HashCorner

รีวิว บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก เมืองหมอกและสายฝน

ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ กาญจนบุรี มานานมากแล้ว ในที่สุดก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวให้เห็นของจริงกับตาซักที กับหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องหมอกและฝนที่อยู่เป็นเพื่อนเรา 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะหน้าฝนที่บอกเลยว่าจริง ใครที่ฟินในความสวยของหมอกหนาๆ คือต้องมา เพราะบรรยากาศของที่นี่คือดีย์ ผู้คนและชาวบ้านที่น่ารัก และนอกจากตัวหมู่บ้านแล้ว รอบๆยังมีที่ท่องเที่ยวให้เราเที่ยวเยอะอีกด้วย ตามมาได้เลย!

อิ่มเต็มคัพกับ นิสชิน คัพนูดเดิล

สำหรับทริปเที่ยว บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก ที่จังหวัดกาญจนบุรี แบบ 3 วัน 2 คืน ครั้งนี้ ก๊อตและเพื่อนมีพก Nissin Cup Noodle / นิสชิน คัพนูดเดิล ไปเที่ยวด้วย เพราะทริปนี้ต้องออกเดินทางขับรถไกลๆ จากกรุงเทพ ตัวก๊อตเองกินเจ เลยอาจจะไม่สะดวกในการหาของเจตามสถานที่ต่างๆเท่าไหร่ นี่ก็เลยพก นิสชิน รสต้มยำเจ ไปด้วย ส่วนเพื่อนก๊อตนั้นเป็นคนไม่กินเจ นิสชินเค้าก็ยังมี รสต้มยำครบเครื่อง อีก ทั้งสองรสชาตินี้สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่ 7-Eleven บอกเลยว่านิสชินของเค้าอิ่มเต็มคัพ เพราะเค้าเพิ่มเส้น 20 % เพิ่มเครื่อง 25 % และต้มย้ำเค้าแซ่บจริง เอาเป็นว่าทริปนี้สบายหายห่วงเรื่องกินตลอดทริปเลยเด้อ ❤️

เรื่องรสชาติของนิสชินทั้งสองรส ไม่ว่าจะเป็น รสต้มยำครบเครื่อง และ รสต้มยำเจ นี่ไม่ต้องเป็นห่วง เส้นบะหมี่ของนิชชินคือเหนียวนุ่มมากอยู่แล้ว รสชาติคือแซ่บเว่อร์ถึงใจ เต็มรสเครื่องต้มยำ แถมยังอิ่มอยู่ท้อง และทำกินง่ายเพียงเติมเครื่องปรุงและน้ำร้อม พร้อมกินภายใน 3 นาทีอีกด้วย

รสต้มยำครบเครื่อง เค้าเพิ่มเส้น 20% และเพิ่มเครื่องอีก 25% แบบอิ่มเต็มคัพ ส่วน รสต้มยำเจ ยังแน่นด้วยเครื่องเจ ทั้งเห็ดหอม ผัก และโปรตีนเกษตร นะแจ๊ะ เอ้ออ อิ่มท้องแล้วยังอิ่มเอมใจอีกจ้า แบบนี้คือต้องพกไปเที่ยวทุกทริปแล้วจ่ะ แม่จ๋าาาาา

เสบียงพร้อมแล้ว เที่ยวได้!
วิธีการเดินทางมายัง บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก

บอกก่อนว่า ตัวก๊อตเองนั้นขับรถส่วนตัวจากกรุงเทพไปที่ บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก เนอะ สิ่งที่น่าห่วงสำหรับคนขับรถมาเที่ยวเองคือช่วงถนนจาก อำเภอทองผาภูมิมายังบ้านอีต่องนี่แหละ ตรงนี้คือถนนที่ไต่ขึ้นภูเขาขึ้นไป โดยรวมของถนน ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้ชัน และโค้งน่ากลัวมาก แต่ความพีคมันอยู่ที่หลุมและบ่อบนถนนเป็นพันๆหลุมนี่แหละ ถ้าใครที่มาช่วงหน้าฝนแล้วเจอแจ็คพ็อตช่วงฝนตกพอดี อันนี้คือคือความโหดของมันแหละ ดังนั้น แนะนำว่าให้ขับรถอย่างระมัดระวัง และใจเย็นๆ ค่อยๆขับเนอะ และอีกเรื่องที่ต้องบอกคือ แนะนำให้เติมน้ำมันให้เต็มถังที่อำเภอทองผาภูมิก่อนไต่เขา เพราะเมื่อเราเลยอำเภอและขึ้นเขามาแล้ว ด้านบนไม่มีปั้มน้ำมันนาจา 

เหมารถเที่ยว หรือขับรถเที่ยวเอง?

แม้ว่าก๊อตจะขับรถมาเที่ยวที่ บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก เองใช่ป่ะ แต่ดูจากสภาพถนนและความโหดของเส้นทางแล้ว นี่รู้สึกสงสารรถมาก คือน้ำตกจ๊อกกระดิ่นยังพอไหว แต่ถ้าเป็นเนินช้างศึกล่ะก็ คนท้องถิ่นบอกว่า ถ้าไม่ใช่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD นี่คือไม่รอดนะแจ๊ะ ทางชันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ถนนคือพังมาก หลุมเยอะและกว้างมากเด้อ

⚡️เอาเป็นว่า ถ้าเราไม่ได้มีแพลนไปเนินเสาธง คือขับรถเองได้เลย รถอีโค่คาร์ก็ไหวแบบหนืดๆอยู่ แต่ถ้าจะขึ้นเนินช้างศึก แนะนำเหมารถคนท้องถิ่นโลด สำหรับการเหมารถที่ท่องเที่ยวทั้ง 4 ที่ ทั้ง น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เนินช้างศึก ช่องทางมิตรภาพ และเนินเสาธง นั้นจะอยู่ที่ 800 บาท ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ถ้าใครจะไปแค่น้ำตกเนินช้างศึก ช่องมิตรภาพ และเนินเสาธง แค่สามที่ เค้ามีราคาแบบ 50 บาท/คน ด้วย ซึ่งอันนี้ต้องรอรถเค้าเต็มถึงจะออกเนอะ ส่วนถ้าใครรอไม่ไหวก็เหมาโลดจ้า // การเหมารถสามารถติดต่อได้ที่ไปรษณีย์บ้านอีต่อง หรืออาร์มโฮมสเตย์เล้ย คือที่เดียวกัน

วันแรก : เริ่มต้นเที่ยว บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก กันดีกว่า! 🤪

กว่าจะลัดเลาะภูเขาโดยการขับรถผ่านโค้ง 399 โค้ง พร้อมหลุมถนนเป็นล้านหลุมแล้ว เรียกได้ว่า พวกเราคือผู้พิชิตบ้านอีต่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กว่าจะถึงที่ตัวหมู่บ้านก็เกือบเย็นแล้วแหละ แน่นอนว่ากิจกรรมแรกของการมาเที่ยวที่บ้านอีต่อง-เหมืองปิล๊อก ก็ต้องเดินเล่นตัวหมู่บ้านของเค้าก่อนเลย โดยตัวหมู่บ้านอีต่องเองก็มีขนาดน่ารัก สามารถเดินเป็นวงกลมรอบนึงได้สบายๆ เพียง 10-15 นาทีแค่นั้น

⚡️หมู่บ้านอีต่อง แห่งนี้ ตั้งอยู่ติดชายแดนไทย-พม่า ที่อดีตเคยเป็นเมืองทำเหมืองที่เคยรุ่งเรือง อย่างเช่น เหมืองปิล๊อก เหมืองสมศักดิ์ แต่หลังจากที่เหมืองปิดตัวลงไป ชาวบ้านทั้งคนไทยและคนพม่าที่ลงหลักปักฐานที่นี่ก็ยังคงอาศัยอยู่ตามเดิมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่ยังคงความเสน่ห์ของเมืองเหมืองเก่านั่นเอง

ไฮไลท์ของตัวหมู่บ้านที่หลายคนจะชอบมาถ่ายรูปก็น่าจะเป็นบ่อน้ำตรงกลางหมู่บ้าน และตรงสะพานริมบ่อนี่แหละ สะพานตรงนี้เค้ามีกิมมิคที่นักท่อเที่ยวหลายคนมักจะมาเขียนข้อความบนป้ายไม้ที่หาซื้อได้ตรงตลาดเพื่อแขวนบนนี้กันนั่นเอง บรรยากาศตอนนี้คือสวยนะ ฟีลหมอกลงหนาๆ อากาศเย็นๆ บรรยากาศคือโคตรดีย์เลยล่ะ

สำหรับใครที่เริ่มหิวแล้ว ในตัวหมู่บ้านเองเค้าก็มีถนนคนเดินเป็นตลาดเล็กๆ มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของให้เราเลือกกินเยอะเลยเหมือนกัน รับรองว่าไม่อดตาย แต่ถ้าใครกินเจแบบเราแล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะเราพก นิสชิน คัพนูดเดิล รสต้มยำเจ มาด้วยนั่นเอง 5555555

วันที่ 2 : เหมารถเที่ยว น้ำตกจ๊อกกระดิ่น / เนินช้างศึก /
ช่องมิตรภาพ / เนินเสาธง

เช้าวันที่สองของการเที่ยวที่หมู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อกนั้น เราจะเหมารถเที่ยวจากบ้านอาร์มโฮมสเตย์จากที่บอกไปแล้วนั่นเอง ซึ่งทริปนี้เราจะไปเที่ยวกันที่ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เนินช้างศึก ช่องทางมิตรภาพ เนินเสาธง โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงนะแจ๊ะ ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะ 4WD ของคุณอาร์มได้เล้ย ฮ่าๆ

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

ที่แรกที่เราแวะกันคือ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่ก๊อตขอให้มันเป็นไฮไลท์ทั้งหมดของทริปเหมารถอันนี้ จากตอนแรกที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเท่าไหร่ แต่พอเราได้มาเห็นน้ำตกจ๊อกกระดิ่นของจริงนั้น คือโคตรสวย! โดยช่วงที่ได้ไปเที่ยวนั้นเป็นหน้าฝน และฝนตกหนักทั้งวัน ทำให้น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ณ ตอนนั้น น้ำคือมาเต็ม แรง และยิ่งใหญ่อลังการมาก

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เป็นชื่อภาษาพม่าที่เพี้ยนมาจากคำเดิมว่า ‘ก๊อกกระด่าน’ โดยคำว่า ‘จ๊อก’ หรือ ‘ก๊อก’ นั้นหมายถึง หิน ส่วนคำว่า ‘กระดิ่น’ หรือ ‘กระด่าน’ แปลว่า น้ำตก เมื่อคำเหล่านี้มารวมกันแล้วมีความหมายว่า น้ำตกที่ไหลผ่านซอกหินผานั่นเอง ชาวบ้านเค้าบอกก๊อตด้วยนะว่าน้ำตกแห่งนี้นี่แหละคือแหล่งน้ำกินน้ำใช้ทั้งหมดของหมู่บ้าน โดยเฉพาะน้ำแร่นี่ก็มาจากที่น้ำตกจ๊อกกระดิ่นที่อุมไปด้วยแร่ธาตุเยอะแยะมากมาย

ใครที่คิดอยากจะเล่นน้ำตกอาจจะต้องดูหน่อยว่าเล่นได้มั้ย โดยเราสามารถดูได้จากป้ายระดับน้ำที่ทางเจ้าหน้าอุทยานเขียนไว้ในแต่ละวัน ใครที่มาช่วงหน้าร้อนนี่เล่นได้แน่นอน แต่ถ้าใครมาเที่ยวมาหน้าฝนแบบก๊อตนี่ คือไม่ได้เล่นแน่นอน เพราะน้ำเยอะและแรงมาก 55555

เนินช้างศึก

เสร็จจาก น้ำตกจ๊อกกระดิ่น สถานที่ต่อไปคือ เนินช้างศึก ที่ทุกคนต่างบอกกันว่า ที่นี่คือจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของหมู่บ้านอีต่องเลย เส้นทางสำหรับการขับรถขึ้นไปเนินช้างศึกนี่คือโหดจริง เพราะนอกจากโหดด้วยเรื่องของความชันถนนแล้ว ถนนตรงนี้ยังเป็นหลุมเป็นบ่อแบบวงกว้างอีกด้วย ดังนั้น ใครที่จะขึ้นมา ต้องใช้รถแบบ 4WD เท่านั้นเนอะ รถธรรมดาที่ขับเคลื่อนสองล้อคือไม่ไหวแน่นอน

ที่เสียใจที่สุดคือ ตอนที่ขับรถขึ้นมา ยังคงมีแต่หมอกเฉยๆนะ แต่พอขับรถถึงเนินช้างศึกแล้ว ฝนตกกระหน่ำแบบพายุซัดมาก สรุปคือทั้งฝนทั้งหมอกรวมกัน ทำให้เราได้แต่อยู่ในรถ และมองออกไปด้านนอกแบบตาปริบๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลย สรุปสุดท้ายก็ไม่ได้ออกจากรถ และขับรถลงกลับไปยังด้านล่างนั่นเอง โคตรเสียดายยยย แงงง 😭 // ใครที่แต้มบุญดี ท้องฟ้าอากาศแจ่มใสนี่ คุณอาร์มที่ขับรถมาให้บอกเลยนะว่า เราสามารถมองเห็นวิวฝั่งพม่าได้แบบสุดลูกหูลูกตามาก ใครที่มาเที่ยวหมู่บ้านอีต่องแล้ว ก็ยังขอแนะนำให้ลองขึ้นมาดูเน้อ

ช่องมิตรภาพ ไทย-พม่า

จากเนินช้างศึก ขับรถกลับไปทางหมู่บ้านอีต่องเพื่อผ่านเพื่อขึ้นไปยัง ช่องมิตรภาพ ไทย-พม่า ตรงนี้จะเรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่เชิง เพราะจริงๆแล้ว ที่นี่เป็นแนวท่อก๊าซจากอ่าวมะตะมะ ในพม่านั่นเอง ทีนี้เมื่อเราขับรถมาจอด เราจะเจอกับป้อมทหารฝั่งไทยที่มีป้ายสุดแนวเขตดินแดนไทยอยู่

ตอนที่ไปนี่คือฝนตกหนักเว่อร์ คือไม่มีนักท่องเที่ยวเลย คุณอาร์มคนขับรถก็ปล่อยให้เราลงไปเดินเล่นได้เลยจ้า นี่ก็เลยเดินดุ่มๆ เข้าไปยังช่องมิตรภาพ ภาพตอนนั้นคือเหมือนในหนังสุดๆ เพราะมันดูลึกลับเว่อร์ แถมฝนตกหนัก หมอกลง และยังมองอะไรไม่เห็นอีกก

จนเมื่อเราเดินเลยช่องมิตรภาพ จึงได้เห็นป้อมทหารพม่าอยู่ ซึ่งมีทหารอยู่นายเดียวที่หลบอยู่ในป้อม ตรงนี้จะมีธงชาติพม่าปักหลักอยู่ท่ามกลางสายฝนและหมอกหนา ด้านขวาจะทางเดินลาดลงไปที่เราไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย สุดท้ายนี่เลยเดินไปซัก 50 เมตร แล้วก็รีบเดินกลับ เพราะเริ่มกลัวนั่นเอง 5555555

เนินเสาธง

เดินกลับมายังรถที่คุณอาร์มเค้าจอดรออยู่ จากนั้นเค้าก็ขับมาอีกนิดนึงตรง เนินเสาธง ไม่ไกลจากช่องมิตรภาพ ไทย-พม่า ซึ่งเนินเสาธงนี้จะเป็นจุดที่มีเสาธงชาติไทยตั้งอยู่เคียคู่กับเสาธงชาติพม่า ซึ่งถ้าใครที่มีโอกาสได้มาบ้านอีต่องแล้วฟ้าเปิด นี่จะแนะนำให้เรามาช่วงพระอาทิตย์ขึ้น หรือพระอาทิตย์ตก เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดเช่นเดียวกัน อีกทั้งเรายังสามารถมองเห็นหมู่บ้านทางฝั่งพม่าได้อีกด้วย แต่ก็นั่นแหละจ้าา เรามาหน้าฝนก็จะประมาณนี้ มองไม่เห็นอะไรนอกจากฝนและหมอกหนาปกคลุม จะว่าไปมันก็สวยและได้บรรยากาศไปอีกแบบนั่นเอง เอ้อ 5555

วันที่ 3 : เหมืองปิล๊อก

สุดท้ายของการเที่ยวหมู่บ้านอีต่องแล้วจ้าา ก่อนจะกลับกรุงเทพนั้น นี่อยากให้เราลองมาเดินเล่นใน เหมืองปิล๊อก กันก่อน จากตอนแรกที่คิดว่าอาจจะเป็นเหมืองเก่าธรรมดา แต่ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ ซึ่งนี่โคตรเซอร์ไพรส์มากกับการเจอบ่อน้ำใสๆ ที่มีน้ำตกเล็กอยู่ด้านหลังท้ายเหมือง แถมในบ่อน้ำแห่งนี้ยังปลาคาร์ฟหลายตัวแหวกว่ายอยู่อีกด้วย ซึ่งบรรยากาศตรงนี้คือโคตรดีย์เลยล่ะ มีความเป็นญี่ปุ่นเบาๆ อีกทั้งยังชุ่มฉ่ำ เย็นสบาย ทามกลางสายหมอกอีกด้วย ส่วนตัวคือชอบตรงนี้มากกก

นอกจากบ่อน้ำท้ายเหมืองที่เราสามารถเดินเล่นแบบอิ่มเอมแล้ว ที่เหมืองปิล๊อกแห่งนี้ยังคงมีเครื่องไม้เครื่องมือการทำเหมืองหลงเหลืออยู่อีกเยอะแยะมากมายอีกด้วย เดินเล่นชิลๆ ได้ซักพักเราก็กลับ เพราะเส้นทางจากเหมืองปิล๊อกกลับไปยังกรุงเทพ ใช้เวลาเกินครึ่งวันนั่นเอง

ทั้งหมดนี้แหละคือทริปบ้านอีต่อง-เหมืองปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ของก๊อตนั่นเอง 🧡

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018 2019

[email protected]

Passionately love travelling to an interesting destination, doing and wearing cool pieces of stuff, and sharing to inspire other people in an attractive way through his own travel and lifestyle blog.

NO COMMENTS

POST A COMMENT