HashCorner

รีวิว เกาสง (Kaohsiung) เที่ยวไต้หวัน เก็บครบทั้งประเทศ

เกาสง (Kaohsiung) นี่ถือเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 3 ของไต้หวัน รองจากเมืองไทเป (Taipei) และไถจง (Taichung) เลยเชียวนะ ซึ่งนี่เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้จัก หรือถ้ารู้จักแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะไปเที่ยวที่เมืองนี้ซักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเพราะมันอยู่ไกลมาจากไทเป (ก็แหงแหละ อยู่เกือบใต้สุดของเกาะไต้หวัน) หรือแม้แต่คิดว่ามันไม่ค่อยมีอะไรให้เที่ยว

เห้ยย แกร๊ ที่นี่เป็นเมืองเจริญอีกเมืองหนึ่งของไต้หวันเลยนาา มีรถไฟใต้ดินสองสายที่เราสามารถเดินทางได้สะดวก มีวัดและเจดีย์ที่เลื่องลือถึงความสวยงาม มีตลาดนัดกลางคืนที่โด่งดังเรื่องซีฟู๊ด แถมยังมีแกลอรี มิวเซียม สวนสาธารณะที่รวมตัวกันเป็นพื้นที่ศิลปะแบบลงตัวอีก นี่เลยคิดว่า เกาสง (Kaohsiung) นี่เป็นเมืองนึงที่น่ามาเที่ยวเลย เอาเป็นว่า ลองมาอ่านรีวิวก่อน แล้วมาดูว่าอยากไปหรือไม่อยากเนอะ ฮ่าๆ

ทริปไต้หวัน #2019

ทริปไต้หวัน #2019 ของก๊อตนั้น เกิดจากการที่เราก็ไปเที่ยวไต้หวันเกือบๆจะครึ่งประเทศแล้วอ่ะ รีวิวก็เยอะ คนติดตามทริปไต้หวันก็แยะ นี่เลยอยากกลับไปเที่ยวไต้หวันแล้วเก็บที่ท่องเที่ยวส่วนที่เหลือของไต้หวันทั้งหมด (คนมันบ้า 5555) ก็เลยตกลงกับแม่ว่า ไปเที่ยวไต้หวันกันเถิ้ดดดด แม่ก็โอเคเอ้ออ ไปสิ๊ ซึ่งทริปไต้หวันทริปนี้เป็นครั้งแรกของแม่ด้วย แพลนทริปครั้งนี้เลยอาจจะไม่ได้โลดโผนมากนัก เพราะสงสารแม่ที่อายุ 50 กว่าแล้ว จะให้ไปเดินเทรล เข้าป่า ปีนเขา ก็กลัวคุณแม่จะเป็นลมล้มพับไปก่อน 5555555

สุดท้าย ทริปไต้หวัน #2019 ก็เลยกลายออกมาเป็นทริปที่เที่ยวในเมืองซะส่วนใหญ่ เดินทางง่าย สะดวกสบาย โดยมีเมืองหลักๆตามนี้ นั่นคือ เกาสง (Kaohsiung) / ไถหนาน (Tainan) / ไถจง (Taichung) และ ไทเป (Taipei) นั่นเอง เอาล่ะ มาอ่านรีวิวแล้วตามรอยเที่ยวด้วยกันได้เลย 🧡

1. รีวิว เกาสง (Kaohsiung)
2. รีวิว ไถหนาน (Tainan)
3. รีวิว ไถจง (Taichung) // กำลังเขียน
4. รีวิว ไทเป #2 (Taipei)

รีวิวเที่ยวไต้หวัน เมืองอื่นจากทริปครั้งก่อนๆ เยอะม๊าก

  1. Taipei #1 (ไทเป #1) – เที่ยวแบบวัยรุ่นกับที่ฮิปและโคตรคูลที่สุดในไต้หวัน
  2. Yangmingshan National Park (อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน) – ปีนเขา เดินเทรล ชมธรรมชาติแบบไม่ต้องไปไกลจากไทเป
  3. Jiufen + Jinguashi (จิ่วเฟิ่น + จินกัวสือ) – ตามรอยอนิเมะ Spirited Away
  4. Hualien (ฮัวเหลียน) – เดินเทรลดูเขาหินอ่อน
  5. Taroko National Park (อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ) – เดินเล่นทะเลหินดำ
  6. Taitung (ไถตง) – ขับรถเที่ยว Road Trip แวะจุดชมวิว
  7. Kenting (เขิ่นติง) – ชมวิวขอบทะเลใต้สุดของไต้หวัน
  8. Cingjing + Hehuanshan (ซิงจิง + เหอหวนชาน) – ธรรมชาติที่ถูกขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์ไต้หวัน
  9. Alishan (อาลีซาน) – เดินเทรลในป่าสน ฟินทะเลหมอกฤดูหนาว .. อันนี้พีคมากก
  10. Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา) – ทะเลสาปสีฟ้าเขียว ผืนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

วันแรก: Pier2 Art Center

สถานที่แรกใน เกาสง (Kaohsiung) นั้น ขอตามใจวัยรุ่นก่อนด้วยการไป Pier2 Art Center กับสถานที่ฮิตที่วัยรุ่นเกาสงเค้าชอบ โดยเค้ารีโนเวทจากโกดังเก่ากลายเป็นพื้นที่ศิลปะเพื่อปลดปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ของคนที่นี่นั่นเอง ซึ่งสิ่งต่างๆที่เราสามารถทำได้จากที่นี่ก็ค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยแหละ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปชิคๆ กับงาน Public Art ตามจุดต่างๆ ที่มากกว่า 30 จุด หรือแม้แต่การเข้าไปหาแรงบันดาลใจอย่างแกลอรี่ พิพิธภัณฑ์ และซื้อของในร้านขายของครีเอทีฟ คือมันเยอะม๊ากกกก

ด้านในตึกของ Pier2 Art Center มีทั้งร้านหนังสือ แกลอรี่ คาเฟ่ และร้านของของเยอะม๊าก ใครที่อยากซื้อของอาร์ทๆที่ไม่ซ้ำใคร ที่นี่น่าจะเป็นแห่งเดียวที่เราสามารถเดินเล่นซื้อของเก๋ๆได้ในเมืองเกาสงนะเอ้อออ

นอกจากโซนโกดังที่พลุกพล่านด้วยงานครีเอทีฟแล้ว นี่จะแนะนำให้เราเดินมายังด้านขวา ตรงฝั่ง Penglai Area ที่มี พิพิธภัณฑ์รถไฟไต้หวันฮามะเซน (Hamasen Museum of Taiwan Railway) ที่จำลองรถไฟมินิขนาดเล็กที่เราสามารถขึ้นไปนั่งขี่วนรอบๆแถวนั้นเลย คือแบบ น่ารักม๊ากกกกกกกก

เขยิบจากพิพิธภัณฑ์มาอีกหน่อย มันจะมี สวนสาธารณะวัฒนธรรมรถไฟฮามะเซน (Hamasen Railway Cultural Park) โดยเราสังเกตได้จากต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คอยกำบังแสงแดดผู้คนที่นั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ และสวนสาธารณะที่เป็นจุดตั้งของ Public Art ที่ใครหลายๆคนชอบมาถ่ายรูปกัน ตรงนี้อ่ะ จะบอกว่าสวยและบรรยากาศดีม๊ากกก นั่งดูงานอาร์ทมาเยอะ แล้วมานั่งเอื่อยๆ ชิลๆ ถ่ายรูปที่นี่ซักแปป คือมันดีโคตรเลยล่ะ

เจดีย์มังกรเสือ + วัดฉือจี้ (Dragon and Tiger Pagodas + Ciji Temple)

มาต่อกับที่เที่ยวบริเวณรอบๆ สระดอกบัว หรือ Lotus Pond สระที่สร้างด้วยมนุษย์และมีสถานที่สำคัญและโด่งดังของเมืองเกาสง (Kaoushiung) ตั้งอยู่เยอะแยะ อย่างเช่น เจดีย์มังกรเสือ – วัดฉือจี้ (Dragon and Tiger Pagodas – Ciji Temple) ที่เราจะไปยังที่แรกนั่นเอง การมายังที่นี่นั้น ให้เรานั่งรถไฟ MRT Zuoying ออกทางออก 2 แล้วนั่งรถเมลสาย R51 หรือ 301 มาลงแถวสระดอกบัว หรือ Lotus Pond ได้เลย

เจดีย์มังกรเสือ (Dragon and Tiger Pagodas) นั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของ วัดฉือจี้ (Ciji Temple) ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามถนน โดยวัดนี้มีองค์ประธานเป็น เทพเป่าเซิงต้าตี้ (Baosheng Dadi) เทพเจ้าแห่งการแพทย์ ซึ่งตามตำนานจีนของเทพองค์นี้นั้น เคยรักษาบาดแผลที่ตาของมังกร รวมถึงเคยรักษาอาการกระดูกติดคอของเสือ ซึ่งเสือตัวนี้ต่อมาได้เป็นยานพาหานะติดตามท่านอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเจดีย์มังกรและเสือที่ตั้งอยู่หน้าวัดนั้น สร้างขึ้นเพื่ออุทิศเทพเป่าเซิงต้าตี้ (Baosheng Dadi) และสำหรับใครที่อยากขอพรเรื่องสุขภาพ ส่วนตัวคิดว่า เราสามารถไหว้ขอพรท่านได้จากเทพองค์นี้ได้ด้วยเช่นกันเน้อ

สำหรับ เจดีย์มังกรเสือ (Dragon and Tiger Pagodas) ที่เป็นแลนด์มาร์คเด่นด้านหน้าวัดนั้น จะเป็นเจดีย์ฐานมังกรและเจดีย์ฐานเสืออยู่ ซึ่งสัตว์สองตัวนี้ก็ถือเป็นสัตว์ตำนานของจีน รวมถึงเป็นสัตว์ปีนักษัตริย์ของจีนอีกด้วย ตามความเชื่อของพี่จีนเค้าคือ ให้เราเดินลอดเข้าปากมังกรและเดินออกจากปากเสือเพื่อเสริมโชคและขจัดสิ่งไม่ดีออกจากตัวเรานั่นเอง

ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions)

จากเจดีย์มังกรเสือ (Dragon and Tiger Pagodas) เราสามารถเห็น ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions) ได้ไกล เราสามารถเดินมาที่นี่ต่อได้เลยในเวลาไม่ถึง 5 นาที ซึ่ง ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงนี้เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังในเมืองเกาสงไม่แพ้เจดีย์มังกรเสือเล้ย

ศาลาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง (Spring and Autumn Pavilions) สร้างโดยวัดฉีหมิงกง (Chi Ming Palace) ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ซึ่งเค้ากันว่า เมื่อไหร่ที่เราเห็นวันที่ลงท้ายด้วย ‘กง (宮)’ นั้น ให้รู้ไว้เลยว่าวัดนี้น่าจะเป็นวัดลัทธิเต๋า ซึ่งวัดนี้และศาลานี้ก็ใช่ด้วยเช่นกัน เมื่อเราเดินเข้ามายังวัดนี้ เราจะเห็นเจ้าแม่กวนอิมยืนอยู่บนมังกร โดยหัวมังกรนั้น เราสามารถเดินเข้าไปดูภาพสลักกำแพงที่พูดถึงเกี่ยวกับความเชื่อศาสนาของจีนได้ด้วย แต่ตอนที่ไปนั้นปิดแล้ว ทำให้นี่อดเดินเข้าไปเลยจ้า

เมื่อเราเดินชมศาลาด้านหน้าแล้ว อย่าลืมเดินผ่านเข้าไปยังสะพานที่ทอดยาวเพื่อเดินไปยังศาลาด้านในสุดด้วยเด้อ ซึ่งศาลาด้านในนั้นคือศาลาอู๋หลี่ถิง (五里亭) ที่ส่วนตัวนี่คิดว่าสวยมากกก และช่วงเวลาที่ก๊อตไปตอนนั้นคือเย็นมากแล้ว ฟ้าเริ่มมืดและเค้าเริ่มเปิดไฟ รู้สึกว่ามันสวยกว่าเดิมอีก นี่ก็เลยเดินชิลๆ เสร็จจากนั้นก็เดินออกมา ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะไปอีกหนึ่งวัดที่เราสามารถเดินต่อไปได้อีก นั่นคือ ศาลาเป่ยจี๋ถิง (Pei Chi Pavilion) แต่ว่ามันเย็นมากแล้ว ก็เลยกลับเพื่อไปหาของกินที่ตลาดกลางคืนดีกว่า ฮ่า

ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Night Market)

แน่นอนว่าไต้หวันต้องมาพร้อมกับตลาดกลางคืน ซึ่งเมืองเกาสง (Kaohsiung) เค้าก็มีตลาดนัดกลางคืนหลายแห่งอยู่เหมือนกัน แต่มาครั้งนี้นี่เลยขอเลือก ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Night Market) เพราะว่ามาง่ายสุด เราสามารถเดินมาได้แปปๆจากสถานี MRT Formosa Boulevard Station เลยล่ะ

ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Night Market) ไม่ใช่ตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเกาสง (Kaohsiung) แต่เป็นตลาดฮิตที่สุดของนักท่องเที่ยวเลย โดยเค้าจะปิดถนนเป็นตลาดคนเดินยาวสองช่วงถนน โดยของเด็ดที่เค้าบอกว่าต้องมาลองที่นี่คือ อาหารทะเลโดยเฉพาะพวกปู หอย ปลาหมึก และ กุ้ง เด้อ

ด้วยความหิวจากการที่เดินเที่ยวมาตลอดทั้งวัน นี่ก็ตระเวนเดินกินเยอะม๊ากกก ทั้งไส้กรอกไต้หวันที่อร่อยสุดๆ ข้าวผัด และขนมกรุบกริบอีกเยอะแยะมากมาย แถมราคาอาหารยังไม่แพงอีกด้วย ใครที่เป็นสายกินนี่ แนะนำให้มาเถิดดด มันเด็ดดวงมากเล้ย ฮ่าา

โดมแห่งแสง (Dome of Light Formosa Boulevard)

หลังจากอิ่มพุงกางจากสตรีทฟู๊ดที่ ตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Night Market) ก็ได้เวลากลับที่พักเพื่อนอนแอ้งแม้งแอ่นพุงซักที โว้ยยย อิ่ม! 5555 // เราจะแวะไปอีกที่หนึ่งที่เป็นทางผ่านในสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดของตลาดนั่นคือ สถานี Formosa Boulevard Station ที่เป็นสถานีใหญ่เชื่อมกันระหว่างสายสีส้มและสีแดงของเมืองเกาสงนั่นเองเด้อ ที่นี่เค้าจะมีจุดนัดพบกลางสถานีที่เรียกว่า โดมแห่งแสง (Dome of Light Formosa Boulevard) ที่สวยโอ่อ่ามากก

ที่เก๋สุดของ โดมแห่งแสง (Dome of Light Formosa Boulevard) นั้น เป็นผลงาน Public Art Installation จากการใช้แผ่นแก้วสีๆ แต่ละชิ้นมาเรียงต่อกันจนเป็นโดมแก้วที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งโดมนี้จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน คือ ดิน น้ำ แสง และไฟ นั่นเอง

เห็นโดมแก้วสีสันสวยงามแบบนี้แล้ว ใครที่แวะเวียนผ่านมายังสถานรถไฟใต้ดิน Formosa Boulevard Station อย่าลืมมาแวะดูความสวยงามและถ่ายรูปกัน ดูเสร็จแล้ว นี่ก็รีบบึ่งกลับโรงแรมเลย 555555

วันที่สอง (ครึ่งวันเช้า): พุทธอุทยานพระใหญ่ โฝกวงซาน (Fo Guang Shan Monastery)

พุทธอุทยานพระใหญ่ โฝกวงซาน (Fo Guang Shan Monastery) นี่ถือเป็นวัดและพุทยานที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในองกรค์การกุศลที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันอีกด้วยนะ ซึ่งส่วนที่เราจะมาเที่ยวกันนั้นจะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ โดยสิ่งที่นี่อยากเห็นคือรูปปั้นองค์พระพุทธรูปที่ใหญ่โตอลังการที่สุดในไต้หวัน และเจดีย์ 8 องค์ ที่ตั้งเรียงกันขนาบข้างของตัวพุทธอุทยานนั่นเอง // ส่วนใครที่ไปตัววัดนั้น สามารถเข้าไปเที่ยวได้ด้วยเช่นกันเด้อ แต่ก๊อตไม่ได้ไป 55555

วิธีการมาเที่ยวพุทธอุทยานพระใหญ่ โฝกวงซาน (Fo Guang Shan Monastery) นั้น วิธีที่มาง่ายที่สุด ให้เรามาตั้งต้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูง THSR Zouying ด้านหน้าสถานีจะมีรถเมล์สาย 8501 ซึ่งเราสามารถนั่งจนสุดสายได้เด้อ

ความอลังการของพระพุทธรูปองค์ใหญ่กับเจดีย์ 8 องค์ที่ตั้งเรียงกันด้านหน้านั้น ต้องบอกอลังมากและใหญ่ม๊าก หากเราเดินจากตึกทางเข้าจนถึงตัวตึกหลักของพิพิธภัณฑ์นี่ใช้เวลาเดินมากอยู่เหมือนกัน ซึ่งนี่จะแนะนำให้เรามาแต่เช้าๆเลย หรือไม่ก็เย็นๆ มันจะไม่ร้อนมาก เพราะถ้าเรามาตอนกลางวันที่แดดเปรี้ยงๆนั้น บอกเลยว่าร้อนสุดๆ 555555

ด้านในพิพิธภัณฑ์ของ พุทธอุทยานพระใหญ่ โฝกวงซาน (Fo Guang Shan Monastery) นั้น จะเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนาเป็นหลัก ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ดูมากมายเท่าไหร่ จะมีก็แต่อนิเมชั่นที่เล่าเรื่องราวของการกำเนิดพระพุทธศาสนาและการประสูติของพระพุทธเจ้า มีห้องที่มีรูปแกะสลักเจ้าแม่กวนอิมพันกรที่ถูกประดับประดาอลังการ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปจากประเทศไทยให้คนมาสักการะบูชา และที่สำคัญสุดๆ คือ ที่นี่เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยวหรือฟันของพระพุทธเจ้า ซึ่งอันนี้เค้าไม่ได้เปิดให้เข้าชมเน้อ

ถามเรื่องความอลังการ คืออลังการและยิ่งใหญ่จริงๆ แต่ถ้าใครมีเวลาน้อย และไม่ได้อินเรื่องการมาดูพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากนัก เราสามารถข้ามที่นี่ได้เลย เพราะเวลาในการเที่ยวที่ พุทธอุทยานพระใหญ่ โฝกวงซาน (Fo Guang Shan Monastery) นั้นใช้เวลาอย่างน้อย ประมาณครึ่งวันเลยแหละ

ทั้งหมดนี้แหละคือรีวิวเที่ยวเมืองเกาสง (Kaohsiung) ซึ่งจริงๆ ในแพลนของวันแรกจะมีไปเกาะฉือจี้ (Ciji Island) ด้วย แต่ดันตื่นสาย กว่าจะออกจากโรงแรมก็เกือบเที่ยง เลยไม่ได้ไป 5555555 // ใครจะไปก็ไปได้ เหมือนจะดีย์อยู่แหละ

ย่านที่พักในเกาสง (Kaohsiung)

สำหรับย่านที่พักที่แนะนำในเกาสง (Kaohsiung) ส่วนตัวแนะนำอยู่ 2 ย่าน คือ

  1. แถวสถานีรถไฟใต้ดิน Formosa Boulevard Station
    เป็นสถานีจุดเปลี่ยนรถไฟฟ้าใต้ดินสองสาย และเป็นสถานีที่อยู่ใกล้กับตลาดกลางคืนลิ่วเหอ (Liuhe Night Market)
  2. ย่านสถานีรถไฟเกาสง + สถานีรถไฟใต้ดินเกาสง (TRA + MRT Kaohsiung Station)
    ตรงนี้ก็ดีสำหรับคนที่อยากอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟธรรมดาเพื่อนั่งเปลี่ยนเมือง และรถไฟใต้ดินสำหรับเดินทางในเมืองเด้อ ส่วนตัวก๊อตพักที่นี่ เพราะเมืองถัดไปจะไปเที่ยวไถหนาน (Tainan) โดยนั่งรถไฟธรรมดาต่อ

Kindness Hotel – Kaohsiung Main Station Front

สำหรับโรงแรมที่ก๊อตได้นอนในเมืองเกาสงนั้น มีชื่อว่า Kindness Hotel สาขา Kaohsiung Main Station Front ที่บอกเลยว่าโคตรคุ้มค่าเงินในระดับท็อป ซึ่งต้องขอแนะนำเครือโรงแรม Kindness Hotel กันก่อน คือเครือโรงแรมนี้เนี่ย เป็นเชนโรงแรมขนาดใหญ่ในภาคใต้ของไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกาสง (Kaohsiung) ซึ่งมี Kindness Hotel มากกว่าสิบสาขา หรือเมืองอื่นๆ อย่างเช่น ไถหนาน (Tainan), ไถตง (Taitung) หรือแม้แต่ฮัวเหลียน (Hualien) นะเออ

ความเก๋กู๊ดของ Kindness Hotel คือ อาหารเช้าบุฟเฟต์ว่าฟรีแล้ว ที่นี่มีอาหารเย็นให้ด้วยอ่ะแกร๊ (แล้วคืออิ่มอร่อยด้วยนะ) นอกจากนี้ยังมีตู้ซักผ้า + เครื่องอบให้ใช้บริการฟรี มีจักรยานให้เช่าฟรี และน้ำดื่ม ชา กาแฟให้ฟรีทั้งวันอีกด้วย ฟรีเยอะจนแบบต้องร้อง ‘โอ้โห ฟรีเก่งอะไรเก่ง แนะนำให้พักเลยล่ะจ้าา’ 5555

ตัวห้องพักของที่นี่ ก๊อตพักแบบ Business Double Room ขนาดห้องกำลังพอดี ไม่อึดอัด มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เตียงนอนสบาย มีหมอนให้คนละ 2 ใบ มีตู้เย็น มีทีวีจอใหญ่ ไดร์เป่าผม และห้องน้ำขนาดใหญ่ที่มีโถส้วมแบบมีปุ่มคอนโทรลแบบญี่ปุ่น และฝักบัวประมาณ 8 หัว ซึ่งนี่พึ่งเคยเห็นแบบนี้ในชีวิต ที่มันเป็นฝักบัวฉีดลำตัว 55555555555

เรื่องทำเลยังต้องยกนิ้วให้ สำหรับสาขาที่ก๊อตพักคือสาขา Kaohsiung Main Station Front ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟเกาสง (Kaohsiung Station) และสถานีรถไฟใต้ดินเกาสง (MRT Kaohsiung Station) ในระยะแค่ข้ามถนนมาแค่นั้น รอบข้างก็มี McDonald, KFC, 7-Eleven, Family Mart รวมถึงมีร้านชานมไข่มุกยอดฮิตอย่าง 50 Lan (50嵐) ตั้งอยู่ไม่ไกลด้วยเด้อ ดีงามจริงๆ

คายด์เนส โฮเต็ล - เกาสง เมนสเตชั่น (Kindness Hotel - Kaohsiung Main Station)

ราคาห้องพักเริ่มต้น 2,000 บาท/คืน ดูเรทและจอง คายด์เนส โฮเต็ล – เกาสง เมนสเตชั่น (Kindness Hotel – Kaohsiung Main Station) สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com //
ดูผ่าน Hotels.com // ดูผ่าน Trip.com

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

NO COMMENTS

POST A COMMENT