HashCorner

รีวิว ลพบุรี เที่ยวเมืองรองให้เหนือกว่าแบบเก็บครบ 3 วัน 2 คืน

 

นึกถึงจังหวัดน่าเที่ยวในประเทศไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นจังหวัดใหญ่อย่าง เชียงใหม่ โคราช กาญจนบุรี ภูเก็ต ที่หลายคนไปมาจนนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ก๊อตจะพาทุกคนมาลองเที่ยวเมืองรองที่ต้องลองมาอย่าง ลพบุรี หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า เมืองละโว้ นั่นเอง

 

ถ้าให้พูดถึงที่เที่ยวลพบุรี หลายคนอาจจะนึกว่ามันไม่มีที่เที่ยวมากมายเท่าไหร่ แต่ลองมาดูรีวิวลพบุรีนี้สิ มันมีที่เที่ยวเยอะและสวยม๊าก เชื่อไม่เชื่อยังไงลองอ่านรีวิวนี้ดู แล้วถ้าจะตามรอย .. นี่มีวิธีเด็ดมาบอกด้วยการโหลดแอพเสริมด้วยนะเออ!

รู้จักลพบุรีกันหน่อย

พูดถึง ลพบุรี เมื่อไหร่ ลิงเป็นฝูงก็โผล่ขึ้นมาในหัวทุกที แต่รู้มั้ยว่าที่ลพบุรีไม่ได้มีแต่ลิงนะเว้ย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยไม่แพ้อยุธยาเลยแหละ โดยเฉพาะในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงสร้างเมืองละโว้ (ลพบุรีปัจจุบัน) เป็นเมืองรองจากกรุงศรีอยุธยาในสมัยนั้น เหตุเพราะท่านทรงเกรงว่ากรุงศรีอยุธยาจะไม่ปลอดภัยจากการโดนกองทัพข้าศึกบุกรุกปิดล้อมอยู่บ่อยครั้ง ท่านเลยสถาปนาลพบุรีให้เป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 นั่นเอง

※ จังหวัดลพบุรี อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย เราสามารถขับรถชิลๆโดยใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ใครที่ทำงานประจำก็ไม่ต้องกลัวว่าต้องลางานเยอะ เพราะที่นี่มาง่ายและใช้เวลาเที่ยวแค่ 2-3 วันเท่านั้น

สำหรับทริปลพบุรีนี้นั้น ลพบุรีเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่มาก การขับรถเที่ยวเลยเป็นอะไรที่ใช้เวลาไม่ค่อยนาน โดยทริปครั้งนี้เราจะเที่ยวให้เหนือกว่าคนทั่วไป เอาใจคนทำงานวันหยุดสั้นกระชับรวบตึง 2 คืน 3 วัน โดยการเก็บที่เที่ยวท็อปฮิต ร้านอาหารอร่อย พร้อมร้านกาแฟดีย์ๆ และ Hidden Gem ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของจังหวัดลพบุรี

TripPointz แอพตัวช่วยการแพลนเที่ยว

ก่อนที่จะเริ่มเที่ยวเมืองลพบุรี ต้องบอกเลยว่าการวางแผนเที่ยวบางทีก็เหนื่อยและกินเวลาพอสมควร บางทริปนี่วางแพลนกันเป็นอาทิตย์ ไหนจะเรื่องที่พัก เรื่องอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอีก ครั้งนี้เลยอยากจะมาบอกตัวช่วยดีๆ ที่ทำให้เราสะดวกและวางแพลนทริปได้ง่ายขึ้นด้วยแอพพลิเคชั่น TripPointz ที่จะทำให้ชีวิตการเที่ยวของเราโคตรง่าย เพราะมันคือแอพที่ใช้ดูที่เที่ยว หาที่กิน จองที่พัก และสะสมแต้มจากการทำกิจกรรมต่างๆในแอพ และที่เด็ดสุดคือในแอพเค้ามี Trip Planner ที่เราสามารถจัดทริปเที่ยวของเราได้เองอีกด้วย

สามารถดาวน์โหลดแอพ TripPointz ก่อนได้เลยตามลิงค์นี้
iOS : https://apple.co/2Lc3gUo
Android : http://bit.ly/Trippointz

มาลองจัดทริปเที่ยวด้วยแอพ TripPointz

สำหรับการจัดทริปของตัวเองนั้น สามารถทำได้โคตรง่าย แค่กดบวก (+) ตรงกลางหน้าจอด้านล่าง แค่นี้เราก็สามารถสร้างทริปของเราเองได้แล้ว และเมื่อเรากรอกชื่อจังหวัด มันจะขึ้นลิสที่เที่ยวของจังหวัดนั้นมาให้หมดเลย ทีนี้เราก็สามารถเลือกแต่ละที่เที่ยวแต่ละอันจนกลายเป็นแพลนได้อัตโนมัติ

 

ส่วนใครที่เห็นทริปแนะนำแล้วถูกใจ แล้วอยากตามรอยทริปนั้นบ้าง แอพ TripPointz สามารถคัดลอกทริป แล้วนำมาเพิ่มหรือลบสถานที่ท่องเที่ยวตามใจเราได้เลย ทีนี้เราก็ไม่ต้องไปสร้างทริปใหม่ให้เสียเวลา!

 

สำหรับใครที่อยากคัดลอกทริปลพบุรีทริปนี้จาก Hashcorner แค่โหลดแอพแล้วคัดลอกลงของตัวเองได้เลย เดี๋ยวก๊อตจะแชร์ลิ้งค์ทริปตอนท้ายรีวิวเน้อ

เรามาเริ่มเที่ยวลพบุรีกัน!
วันแรก: บ่อน้ำเดือด

เริ่มต้นที่แรกของทริปกับ บ่อน้ำเดือด มินิบลูลากูนลพบุรี ที่เพิ่งเป็นที่รู้จักกันไม่นานนี้ ซึ่งบ่อน้ำเดือดนี้มีลักษณะเป็นแอ่งที่มีน้ำสีฟ้าใสจนมองลงไปเห็นพื้นน้ำได้เลย ใครสังเกตดีๆจะเห็นว่าบางจุดมีน้ำผุดขึ้นมาด้วยเหมือนกับน้ำที่กำลังเดือดปุดๆ เลยเป็นที่มาของชื่อ บ่อน้ำเดือด ที่นี่อะแหละ

จริงๆแล้วน้ำที่ผุดขึ้นมาเหมือนน้ำเดือดจากใต้น้ำนั้น เค้าเรียกว่า ‘ตาน้ำ’ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดของแอ่งน้ำที่นี่ รวมถึงเป็นต้นน้ำของน้ำตกสุขสำราญที่อยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีก 3 กิโลเมตรด้วยนะ

 

ถึงที่นี่จะเป็นที่เที่ยวแห่งใหม่ของลพบุรี แต่จริงๆแล้ว บ่อน้ำเดือดแห่งนี้มีมาตั้งแต่พ.ศ. 2474 แล้ว ซึ่งสมัยก่อนที่ตรงนี้ยังเป็นแค่พื้นดินแห้งเปล่า แต่มีชาวบ้านอยู่กลุ่มนึง เค้ามาขุดดินหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อมาใช้กินอยู่ ขุดไปขุดมาก็เจอน้ำผุดขึ้นมาอย่างมหาศาลถึงขั้นพุ่งเข้าใส่ตัว (คนท้องถิ่นเค้าเล่ามาอย่างนี้จริงๆ 5555) จนตอนนี้ที่ล่วงเลยมาเกือบ 90 ปี ที่นี่กลายเป็นแอ่งน้ำที่เป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้านนั่นเอ๊ง

 

ใครที่จะมาเล่นน้ำที่นี่ขอบอกไว้ก่อนว่า ตอนนี้ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้แล้วนะ ทางหมู่บ้านเค้าอยากรักษาความใสสะอาดของน้ำไว้ แต่ก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะเค้ายังใจดีให้เอาขาลงไปแช่น้ำได้อยู่เน้อ

เสร็จจากบ่อน้ำเดือด ได้เวลาไปที่ต่อไปกันต่อได้เล้ย สำหรับใครที่ขับรถเที่ยวลพบุรีแล้วงงๆ ไปไม่ค่อยถูก อีกหนึ่งฟังก์ชั่นของแอพ TripPointz ที่ได้เจอระหว่างขับรถเที่ยวแล้วรู้สึกว่ามันดีมาก คือ ทริปที่เราวางเสร็จเรียบร้อยในแอพ มันสามารถโชว์แผนที่เพื่อแสดงเส้นทางขับรถตลอดทั้งวันของทริปเราได้ และที่พีคคือ เราสามารถกดจากแอพ TripPointz เพื่อเปลี่ยนไปใช้ Google Maps ในการนำทางได้อีกด้วย ดีมากกกกกกกกก

 

สวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง

ใครยังไม่สะใจกับ บ่อน้ำเดือด นี่จะพามาน้ำตกให้เปียกแฉะกันไปข้างกับ น้ำตกวังก้านเหลือง ที่เกิดจากตาน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลมารวมกันตรงสันหินปูนตลอดทั้งปีจนกลายเป็นเป็นน้ำตกหินปูนหลากหลายชั้น ซึ่งชั้นที่ใหญ่ที่สุดคือชั้น 4 ที่เราสามารถเดินไปโพสท่าถ่ายรูปคูลๆกันได้ตามสบาย

 

ความพิเศษของ น้ำตกวังก้านเหลือง คือ รอบๆน้ำตกจะมีต้นไม้ใหญ่โตมากมายโดยเฉพาะต้นก้านเหลืองที่คอยให้ความร่มรื่นเหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนและเล่นน้ำคลายร้อนได้เป็นอย่างดีเลยแหละ

นอกจากตัวน้ำตกแล้ว มันยังมีสะพานแขวนที่เราสามารถไปถ่ายรูปสวยๆได้ด้วยนะ ระหว่างที่ก๊อตไปเดินเล่นแถวนั้น ก็เจอน้องหมาตัวเจ้าถิ่นที่โคตรน่ารัก โดยน้องจะมาเดินรอบๆตัวเราตลอดเวลา เดินไปไหนมันก็ตามไปด้วย โคตรน่ารักเลยยยยย โอยยยยย

 

 

ใครที่มาช่วงวันหยุดยาวอาจจะได้เจอกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นี่ขอแนะนำให้ขับรถลึกเข้าไปตามทางอีกหน่อยจะเจอจุดเล่นน้ำแห่งใหม่ที่ทางอุทยานเปิดไว้รองรับนักท่องเที่ยว แต่วันที่นี่ไปเป็นวันธรรมดา คือไม่มีใครอยู่ตรงนี้เลย ขอบอกเลยว่าเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากเว่อร์ ใครที่ชอบน้ำตกที่คนไม่พลุกพล่าน ขอแนะนำให้มาวันธรรมดาจะดีกว่านาจา

 

นอกจากเล่นน้ำและถ่ายรูปแล้ว น้ำตกวังก้านเหลืองยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีกด้วย สายเดินเทรลไม่ควรพลาดอย่างยิ่งนะจ้ะ

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

มาต่อกันที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่เที่ยวสุดท้ายของวันแรก ที่เมื่อเรามาถึง ลพบุรี แต่ไม่ไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก็คงจะไม่ได้เพราะที่นี่เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทยตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงโปรดให้กรมชลประทานศึกษาแนวทางการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในช่วงน้ำหลากและความแห้งแล้งในช่วงหน้าร้อน ซึ่งเขื่อนนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 5 ปีเลยนะ กว่าจะเป็นเขื่อนอย่างทุกวันนี้

 

เวลาที่แนะนำให้มาคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพราะอากาศจะไม่ร้อนมากเพราะเหมาะแก่การวิ่งหรือปั่นจักรยาน รวมถึงการถ่ายรูปด้วยนะ เพราะแสงกำลังดีเลย สำหรับใครที่มาเที่ยวช่วงพ.ย.-ม.ค. เค้าจะมี รถไฟลอยน้ำ ที่เราสามารถนั่งรถไฟชมวิวเขื่อนได้อีกด้วย

 

ตามแพลนแล้วนี่จะไปช่วงเย็นเพื่อมาดูพระอาทิตย์ตกดิน กินบรรยากาศ แต่ดันฝนตกซะก่อนเลยได้ถ่ายรูปหลังฝนหยุดแทนก็สวยไปอีกแบบนะ เอออ สำหรับขาวิ่ง ขาปั่นที่อยากออกทริป ที่นี่เป็นอีกจุดที่เราสามารถพาเพื่อนฝูงมาออกกำลังกายได้เหมือนกัน สุขภาพดี แถมได้ชมวิวเขื่อนด้วย ฟินไปอีกแบบ

 

วันที่สอง
กระเพรา & Coffee

ใครจะไปคิดว่าร้านอาหารที่ชื่อธรรมด๊าธรรมดาจะไม่ธรรมดาตามชื่อกัน เอ๊าาา ร้านขายกะเพราจะให้ชื่อร้านว่าอะไรล่ะ ก็ร้านกระเพรานั่นแหละ เออ มีกาแฟขายด้วย งั้นชื่อร้าน กระเพรา & Coffee (กระเพรา แอนด์ คอฟฟี่) เลยแล้วกัน ง่ายดี ก็แน่นอนแหละ ร้านนี้เค้าขายเมนูกะเพราเป็นหลักทั้ง หมู ไก่ เนื้อ ปลาหมึก และอีกมากมาย ส่วนพิกัดของร้านนั้นตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าวัดเขาจีนแลเลยแหละ

 

ผัดกะเพราที่นี่เหมาะกับคนไม่กินเผ็ดแต่ยังหอมใบกะเพรา ใครอยากแซ่บแนะนำให้ขอเพิ่มพริกโลด ส่วนรสชาติกาแฟนั้น เข้มกำลังดี ติดหวาน มันหน่อยๆ ตามสไตล์กาแฟไทย โดยรวมถือว่าอร่อย

 

นอกจากอาหารและกาแฟที่อร่อยแล้ว ไฮไลท์เด็ดสุดของ ร้านกระเพราะ & Coffee คือ เค้ามีทุ่งดอกคอสมอสที่ใหญ่อลังมาก แถมมีมุมถ่ายรูปคิ้วท์ๆอีกด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายรูปที่สุดคือช่วงเช้าที่คนไม่เยอะมาก และจะดีที่สุดถ้าไปช่วงที่ดอกคอสมอสบานเต็มทุ่ง ซึ่งตอนที่นี่ไปเพิ่งบานไปประมาณ 20% เอง ฮือออ ส่วนมุมถ่ายรูปที่ห้ามพลาดเลยคือกระท่อมฝรั่งแหละ พีคสุดของที่นี่แล้ว

 

ร้าน กระเพราะ & Coffee เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า แต่ใครที่อยากจะกินข้าวด้วย แนะนำให้มาสายๆหน่อยเพราะครัวเค้าเปิดประมาณ 10 โมงครึ่งเป็นต้นไปนะ

 

ใครที่สงสัยว่าตกลงแล้ว กะเพรา มันสะกดยังไงกันแน่ระหว่าง กะเพรา หรือ กระเพรา ขอย้ำว่าการเขียนที่ถูกต้องคือ กะเพรา นะจ้ะ ส่วนชื่อร้านสะกดว่า กระเพราะ & Coffee ไม่ต้องตกใจไปว่าจำผิดรึเปล่าเหมือนนี่ เค้าตั้งใจเขียนแบบนี้เด้อออ 5555555

พระปรางค์สามยอด

กินอิ่มแล้วก็มาต่อกันอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดลพบุรี นั่นคือ พระปรางค์สามยอด ปราสาทโบราณที่ถูกสร้างขึ้นเรียงต่อกัน 3 องค์ในช่วงอาณาจักรขอม ตกแต่งด้วยศิลปะแบบบายน (บา-ยน) เพื่อใช้ประกอบพิธีทางพุทธศาสนา นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของลิงจำนวนมากอีกด้วยนะ ใครอยากใกล้ชิดแนบแน่นกับลิง ที่นี่ตอบโจทย์มาก เพราะเค้ามีขายอาหารให้เราได้ป้อนกับมือเลยจ้าาา

 

รู้ป่ะ ลพบุรีมีลิงอยู่หลายกลุ่มมาก กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มลิงศาล ที่อยู่แถวพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬ บางตัวถูกไล่ออกมาเลยตั้งถิ่นใหม่เป็นลิงตึกอาศัยตามบ้านตามตึกเหมือนชื่อ แล้วก็แตกออกไปอีกเป็นลิงตลาด ลิงโรงเรียนอีก โอ้โหว คือกลุ่มลิงโคตรเยอะจนนี่งงว่าตกลงนี่เมืองลิงหรือคนกันแน่ 55555

พระปรางค์สามยอดเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 6 โมงเช้า – 6 โมงเย็น มีค่าเข้าชมสำหรับคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 50 บาท แต่ถ้าใครมีแพลนย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยแบบจัดเต็ม เค้ามีขายราคาเหมาๆสำหรับคนไทย 30 บาท ต่างชาติ 150 บาท เข้าได้ 4 ที่คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระที่นั่งไกรสรสีหราช พระปรางค์สามยอด และบ้านหลวงวิชาเยนทร์ เอาให้บรรลุประวัติศาสตร์ไทยกันไปข้างเด้อออ

 

ศาลพระกาฬ

ข้ามถนนเดินมาอีกนิดจากพระปรางค์สามยอดก็จะเจอกับ ศาลพระกาฬ ที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนศรีสุนทร ใครที่ขับรถมาก็สามารถจอดได้ที่ลานจอดข้างๆศาลได้เลย สะดวกดี ภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปโบราณในยุคขอมเรียกว่า เจ้าพ่อพระกาฬ หรือที่คนลพบุรีเรียกกันสั้นๆว่า เจ้าพ่อ ซึ่งคนที่นี่แทบทุกคนบอกเลยว่าต้องมาไหว้ท่านให้ได้นะ ท่านศักดิ์สิทธิ์มากกก

 

ศาลพระกาฬ เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า ศาลสูง เพราะตัวศาลตั้งอยู่บนศิลาแลงขนาดใหญ่ เลยทำให้ศาลสูงกว่าศาลทั่วไปนั่นเอง

 

ลิงศาลที่นี่จะมีชื่อเล่นว่า ลิงเจ้าพ่อ เพราะพี่แกเล่นกินอาหารที่คนเอามาถวายเจ้าพ่อซะอย่างงั้นเลย 555555 ไม่ลิงเจ้าพ่อจริงคงกินไม่ได้ แต่ที่ต้องระวังอย่างนึงคือ พยายามอย่าถือกระเป๋าตังค์ มือถือ หรือสิ่งของที่ถูกฉกได้ง่ายล่ะ เราอาจจะโดนลิงแย่งของจากมือไปดื้อๆเลยนะ โดยเฉพาะ ถุงพลาสติกใส เพราะลิงจะนึกว่าเป็นถุงอาหารที่คนเอามาขายให้กินกัน

วันที่สาม:
วัดเขาวงพระจันทร์

ใครที่ชอบชมวิวสวยๆบนยอดเขา วัดเขาวงพระจันทร์ เป็นอีกจุดที่ทำให้เราฟินกับวิวธรรมชาติสวยๆ แต่ก่อนที่เราจะได้เชยชมความสวยนั้น คือเราต้องผ่านการเดินขึ้นบันไดของวัดที่นับแล้วมีทั้งหมด 3,790 ขั้น ซึ่งยอดเขาวงพระจันทร์เนี่ยถือว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในลพบุรีอีกด้วยนะ ใครที่คิดจะเดินขึ้น แนะนำว่าอย่าลืมพกขวดน้ำและขนมขบเคี้ยวไว้กินกันระหว่างทางกันด้วยล่ะ เพราะเหนื่อยแน่นอน ใครที่ขึ้นมาถึงข้างบนนี้แล้วอย่าลืมเข้าไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรากันด้วยนะจ้ะ

 

 

เขียนไปตั้งเยอะ .. แต่เอาเข้าจริง นี่ก็ไม่ได้เดินขึ้นไป ได้แต่ขับรถเพื่อชมอีกจุดไฮไลท์ของวัดเขาวงพระจันทร์ คือ พระปรางค์เชียงแสน องค์พระพุทธรูปที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเขา ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้แต่ไกลจากถนนใหญ่เลย ใครที่มีเวลาไม่เยอะแบบนี่ก็สามารถขับเข้าไปชมความอลังการขององค์พระพุทธรูปจากด้านล่างและยกมือไหว้ขอพรได้

 

About Coffee Garden

สุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ นี่อยากจะขอจบทริปด้วยการนั่งชิลๆที่ร้านกาแฟที่เราสามารถพักร้อนช่วงบ่ายหลังจากเที่ยวมาตั้งแต่เช้า ก็เลยลองหาร้านกาแฟในแอพ TripPointz ดู เลยได้เจอกับกาแฟ About Coffee Garden ร้านนี้ ซึ่งมันดีย์จนอยากจะแนะนำต่อ

 

About Coffee Garden ที่ถึงแม้ตัวร้านจะไม่มีห้องแอร์ แต่เค้ามีไอเดียเก๋ๆที่เอาต้นไม้มาปกคลุมตั้งแต่หลังคายันด้านในตัวร้าน บอกเลยว่าบรรยากาศร่มรื่นและอากาศถ่ายเทดีกว่าที่คิดไว้จริงๆ

เมล็ดกาแฟของ About Coffee Garden นั้นมีทั้งแบบของไทย และแบบ House Blend ที่ใช้เมล็ดกาแฟนอกจากประเทศโคลัมเบีย บราซิล เคนย่า และเอธิโอเปีย อีกทั้งยังใช้กลีบดอกไม้และผลไม้เพื่อให้กลิ่นของกาแฟละมุนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ต้องยอมรับเลยว่ากาแฟที่นี่ถือว่าดีย์ ควรค่าแก่การลอง ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนแวะเข้ามาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย พร้อมน้ำดื่มเย็นๆ และไวไฟให้บริการฟรีอีกด้วยนะเว้ยยย อ้อ ส่วนใครที่ขับรถมา สามารถจอดที่ด้านหลังร้านได้เลย ที่จอดกว้างมากก

เครื่องดื่มที่สั่งมี อเมริกาโน่ ที่ให้รสเปรี้ยวของกาแฟกำลังดี พร้อมกลิ่นที่ละมุนมาก ส่วนอีกเมนูคือ อัฟโฟกาโต้ ไอศครีมวานิลลาที่ราดด้วยเอสเปรสโซ่ช็อตที่ดีต่อใจไม่แพ้กัน

ที่พักลพบุรีแบบฟาร์มสเตย์ที่ วัลลภาฟาร์ม

ด้วยความที่นี่อยู่กรุงเทพ ชีวิตดีๆที่ลงตัวในความแออัด พอได้ออกต่างจังหวัดหน่อย ก็มีฟีลที่อยากพักอะไรที่เข้ากับบรรยากาศความเป็นลพบุรี วัลลภาฟาร์มเป็นอีกที่พักสไตล์ฟาร์มสเตย์ในราคาสบายกระเป๋า อยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองไม่ไกลมาก และเหมาะกับคนต้องการความเงียบสงบที่แท้ทรู ซึ่งห้องพักจะมีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบห้องเดี่ยวเป็นคู่ บ้านริมน้ำ บ้านริมทุ่งนา และบ้านแบบครอบครัว

ใครจะรู้ว่าแอพ TripPointz สามารถค้นหาและจองโรงแรมได้ผ่านตัวเอพได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และที่เก๋ไก๋มากที่สุดของแอพนี้คือ มันสามารถบรรจุที่พักลงในแพลนทริปเราในแต่ละวันได้ด้วย

นอกจากที่พัก เค้ายังมีโซนอาหารเครื่องดื่มและกิจกรรมต่างๆให้พวกเราทำกัน เช่น การขี่ม้าชมวิว การทำเกษตรอินทรีย์ การทำไข่เค็มดินสอพองอีกด้วย

 

ใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบพอเพียง วัลลภาฟาร์มเป็นอีกที่ทำการเกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยวกันได้อย่างลงตัว เอาเป็นว่าใครอยากลองใช้ชีวิตแบบชาวบ้านตามต่างจังหวัด พักสมอง สูดโอโซนแล้วละก็ต้องลองมาที่นี่สักครั้งแล้วแหละ มันก็จะมีความสุขไปอีกแบบ ชอบมากเลย

 

สรุป เที่ยวลพบุรี

ทั้งหมดนี้แหละ คือการเที่ยวเมืองรองอย่างลพบุรีแบบเหนือๆ ที่เราคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าเค้าก็มีอะไรน่ารักๆ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวฮิบๆแฝงไว้อยู่มากมายเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทย

ส่วนใครที่กำลังวางแพลนไปลพบุรีอยู่แล้วอยากตามรอยทริปนี้ ก๊อตสร้างแพลนทริปไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว สามารถดูทริปลพบุรีก๊อต บน TripPointz ได้ที่ลิงค์นี้เลย: https://www.trippointz.com/th/shareapp/lists/17842

 

ย้ำกันอีกรอบ อย่าลืมโหลดแอพ TripPointz ที่ทำให้ทริปเที่ยวของเราง่ายยิ่งขึ้น มือถือระบบ iOS https://apple.co/2Lc3gUo และ ระบบ Android http://bit.ly/Trippointz

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018

2 COMMENTS
  • f กันยายน 26, 2018

    พี่คะ หนูเป็นนักศึกษามหิดล ขออนุญาติยืมรูปพี่ในการทำโปรเจคได้มั้ยค้า ขอบคุณค่ะ

    • kotzhul กันยายน 30, 2018

      รูปไหนเอ่ย ขอรายละเอียดโปรเจ็คด้วยจ้า

POST A COMMENT