HashCorner

รีวิว ยูฟุอิน (Yufuin) : เที่ยวคิวชู สไตล์เที่ยวเก่ง กินเก่ง

 

ถ้าใครไม่เคยได้ยินชื่อเมือง ยูฟูอิน (Yufuin) ต้องบอกเลยว่าเมืองนี้แทบจะเป็นอีกเมืองที่ค่อนข้างมีชื่อในเกาะคิวชู โดยเฉพาะเรื่องออนเซ็นที่โด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น ซึ่งรีวิวนี้ก็ไม่ได้ไปแช่น้ำออนเซ็นที่ยูฟูอินแต่อย่างใด 555555 (แล้วจะเกริ่นแบบนี้เพื่ออออ ..?) แหม่ แม้ว่าเราจะไม่ได้มาแช่น้ำออนเซ็นที่นี่ แต่ ยูฟูอิน (Yufuin) ก็ยังเป็นที่เมืองที่น่ามาอยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องการกินและดูวิวทะเลสาบสวยๆ เอาเป็นว่า ผมจะกินเก่งขนาดไหน แล้ววิวมันสวยยังไง ตามมาอ่านกันเลยจ๊าา 😆

ภาพรวมแพลนทริปเที่ยวเกาะคิวชูตอนเหนือ

สำหรับทริปเที่ยวเกาะคิวชูครั้งนี้ คือผมเที่ยวทั้งหมด 8 วัน โดยมีเมืองและสถานที่หลักๆ เลยคือ ฟุกุโอกะ (Fukuoka) นางาซากิ (Nagasaki) ยูฟูอิน (Yufuin) คุมาโมโตะ (Kumamoto) และมีอีกสองที่อยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะที่ผมจะทำรีวิวแยกเลยคือ ทาคาจิโฮะ (Takachiho) และ ภูเขาอะโสะ (Mount Aso) เพราะเที่ยวเต็มๆแบบวันละที่เลย ซึ่งดีมากกกก และผมก็ทำแพลนมาให้เหมือนเดิมกับที่เคยทำตอนรีวิวทริปฮอกไกโดเน้อ ไปตามรอยกันได้เลย 😚

อ่านภาพรวมทริปเกาะคิวชูตอนเหนือทั้งหมด ที่นี่
ทุกเรื่องเกี่ยวกับ JR Kyushu Pass, การเช่ารถ และทริคการจองโรงแรมให้ถูกในญี่ปุ่น

รวมรีวิวเที่ยวคิวชูทุกตอนจาก Hashcorner

1. รีวิว ฟุกุโอกะ (Fukuoka) + ดาไซฟุ (Dazaifu)
2. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
3. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
4. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto) + อะโสะ (Aso) + ทาคาจิโฮะ (Takachiho)

วิธีการเดินทางไป ยูฟูอิน (Yufuin)

จริงๆ ปกติของการเดินทางจากฟุกุโอกะ หรือ ฮากาตะ (Hakata) ไปยูฟุอิน (Yufuin) ด้วยรถไฟ JR มันจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ แต่ตอนนี้คือทางรถไฟมันเสียจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 เค้าเลยต้องเปลี่ยนเส้นทางรถไฟแทบจะอ้อมโลกกันเลยทีเดียว รวมเวลาเดินทางทั้งหมดเกือบๆ 4 ชั่วโมงแหนะ 

 

คือเราต้องนั่งรถไฟขึ้นเหนือไปทางเมืองโคคุระ (Kokura) แล้วอ้อมลงมายังเมืองโออิตะ (Oita) จากนั้นต้องเปลี่ยนรถไฟไปขึ้นรถไฟท้องถิ่นเพื่อไปยูฟูอิน (Yufuin) อีก เท่ากับว่าตอนนี้ การนั่งรถไฟเที่ยวยูฟูอินแบบวันเดียวไป-กลับ เราจะนั่งรถไฟเกือบ 7 ชั่วโมง ซึ่งนี่ก็เตรียมใจไว้เลยแล้วกัน 5555555555 // ใครไม่ไหว ข้ามไปเถอะ แต่ถ้าอยากเที่ยวจริงก็มานอนค้างแทนแล้วกัน จะได้เที่ยวเบปปุ (Beppu) ด้วยเลย

 

รายละเอียด + ตารางรถไฟไปเมืองยูฟูอิน (Yufuin)
ตั้งแต่ 17 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2018 คลิกที่นี่

แล้วทางรถไฟปกติมันจะเสร็จเมื่อไหร่? เอาจริง .. นี่ก็ไม่รู้จ้า แต่ว่าทางบริษัท JR Kyushu เค้าออกตารางรถไฟแบบเลี่ยงเส้นทางเดิมมาแล้ว ซึ่งออกยาวจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ดังนั้น เราจะไปเมื่อไหร่ ให้เช็คตารางเวลารถไฟจากเว็บ JR Kyushu อีกที เผื่อเค้ามีการเปลี่ยนแปลง

 

เว็บไซต์ JR Kyushu : www.jrkyushu.co.jp/english/
ข้อมูลรถไฟ Yufuin no Mori : www.jrkyushu.co.jp/english/train/yufuin_no_mori.html

เริ่มเที่ยวเมืองยูฟูอิน (Yufuin)

ตัวผมเองนั้น ด้วยความตื่นสาย + ใช้เวลานั่งรถไฟอ้อมโลกที่ค่อนข้างนาน กว่าจะมาถึงยูฟูอินก็บ่าย 3 โมง แล้วขากลับนี่แพลนไว้ว่าจะนั่งรถไฟท่องเที่ยวที่เป็นดาวเด่นของเมืองยูฟูอิน Yufuin no Mori Limited Express ขากลับช่วง 5 โมง ทำให้ผมมีเวลาอยู่ที่ยูฟูอินแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น โหดสึสสสส โอ้ยย .. ใต้ความ 2 ชั่วโมงที่มีนี้ มาดูกันเลยว่านี่ได้ทำอะไรบ้าง 5555555

ถนนคนเดินเมืองยูฟูอิน (Yufuin Main Road)

เมื่อเราเดินออกมาจากสถานีรถไฟ JR Yufuin ภาพแรกที่ได้เห็นคือถนนยาวที่ทอดตรงไปข้างหน้า พร้อมกับภูเขาที่ตั้งโดดเด่นอยู่เป็นพื้นหลัง คิดในใจแบบ .. อั้ยยะ เฟิร์สอิมเพรสชั่นแรกก็ดีย์แล้ว แต่ก็ทำใจไว้แล้วล่ะว่าเรามีเวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่า เลยรีบเดินต่อเลยทันที

 

ระหว่างทางบางมุม เราจะได้เห็นวิวสวยๆ ของเมืองยูฟูอินด้วย เป็นคลองเล็กๆที่มีทุ่งหญ้าสวยๆ พร้อมฉากหลังที่มีภูเขาสูงสวยงาม อ๊าา ❤

 

ถนนคนเดินเมืองยูฟูอิน (Yufuin Main Road) มันก็คือถนนเส้นตรงทอดยาวจากสถานีรถไฟจนถึงแยกที่หัวมุมถนนที่มีร้าน B Speak ร้านโรลเค้กชื่อดังของเมืองยูฟูอินตั้งอยู่นั่นเอง ใครที่มีเวลาก็เดินชิลๆตามถนนสายนี้ไปได้เรื่อยๆ อยากแวะร้านไหน แวะได้เลย ไม่ว่าจะช็อปปิ้ง กินข้าว หรือกินของจุบจิบ ร้านมันเยอะแยะไปหมด ผมได้แต่เดินผ่านเพราะเวลามีไม่มาก โอย สงสารตัวเอง 5555555

B Speak คือร้านโรลเค้กประจำเมืองยูฟูอินที่ดังมาก มีมาเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งเค้าจะขายแบบโรลเล็ก 475 เยน และโรลใหญ่ 1,420 เยน ซึ่งตอนที่ผมไป ทางร้านจะไม่มีขายไซส์เล็กแล้วง่ะ คือเค้าจะเอาป้ายมาวางหน้าร้านเลยว่าหมด ไซส์ใหญ่ก็กินไม่ไหวเลยต้องจำใจเดินออกจากร้านจย๊าา … สรุปสุดท้ายตอนขากลับ ผมได้ไปกินบนรถไฟ Yufuin no Mori ซะั้น 55555 ไว้เดี๋ยวรีวิวให้ฟัง

 

หลังจากที่เราเดินออกมาจากร้าน B Speak แล้วให้เดินไปทางซอยเล็กๆซ้ายมือของเรา (หรือถ้าหันหน้าเข้าร้าน B Speak ซอยก็จะอยู่ทางด้านขวามือของเรานั่นเอง) ตรงนี้แหละจุดพีคของถนนคนเดินเมืองยูฟูอินของจริง เพราะร้านรวงเยอะมาก แถมคนก็เยอะมากเช่นกัน หลายๆร้านคือของหมดหรือไม่ก็มีคิวยาว ถ้าเราอยากกินอาจจะต้องรีบเบียดเสียดเข้าไปไขว่คว้ากันหน่อย 555555

 

ที่ยูฟูอิน (Yufuin) มีร้าน Totoro Ghibli House ที่ขายของเกือบทุกอย่างจากอนิเมะของ Ghibli Studio ด้วย ถ้าใครชอบ ที่นี่คือสวรรค์เลยโว้ว

หมู่บ้านดอกไม้ (Yufuin floral Village)

เมื่อเราเดินมาอีกหน่อย แนะนำให้เราเดินเข้ามายัง หมู่บ้านดอกไม้ (Yufuin floral Village) กันต่อ ในหมู่บ้านเค้าจะตกแต่งบ้านสไตล์ยุโรปที่ร้านค้าทุกหลังเป็นสีเหลืองและเต็มไปด้วยดอกไม้น่ารักแบบคิวท์ๆ ซึ่งบางทีเราอาจจะรู้สึกเหมือนเราอยู่ในโลกเวทมนตร์เลยแหละ โดยรวมคือสวยน่ารักเลยล่ะ

 

1 ในร้านที่คิวท์คือคาเฟ่แมว (ที่ราคาอาจจะแพงไปนิด) ซึ่งบังเอิญว่าตอนที่ผมเดินผ่าน แมวออกมานั่งริมหน้าต่างร้านพอดี นี่ก็เลยไปส่องหน้าร้านมา โอ้ยยย น่ารัก ใครชอบแมวก็ลองมาดู 5555555

 

นอกจากคาเฟ่แมว ที่นี่ยังมีสวนนกฮูกที่เราสามารถเข้าไปให้นกฮูกเกาะตัวเราได้ด้วย ส่วนราคาก็แรงอยู่ นี่ไม่อินเลยไม่ได้เข้าไป ได้แต่ซื้อของฝากแทน ของฝากที่เป็นลายนกฮูกเต็มเลยแกร๊ น่ารักมากด้วยแหละ

 

ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake)

สุดสายปลายทางของการเที่ยวยูฟูอิน เราจะมาจบกันที่ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake) ที่บอกเลยว่า วิวสวยชิบหายเลยโว้ย ทะเลสาบผืนใหญ่ที่มีบ้านที่เป็น Public Bath อยู่ตรงสุดปลายทะเลสาบ พร้อมวิวภูเขาที่มีต้นไม้เรียงรายเต็มเนินเขา เสียดายที่เราไม่ได้มาช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือที่บางคนพูดติดปากว่า ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งฉากหลังของเราจะเปลี่ยนจากต้นไม้สีเขียวเป็นสีแดงอร่ามไปทั่วรอบๆบริเวณทะเลสาบแห่งนี้เลยทีเดียว แต่ใครที่มาช่วงนี้แบบผม เอาเป็นว่าแค่นี้ก็สวยมากแล้วจริงๆแหละ แล้วที่ชอบคือในทะเลสาบมีห่านและปลาคาร์ฟว่ายน้ำกันแบบสบายใจเฉิบมาก คือมันน่ารักมากกกก ว่ายกันเป็นคู่ เป็นขบวนเลยล่ะ

 

เค้าบอกว่าถ้ามา ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake) แต่เช้าในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ทั้งทะเลสาบจะมีควันพุ่งออกมา เพราะใต้น้ำนั้นมีน้ำพุร้อนสองอันอยู่ด้วยล่ะ สวยงามไปอีกแบบ

หากเราเดินมาทางด้านขวาของทะเลสาบแล้วเดินอ้อมไปยังบ้านที่เป็น Public Bath ด้านหลัง เราจะเจอกับศาลเจ้าเล็กๆ ที่ค่อนข้างสงบไร้ผู้คน เพราะคนเค้าไม่ค่อยจะเดินมากันเท่าไหร่  ตรงนี้เองจะมีเก้าอี้ให้เรานั่งพักด้วย แนะนำให้เรามานั่งเอื่อยๆ ชิลๆดูวิวทิวทัศน์กัน เอาจริง แค่นี้ก็ฟินแล้วเว้ย 😇

 

 

เสร็จจากตรงนี้ ก็ครบเวลาสำหรับสองชั่วโมงของผมและ โอ้ย มันเร็วมาก นี่ก็รีบเดินกลับไปทางสถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟท่องเที่ยวที่ชื่อว่า Yufuin no Mori ที่เราต้องจองก่อนล่วงหน้าเท่านั้น ไม่สามารถขึ้นแบบวอร์คอินได้ มันจะเจ๋งขนาดไหนต้องดูเอา

รถไฟท่องเที่ยว Yufuin no Mori

สำหรับใครที่มาเที่ยวยูฟูอิน (Yufuin) แล้วอยากบียอนด์มากกว่าคนอื่น แนะนำว่าเราต้องมาหรือกลับด้วย รถไฟขบวนพิเศษยูฟูอินโนะ โมริ (Yufuin no Mori) ที่วิ่งตรงจากฮากาตะมายังที่นี่ โดยรถไฟขบวนนี้บอกเลยว่า สวยคลาสสิคและอลังการมาก คือมีความพิเศษที่รถไฟขบวนอื่นไม่มี อย่างเช่น ห้องเสบียงที่ขายขนมยี่ห้อดังของเมืองยูฟูอิน มีเลาจ์ส่วนกลางให้นั่ง รวมถึงมีแจกของที่ระลึกที่ให้เฉพาะคนที่นั่งรถไฟขบวนนี้ด้วยแหละ

 

แต่อย่างที่บอกว่าตอนนี้ เส้นทางรถไฟที่ตรงจากฮากาตะ ฟุกุโอกะนั้นพังอยู่ เส้นทางรถไฟมันเลยอ้อมโลกโดยใช้เวลาเดินทางจากเดิม 2 ชั่วโมง เป็น 4 ชั่วโมง ก็เลยต้องชั่งใจกันหน่อยว่าจะนั่งดีมั้ย ซึ่งผมตกลงกันว่า เออ แม่งมาทั้งที นั่งๆไปเหอะ 555555555 // ดูอัพเดทตารางรถไฟ Yufuin no Mori ได้ที่นี่ คลิก

จากที่ผมอดกินโรลเค้กที่ร้าน B Speak เพราะไม่มีขายไซส์เล็กแล้ว สรุปสุดท้าย ผมได้มาซื้อกินที่ตู้เสบียงรถไฟนี่แหละ ตู้นี้มีขายอาหารเยอะแยะ รวมถึงมีของที่ระลึกของขบวนรถไฟ Yufuin no Mori อีกด้วย ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าโรลเค้กที่ขายนี้คือไซส์เล็กที่ไม่ได้ขายแล้วในร้าน B Speak หรือเค้าเอาไซส์ใหญ่มาตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กขายกันแน่ เอาเป็นว่าใครที่พลาดและจะต้องซื้อกินให้ได้ ให้รีบวิ่งมาที่ตู้เสบียงเลยนะจ้าเพราะมีจำนวนจำกัด และชิ้นของผมก็เป็นชิ้นสุดท้ายพอดิบพอดี

ส่วนตัวโรลเค้ก B Speak นั้น เค้กคือฟูมาก บางทีฟูเกินจนรู้สึกว่าไม่ค่อยได้สัมผัสเนื้อแป้งมันเท่าไหร่ ส่วนครีมก็อร่อยใช้ได้ เอาเป็นว่า ลองซักชิ้นก็ไม่เสียดายน่า 555555

สรุปเวลาที่ขึ้นที่ยูฟูอิน (Yufuin) ตอน 5 โมงเย็นนิดๆ มาถึงฮากาตะ (Hakata) เกือบ 5 ทุ่ม ใช้เวลาไป 5 ชั่วโมง ทรหดมากจย้าาาาา หลับไปหลายตื่นเลยทีเดียว 55555555

แล้วทั้งหมดนี้นี่แหละ คือการเที่ยวยูฟูอิน (Yufuin) ที่ค่อนข้างรวบตึงตามแบบฉบับคนเวลาน้อยแต่เก็บที่สำคัญๆได้หมด สำหรับใครที่อยากใช้เวลาเดินชมเมือง ชิมขนม กินบรรยากาศมากกว่านี้ ขอแนะนำให้พักที่นี่สักคืนจะได้ไม่เหนื่อยมากจนเกินไป ส่วนใครที่มีแพลนแน่นแล้ว ลางานมาเที่ยววันจำกัดก็ตามรอยตามนี้ได้เล้ย ฮี่ฮี่

ส่วนลด Expedia และ Adoga ท็อปอัพจากบัตรเครดิต

สำหรับใครที่จะจองที่พักผ่าน Expedia และ Agoda นั้น แนะนำให้เราเข้าไปดูส่วนลด Topup จากบัตรเครดิตเพิ่มเติมก่อนที่เราจะจองในเว็บ เพราะเราจะประหยัดไปได้อีกเยอะมากนะ คลิกดูกันเลย ผมรวบรวมให้แล้วเน้อ 😎

Expedia เนี่ย ลดเพิ่มได้เยอะประมาณ 10-20% แบบไม่ค่อยจุกจิก เพราะลดได้ทุกโรงแรมทั่วโลก และลดเพิ่มไปอีกถ้าเราเป็นสมาชิกของ Expedia เพราะเค้าจะมีราคาสมาชิก ลดเพิ่มไปอีก 10% บอกเลยว่า Expedia ราคา Nett หลังจากลดแล้ว ถูกกว่า OTA ทุกเจ้านะ // ส่วนตัวผมใช้แต่ Expedia ในการจองโรงแรมตลอด

ดูโค้ดส่วนลด Expedia จากบัตรเครดิต 10-20% คลิก

Agoda ก็มีส่วนลดเพิ่มเติมจากบัตรเคตดิตเหมือนกัน แต่เงื่อนไขค่อนเยอะ ส่วนลดน้อยแล้ว ยังเล่นตัวอี๊กกก 5555 โดยบัตรแต่ละธนาคารจะมีส่วนลดโรงแรมในแต่ละประเทศไม่เท่ากัน เช่น บัตร SCB ลดราคาโรงแรมในยุโรป เพิ่ม 8% ส่วนโรงแรมอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในยุโรปจะลดเพิ่มแค่ 6% เท่านั้น แหม่

ดูโค้ดส่วนลด Agoda จากบัตรเครดิต 6-8% คลิก

อ่านรีวิวเที่ยวยูฟูอินเสร็จแล้ว
อ่านเมืองอื่นในคิวชูต่อกันเลย 🤗

1. รีวิว ฟุกุโอกะ (Fukuoka) + ดาไซฟุ (Dazaifu)
2. รีวิว นางาซากิ (Nagasaki)
3. รีวิว ยูฟูอิน (Yufuin)
4. รีวิว คุมาโมโตะ (Kumamoto) + อะโสะ (Aso) + ทาคาจิโฮะ (Takachiho)

โอกินาว่าก็มา

1. รีวิว โอกินาว่า (Okinawa)

แถมรีวิวเที่ยวฮอกไกโดด้วย 🤗

1. รีวิว ซัปโปโร (Sapporo)
2. รีวิว โอตารุ (Otaru)
3. รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei)
4. รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro)
5. รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

kotzhul@gmail.com

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT