Universal Studios Singapore (USS) / ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ สวนสนุกยอดฮิตจากค่าย Universal Studios หนึ่งเดียวในอาเซียนที่คนไทยนิยมไปเที่ยวมากที่สุด! และถือเป็นท็อปลิสต์ในแพลนของใครหลายคนที่กำลังจะไปเที่ยวสิงคโปร์แน่นอน ถึงแม้ที่นี่จะไม่ได้ใหญ่โตอลังการเหมือนประเทศอื่น แต่ Universal Studios Singapore เค้าก็มีอะไรพิเศษที่มีเฉพาะที่สิงคโปร์ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นสุดคิวท์จากเรื่อง Sesame Street, Puss In Boots จากเรื่อง Shrek และไฮไลท์ใหม่ล่าสุดกับ Minion Land ที่รวมความป่วนของเหล่ามินเนี่ยนที่เพิ่งเปิดตัวไป ใครที่เป็นแฟนหนังและสวนสนุกจากค่าย Universal Studios คือห้ามพลาด รีวิวนี้ก๊อตจะพาไปตะลุยสวนสนุกแบบอัปเดตใหม่ล่าสุดฉบับปี 2026 เล่นกันมันส์ทุกโซนแบบขาลาก จนทุกคนต้องร้องขอยาดมกันแน่นอน งานนี้จะได้กรี๊ดเลเวลไหน ตามก๊อตไปเที่ยวกันโลดด!
- รีวิวเต็ม สิงคโปร์ 28 ที่เที่ยว จัดเต็ม
- รีวิวเต็ม Universal Studios Singapore (USS) ละเอียด รู้เรื่องมากที่สุด
- โรงแรมและที่พักแนะนำในสิงคโปร์ (Singapore)
- ส่วนลด Klook / ส่วนลด Agoda
สารบัญรีวิว Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์)
- รู้จัก Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์)
- ซื้อบัตร Universal Studios Singapore (USS) จากไหนดี?
- บัตรเบ่ง Universal Express Pass ลัดคิวเครื่องเล่น
- ควรซื้อบัตร Universal Express Pass ไหม?
- เครื่องเล่นห้ามพลาดของ Universal Studios Singapore
- ทริก(ไม่)ลับ: ประหยัดงบค่ากินด้วย Meal Voucher
- โซน Hollywood
- โซน Illumination’s Minion Land
- โซน New York
- โซน Sci-Fi City
- โซน Ancient Egypt
- โซน The Lost World
- โซน Far Far Away
- ถ่ายรูปฉบับสายคอนเทนต์จนสวนสนุกปิด
- สรุป Universal Studios Singapore (USS)
รู้จัก Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์)
Universal Studios Singapore (USS) เป็นสวนสนุกในธีมหนังและการ์ตูนจากค่าย Universal Studios แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ใน Resorts World Sentosa บนเกาะ Sentosa แหล่งรวมสถานที่เที่ยวและความบันเทิงเอาไว้แบบจัดเต็ม ซึ่งภายในสวนสนุกแห่งนี้เค้าได้รวบรวมเอาทั้งธีมฉากและเครื่องเล่นเด็ดๆ เอาไว้เพียบ โดยปัจจุบัน เค้าแบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งหมด 7 โซนหลักที่เปิดให้บริการแล้ว คือ Hollywood, New York, Sci-Fi City, Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away รวมถึงโซนใหม่ป้ายแดงอย่าง Illumination’s Minion Land และโซนที่ 8 ที่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างอย่าง Super Nintendo World ที่แฟนๆ นินเทนโดตั้งตารอคอยนั่นเอง
🎫 ซื้อบัตร Universal Studios Singapore (USS) จากไหนดี?
ถ้าถามก๊อตว่าซื้อบัตร Universal Studios Singapore (USS) ที่ไหนแล้วราคาดีและสะดวกที่สุด ตัวก๊อตเองขอแนะนำ Klook เลย เพราะนอกจากราคาจะดีงามแล้ว เค้ายังมีให้เลือกหลากหลายแพ็กเกจ รวมถึงมี Universal Express Pass ให้เรากด Add-on ซื้อเพิ่มได้ด้วย ซึ่งพอกดซื้อเสร็จเรียบร้อยปุ๊บ ตั๋วจะส่งมาเป็นแบบ e-Ticket ให้เราเซฟลงมือถือ แล้วเอาไปสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านประตูเข้า USS ได้เลย บอกเลยว่าสะดวกและประหยัดเวลาต่อคิวซื้อตัวหน้างานไปได้เยอะมาก ก๊อตแนะนำให้ทุกคนจองผ่าน Klook นี่แหละ สบายสุดแล้วว!
✨ เช็คราคาและซื้อบัตร Universal Studios Singapore (USS) [ซื้อผ่าน KLOOK]
👀 ดูส่วนลด Klook ประจำเดือน คลิก
🎫 บัตรเบ่ง Universal Express Pass ลัดคิวเครื่องเล่น
Universal Express Pass อธิบายง่ายๆ มันคือ “บัตรเบ่ง” หรือบัตรผ่านช่องทางพิเศษ (Express Line) ที่ให้เราเดินลัดคิวเข้าไปเล่นเครื่องเล่นฮิตๆ ได้แบบสวยๆ หล่อๆ โดยไม่ต้องไปยืนต่อแถวขดเป็นงูกับคนทั่วไปให้เมื่อยขา ซึ่งบัตรนี้ถือเป็นบัตรเสริม (Add-on) ที่เราจะต้องซื้อเพิ่มแยกต่างหากจากบัตรเข้าสวนสนุกปกตินะ
บัตรเบ่ง Universal Express Pass นี้มีทั้งหมด 2 แบบ
- Universal Express แบบแรก เราจะสามารถใช้เดินเข้าช่องทางพิเศษเพื่อเล่นเครื่องเล่นที่ร่วมรายการได้ครั้งละ 1 รอบ ต่อ 1 เครื่องเล่น บัตรจะเป็นแบบระบุวันที่ ต้องใช้ให้ตรงกับวันที่เราเลือกไว้เท่านั้น (ข้อควรรู้: บัตรนี้ไม่สามารถใช้ลัดคิวเครื่องเล่น Canopy Flyer, Treasure Hunter รวมถึงไม่สามารถใช้จองที่นั่งแถวหน้าสุดของการแสดงได้นะ)
- Universal Express Unlimited แบบที่สองคือตัวท็อปสำหรับสายซ้ำ เพราะให้เราเดินเข้าช่องพิเศษเพื่อเล่นเครื่องเล่นกี่รอบก็ได้แบบไม่จำกัด บัตรเป็นแบบระบุวันที่เช่นกัน และมีข้อยกเว้นไม่สามารถใช้กับเครื่องเล่น Canopy Flyer, Treasure Hunter และที่นั่งแถวหน้าของการแสดงเหมือนกับแบบแรกเป๊ะ ใครชอบเครื่องเล่นไหนเป็นพิเศษแล้วอยากซ้ำรัวๆ ต้องจัดใบนี้เลย
ราคาบัตร Express Pass ปัจจุบันใช้ระบบ Dynamic Pricing คือราคาจะปรับขึ้นลงตามความหนาแน่นของวันนั้นๆ แนะนำให้เช็คราคาของวันเดินทางบน Klook อีกรอบนะ
💖 เช็คราคาและซื้อบัตร Universal Express Pass จาก Klook
ควรซื้อบัตร Universal Express Pass ไหม?
ข้อดีหลักๆ เลยคือ การซื้อเวลาและความสะดวกสบาย ซึ่งก๊อตบอกไว้ก่อนเลยว่า เครื่องเล่นฮิตๆ ใน Universal Singapore (ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์) คิวค่อนข้างโหดเอาเรื่อง สมมติเราจะไปเล่นเครื่องเล่นตัวท็อป แถวปกติอาจจะต้องรอกัน 60-120 นาทีเป็นเรื่องธรรมดาเลย ลองคิดดูว่าถ้ายืนรอคิว 2 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องเล่น กว่าจะเก็บเครื่องเล่นครบทุกไฮไลท์ก็หมดวันพอดี แต่ถ้าเรามี Universal Express Pass ในมือปุ๊บ เราสามารถเดินเชิดๆ เข้าช่อง Express Line ไปเล่นได้เลยในเวลาไม่ถึง 10-15 นาที เซฟเวลาไปได้เป็นชั่วโมงๆ ทำให้เรามีเวลาเหลือไปถ่ายรูปสวยๆ กินของอร่อยๆ ได้แบบไม่เหนื่อยหอบจนเกินไป
✅ ควรซื้อ Express Pass (ซื้อเถอะ เชื่อก๊อต!)
- ไปตรงกับวันหยุด: ใครที่แพลนไปเที่ยววันเสาร์-อาทิตย์, วันหยุดยาวนักขัตฤกษ์ หรือช่วงเปิดเทอม บอกเลยว่าคนมหาศาล บัตรเบ่งคือไอเทมช่วยชีวิตที่แท้ทรู
- มีเวลาเที่ยวแค่ 1 วัน: แต่อยากเก็บไฮไลท์ให้ครบแบบคุ้มค่า ไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับการยืนต่อคิวนานๆ
- สายเก็บเครื่องเล่นตัวท็อป: ตั้งใจมาเล่นรถไฟเหาะรางคู่ Battlestar Galactica ให้ครบทั้งสองฝั่ง (Human & Cylon) หรือเล็งเครื่องเล่นคิวโหดอย่าง Revenge of the Mummy รวมถึงเครื่องเล่นใหม่ยอดฮิตในโซน Minion Land ที่คนรอคิวกันแบบถล่มทลาย
❌ ไม่จำเป็นต้องซื้อ (เก็บเงินไปช้อปปิ้งได้เลย!)
- ไปเที่ยววันธรรมดา: ถ้าแพลนมาวันจันทร์-พฤหัสบดี (ที่ไม่ใช่วันหยุดยาว) คิวมักจะไม่ยาวจนเกินไป พอรอไหวแบบชิลๆ
- สายคอนเทนต์ เน้นเอาบรรยากาศ: ถ้ามาเพื่อเดินถ่ายรูปสวยๆ กินขนม ดูโชว์ และไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องเก็บเครื่องเล่นฮิตให้ครบทุกอัน ก็ข้ามบัตรนี้ไปได้เลย
- ใช้สูตร Single Rider: ถ้าไปคนเดียว หรือไปกับเพื่อนแต่ตกลงกันได้ว่าแยกกันนั่งได้ ไม่ติด เราสามารถใช้วิธีเดินเข้าช่อง Single Rider (แถวสำหรับคนเล่นคนเดียว) ในบางเครื่องเล่นแทนได้ ซึ่งคิวจะสั้นและรันเร็วกว่าแถวปกติเยอะมาก
💖 เช็คราคาและซื้อบัตร Universal Express Pass จาก Klook
เครื่องเล่นห้ามพลาดของ Universal Studios Singapore / ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์
สำหรับเครื่องเล่นห้ามพลาดใน Universal Studios Singapore (USS) นั้น เอาจริงๆ ถ้ามีเวลาก็อยากแนะนำให้จัดให้ครบทุกอันไปเลย เพราะต้องบอกว่า USS เค้ามีเครื่องเล่นให้เลือกสนุกกันตั้งแต่เลเวลซอฟต์ๆ ของน้องอนุบาล ไปจนถึงความหวาดเสียวระดับพี่มหาลัยเลย แต่ที่ก๊อตคัดมาให้ตามตารางด้านล่างนี้ คือเลือกมาจากความสนุกระดับท็อปฟอร์มที่ผู้ใหญ่เล่นได้และห้ามพลาดเด็ดขาด ซึ่งอัปเดตล่าสุดปี 2026 นี้ มีตัวตึงจากโซนใหม่เข้ามาสอดแทรกด้วย จะมีอะไรบ้าง ลิสต์ไว้ตามรอยได้เลย
| เหตุผลห้ามพลาด | เครื่องเล่น Universal Singapore ห้ามพลาด |
| สายรถไฟเหาะ สนุก-หวาดเสียว (Thrilling & Coasters) | – Battlestar Galactica: HUMAN vs. CYLON (รถไฟเหาะรางคู่ที่เสียวที่สุดในสวนสนุก) – Revenge of the Mummy (รถไฟเหาะในความมืดที่ทั้งมันส์และหลอน) |
| เครื่องเล่นตื่นตาตื่นใจ สมจริงทะลุจอ (Immersive 3D/4D & Adventure) | – Despicable Me Minion Mayhem (Simulator 3D ใหม่ล่าสุดในโซน Minion Land ที่สนุกและป่วนมาก) – TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle (ฉากต่อสู้สมจริง เหมือนหลุดเข้าไปในหนัง) – Jurassic Park Rapids Adventure (ล่องแก่งหนีไดโนเสาร์สุดระทึกขวัญ) |
| มีที่เดียวในโลก เฉพาะที่สิงคโปร์ (Exclusive in Singapore) | – Buggie Boogie (เครื่องเล่นใหม่ในธีมปาร์ตี้มินเนี่ยน) – Sesame Street Spaghetti Space Chase (ตะลุยอวกาศสุดคิวท์) – Puss In Boots’ Giant Journey (รถไฟเหาะห้อยขาเบาๆ นั่งเพลินๆ) |
ทริก(ไม่)ลับ: ประหยัดงบค่ากินด้วย Meal Voucher
พูดถึงเรื่องของกินในสวนสนุก หลายคนน่าจะรู้ว่าราคาแอบแรงเอาเรื่องอยู่ แต่ระดับเรามาเที่ยวทั้งที ก๊อตก็มีทริกเซฟเงินมาฝากกัน ซึ่งก๊อตแนะนำให้กดซื้อ คูปองอาหาร (Meal Voucher) มูลค่า 10 หรือ 25 ดอลลาร์สิงคโปร์ ล่วงหน้าผ่านทาง Klook ไปด้วยเลย
ความเริ่ดมันอยู่ตรงที่ เราจ่ายเงินซื้อ Voucher หน้าเว็บ Klook ในราคาที่ถูกกว่านิดหน่อย แต่พอเอามาใช้จ่ายจริง เราจะได้มูลค่าคูปองไว้รูดซื้ออาหารได้เต็มๆ ถึง $10 หรือ $25 ตามที่เราซื้อ ซึ่งเอาจริงๆ พอเรามาลุยอยู่ในปาร์คทั้งวัน เล่นเครื่องเล่นจนเหนื่อย ยังไงซะมันก็ต้องหิวและต้องแวะกินข้าวในนี้อยู่แล้วใช่มั้ยล่ะครับ การซื้อ Meal Voucher เตรียมไว้ก่อนเลยเป็นอะไรที่ตอบโจทย์และช่วยประหยัดงบทริปไปได้มากขึ้นเยอะ สะดวกและคุ้มค่าสุดๆ ก๊อตแนะนำว่าควรพ่วงซื้อมาด้วยเลย
💖 เช็คราคาและซื้อคูปองอาหาร (Meal Voucher) จาก Klook
มาเริ่มเที่ยวยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์กันเล้ย
โซน Hollywood
เริ่มเที่ยวกันโซนแรกกับ โซน Hollywood ที่เค้าจำลองบรรยากาศให้เหมือนเรากำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนถนน Hollywood Walk of Fame ที่ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) แบบเป๊ะๆ ตึกรามบ้านช่องสองข้างทางเค้าทำเป็นธีมหนังและการ์ตูนดังจากค่าย Universal Studios ทั้งหมดเลย

ไฮไลท์ของโซนนี้คือจะมีเหล่าตัวละครดังแวะเวียนออกมา Meet and Greet ถ่ายรูปเล่นกับเราตามช่วงเวลาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โป จาก Kung Fu Panda, แก๊ง Trolls สุดคิวท์, วู้ดดี้ วู้ดเป็คเกอร์ (Woody Woodpecker) หรือแม้แต่ตัวละครคลาสสิกของฮอลลีวูด เค้าก็มีมาให้กระทบไหล่กันแบบใกล้ชิด แน่นอนว่าในโซนนี้ยังมี Universal Studios Store ช็อปใหญ่เบิ้มให้เราได้ละลายทรัพย์กันตั้งแต่เริ่มทริป ใครอยากสะสมคอลเลกชันไหน หรือตามเก็บของที่ระลึกจากหนังเรื่องโปรด ก็พุ่งตัวไปช้อปโลดด
ส่วนใครที่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง อยากเติมพลังก่อนไปตะลุยเครื่องเล่น ในโซนฮอลลีวูดเองเค้าก็มีร้านเบอร์เกอร์สุดคลาสสิกอย่าง Mel’s Drive-In ที่จำลองบรรยากาศร้านอาหารสไตล์อเมริกันยุค 1950s มาแบบจัดเต็ม เดินเข้าไปสั่งอาหารฟีลวัยรุ่นอเมริกันได้เลย เมนูเค้าก็มีให้เลือกจุกๆ ทั้งเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ และมิลค์เชค อร่อยแถมได้รูปสวยๆ หน้าร้านกลับไปเพียบแน่นอน!



โซน Illumination’s Minion Land
หนึ่งในไฮไลต์ใหม่ของ Universal Studios Singapore ที่ทำให้บรรยากาศทั้งสวนสนุกสดใสขึ้นทันที ก็คือโซน Illumination’s Minion Land ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นานนี้ และกลายเป็นโซนยอดฮิตที่ถ่ายรูปสนุกมากที่สุดของยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์แล้ว บอกเลยว่าถ้าใครเป็นแฟนคลับเจ้าพวกตัวเหลืองจอมป่วนนี่ต้องมีกรี๊ด เพราะเค้ายกเอาฉากจากในภาพยนตร์ Despicable Me มาสร้างไว้แบบจัดเต็มอลังการ แบ่งโซนย่อยๆ เป็นทั้ง Gru’s Neighbourhood, Super Silly Fun Land และ Minion Marketplace เดินไปทางไหนก็เจอแต่น้องมินเนี่ยนโผล่มาทักทายเต็มไปหมดเลย





Despicable Me Minion Mayhem ⭐️⭐️⭐️
สำหรับเครื่องเล่นไฮไลต์ของโซนนี้ที่ก๊อตขอให้ทุกคนพุ่งตัวไปเล่นก่อนเลยคือ Despicable Me Minion Mayhem เครื่องเล่นแบบ Motion Simulator 3D ที่จะพาเราเข้าไปบุกบ้านของกรู (Gru) แบบเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจริง ๆ ทุกมุมตั้งแต่ห้องนั่งเล่นยันห้องแล็บคือถอดแบบมาจากภาพยนตร์เป๊ะ ๆ
เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นจะจำลองสถานการณ์ว่า กรูเปิดรับสมัครแคสติ้งหามินเนี่ยนหน้าใหม่มาเข้าแก๊ง ซึ่งผู้โชคดี (หรืออาจจะโชคร้ายก็ไม่รู้) ก็คือพวกเราทุกคนที่ยืนต่อคิวอยู่นี่แหละ หลังจากเดินผ่านโซนภายในบ้าน เราจะถูกพาเข้าสู่ห้องแล็บลับใต้ดิน เพื่อเตรียมเข้าแคปซูลแปลงร่างให้กลายเป็นมินเนี่ยนตัวจิ๋ว
จากนั้นความป่วนก็เริ่มต้นทันที เพราะเราต้องนั่งรถ simulator เข้าไปตะลุยด่านทดสอบการเทรนเป็นมินเนี่ยนแบบสุดวุ่นวาย มีทั้งเลเซอร์ยักษ์ เครื่องจักรอลังการ สไลเดอร์แรงๆ และอุปสรรคที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ความสนุกอยู่ที่จังหวะตลกของมินเนี่ยนที่มาแบบรัวๆ บวกกับเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวของที่นั่งที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังพุ่ง หล่น หรือหมุนจริง ๆ
ระหว่างทางก็ยังมีโมเมนต์น่ารักๆ ของสามสาวทั้ง Margo, Edith และ Agnes ที่โผล่มาสร้างวีรกรรมฮาปนอบอุ่นตามสไตล์ครอบครัวนี้ ทำให้เครื่องเล่นนี้ไม่ใช่แค่สนุก แต่ยังมีความฟีลกู๊ดแบบฉับแบบ Despicable Me แบบครบถ้วน
ส่วนระดับความแรงถือว่าเล่นได้ทั้งครอบครัว ไม่ถึงขั้นหวาดเสียวแบบรถไฟเหาะ แต่ก็ไม่ได้เบาแบบนิ่งๆ ผู้ใหญ่เล่นได้สนุก เด็กก็หัวเราะได้ตลอดรอบ ถ้าให้สรุปง่าย ๆ Despicable Me Minion Mayhem คือเครื่องเล่นที่รวมความตลก ความอบอุ่น และความ immersive ของหนังไว้ครบ ใครเป็นแฟนมินเนี่ยนหรือไปกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว อันนี้คือหนึ่งในตัวที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

แวะเติมพลังที่ Super Hungry Food Stand
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เที่ยวถ่ายรูปและเล่นเครื่องเล่นในโซน Minion Land กันจนเหนื่อย นี่เลยขอพาแวะเติมพลังกันที่ร้านอาหารหลักของโซนนี้อย่างร้าน Super Hungry Food Stand กันซะหน่อยงับ
รอบนี้ก๊อตจัดเมนูมาลองกันแบบจุกๆ 3 อย่าง กับหน้าตาอาหารที่โคตรจะน่ารักน่าอีทเกินเบอร์ เริ่มเลยกับเมนูแรก Stuart’s Japanese Curry Karaage ($19) จานนี้เป็นข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาพร้อมกับไก่ทอดคาราอาเกะชิ้นโต แต่ความพีคคือเค้าปั้นข้าวมาเป็นก้อนกลมๆ ทำเป็นรูปหน้าน้องสจ๊วต (Stuart) สุดกวน
ถัดมาคือ Unlucky Ducky Creamy Chicken Stew ($19) เมนูนี้บอกเลยว่าว้าวซ่าและถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก เพราะเค้าทำข้าวสีเหลืองปั้นมาเป็นรูปน้องเป็ดสุดน่ารัก เสิร์ฟมาในสตูว์ไก่ซอสครีมสีขาวละมุนๆ พร้อมเนื้อไก่และผักแบบจัดเต็ม ปิดท้ายด้วยเมนูทานเล่นสไตล์โลคอลสิงคโปร์อย่าง Chili Crab Minion Mantous ($12) ที่เราจะได้หมั่นโถวปั้นเป็นรูปหน้ามินเนี่ยนตาเดียวและสองตามา 2 ชิ้น เอาไว้ฉีกทานจิ้มคู่กับถ้วยซอสปูผัดพริกรสชาติเข้มข้นที่เสิร์ฟมาคู่กัน
ถ้าให้รีวิวเรื่องรสชาติแบบตรงไปตรงมา โดยรวมก็ถือว่าโอเค ทานได้เพลินๆ ตามมาตรฐานอาหารในสวนสนุกทั่วไปแหละ แต่สิ่งที่ต้องให้คะแนนเต็มร้อยแบบไม่หักเลยคือความน่ารักของหน้าตาอาหารเค้าใส่กิมมิกความเป็นมินเนี่ยนลงไปได้แบบจัดเต็ม ใครเป็นสายคอนเทนต์ชอบถ่ายรูปอาหารก่อนกิน บอกเลยว่าได้รูปสวยๆ ไปอัปลงโซเชียลแน่นอน
โซน New York
ติดกันกับโซน Minion Land เรามาต่อกันที่โซน New York ที่จำลองบรรยากาศเมืองนิวยอร์กออกมาได้แบบเดินแล้วอินจริงๆ ทั้งตึกอิฐแดง ป้ายร้านวินเทจ หน้าต่างเหล็กหนีไฟ ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างร้านขายผัก ร้านขายยา และคาเฟ่สไตล์อเมริกันที่ทำออกมาเหมือนยกบล็อกถนนจากนิวยอร์กมาไว้ตรงหน้า
ส่วนตัวก๊อตยกให้โซนนี้เป็นหนึ่งในโซนที่ถ่ายรูปสนุกที่สุด ของยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์เลย เพราะฉากสวย มีมุมเยอะ จะถ่ายแนวสตรีทเท่ๆ หรือฟีลเดินเล่นชิลๆ ก็ได้หมด เดินเล่นเพลินๆ บางทีเผลอถ่ายรูปเยอะกว่าเล่นเครื่องเล่นอีกนะเอ้อ




Sesame Street Spaghetti Space Chase ⭐️
สำหรับเครื่องเล่นในโซน New York ที่ก๊อตอยากให้แวะไปลองคือ Sesame Street Spaghetti Space Chase เครื่องเล่นแบบ Dark Ride นั่งยานอวกาศลอยฟ้า ที่มีความพิเศษสุดๆ ตรงที่เป็นเครื่องเล่นเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะที่ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์ แห่งเดียวในโลก บรรยากาศด้านในจะพาเราหลุดเข้าไปในจักรวาลอันสดใสของรายการทีวีคลาสสิกอย่าง Sesame Street แบบจัดเต็ม
เนื้อเรื่องเริ่มจากการที่เจ้า Macaroni the Merciless วายร้ายจอมป่วน วางแผนขโมยสปาเก็ตตี้ทั้งหมดไปจากโลก ทำให้เหล่าฮีโร่จาก Sesame Street ต้องออกมาช่วยกันหยุดยั้ง และแน่นอนว่าพวกเราที่นั่งอยู่ในรถก็ต้องร่วมภารกิจนี้ด้วย ระหว่างทางจะมีฉากแฟนตาซี สีสันจัดเต็ม และตัวละครคุ้นหน้าคุ้นตาโผล่มาสร้างความสนุกตลอดเส้นทาง
ส่วนระดับความแรงบอกเลยว่าเบาหวิว เล่นได้ชิลๆ ทั้งครอบครัว ตัวยานเคลื่อนที่แบบนุ่มนวลช้าๆ ไม่มีจุดไหนที่กระชาก โโลดโผน หรือหวาดเสียวเลยแม้แต่น้อย เน้นความเพลิดเพลินแบบจอยๆ ซึมซับบรรยากาศมากกว่า ถ้าให้สรุปง่าย ๆ Sesame Street Spaghetti Space Chase คือเครื่องเล่นที่ตอบโจทย์สายแฟมิลี่ที่มีเด็กเล็กแบบสุดๆ หรือใครที่เป็นแฟนคลับความคิวท์ของแก๊ง Sesame Street นี่คืออีกหนึ่งเครื่องเล่นที่ก๊อตบอกเลยว่ามาแล้วต้องแวะมานั่งพักขาดูความน่ารักกันให้ได้


โซน Sci-Fi City
ทะลุมิติจากนิวยอร์ก ก๊อตจะพาทุกคนวาร์ปเข้าสู่โลกอนาคตกันที่โซน Sci-Fi City โซนนี้บอกเลยว่าเป็นศูนย์รวมเครื่องเล่นสนุกๆ ระดับท็อปฟอร์มของ Universal Studios Singapore เลยก็ว่าได้ เพราะเค้าออกแบบมาในธีมเมืองแห่งโลกอนาคตสุดล้ำที่จัดเต็มทั้งแสง สี และเทคโนโลยี แถมยังเป็นที่ตั้งของ 2 เครื่องเล่นไฮไลต์ที่สายแอดเวนเจอร์และคนชอบความตื่นเต้นต้องมารวมตัวกันตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น Transformers สุดฮิต หรือรถไฟเหาะรางคู่ในตำนานอย่าง Battlestar Galactica ที่ใครใจไม่ถึงบอกเลยว่ามีขาสั่นแน่นอน

TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle ⭐️⭐️
สำหรับเครื่องเล่นแรกในโซนนี้ที่ก๊อตขอให้ทุกคนพุ่งตัวไปต่อคิวเลยก็คือ TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle เครื่องเล่นแบบ 3D Motion Simulator ระดับตำนานที่จะพาเราเข้าไปอยู่ในสมรภูมิรบของหุ่นยนต์แบบเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจริงๆ โดยความพีคคือเครื่องเล่นนี้ถูกเดบิวต์เปิดตัวที่แรกของโลกที่สิงคโปร์ ก่อนจะได้รับความนิยมจนถูกสร้างเพิ่มในพาร์ก Universal หลายแห่งทั่วโลกเลย
เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นจะจำลองสถานการณ์ว่า สำนักงานใหญ่ของหน่วย NEST กำลังถูกบุกโจมตี และพวกเราทุกคนที่ต่อคิวอยู่คือทหารเกณฑ์ใหม่ที่ถูกดึงตัวให้เข้าไปร่วมภารกิจเคียงบ่าเคียงไหล่กับ Optimus Prime และเหล่า Autobots เพื่อปกป้องขุมพลัง AllSpark ให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรูตัวฉกาจอย่าง Decepticons
จากนั้นความมันส์ก็บังเกิด เพราะเราจะต้องใส่แว่น 3D ขึ้นไปนั่งบนยานรบ Evac แล้วพุ่งทะยานออกไปกลางสมรภูมิเดือดในเมือง เราจะถูกดึงเข้าไปในฉากแอ็กชันสุดระทึก ทั้งโดนเหวี่ยง โดนกระแทก โดนศัตรูจับโยนหล่นจากตึกสูงเฉียดฟ้า และพุ่งหลบระเบิดที่สาดเข้ามาแบบไม่ยั้ง ความสนุกอยู่ที่เทคนิคภาพ 3D ที่ทำออกมาสมจริงทะลุจอมากๆ ผสมกับเอฟเฟกต์ลม น้ำ ความร้อน บวกกับการเคลื่อนไหวของยานรบที่ทำให้รู้สึกเหมือนเรากำลังร่วงตกตึกและปลิวไปตามแรงเหวี่ยงจริงๆ
ส่วนระดับความแรงถือว่าสนุกสะใจกำลังดี ไม่ได้หวาดเสียวถึงขั้นเสียววูบแบบรถไฟเหาะตีลังกา แต่จะเน้นไปที่ความมันส์แบบกระชากอารมณ์และตื่นตาตื่นใจไปกับฉากต่อสู้มากกว่า ผู้ใหญ่เล่นได้มันส์สะใจ ส่วนเด็กๆ ก็เล่นได้ตื่นเต้นตาโตแน่นอน ถ้าให้สรุปง่ายๆ TRANSFORMERS The Ride คือเครื่องเล่นที่รวมความแอ็กชัน ความสมจริง และเอฟเฟกต์ระดับบล็อกบัสเตอร์ไว้ครบถ้วน ใครเป็นคอหนังแอ็กชัน หรืออยากได้ความรู้สึกเหมือนเป็นฮีโร่กู้โลก อันนี้คือ The Must ที่ก๊อตบอกเลยว่าต้องมาโดน!
Battlestar Galactica: Human & Cylon ⭐️⭐️⭐️
มาต่อกันที่อีกหนึ่งเครื่องเล่นไฮไลต์ในโซน Sci-Fi City ที่สายเอกซ์ตรีมพลาดไม่ได้เด็ดขาด นั่นก็คือ Battlestar Galactica: HUMAN vs. CYLON รถไฟเหาะรางคู่สุดยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมความสูงกว่า 42 เมตร ที่จะพาเราพุ่งทะยานวัดใจกันแบบโคตรมันส์
เนื้อเรื่องและคอนเซปต์ของเครื่องเล่นนี้ เค้าหยิบเอาธีมมาจากซีรีส์ไซไฟชื่อดัง Battlestar Galactica โดยจำลองการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ (Human) และจักรกลเอเลี่ยนตัวร้าย (Cylon) ซึ่งกิมมิกความเจ๋งคือ เค้าออกแบบรถไฟเหาะให้มี 2 ราง 2 สไตล์ที่วิ่งออกตัวพร้อมกันและโฉบสวนกันแบบเฉียดฉิวไปมาบนอากาศ ให้เราได้เลือกเลยว่าอยากจะสวมบทบาทเป็นฝั่งไหนได้นั่นเอง
ถ้าใครอยากวอร์มเสียงกรี๊ดก่อน ก๊อตแนะนำให้เลือกฝั่งมนุษย์ Human (รางสีแดง) ก่อน อันนี้จะเป็นรถไฟเหาะแบบนั่งเบาะปกติ ความเร็วจะอยู่ในเลเวลพอดีๆ พุ่งทะยาน ทิ้งดิ่ง และเหวี่ยงไปตามรางแบบไม่มีการตีลังกา มีความหวาดเสียวพอกรุบกริบ ให้ฟีลเป็นคนดีที่ชีวิตไม่ต้องผาดโผนมาก 5555
แต่ถ้าใครใจสู้และอยากลองเป็นคนรว้ายๆ ก๊อตบอกเลยว่าต้องจัดฝั่งตัวร้าย Cylon (รางสีน้ำเงิน) เพราะฝั่งนี้จะเป็นรถไฟเหาะแบบ “ห้อยขา” ที่ดุดันมากกก ความสนุกคือมันจะพาเราเหาะเหิน ไต่อากาศ หมุนเกลียวควงสว่าน และตีลังกาล้านตลบแบบจัดเต็ม ขึ้นไปแล้วมีร้องขอชีวิต ลงมาต้องร้องขอยาดมแน่นอน ฮ่าๆ
ถ้าคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ เลี้ยงกาแฟก๊อตซักแก้วได้นะครับ 😆💙
จะได้มีแรงใจทำรีวิวออกมาให้ทุกคนได้อ่านเรื่อยๆ ครับ
ส่วนระดับความแรง นี่คือเครื่องเล่นรถไฟเหาะที่หวาดเสียวและมันส์ที่สุดใน Universal Studios Singapore แล้วสำหรับก๊อต ใครที่หลงใหลในความเสวบอกเลยว่านี่คือ The Must ที่เราต้องมาลองเก็บให้ครบทั้งสองราง แต่อย่างที่รู้กันว่านี่คือเครื่องเล่นตัวท็อปอันดับหนึ่งของที่นี่ คิวก็เลยโหดตามไปด้วย ขั้นต่ำคือรอประมาณ 60 นาที หรือช่วงพีคๆ ก๊อตเคยเจอทะลุไปถึง 160 นาทีมาแล้ว ดังนั้น ใครที่ไม่อยากเสียเวลายืนรอจนขาลาก ก๊อตแนะนำให้ใช้บัตร Universal Express Pass เบ่งลัดคิวเข้าไปสวยๆ และช่วยเซฟเวลาให้เราได้เยอะมากเลย
โซน Ancient Egypt
เดินทะลุจากโลกอนาคตมาปุ๊บ เราก็จะเหมือนถูกวาร์ปข้ามเวลามาสู่อีกยุคทันทีกับโซน Ancient Egypt โซนนี้ก๊อตบอกเลยว่าทำสเกลออกมาได้ใหญ่อลังการและขลังมาก บรรยากาศเค้าจำลองดินแดนอียิปต์โบราณมาแบบจัดเต็ม ไฮไลต์คือรูปปั้นเทพอนูบิสขนาดยักษ์ที่ยืนตระหง่านเฝ้าหน้าวิหารฟาโรห์แบบหน้าเกรงขามสุดๆ ใครที่เป็นสายคอนเทนต์ชอบถ่ายรูป ก๊อตแนะนำให้มายืนโพสท่าเท่ๆ หน้าวิหารตรงนี้เลย ถ่ายมุมเสยขึ้นไปรับรองว่าได้รูปที่ดูยิ่งใหญ่และได้ยอดไลก์รัวๆ แน่นอน
Revenge of the Mummy ⭐️⭐️⭐️
สำหรับเครื่องเล่นไฮไลต์ของโซนนี้ที่ก๊อตขอให้ทุกคนพุ่งตัวไปต่อคิวเลยคือ Revenge of the Mummy รถไฟเหาะในความมืดความเร็วสูง (Dark Ride Coaster) ระดับตำนานที่จะพาเราทะลวงลึกเข้าไปผจญภัยในสุสานอียิปต์โบราณแบบเสียวสันหลังวาบ ซึ่งนี่แอบกระซิบก่อนว่าของสิงคโปร์เค้าจะมีกิมมิกและเนื้อเรื่องเฉพาะตัวที่ต่างจากของอเมริกาด้วยนะเอ้อ
โดยเนื้อเรื่องจะจำลองว่าเราคือทีมนักสำรวจที่ต้องบุกสุสานไปตามหา ‘คัมภีร์แห่งชีวิต’ (Book of the Living) เพื่อทำลายคำสาปของ ‘อิมโฮเทป’ (Imhotep) มัมมี่ตัวร้าย บรรยากาศตอนนั่งรถรางเข้าไปคือมืดและหลอนมาก พร้อมกับมีข้อความขู่บนกำแพงว่า ‘Find the Book’ กดดันเราอยู่ตลอดทาง ก่อนที่ความระทึกจะไต่ระดับเมื่อเราเจอเอเวอลีนตะโกนบอกให้เรารีบหาคัมภีร์ แต่ชีดันถูกอิมโฮเทปดูดวิญญาณไปต่อหน้าต่อตา ตามมาด้วยเสียงคำรามของมัมมี่ตัวร้ายที่ลั่นสุสานว่า วิญญาณของเราจะต้องติดอยู่ในนี้ตลอดกาล!
จากนั้นความมันส์แบบนั่งไม่ติดเบาะก็เริ่มขึ้น รถรางของเรากระชากออกตัวพุ่งทะยานฝ่าความมืดด้วยความเร็วสูงถึง 72 กม./ชม. ในเวลาแค่ไม่กี่วินาที ความสนุกคือเราจะอยู่ในความมืดสนิทจนเดาทิศทางไม่ได้เลย มีทั้งหักเลี้ยวแบบฉับพลัน ดิ่งลงเนินชัน และที่พีคคือ มีการพุ่งถอยหลังด้วย แถมยังต้องเผชิญหน้ากับกองทัพมัมมี่ ฝูงแมลงสคารับ และลูกไฟยักษ์ที่พ่นออกมาจนร้อนวูบวาบจริงๆ โคตรเรียลและอินสุดๆ
ส่วนระดับความแรง ก๊อตบอกเลยว่าหวาดเสียวจัดเต็ม ได้ความหวิวของสุสานบวกกับความเร็วในที่มืดมาช่วยปั่นประสาทให้ใจเต้นแรงแบบสุดขีด ผู้ใหญ่เล่นแล้วกรี๊ดคอแตกแน่นอน ถ้าให้สรุปง่ายๆ Revenge of the Mummy คือเครื่องเล่นที่รวมความกุ๊กกู๋ ความเร็ว และความมันส์ไว้แบบครบรส ใครเป็นสายรถไฟเหาะ อันนี้คือ The Must ที่ก๊อตบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเลยล่ะ


Treasure Hunters
ใครที่เพิ่งลงจากรถไฟเหาะแล้ววิญญาณแทบหลุด ก๊อตขอพามาพักเบรกกับเครื่องเล่นซอฟต์ๆ อย่าง Treasure Hunters ที่จะสานฝันให้เราได้สวมบทบาทเป็นนักโบราณคดีแบบชิลๆ
คอนเซปต์ของเครื่องเล่นนี้ คือการพาเราขึ้นไปนั่งบนรถจี๊ปโบราณสุดคลาสสิก แล้วขับไปตามรางเพื่อออกสำรวจผืนทรายและดินแดนอียิปต์โบราณที่ถูกทิ้งร้าง บรรยากาศสองข้างทางจะมีทั้งซากปรักหักพัง รูปปั้นสัตว์อียิปต์ แมลงมีพิษจำลอง และขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ให้เราได้สอดส่องค้นหาฟีลเหมือนกำลังออกล่าสมบัติจริงๆ
ส่วนระดับความแรง ก๊อตบอกเลยว่าเบาหวิวระดับน้องหนูอนุบาล ตัวรถจะค่อยๆ ไหลไปตามรางอย่างนุ่มนวลและช้าๆ ไม่มีกระชาก ไม่มีความผาดโผนหรือหวาดเสียวเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น Treasure Hunters คือเครื่องเล่นที่ตอบโจทย์แก๊งครอบครัวที่มีหนูๆ วัยเด็กเล็กแบบสุดๆ หรือใครอยากจะมานั่งตากลมพักขาดูวิวก็จัดไป แต่แอบกระซิบนิดนึงว่า เครื่องเล่นนี้คิวค่อนข้างยาวและรันคิวช้ามาก ถ้าเห็นคนล้นเมื่อไหร่ ก๊อตแนะนำให้ข้ามไปเก็บโซนอื่นก่อนได้เลย 5555
โซน The Lost World
เดินทะลุอียิปต์โบราณมาปุ๊บ เราก็จะหลุดเข้ามาในยุคโลกล้านปีกันที่โซน The Lost World โซนนี้คอหนัง Jurassic Park ต้องมีกรีดร้อง เพราะเค้าจำลองบรรยากาศโลกของไดโนเสาร์มาไว้แบบจัดเต็มมากๆ ก้าวแรกที่เดินมาถึงคือต้องตื่นตาตื่นใจกับประตูทางเข้าขนาดยักษ์สุดคลาสสิกที่ถอดแบบมาจากในหนังภาคแรกเป๊ะๆ
ตรงข้ามกับประตูทางเข้า เค้าจะมีศูนย์อาหาร Discovery Food Court ที่จำลองให้เหมือนกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในหนังเป๊ะๆ ใครหิวก็แวะมาฝากท้องที่นี่ได้ แถมด้านหน้ายังมีกิมมิกเด็ดคือรูปปั้นไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ (T-Rex) และสไปโนซอรัส (Spinosaurus) ไซส์มหึมาตั้งตระหง่านอยู่ข้างๆ ไข่ไดโนเสาร์ให้เราได้แวะแชะภาพคู่ด้วย



Canopy Flyer
สำหรับเครื่องเล่นแรกในโซนนี้ที่ ก๊อตขอพาไปอุ่นเครื่องกันก่อนคือ Canopy Flyer เครื่องเล่นฟีลรถไฟเหาะแบบห้อยขาเวอร์ชันซอฟต์ใส (ระดับน้องประถมเล่นได้สบาย) ที่จะพาเราขึ้นไปบินโฉบเฉี่ยวรับลมเย็นๆ เหนือท้องฟ้าของโลกจูราสสิค
คอนเซปต์ของเครื่องเล่นนี้ เค้าจะให้เราสวมบทบาทเป็นไดโนเสาร์มีปีกสายพันธุ์นักล่าที่กำลังบินร่อนหาเหยื่อจากมุมสูง พอเราขึ้นไปนั่งห้อยขาบนที่นั่งแบบหันหลังชนกันแบบ 4 คน ตัวรถก็จะพาเราไต่ระดับขึ้นไปตามราง แล้วค่อยๆ ปล่อยให้เราสไลด์บินร่อนไปรอบๆ โซน ซึ่งความสนุกมันอยู่ที่การได้ลอยอยู่บนฟ้าแบบชิลๆ เราจะได้เห็นวิวมุมสูงของโซน Jurassic Park แบบเต็มตา แถมจังหวะที่รถมันเลี้ยวโค้งตามรางก็จะมีแรงเหวี่ยงให้ขาลอยเบาๆ พอได้ฟีลตื่นเต้นกรุบกริบ รวมๆ แล้ว ผู้ใหญ่เล่นเพลิน เด็กก็เล่นสนุก นับเป็นเครื่องเล่นพักเบรกที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัวเลยล่ะ

Jurassic Park Rapids Adventure ⭐️⭐️⭐️
หนึ่งในเครื่องเล่นสุดแอดเวนเจอร์ที่ห้ามพลาดของโซน The Lost World ต้องยกให้ Jurassic Park Rapids Adventure ที่เราจะได้ขึ้นแพยางวงกลมแบบ 9 ที่นั่ง ล่องแก่งไปตามแม่น้ำเพื่อสำรวจศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ แต่เรื่องราวสุดระทึกก็เกิดขึ้นเมื่อระบบรักษาความปลอดภัยดันพังลง!
เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นจะพาเราล่องลอยไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ระหว่างทางเราจะได้เจอกับเหล่าไดโนเสาร์ที่หลุดออกมาเดินเพ่นพ่าน ไม่ว่าจะเป็น สเตโกซอรัส (Stegosaurus) กับลูกน้อย และพาราซอโรโลฟัส (Parasaurolophus) ที่คอยพ่นน้ำใส่ บรรยากาศจะเริ่มบิ้วให้ชวนขนลุกขึ้นเรื่อยๆ โดยความพีคจะอยู่ตรงช่วงที่แพไหลเข้าไปในอุโมงค์มืดๆ ที่มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังลั่น ซึ่งความสนุกของเครื่องเล่นนี้คือการล่องแก่งไปมาในโลกของไดโนเสาร์ พร้อมลุ้นว่าเราจะเปียกมั้ยนี่แหละ
เรื่องระดับความแรงและความเปียก ก๊อตบอกเลยว่าเครื่องเล่นนี้เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นมันส์ แต่เรื่องเปียกเนี่ย… อยู่ที่ดวงล้วนๆ เลย ใครที่กลัวเปียกแนะนำให้กดตู้ซื้อเสื้อกันฝนตอนต่อคิวรอไว้เลย ส่วนใครสายลุยไม่อยากซื้อก็เสี่ยงดวงเอาได้ อย่างรอบล่าสุดที่ก๊อตไปเล่นมาคือ คนอื่นในแพรอดหมด มีก๊อตโดนสาดเปียกไปครึ่งตัวอยู่คนเดียว และจากสถิติส่วนตัวที่เล่นอะไรแบบนี้มาหลายรอบ ก๊อตแนะนำให้ไปนั่งตรงกลางขอที่นั่ง 3 คน ของแต่ละแถว เพราะน่าจะเป็นจุดที่รอดและมีโอกาสเปียกน้อยที่สุดนะ ใครอยากรอดลองเล็งที่นั่งตรงนี้ดู 5555
ส่วนใครเล่นเสร็จแล้วตัวเปียกชุ่ม เค้ามีตู้เป่าแห้งแบบยืน (Drying Pods) ตั้งไว้ให้บริการด้านนอกด้วยนะ เข้าไปยืนเป่าตัวให้เสื้อผ้าแห้งได้เลย แต่แอบบอกว่าค่าเป่าแอบแรงเอาเรื่องอยู่ ราคา 5 SGD เลยทีเดียว

โซน Far Far Away
มาต่อกันที่อีกหนึ่งโซนสุดฮิตอย่าง Far Far Away โซนที่จะพาเราทะลุมิติเข้าสู่อาณาจักรเทพนิยายจากแอนิเมชันเรื่อง Shrek ก้าวแรกที่เดินเข้ามาคือต้องสะดุดตากับปราสาทของ King Harold ความสูงกว่า 40 เมตรที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นมาแต่ไกล นับเป็นอีกหนึ่งมุมมหาชนที่ต้องมายืนโพสท่าถ่ายรูปคู่ปราสาทสวยๆ เก็บไว้ แน่นอนว่าในโซนนี้เราจะได้เจอกับเหล่าคาแรกเตอร์สุดน่ารักที่ยกทัพมาให้เราได้ Meet & Greet ถ่ายรูปคู่กันเพียบ ทั้ง Shrek ยักษ์เขียวตัวใหญ่ใจดี, เจ้าหญิงฟิโอน่า, เจ้า Donkey จอมกวน และเหมียวน้อย Puss in Boots

Puss In Boots’ Giant Journey ⭐️⭐️
สำหรับเครื่องเล่นในโซน Far Far Away นั้น ส่วนใหญ่จะเน้นความน่ารักใสๆ เหมาะกับแก๊งครอบครัวและน้องๆ หนูๆ ซะส่วนใหญ่ แต่อันที่ก๊อตอยากแนะนำให้แวะมาต่อคิวเล่นเลยก็คือ Puss In Boots’ Giant Journey รถไฟเหาะแบบห้อยขา (Suspended Coaster) ที่สร้างจากคาแรกเตอร์เจ้าเหมียวส้มนักดาบ ซึ่งความเลอค่าคือมันเป็นเครื่องเล่นที่มีแค่ที่ Universal Studios Singapore แห่งเดียวในโลกตอนนี้ด้วยนะ
เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นนี้ เค้าจะพาเราไปร่วมปาร์ตี้ผจญภัยกับ Puss in Boots และ Kitty Softpaws เพื่อทำภารกิจบุกปราสาทของยักษ์บนยอดต้นถั่ว เพื่อไปขโมยไข่ห่านทองคำมาช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ตัวรถไฟเหาะจะพาเราค่อยๆ ไต่ระดับความสูงวนขึ้นไปตามเถาวัลย์ยักษ์ ทะลุกำแพงปราสาทเข้าไปเผชิญหน้ากับแม่ห่านตัวเบิ้มที่หวงไข่สุดๆ ก่อนจะพาเราพุ่งหลบหนีวนสไลด์ลงมาตามราง
ส่วนเรื่องความแรง ก๊อตบอกเลยว่าชิลและจอยมาก เป็นรถไฟเหาะที่ความเร็วกำลังสนุกพอให้ลมตีหน้าและได้กรี๊ดกร๊าดเบาๆ ไม่ได้มีจังหวะดิ่งกระชากใจหรือตีลังกาล้านตลบอะไรเลย ถ้าเอาไปเทียบกับคุณพี่ขาโหดอย่าง Battlestar Galactica แล้วล่ะก็ ตัว Puss In Boots นี้น่าจะให้อารมณ์สู้กันระหว่างน้องประถมกับพี่มหาลัยเลยแหละ 5555
ถ้าให้สรุปง่ายๆ Puss In Boots’ Giant Journey คือเครื่องเล่นที่เพลินและสนุกไปอีกแบบ ถือเป็นรถไฟเหาะที่ชวนผู้ปกครองหรือเด็กๆ มาขึ้นได้แบบสบายใจ ใครที่ไม่สู้กับพี่ใหญ่ขาโหดในโซนอื่น หรือเป็นแฟนคลับความกวนของเจ้าเหมียวส้มสวมรองเท้าบูท ก็มาลองเล่นกันได้เลย


Enchanted Airways
มาต่อกันที่รถไฟเหาะไซส์มินิระดับพี่อนุบาลอย่าง Enchanted Airways ที่จะชวนเราขึ้นไปขี่หลังเจ้ามังกรสีแดงตัวใหญ่ (หวานใจของเจ้า Donkey) เพื่อเหาะเหินเดินอากาศข้ามป่าของอาณาจักร Far Far Away
เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่พาเราบินโฉบไปมาเพื่อทักทายเหล่าตัวละครสัตว์ในเทพนิยายสุดคิวท์ที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งลูกหมูสามตัว (Three Little Pigs), หมาป่าใจร้าย (Big Bad Wolf) ไปจนถึงน้องคุกกี้ขิง (Gingy) ส่วนระดับความแรง ก๊อตบอกเลยว่าเป็นรถไฟเหาะที่ไม่แรงมากนัก แต่ก็แอบมีจังหวะเลี้ยวโค้งและแรงเหวี่ยงพอให้ได้กรี๊ดกร๊าดเบาๆ เป็นสีสัน ถือเป็นเครื่องเล่นที่เด็กๆ เล่นได้สบายปร๋อ ส่วนผู้ใหญ่ก็นั่งเพลินๆ รับลมเย็นๆ ได้ฟีลกู๊ดไปอีกแบบ ถือเป็นรถไฟเหาะอุ่นเครื่องที่สายครอบครัวมาจอยกันได้ยกแก๊ง
Shrek 4-D Adventure
สำหรับไฮไลต์อีกตัวในโซนนี้ที่ก๊อตไม่อยากให้พลาดเลยก็คือ Shrek 4-D Adventure โรงภาพยนตร์ 4 มิติสุดอลังการที่ตั้งอยู่ด้านในปราสาทของ King Harold นั่นเอง! ใครที่เดินลุยแดดมาเหนื่อยๆ แล้วอยากหาที่ตากแอร์เย็นๆ พร้อมดูโชว์สนุกๆ ต้องพุ่งตัวมาที่นี่เลย
เนื้อเรื่องของโชว์นี้จะพาเราไปสานต่อเรื่องราวการฮันนีมูนของ Shrek และเจ้าหญิงฟิโอน่า แต่ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อวิญญาณของลอร์ดฟาร์ควาท (Lord Farquaad) ดันโผล่มาลักพาตัวเจ้าหญิงไป! งานนี้เราเลยต้องร่วมหัวจมท้ายไปกับ Shrek และเจ้า Donkey ออกเดินทางผจญภัยเพื่อไปช่วยเจ้าหญิงกลับมาให้ได้
ความสนุกของที่นี่คือมันไม่ใช่แค่การนั่งดูหนัง 3 มิติทั่วไป แต่มันคือ 4-D ที่จัดเต็มเอฟเฟกต์แบบทะลุจอ จังหวะที่ในจอควบม้า เก้าอี้ที่เรานั่งก็จะสั่นและขยับกระแทกตาม จังหวะที่ตัวละครจามหรือตกน้ำ ก็จะมีละอองน้ำพ่นใส่หน้าเราจริงๆ แถมยังมีลมเป่า และเอฟเฟกต์สยองๆ อย่างแมงมุมไต่ขาที่ทำเอาคนทั้งโรงร้องกันเสียงหลง โคตรเรียลและได้อรรถรสสุดๆ
โดยรวมแล้วเป็นโชว์ที่ดูได้เพลินๆ ทั้งครอบครัว เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูสนุก ถ้าให้สรุปง่ายๆ Shrek 4-D Adventure คือจุดแวะพักตากแอร์ชั้นดีที่แฝงไปด้วยความตลกและเอฟเฟกต์สุดป่วนสไตล์ Shrek ใครมาถึงโซนนี้แล้ว ก๊อตบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด!
สายคอนเทนต์ชอบถ่ายรูป ก๊อตแนะนำให้อยู่ยาวจนสวนสนุกปิดไปเล้ย!
สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูปและอยากได้มู้ดของ Universal Studios Singapore ในเวอร์ชันแสงกลางคืน ก๊อตแนะนำให้อยู่ลุยต่อจนถึงช่วงสวนสนุกปิดเลยครับ โดยเฉพาะโซน New York และ Hollywood ที่ก๊อตบอกเลยว่าตอนกลางวันที่ว่าสวยแล้ว ตอนกลางคืนคือปังไม่ไหว พอฟ้าเริ่มมืด ทั่วทั้งโซนเค้าจะเปิดไฟนีออนประดับตกแต่งตามตึกรามบ้านช่อง ยิ่งฝั่งร้านค้าและร้านอาหารนะ แสงไฟตอนกลางคืนคือสวยและได้มู้ดมากกก ให้ฟีลเหมือนเรากำลังเดินเล่นอยู่บนถนนในนิวยอร์กจริงๆ
อย่างหน้าร้าน Big Bird’s Emporium หรือป้ายโรงละครต่างๆ พอเปิดไฟสว่างปุ๊บ ตัวร้านมันดูมีชีวิตชีวาและคลาสสิกขึ้นเยอะมาก นอกจากนี้ตลอดสองข้างทางยังมีป้ายไฟนีออนโคตรคูลให้เราได้ไปยืนโพสท่าคีพลุคเท่ๆ ได้อีกเพียบ เป็นมู้ดที่ถ่ายออกมาแล้วดูอินเตอร์เหมือนไม่ได้อยู่สิงคโปร์เลย การันตีว่าอยู่ถึงเย็นแล้วจะได้รูปสุดปังกลับบ้านไปอัปลงโซเชียลกันทุกคนแน่นอน!





สรุป Universal Studios Singapore (USS) / ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์
Universal Studios Singapore (USS) ถือเป็นสวนสนุกระดับโลกจากค่าย Universal ที่อยู่ใกล้บ้านเราและเดินทางมาง่ายที่สุดแล้ว ซึ่งตัวก๊อตเองต้องบอกเลยว่ามาเที่ยวบ่อยมาก และถึงแม้พื้นที่เค้าจะไม่ได้ใหญ่โตอลังการเท่าสาขาในประเทศอื่น แต่กลับมากี่ครั้งก็ยังสนุกและตื่นเต้น เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกของหนังและการ์ตูนทุกครั้ง ยิ่งตอนนี้ เค้ามีโซนใหมอย่าง Minion Land เข้ามาเพิ่มความป่วนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ที่นี่มีสีสันและน่ามาซ้ำเข้าไปอีก!
ใครที่เป็นแฟนหนังของค่ายนี้ หรือรักการเที่ยวสวนสนุกเป็นชีวิตจิตใจ ก๊อตบอกเลยว่าต้องมา เอาเป็นว่าใครตั้งใจมาตามรอยและอยากเก็บไฮไลต์ให้ครบทุกเครื่องเล่น ก๊อตแนะนำให้สอย Universal Express Pass พกติดตัวมาด้วยเพื่อความฟินแบบไม่ต้องรอคิว แต่ถ้าใครไม่ใช่สายลุยแหลก แค่อยากมาเดินเล่นเสพติดบรรยากาศ ถ่ายรูปสวยๆ และเล่นเครื่องเล่นพอหอมปากหอมคอ ก็สามารถจูงมือแฟน ชวนแก๊งเพื่อน หรือพาครอบครัวมาจอยกันได้เลย เพราะเค้ามีกิจกรรมตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยจริงๆ
เอ้า! อ่านรีวิวฉบับอัปเดตจบแล้ว ใครไปตามรอยมาแล้วชอบโซนไหน หรือโดนเครื่องเล่นอันไหนตกบ้าง แวะมาคอมเมนต์เล่าให้ก๊อตฟังได้เน้ออ!
✨ เช็คราคาและซื้อบัตร Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์) [ซื้อผ่าน KLOOK]
รีวิวสวนสนุกทั่วโลกจาก HASHCORNER 💛💙🧡
ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเล่นสวนสนุกมากกกกก นี่ก็พยายามจะเก็บแต้มสวนสนุกทั่วโลกแล้วเอามาเขียนรีวิวแบบละเอียดๆ ให้ทุกคนได้อ่านและตามกันเนอะ สำหรับใครที่มีแพลนไปเที่ยวสวนสนุกที่ไหนตามลิสด้านล่างนี้ คลิกอ่านรีวิวได้เล้ยย
สวนสนุกอื่นๆ
- Fuji-Q Highland / คาวากุจิโกะ ญี่ปุ่น
- Lotte World | โซล เกาหลีใต้ กำลังเขียน
- Ocean Park / ฮ่องกง
รีวิวและบทความเกี่ยวกับเที่ยวสิงคโปร์ยังไม่หมด คลิกอ่านต่อได้เลย!
1. รีวิว สิงคโปร์ (ปี 2022)
2. รีวิว สิงคโปร์ (ปี 2018)
3. กิจกรรมและที่เที่ยวสิงคโปร์ห้ามพลาด! (ปี 2022)
4. รีวิว Universal Studios Singapore (ปี 2022)
5. 8 โรงแรมคูลๆ แนะนำในสิงคโปร์
6. Jurassic World Staycation, Hard Rock Hotel Singapore
ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook และ KKday ปี 2025
⚡️ สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลกหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank, UOB และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡


















































1 comment
สอบถามหน่อยค่ะ ถ้าจะไปUSS ช่วงต้นเดือนมีนา แนะนำให้ไปวันไหนดีค่ะถึงจะคุ้มสุด แล้วUSSเปิด-ปิดเวลาไหนคะช่วงนั้น ดูในเพจอื่นๆเวลาไม่ตรงกันเลยสับสนค่ะ ไม่รู้ว่า 2023 นี้มีเวลาอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหมคะ