มองเทรอซ์ (Montruex) เป็นเมืองเล็กๆริมทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ที่ล้อมรอบด้วยไร่ไวน์และมีแบล็คกราวด์อลังการด้วยเทือกเขาแอลป์ (Alps Montain) นี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมืองนี้จึงเป็นพักตากอากาศของคนสวิส รวมถึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ป๊อปปูล่าอีกเมืองหนึ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนชอบมาแวะเวียน เพราะมันสวยมากกกก ไม่ว่าจะมุมไหนๆ เราก็จะเห็นเทือกเขาแอลป์เด่นชัดหลังทะเลสาบเจนีวาตลอดเวลา แถมที่นี่ยังมีปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) ที่เราสามารถล่องเรือเก๋ๆ ไปดูความยิ่งใหญ่และความสวยงามของที่นี่ได้อีก
รีวิวเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์🇨🇭♥️
โรงแรมในเมืองมองเทรอซ์
Eurotel Montreux Hotel
Eurotel Montreux คือโรงแรมที่ก๊อตได้นอนซึ่งมาพร้อมกับแพ็คเกจ Stopover Switzerland นั่นเอง ตัวตึกของโรงแรมนั้น จากที่สังเกตดูนี่ แทบจะสูงที่สุดในเมืองแล้วแหละ ทีนี้ .. วิวจากห้องเรานั้น บอกเลยว่าโคตรดีย์ เราสามารถมองเห็นตัวเมือง ทะเลสาบเจนีวา และเทือกเขาแอลป์ด้านหน้าได้แบบพีคๆ ส่วนทำเลของตัวโรงแรมนั้นจัดว่าดีงามมากกกก เราสามารถเดินจากสถานีรถไฟ Montreux มาโรงแรมได้แบบชิลๆ ตัวโรงแรมอยู่ติดกับทางเดินเลียบทะเลสาบ ซึ่งเราสามารถออกจากโรงแรม แล้วเดินเล่นต่อได้เลย อันนี้ดีมากกก
ตัวห้องพักนั้น ก๊อตพักห้องแบบ Classic Room พื้นที่ถือว่ากว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งตู้เย็น ทีวี เตียงนอนสบาย
ตัวห้องอยู่ตรงหัวมุมซึ่งเราสามารถมองวิวเมืองมองเทรอซ์ (Montreux) ได้แบบรอบด้าน แถมยังมีระเบียงด้านนอกที่เราสามารถนั่งเล่นได้อีก (แต่นี่ไม่ได้ออกไปนั่งอะไร เพราะหนาวม๊าก 5555555)
อาหารเช้าบุฟเฟต์นั้นวิวดีโคตร เทือกเขาแอลป์นี่ตั้งอยู่ตรงหน้า ส่วนเรื่องอาหารนั้นค่อนข้างโอเค ไม่ได้ดีเลิศเลอแต่ก็ไม่ได้แย่ ตัวเลือกส่วนมากจะเป็นสไตล์ฝรั่ง ไม่มีอาหารสไตล์เอเชียอย่างพวกข้าว หรือกับข้าวต่างๆ สรุป ถ้าถามก๊อตว่าโอเคและดีมั้ยกับ Eurotel Montreux Hotel นี่อยากบอกว่า เอ้อ ดีมาก แนะนำจ้า!
ทางเดินเลียบทะเลสาบเจนีวา (Geneva Lake Promenade)
ตั้งแต่เช้า รีบตื่นแล้วนั่งรถไฟจากเมืองอินเทอร์ลาเคิน (Interlaken) มาถึงมองเทรอซ์ (Montruex) ก็ประมาณเที่ยงพอดี หลังจากเช็คอิน เอากระเป๋าเข้าไปเก็บในห้องพักเรียบร้อย กิจกรรมแรกที่เราต้องทำในเมือง Montruex เลยคือ การเดินเล่นเลียบทะเลสาบเจนีวา (Geneva Lake Promenade) ซึ่งเราสามารถเดินเลียบไปเรื่อยๆ
ทางที่แนะนำคือเดินไปตามทางที่มุ่งหน้าไปยัง ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) นั่นเอง การเดินเล่นแบบนี้ เราจะได้เห็นและชื่นชมไฮไลท์ตัวเมือง Montruex เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบเจนีวา ที่อยู่ตลอดรอดฝั่งการเดินนี้ เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนสวิสเมืองนี้ ที่เค้าออกมาเดินเล่น จับกลุ่มนั่งคุย รวมถึงเห็นต้นไม้ ดอกไม้ และงานศิลปะแบบที่ตั้งอยู่เรียงรายอีกด้วย บอกเลยว่าดีมากกกก
เดินมาเรื่อยๆ เราจะได้พบกับรูปปั้นของ Freddie Mercury (เฟรดดี เมอร์คิวรี) นักร้องนำวงร็อค Queen ที่มีฉายาไทยว่า ‘ราชาในนามของราชินี’ ที่ดังมากๆ ซึ่งนักร้อง นักดนตรีและคนที่ชื่นชอบเสียงเพลง ทุกคนจะรู้จักเป็นอย่างดี โดยในปี 1978 ได้มางาน Montreux Jazz Festival แล้วได้ทำเพลงอัลบั้ม ‘Jazz’ กับวง Queen ที่นี่ จากนั้น Freddie ก็หลงรักเมืองนี้มาก จนถึงขั้นลงหลักปักฐานและสร้างสตูดิโอเพลงขึ้นมา ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนเพลงวง Queen เราสามารถเข้าไปเที่ยวสตูดิโอนี้ได้อีกด้วย
ส่วนตัวขอบอกตามตรงว่า ไม่รู้จัก Freddie Mercury เพราะว่าเกิดไม่ทันจริงๆ พอมาได้เขียนรีวิวและได้ลองฟังเพลง เอ้า รู้จักเพลงเฉย 5555 อย่างเช่น We Are The Champions และ We Will Rock You ซึ่งนี่คิดว่าหลายคนก็น่าจะรู้จัก และตอนนี้ได้รู้แล้วว่าดังม๊ากกก ดังนั้น ใครที่เป็นแฟนเพลงเค้า ต้องมาเยี่ยมเยียนให้ได้ รวมถึงไปเที่ยว Queen Studio Montreux ที่เค้าใช้สตูดิโอนี้ทำอัลบั้มชุดสุดท้ายที่ชื่อว่า ‘Made in Heaven’ อีกด้วยย


ด้านหน้าของรูปปั้น Freddie จะมีแพลตฟอร์มรูปวงกลม ตรงนี้ใครหลายๆคนจะชอบมานั่งเล่นดูวิวกัน และถ้าใครมาช่วงเดือนธันวาคม ตรงลานกว้างด้านของรูปปั้น ตรงนี้จะมี Christmas Market ด้วย ซึ่งมันหมดไปพอดีตอนที่ก๊อตไป คือเสียดายมากกกก เห็นจากรูป ตลาดคริสต์มาสที่มองเทรอซ์คือสวย และมีแซนตาครอสบินด้วย ฮืออออ
ล่องเรือทะเลสาบเจนีวา (CGN)
หลังจากเปื่อยๆซักพัก ก็เดินย้อนกลับไปยังท่าเรือ Montreux (lac) นี่ตั้งใจไปว่าจะไปเที่ยว ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle / Château de Chillon) แต่เราจะไม่นั่งรถไฟหรือเดินไปจ้าา เพราะเราจะล่องเรือ CGN ไป ซึ่งมันจะมีเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้นแหละ ใครมาเที่ยววันอาทิตย์พอดีนี่ถือว่าโชคดีมาก อีกทั้งยังฟรีอีกด้วย หากเรามี SWISS PASS อยู่ในมือ



จริงๆ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันมีเฉพาะวันอาทิตย์นะ แต่นี่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่เป็นคนโรมาเนียที่ได้เจอระหว่างทางที่นั่น เค้าบอกว่าเค้าอยากนั่งเรือ แต่มันมีเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น นี่ก็ตอบ ‘อ้าวเห้ย นี่ไอลัคกี้หรอเนี่ย ไม่รู้เรื่องเลย 5555555’
ถ้าคิดว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ เลี้ยงกาแฟก๊อตซักแก้วได้นะครับ 😆💙
จะได้มีแรงใจทำรีวิวออกมาให้ทุกคนได้อ่านเรื่อยๆ ครับ
ถ้าใครที่ล่องเรือระยะสั้นๆ แบบก๊อตนั้น ให้เราเดินไปหลังเรือหรือด้านหน้าเรือเพื่อดูวิว ซึ่งนี่จะบอกว่า วิวระหว่างการล่องเรือนั้นโคตรสวย เราจะได้เห็นเมือง Montruex จากทะเลสาบ ได้เห็นมุมที่ไม่เหมือนตอนเราเดินอยู่บนฝั่ง อีกทั้งตอนที่เรือแล่นใกล้ถึงปราสาทชิลยอง เราจะได้มุมแปลกตาที่เราไม่สามารถถ่ายได้จากบนฝั่งอีกด้วย ดีย์และชอบมากกกก อันนี้ขอแนะนำ
ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle / Château de Chillon)
จุดหมายปลายหลักของการมาเที่ยวเมืองมองเทรอซ์ (Montruex) ของหลายๆคน น่าจะเป็นตัวปราสาทชิลยอง ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle / Château de Chillon) ที่มีประวัติยาวนานมาเกือบ 1,000 ปี และปราสาทแห่งนี้ยังถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับท็อปของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีคนมาเยี่ยมเยียนมากที่สุดอีกด้วย และแน่นอน คนถือ SWISS PASS ไม่ต้องเสียค่าเข้าจ้า เป็นบัตรเบ่งขั้นสุด 555555
ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle / Château de Chillon) มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1150 นู้น โดยมีเคานต์แห่งซาวอยเป็นผู้ปกครองและใช้เป็นจุดควบคุมเส้นทางสัญจรระหว่างจากอิตาลีผ่านช่องเขากร็อง-แซ็ง-แบร์นาร์ (Great St Bernard Pass) ขึ้นไปยังทิศเหนือ (อ่านมาเค้าบอกว่า กองทัพนโปเลียนก็เคยใช้เส้นทางนี้เหมือนกัน) จนกระทั้งต่อมาในศตวรรษที่ 13 เคานต์แห่งซาวอยได้เปลี่ยนปราสาทเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อน แต่คือไม่ได้อยู่ที่ปราสาทชิลยองตลอดเวลา เพราะต้องดูแลอาณาจักรนู่นนี่นั่นและโปรดปราสาทอื่นมากกว่า ทำให้ปราสาทชิลยองเริ่มเสื่อมโทรมและชั้นใต้ดินกลายเป็นดันเจี้ยนที่คุมขังพระและนักโทษทางการเมืองแทน
จนกระทั้งมาในยุคของเบิร์นนีส (Bernese) ที่เข้ามาและได้ยึดอาณาจักรโว (Vaud) รวมถึงปราสาทชิลยองและเปลี่ยนกลายมาเป็นป้อมปราการ คลังอาวุธ และคุก จนมาถึงยุคปัจจุบันที่กลายเป็นสถานที่สำคัญที่ผ่านเหตุการณ์เยอะแยะมากมายเกือบ 1,000 ปีนี่แหละ
ด้านในตัวปราสาทชิลยอง จะมีเส้นทางการเดินชมชัดเจนตามตัวเลขไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นหลายอย่างมาก ตั้งแต่ห้องอาหาร ที่เราจะได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์การทำอาหาร ทำไวน์ เบียร์ รวมถึงประวัติการใช้เครื่องเทศต่างๆ ที่คนยุโรปทำการค้าขายกับชาติอื่นๆในอดีต รวมถึงเราจะได้เห็นห้องคุมขังนักโทษของจริง ของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าเยอะมาก และสนุกด้วยนะ ข้อมูลต่างๆในปราสาทแน่นปึ๊ก ถ้าใช้เวลาแบบเร็วๆ ก็สองชั่วโมง แต่ถ้าอยากดูแบบถึงพริกถึงขิงจริงๆ อาจจะครึ่งวันหรือทั้งวันเลยแกร
ก่อนขึ้นรถไฟหรือรถเมล์กลับตัวเมืองมองเทรอซ์ อย่าลืมถ่ายรูปกับสะพานด้านข้างปราสาท ตรงนี้เป็นจุดฮิตของการถ่ายรูปมากถึงขั้นต่อแถวเข้าคิวกันเลย ฮ่า




ยังมีอีกจุดหนึ่ง ซึ่งนี่เจอโดยบังเอิญระหว่างทางที่จะเดินไปขึ้นรถไฟ มันจะมีทางลงไปยังหาดกรวดหิน ซึ่งตรงนี้เป็นอีกจุดที่วิวดีโคตร มองเห็นปราสามชิลยองได้สวยๆ เลย ชอบบ // ถ้าใครว่างและยังมีเวลาเหลือเยอะนี่ จะเดินกลับไปกลางเมืองมองเทรอซ์ก็ได้อยู่นะ สามกิโลกว่าๆ ชั่วโมงนึงก็ถึง 55555
รถไฟ GoldenPass Line สาย Montruex-Zweisimmen-Zurich
หลังจากการเที่ยวทั้งวันในตัวเมืองมองเทรอซ์นั้น ได้มีไปเที่ยวเมืองเวอแว (Vevey) และเมืองโลซาน (Lausanne) ต่อในวันถัดมา ใครที่อยากอ่านรีวิวของสองเมืองนี้ คลิกอ่านรีวิวได้ที่ชื่อเมืองเล้ย
และนี่ขอตัดมาวันสุดท้ายก่อนที่จะบินกลับไทยกับสายการบิน SWISS ที่มีไฟล์ตบินตอน 6 โมงเย็น ตกลงกับตัวเองว่าจะไม่ทำอะไรแล้วนอกจากการนั่งรถไฟสาย GoldenPass Line เส้น Montruex-Zweisimmen จากนั้นนั่งรถไฟต่อไปยังสนามบินซูริคแบบชิลๆ
ซึ่งถ้าใครได้มาเยือนเมือง Montruex เนี่ย ต้องลองนั่งซักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นขาเข้าหรือขาออกเมืองนาจา เพราะตู้รถไฟเค้าเป็นแบบกระจกพาโนรามิกบานใหญ่ที่เราสามารถดูวิวข้างทางได้อย่างเต็มตา และแน่นอนว่า SWISS PASS กระโดดขึ้นไปนั่งได้เลย หรือถ้าไม่ชัวร์ จะจองที่นั่งล่วงหน้าก่อนก็ได้เด้อ
เริ่มเส้นทางของ GoldenPass Line นั้น เริ่มต้นที่เมืองมองเทรอซ์ (Montruex) แล้วขึ้นเขาวนไปเรื่อยๆ ซึ่งจุดนี้เราจะเห็นวิวเมืองมองเทรอซ์แบบเต็มๆ พร้อมเทือกเขาแอลป์ คือสวยโคตรรรร กรี๊ดดดด
แปปๆ ก็เริ่มเข้าสู่โซนหิมะ ขาวโพลนยาวจนถึงเมืองซไวซ์ซิมเมน (Zweisimmen)


รถไฟแล่นมาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที เราจะเข้าสู่ช่วงวิวที่สวยที่สุดใน GoldenPass Line นั่นคือ หมู่บ้านกืซตาด์ก (Gstaad) ซึ่งถ้าใครมีเวลาเยอะมากกว่านี้ แนะนำให้มาเล่นสกี เดินเล่น หรือช้อปปิ้งที่หมู่บ้านนี้ได้เลย ที่นี่เป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่ดังมากกกกกกในยุโรป ช่วงที่รถไฟผ่านแถวๆนี้ บอกเลยว่าโคตรสวยยย
ตัวเองจำได้ว่า นั่งประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะถึงจะสนามบิน ฮ่าๆ แต่มันไม่ได้น่าเบื่อนะ เพราะวิวด้านข้างแม่งสวยเว่อร์ ขึ้น-ลงเข้า และยังได้เห็นสวิตเซอร์แลนด์หลากหลายมุมอีก คือดีย์ และเราชอบมากกกก
















































3 comments
น่าไปเที่ยวมากครับ
บรรยากาศดี
ได้ข้อมูลเลยค่ะ กำลังวางแผนไปเมืองนี้
ขอความรู้ค่ะ เวลาขึ้นรถไฟสาย GOLDEN PASS ต้องเสียเงินอีกมั้ยค่ะ ถ้ามี SWISS PASS และ ถ้าไม่เสีย ต้องจองวันเดินทางและจองที่นั่งมั้ยคะ