาพรวมทริปเกาะคิวชูตอนเหนือทั้งหมด ที่นี่
ทุกเรื่องเกี่ยวกับ JR Kyushu Pass, การเช่ารถ และทริคการจองโรงแรมให้ถูกในญี่ปุ่น

รวมรีวิวเที่ยวคิวชูทุกตอนจาก Hashcorner

1. รีวิว ฟุกุโอกะ (Fukuoka) + ดาไซฟุ (Dazaifu)
2. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
3. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
4. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
5.
รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
6. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)

ทัวร์ทาคาชิโฮ (Takachiho)

สำหรับวันที่สองในการเที่ยวเมืองคุมาโมะโตะ เราจะเล่นง่ายหน่อยด้วยการซื้อทัวร์ไปเที่ยว ทาคาชิโฮ (Takachiho) แบบหนึ่งวันจากเว็บ KLOOK โดยเราสามารถซื้อโดยจองวันที่ว่าง และกรอกรายละเอียดทั้งหมดผ่านเว็บ KLOOK ได้ง่ายๆ ซื้อเสร็จให้เรารอคอนเฟิร์มจากทัวร์และเว็บ KLOOK แค่นั้น จากนั้นเตรียมตัวรอไปเที่ยวได้เลย โอ้ยยยย ง่ายยยยย! 5555555

ดูและซื้อทัวร์ทาคาชิโฮ (Takachiho) แบบ 1 วัน ในเว็บ KLOOK ที่นี่
www.klook.com/th/activity/992-takachiho-gorge-day-tour-kumamoto/

จุดที่ไกด์นัดเจอเราตอนเช้าคือที่ สถานีรถไฟ JR Higo-Ozu ตอน 8.51 น. ซึ่งเค้าจะบอกเป๊ะๆเลยว่าแกรควรขึ้นรถไฟเวลา 8.11 น. มานะ จะได้ทันเวลาพอดีที่นัดเจอกันงี้ ซึ่งเวลาเดินทางจากตัวเมืองคุมาโมะโตะจนถึงสถานี JR Higo-Ozu ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ซึ่งไกลเหมือนกันโว้ว วันนั้นแทบจะเป็นที่ตื่นเช้าที่สุดในทริป เพราะปกติเป็นคนออกเที่ยวสายหน่อยๆอ๊า 😭

พอเจอไกด์ปุ๊ป เป็นไกด์ฝรั่งชื่อ เฮเลน จ้า ตอนแรกงงเล็กน้อย แต่เค้าพูดญี่ปุ่นปร๋อเพราะแต่งงานกับคนญี่ปุ่นและอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี + พูดภาษาอังกฤษไหลปรี๊ด เพราะเฮเลนเป็นคนบริทติช สำเนียงอังกฤษฟังง่ายมาก ง่ายกว่าคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษอีก บอกตรงๆ อันนี้ชอบบ ฟังง่าย ฟังรู้เรื่อง และนางน่ารักมาก 555555 ❤

สรุปทัวร์วันนี้ คือ มีผมกับแฟน แล้วก็อีกครอบครัวหนึ่งที่มากันประมาณ 6 คน รวมทั้งหมด 8 คน โดยมีรถตู้หนึ่งคืนที่มีเฮเลน เป็นคนขับและเป็นไกด์เองแบบ all-in-one เนี่ยแหละ ฮ่าๆ เราชอบฟีลนี้อ่ะ เฮเลนทำเองพาเที่ยวเอง

หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge)

ที่แรกที่เราจะไปก็เป็นไฮไลท์ของทัวร์วันนี้นี่แหละจ๊าา นั่นคือ หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge) โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่วันนี้สภาพอากาศย่ำแย่ ฝนตกทั้งวัน นี่ก็ไม่ได้ดูพยากรณ์อากาศมาไง ด้วยความเคยชินที่เมืองไทยแม่งร้อนแดดจ้าทุกวัน ก็เลยไม่ร่ม ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ก็เปียกไปสิจ๊า .. ดีหน่อยที่กิจกรรมแรกที่เฮเลนจะให้พวกเรา คือ การพายเรือเล่นในหุบเขาทาคาชิโฮ ซึ่งเค้าก็มีเสื้อกันฝนขาย กันเปียกไปได้เปราะหนึ่ง ฮือ

ช่วงที่พีคที่สุดของการมาเที่ยว หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge) คือฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้ของที่นี่จะกลายเป็นส้มหมดเลย เคยเห็นรูปคือสวยโคตรรร ส่วนผมเองนี่มาผิดช่วงนะจ๊ะ 555555

พายเรือที่หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge)

ราคาพายเรือที่หุบเขาทาคาชิโฮ (Takachiho Gorge) 30 นาทีอยู่ที่ 2,000 เยน (ประมาณ​ 600 บาท) ต่อเรือหนึ่งลำ ซึ่งนั่งได้สูงสุด 3 คน // ราคานี้ไม่รวมอยู่ในทัวร์นะแจ๊ะ

นี่ก็ลงไปพายเรือพร้อมสายฝนโปรยปรายกับวิวที่แม่ง … เออ สวยว่ะ ยอม ซึ่งวิวที่เราเห็นด้านล่างจากมุมที่เราพายเรืออยู่ คือหุบเขามันใหญ่โต ตอนแรกที่เห็นนึกว่ามนุษย์สร้าง แต่จริงๆมันไม่ใช่เลย มันคือธรรมชาติสร้างขึ้นเองนี่แหละ

น้ำเป็นสีฟ้าเขียว แถมมีเป็ดว่ายไปมาแบบกรุ๊งกริ๊ง มีน้ำตกสาดลงแบบแรงๆอยู่อันนึง บอกเลยว่าบรรยากาศมันดีมาก ตอนแรก .. พายเรือมันอาจจะยากหน่อยๆ แต่พอพายไปเรื่อยๆ เราจะรู้เองว่ามันพายยังไง ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวพายไม่เป็น และไม่ต้องกลัวตกน้ำ เพราะเค้าบังคับใส่เสื้อชูชีพครับโผมม

เดินเล่นทาคาชิโฮ (Takachiho Walk)

หลังจากที่พายเรือเสร็จ เราจะมาเดินเล่นดูวิวทาคาชิโฮตามทางเดินกันบ้าง ซึ่งตรงนี้เราจะสามารถมองเห็นหุบเขาที่มีแม่น้ำที่เราพายเรืออยู่ด้านล่างเมื่อกี้ (ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครพายเรืออยู่เลย เพราะฝนตก 5555555) รวมถึงเห็นแนวหุบเขาดูเหมือนเป็นคอลัมๆ ที่เกิดจากก่อร่างสร้างตัวของหินภูเขาไฟเป็นพันๆปีจากการระเบิดของภูเขาไฟอะโสะตรงนี้ ซึ่งเค้าบอกว่าบางทีที่ดูแนวหุบเขานี้มันมีฟีลเหมือนลำตัวมังกรที่พาดเลียบทางแม่น้ำด้วยแหละ (จริงหรอฟ่ะ)

ทางเดินนี้ เราสามารถเดินไปเรื่อยๆจนถึง ศาลเจ้าทาคาชิโฮ (Takachiho Shrine) ได้เลยในระยะไม่กี่กิโล ส่วนเราไม่เดินหรอก เฮเลนบอกให้กลับไปที่รถ เดี๋ยวเราค่อยขับรถไปกัน 55555

ศาลเจ้าทาคาชิโฮ (Takachiho Shrine)

หลังจากเที่ยวธรรมชาติเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะไปตามรอยตำนานเทพเจ้าของศาสนาชินโตกันบ้าง โดยเมืองทาคาชิโฮ (Takachiho) เนี่ยเป็นเมืองชื่อดังเมืองหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีตำนานของเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาชินโตเกิดขึ้นที่นี่ ซึ่งถ้าได้แวะเวียนผ่านมายังเมืองทาคาชิโฮ แนะนำว่าต้องมาเยือนที่นี่ด้วย ถึงแม้ตัวศาลเจ้าจะไม่ได้เว่อวังอลังการ แต่ที่นี่เราจะฟีลถึงพลังความขลังของศาลเจ้ามาก  // เอาจริง ถ้ามาเที่ยวเองก็ไม่รู้ว่ามันมีเรื่องราวแบบนี้ ฮ่าๆ การมาเที่ยวแล้วมีไกด์มันก็จะมีข้อดีแบบนี้แหละ

ศาลเจ้าทาคาจิโฮะ (Takachiho Shrine) ถือเป็นศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีอายุมากกว่า 1,800 ปี หากอยากรู้ว่าศาลเจ้าที่ไหนสำคัญและเป็นที่นับถือ ให้เราสังเกตความใหญ่ของเสาประตูศาลเจ้า ยิ่งใหญ่ ยิ่งสำคัญนาจา // เฮเลนบอก 5555

เฮเลนยังบอกด้วยว่า ถ้าสังเกตศาลเจ้าอื่นๆ คือเราจะไม่เห็นหน้าตาของเทพเจ้าที่ประจำอยู่ที่ศาลเจ้านั้นๆ แต่ที่ศาลเจ้าทาคาจิโฮะ (Takachiho Shrine) เราสามารถเห็นหน้าตาเทพได้ตรงด้านหลังที่กำลังสับอสูรร้ายที่ทำให้เมืองทาคาจิโฮะถูกต้องคำสาป ปลูกข้าวไม่ขึ้น ทำอะไรก็ไม่ขึ้น ดังนั้นการขอพรกับศาลเจ้าที่นี่ก็จะเน้นเรื่องเกี่ยวการขอผลผลิตทางเกษตรที่ดี ขอเรื่องโชคร้ายให้หมดไป รวมถึงเรื่องความรักด้วย

ถ้าใครมีแฟน แล้วอยากมาขอเรื่องความรักให้รักกันนานๆ หรือจะได้แต่งงานกัน แนะนำให้เรามากับแฟนคนนั้น ขอพร .. แล้วจับมือเดินรอบต้นสนคู่หนึ่งที่มีที่มีรากพันกันเสมือนเป็นต้นไม้คู่รักแบบสามี-ภรรยา จำนวน 3 รอบ แล้วความปรารถถนาของคนทั้งสองก็จะเป็นจริง! เอ้า ลองดูวว ❤

นอกจากนี้ ด้านข้างของศาลเจ้ายังมีโรงละครที่ใช้แสดง โยคากุระ (Yokagura) ที่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวเทพเจ้า ด้วยนะ เค้าจะจัดการแสดงทุกวันตอน 2 ทุ่ม ใครที่มาเองแล้วมีเวลาช่วงนี้พอดี ก็ลองมาดูได้น้า

ศาลเจ้าอามาโนะ อิวาโตะ (Ama No Iwato Shrine)

และที่สุดท้ายที่เฮเลนพามาเที่ยวคือ ศาลเจ้าอะมะโนะ อิวาโตะ (Ama No Iwato Shrine) ที่มีไฮไลท์อยู่ตรง อะมะโนะ ยาสุกาวาระ (Ama no Yasukawara) ที่เราต้องเดินออกด้านนอกไปตามทางประมาณ 10 นาที ที่นี่คือสถานที่ที่เกิดตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับเทพอะมะเทระซึ (Amaterasu) หรือเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่นด้วย

เรื่องมันมีอยู่ว่า เทพอะมะเทระซึ (Amaterasu) เทพแห่งดวงอาทิตย์เสียใจที่น้องชาย (เทพซูซาโนโอะ) อิจฉา และปั่นป่วนด้วยความโหดร้าย ทารุณ เทพีอะมะเทระซึ จึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในถ้ำที่มืดมิดกลางภูเขาแห่งหนึ่ง (ซึ่งเค้าบอกว่าอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน) จากนั้นนางปิดตายทางเข้าไม่ให้คนอื่นเข้าไป ทีนี้ทั้งจักรวาลเลยมืดสนิท ทุกอย่างแข็งเป็นน้ำแข็ง พืชพันธุ์ก็ตายท่ามกลางความมืดที่ไม่มีวันสิ้นสุด ผู้คนหิวโหยเพราะขาดข้าวปลาอาหารและเริ่มเจ็บป่วย ปีศาจออกอาละวาดและสวรรค์ก็เกิดความโกลาหล

ทีนี้เทพทั้งหลายก็ต้องไปง้อนางออกมาจากถ้ำเพื่อให้จักรวาลกลับมาสู่ปกติ แต่นางไม่ออกมา เทพทั้งหลายเลยออกอุบายโดยตั้งกระจกไว้หน้าถ้ำและทำเหมือนมีการเฉลิมฉลองอยู่ด้านนอก ส่งเสียงดังโหวกเหวกให้นางได้ยินและเอะใจว่ามีไรเกิดขึ้นข้างนอก ทีนี้นางก็เลยเปิดถ้ำออกมา เจอกระจกที่เห็นตัวเอง ด้วยความนางเป็นเทพพระอาทิตย์ เปร่งแสงได้ นางเลยตาพล่าจากแสงตัวเอง เทพคนอื่นๆเลยรีบเข้าจับตัวให้ไม่สามารถเข้าไปถ้ำได้อีก .. จากนั้นจักรวาลเลยกลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง และนางก็หายเศร้าจากการที่เทพทุกคนมาขอคืนดีและเฉลิมฉลองนั่นแล

หลังจากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานตรงนี้ มั่นใจว่าเราจะอินมากขึ้น โดยตัวถ้ำที่เกิดตำนานนี้จะอยู่ตรงข้าม ศาลเจ้าอะมะโนะ อิวาโตะ (Ama No Iwato Shrine) ที่มีแม่น้ำกั้นอยู่ คือเราไม่สามารถเดินหรือปีนเขาไปดูตรงนั้นได้ แต่เราสามารถไปยังจุดที่เหล่าทวยเทพชุมนุมหาอุบายให้เทพอะมะเทระซึ (Amaterasu) ออกมาจากถ้ำ ซึ่งจุดนั้นมีชื่อว่า อะมะโนะ ยาสุกาวาระ (Ama no Yasukawara) ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ที่อยากให้มาเด้อ โดยเราจะต้องเดินเลียบแม่น้ำไปหน่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีแค่นั้นเอง

ก่อนเราเดินไปยัง อะมะโนะ ยาสุกาวาระ (Ama no Yasukawara) แนะนำให้หาหินเล็กๆแล้วถือไปด้วย เพราะตรงนั้นจะมีศาลเจ้าเล็กๆที่มีกองหินที่ต่างคนต่างถือหินมาวางกัน โดยเค้าเชื่อว่าสิ่งที่อยากรู้จะได้รับคำตอบ

เฮเลนยังบอกอีกว่า ตรงนี้เป็นจุดที่พลังงานนะ และมีอยู่ครั้งนึงที่แม่น้ำน้ำหลากแล้วพัดพากองหินนี้หายไปหมด แต่ในเวลาไม่นาน ก็มีคนจำนวนมากมายต่างทยอยกันมาตั้งกองหินหน้าปากถ้ำตรงนี้ นี่เลยแสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าคนญี่ปุ่นเค้าเชื่อและนับถือสถานที่แห่งนี้กันค่อนข้างมากเลยทีเดียว

เสร็จจากที่นี้ เฮเลนก็พาไปยังร้านขายของที่ระลึกและพาเราส่งกลับที่เดิมคือสถานีรถไฟ JR Higo-Ozu ช่วงเวลาประมาณ 6 โมง สรุป ผมว่าทัวร์นี้ดี คือเฮเลนน่ารักมาก เป็นฝรั่งที่เป็นกันเองสุด แถมยังรู้เรื่องเกี่ยวญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเค้ามาอยู่นี่ก็หลายสิบปี ถือเป็นบ้านหลังที่สองจากบ้านเกิดของเฮเลนเลย เอ้า เชียร์ให้จอง .. แตถ้าอยากเที่ยวเอง จะตามรอยแบบนี้ก็ได้ แต่เราจะต้องเช่ารถแค่นั้นเน้อ ไม่ได้ยากเกินความสามารถแน่นอน 😄

อ่านรีวิวเมืองนี้จบแล้ว
อ่านรีวิวเมืองอื่นในญี่ปุ่นต่อกันเลย 🤗

ญี่ปุ่นเป็นประเทศไม่กี่ประเทศที่นี่รู้สึกว่า ไปกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ ไปแล้วไปอีกได้ตลอด และยังประเทศที่ตัวเองตั้งมิชชั่นว่า อยากจะเก็บให้หมดทั่วประเทศ ฮ่าา เอาเป็นว่า HASHCORNER นี่ก็มีรีวิวญี่ปุ่นให้อ่านและตามรอยเยอะพอสมควร ทั้งหมดนับแล้วประมาณ 18 เมือง เยอะโคตร ใครที่มีแพลนไปเมืองไหนในญี่ปุ่นที่มีชื่อเมืองตามลิสด้านล่าง สามารถคลิกลิงค์อ่านต่อได้เล้ย

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคันไซ (Kansai Region)

1. รีวิว โอซาก้า (Osaka) // กำลังเขียน
2. รีวิว Universal Studios Japan (USJ)
3. รีวิว เกียวโต (Kyoto) // กำลังเขียน
4. รีวิว นารา (Nara)
5. รีวิว โกเบ (Kobe) // กำลังเขียน
6. รีวิว ฮิเมจิ (Himeji) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูบุ (Chubu Region)

7. รีวิว คานาซาวะ (Kanazawa)
8. รีวิว ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
9. รีวิว ทาคายาม่า (Takayama)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคคิวชู (Kyushu Region)

10. รีวิว ฟุกุโอกะ-ดาไซฟุ (Fukuoka-Dazaifu)
11. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
12. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
13. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto)
14. รีวิว ภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso)
15. รีวิว ทาคาชิโฮ (Takachiho)
16. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido Region)

17. รีวิว ซัปโปโร (Sapporo)
18. รีวิว โอตารุ (Otaru)
19. รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei)
20. รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro)
21. รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

―――――――――――――――――――

รีวิว ญี่ปุ่น ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku Region)

22. รีวิว ฮิโรชิม่า (Hiroshima) // กำลังเขียน
23. รีวิว โอกายาม่า (Okayama) // กำลังเขียน

―――――――――――――――――――

แนะนำโรงแรม / อื่นๆ

24. แนะนำโรงแรมในโตเกียว (Tokyo)
25. เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ JR PASS

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

NO COMMENTS

POST A COMMENT