HashCorner

รีวิว เที่ยวหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืนแบบเก็บหมดชิลๆ

 

หากกำลังหาที่เที่ยวในลาวที่โคตรชิล เรียบง่าย สโลวไลฟ์แบบขี้เกียจ แถมยังมีเสน่ห์เย้ายวน ผมขอเลือก ‘หลวงพระบาง’ เป็นเมืองอันดับต้นๆในการมาเที่ยวลาวเลย แถมหลวงพระบางยังสามารถเป็นเซ็นเตอร์ในการไปเที่ยวที่อื่นๆได้ด้วย ถ้ายังคิดไม่ออก บอกไม่ถูก อยากรู้อยากเห็นว่ามันเป็นยังไง อยากให้ลองอ่านและดูรูป แล้วจะรู้ว่า หลวงพระบาง แม่มดีย์สมคำร่ำรือจริงๆ

 

ต้องบอกก่อนว่าทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวแต่แรก อยู่ๆก็มีพี่ๆ เพื่อนๆ บล็อกเกอร์ที่รู้จักกันมาชวนไปเที่ยวลาว บอกว่าตั๋ว กรุงเทพ-หลวงพระบางถูก ไปกลับแค่ 2,500 บาท .. เห็นราคาแล้วแบบ เออ ไปก็ไป จองกันล่วงหน้าสองเดือนกว่า จนเวลาผ่านไปกระทั้งทุกคนมาเจอกันที่สนามบิน สุดท้ายพึ่งมารู้ว่า ..

ทริปนี้เรามีตั๋วบินอย่างเดียวนะ โนจองทุกสิ่งใด ทั้งโรงแรม เอเวอรี่ติง
เรามีแค่แพลนคร่าวๆ แล้วไปลุยเอาดาบหน้า

อ้าว .. เห้ย แม่งเอ้ยยยย ความรู้สึกตอนนั้นคือเหมือนโดนหลอกไปเที่ยว 555555
พี่คนนึงบอก ‘กลัวอะไรวะ น่าสนุกจะตายไป’ เราก็แบบ .. เออก็ได้วะ ครั้งแรกในชีวิตกับการเที่ยวแบบโนแพลน
โดยเราจะไปตั้งต้นที่หลวงพระบาง จากนั้นค่อยไปกาสี-พูคูน (อันนี้คือแพลนคร่าวๆว่าจะไปไหนนะ)

 

 

สุดท้าย ด้วยความที่เป็นทริปลุยเอาดาบหน้า เราไปจบที่รูทนี้ หลวงพระบาง-หมู่บ้านหนองเขียว-เมืองงอย แทน มันก็จะลาวเหนือหน่อยๆ จะสนุกและสวยขนาดไหนต้องลองอ่านดู .. และสำหรับรีวิวนี้ เราจะรีวิวในส่วนของหลวงพระบางเท่านั้นนะเว้ยยยย ตัดมาให้เหลือแบบ 3 วัน 2 คืน เที่ยวง่ายๆแบบในเมืองชิคๆ ไปน้ำตกหน่อยๆ พร้อมกลับบ้าน บอกเลยว่า มานี่คือไม่ต้องทำไรมาก แค่มาชิลและสโลวไลฟ์ก็พอ โอเค๊? และแผนที่ด้านล่างนี้คือจุดบอกตำแหน่งสถานที่เที่ยวที่ผมไปทั้งหมดในทริปนี้ คลิกที่รูปแผนที่เพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้ เอ้า ตามรอยได้เล้ยย!

ตรงเขตเมืองเก่านั้น เราสามารถเดินเที่ยวได้เลย เขตเมืองเก่าไม่ได้ใหญ่ขนาดน้าน ส่วนตาดกวางสีกับตาดแส้ คือต้องหารถไปนะแจ๊ะ

ก่อนหน้านี้ผมเคยไปแว๊นเดี่ยวเที่ยวปากเซ แบบ #ลาวคนเดียว มาแล้ว
ใครสนปากเซ อ่านรีวิวได้ที่นี่เลย คลิก

วันแรก: เท้าแตะพื้นหลวงพระบาง PANTIP

สัมผัสแรกของการเห็นเมืองหลวงพระบางระหว่างอยู่บนเครื่องบิน บอกเลยว่าตื่นเต้นโคตร เพราะเมื่อเราหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินที่กำลังแล่นลงสู่เมืองหลวงพระบาง เราจะเห็นแต่ภูเขาสีเขียวสลับซับซ้อนไปมา โอ้โหว .. โคตรสวยเลย ผมนี่เอาแต่หยิบกล้องมือถือขึ้นมาและกดถ่ายรัวๆ เพราะน้อยเมืองนักที่เราอยู่บนเครื่องบินและจะได้เห็นวิวภูเขาเขียวขจีแบบนี้

 

วิวนี้คือวิวเมืองหลวงพระบางติดกับแม่น้ำโขงสวยๆ

 

หลังจากลงเครื่องและเดินเข้าผ่านด่าน ตม. เรียบร้อย เรียกได้เต็มปากว่า เท้าเราถึงหลวงพระบางแล้วโว้ย แต่หัวกูตอนนี้ว่างเปล่ามาก เพราะไม่มีแพลนอะไรเลย เอาเป็นว่า เราเอาตัวเองเข้าเมืองก่อน โดยเราจะเหมาแท็กซี่เป็นรถตู้เข้าไป จ่ายเป็นเงินบาทคนละ 100 บาท สี่คนก็ 400 บาท ที่จ่ายเป็นเงินบาทเพราะตอนนั้นคือยังไม่มีเงินลาวไง๊ เราจะไปแลกกันในตัวเมืองแทน ตอนนั้นคิดว่าเรทในเมืองมันถูกกว่า แต่เอาจริง จะสนามบินหรือตัวเมือง เรทแลกเงินก็เหมือนกันจากที่สังเกตมา 5555

ราคาเหมารถตู้เข้าเมือง ราคา 400 บาทไทย จะคนเยอะคนน้อยก็ 400 บาท แล้วหารกัน

 

สำหรับใครที่ยังไม่มีซิมเน็ต ที่สนามบินมีคนขายซิมพร้อมแพ็คเน็คโคตรเยอะ แต่ถ้าเอาสะดวกเรานะ นี่จะขอแนะนำให้ซื้อซิม AIS Sim2Fly หรือจะซิม TrueMove H Travel Sim Asia จากไทยไปเลย เพราะราคาซิมมันแค่ 399 ได้เน็ต 4GB เล่นได้ 8 วัน และเมื่อเราไปเที่ยวประเทศอื่นในเอเชีย เราแค่เอาซิมนี้เติมเงิน 299 ก็ได้เล่นเน็ต 4GB 8 วันเหมือนเดิม สะดวกและถูกกว่าซื้อซิมในแต่ละประเทศที่ไป อันนี้แนะนำจริงๆ (แบบไม่ได้สปอนเซอร์ งื้ออ) ส่วนเรื่องว่าใช้ได้ที่ประเทศไหนบ้าง อันนี้ไปเช็คกันเอง เดี๋ยวยาว 5555

เขาพูสี + พระธาตุภูษี ดูพระอาทิตย์ตก (ວັດພູສີ)

เข้าเมืองเรียบร้อย พร้อมเดินหาที่พักเสร็จสรรพ (ซึ่งเดี๋ยวจะบอกที่พักโรงแรม อยู่ท้ายสุดของรีวิว) เผลอๆก็เย็นแล้วแงะ สิ่งแรกที่อยากแนะนำของการมาเที่ยวหลวงพระบางเลยคือ การขึ้นเขาพูสีตอนเย็น เพื่อดูพระอาทิตย์ตกดิน บอกเลยว่าห้ามพลาด (เค้าว่ากันอย่างนั้น นี่ก็ว่าตามนั้น 😂) เพราะนอกจากที่นี่จะเป็นจุดที่ดูวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบางแล้ว เขาพูสียังมีพระธาตุภูษีตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาอีกด้วย

 

ทางขึ้นเขาพูสี มันก็จะมีสองทางให้เราเลือกคือฝั่งพระราชวัง และอีกฝั่งทางด้านหลังติดกับแม่น้ำคาน เดินก้าวขึ้นเขาไปซักพัก แปปๆเจอด่านเก็บเงินจ้า ก่อนที่จะได้ไปต่อบนเขาพูสีนั้น เราต้องจ่ายเงิน 20,000 กีบก่อน จ่ายเงินเสร็จ ได้ตั๋วเรียบร้อย ก็ก้าวเท้าขึ้นได้เลยกับเขาพูสี ความสูง 150 เมตร ขั้นบันได 328 ขั้น .. แหม เห็นตัวเลขแล้วอย่าพึ่งกลัว นี่ไม่ใช่เดินเทรล ไม่ได้ปีนเขาโหดๆ คือมันแค่เหงื่อซึมเล็กน้อย ไม่ได้เหนื่อย เมื่อไปถึงยอดเห็นวิวหลวงพระบาง ความเหนื่อยก็หายไปแล้ว 55555

 

ระหว่างทางเราก็จะเจอกับพระรูปปางค์ต่างๆ

 

เดินถึงยอดเขาบริเวณพระธาตุภูษี ตรงนั้นแหละที่เราสามารถมองเห็นวิวหลวงพระบางได้เกือบ 360 องศา ถ้าอยากดูพระอาทิตย์ตก ให้หันหน้าเข้าหาแม่น้ำโขง พระอาทิตย์จะตกตรงนั้น .. ส่วนด้านข้างมีหินขนาดใหญ่ให้เราไปนั่งหรือยืนถ่ายรูปได้ด้วยนะ แต่ตอนที่นี่ไป คือแบบ (เอ้า .. แม่โว้ยยย) มีสาวฝรั่งตาน้ำข้าว มาเที่ยวคนเดียว นั่งบนหินบังวิวที่คนเค้าต่อแถวขึ้นไปถ่ายรูปกัน หลายคนก็ถ่ายรูปไม่ได้ คนที่ต่อแถวก็เซ็งกันไปตามระเบียบ มีคนเดินไปบอกนางว่า รบกวนนั่งตรงอื่นซักแปปให้คนถ่ายรูปได้มั้ย นางตอบเสียงแข็งว่า ‘โน้วววว’ เอ้ออออออ .. 555555 ช่างเถอะ ดูวิวพระอาทิตย์ตกดีกว่าเนาะ

 

สวยขนาดไหน ลองดู เขียนย้ำแล้วนะว่าต้องมาให้ได้
เพราะวิวแม่น้ำโขงกับเมืองหลวงพระบาง ตอนพระอาทิตย์ตก
สะพรึงมากกกกกก (สะพรึงหมายถึงสวย อย่าเข้าใจผิด)

ตลาดมืด

ลงมาจากเขาพูสี แนะนำให้ลงฝั่งพระราชวัง เพราะจะไปตลาดมืดกันต่อ ตลาดมืดไม่ได้หมายถึงตลาดที่ขายของเถื่อน ของผิดกฎหมายนะ คือตลาดนี้เค้าขายของกันตอนเย็นถึงมืดๆ เลยเรียกว่าตลาดมืด ซึ่งเค้าก็จะปิดถนนตรงพระราชวังยาวไปถึงวงเวียน แม่ค้าพ่อค้าก็วางขายของฝากทั้งผ้าไหม กระเป๋า ชา ของกระจุกกระจิก ซึ่งเราว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างจากของที่ขายกันในบ้านเราทางภาคเหนือ แค่เปลี่ยนชื่อบนของฝากว่าเป็นหลวงพระบางอะไรงี้ แต่ถ้าใครจะซื้อของฝากจากหลวงพระบาง ให้ซื้อที่นี่แหละ มันสะดวกและของเยอะสุดแล้ว ฮ่า

 

จริงๆ ไฮไลท์ตลาดมืดที่เราอยากแนะนำ มันคือของกินเว้ยยยย! รู้น่าว่าหิว ถ้าเดินตลาดมืดอยู่ แนะนำให้ไปซอยตลาดเล็กๆข้างร้าน Indigo Cafe’ ซอยนี้ของกินโคตรเยอะ ราคาไม่แพง และอร่อยมาก

โดยเฉพาะพวกส้มตำ ไก่ย่าง ปลาย่าง ลาบโคตรอร่อย ลาบนี่แม่งต้องสั่งเลย เพราะลาบลาว เราว่าอร่อยกว่าเมืองไทยมาก มันจะแห้งๆไม่แฉะน้ำเหมือนเมืองไทย แต่อร่อยเวอร์ เอ้า สั่งโลด แม่ค้าตลาดซอยนี้น่ารัก 😚

กินเสร็จ ท้องป่องมากจ้าาาาาาา ถ้าอยากจะเดินย่อยในตลาดมืดต่อก็ทำได้ จะกลับโรงแรมนอนก็ดี

วันที่สอง: ตื่นเช้าตักบาตรข้าวเหนียว

ในทุกๆวันตอนเช้าของเมืองหลวงพระบาง จะมีกิจกรรมหนึ่งที่ชาวหลวงพระบางยังคงรักษาไว้อย่างดิบดีนั่นคือการตักบาตรข้าวเหนียว แนะนำว่า ถ้าอยากสัมผัสประเพณีนี้ ต้องตื่นเช้ามาก เพราะเค้าตักบาตรข้าวเหนียวกันตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง และเมื่อนี่เดินออกมาจากโรงแรมแล้วเดินมาตรงเส้นถนนที่พระจะเดินบิณฑบาตร กลับกลายเป็นว่ามีคนชาวลาวเดินเข้ามาขายชุดตักบาตรกับพรึ่บพรั่บ ที่จำได้ราคาน่าจะประมาณชุดละ 100 บาท มันทำให้สะท้อนได้ว่า หลวงพระบางเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบไปเรียบร้อยแล้ว

 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากตักบาตรข้าวเหนียว เค้ามีป้ายโปสเตอร์แปะไว้เลยว่า
ถ้าเป็นไปได้ อย่าซื้อของตักบาตรจากคนลาวที่เร่ขายอยู่ ให้เราไปซื้อของตักบาตรจากตลาดสดแทนจะดีกว่า

ซึ่งการตักบาตรข้าวเหนียวนั้น ชื่อก็บอกตรงตัวเลยว่า ‘ตักข้าวเหนียวใส่บาตรอย่างเดียวนะเว้ย’ คือปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนไม่ใหญ่มากใส่บาตรลงไป ไม่ใช่ใส่บาตรพร้อมกับข้าวหรือของแห้งแบบไทยๆ ดังนั้น เตรียมซื้อข้าวเหนียว ใส่กระติ๊บ สะพายผ้าเบี่ยง นั่งให้เรียบร้อย แล้วใส่บาตรข้าวเหนียวกันได้

ส่วนใครที่สงสัยว่าพระท่านจะฉันข้าวเหนียวอย่างเดียวเรอะ? คือจริงๆไม่ใช่ หลังจากพระท่านเดินบิณฑบาตรเสร็จ จะมีการนำสำหรับอาหารไปถวายกันที่วัดอีกรอบ เรียกว่า ‘การถวายจังหัน’ นั่นเอง

หากใครมาถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่ได้มาตักบาตรกับชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ
โปรดถ่ายรูปแบบห่างๆกันดีกว่า อย่าไปขวางทางพระท่านเดิน หรือไปรบกวนชาวบ้านที่เค้ากำลังตักบาตรอยู่

 

คือนี่เห็นโปสเตอร์แปะเยอะมาก ให้นักท่องเที่ยวเคารพประเพณีดั้งเดิมของชาวหลวงพระบางด้วยเด้อ แต่จริงๆก็จะไม่ค่อยดั้งเดิมเท่าไหร่แล้วในความคิด มันเปลี่ยนไปเพราะเรื่องการท่องเที่ยวที่หลวงพระบางบูมมากตอนนี้

เดินเล่นเมืองเก่าหลวงพระบาง

หลังจากการตักบาตรข้าวเหนียวได้วายลง เราก็จะเดินเล่นเขตมรดกโลกเมืองหลวงพระบางกันซักหน่อย ถึงแม้ว่าบ้านเก่า ตึกเก่าในเขตเมืองเก่านี้จะถูกแปลงโฉมกลายเป็นร้านรวง คาเฟ่ ร้านอาหารต่างๆ แต่ยังดีที่เค้ายังคงรักษากลิ่นอายของความเป็นหลวงพระบางได้อย่างดีเยี่ยมอยู่ ฟีลลิ่งความเก่าคลาสสิกของหลวงพระบาง บวกกับความสมัยใหม่ที่ถูกประดิษฐ์ประดอยเข้าไป โอ้โห้ว เมืองมันโคตรชิคเลย

 

เดินมาอีกนิดเราจะเจอกับ พระราชวังหลวงพระบาง (พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง) และ หอพระบาง ที่มีพระบาง พระคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางประดิษฐานอยู่ ซึ่งสถานที่นี้เสียค่าเข้า นี่ก็เลยไม่เข้าไป 555555 .. แต่เค้าบอกกันว่ามันเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ควรมาเยือน เมื่อมาเที่ยวหลวงพระบางเลยนะแจ๊ะ ใครสนใจ ลองเข้าไปดูเล้ย

อันนี้ทางขึ้นเขาพูสีฝั่งพระราชวัง

เดินถนนเส้นหลักของเมืองเก่าหลวงพระบางแล้ว ให้ลองมาเดินเส้นถนนเลียบแม่น้ำโขงกันบ้าง ถึงแม้เราจะอยู่ในตัวเมือง แต่ริมแม่น้ำโขงตรงนี้ .. เรายังเห็นได้ถึงวิถีชีวิตคนลาวที่ใช้เรือในการสัญจรไปมา บรรยากาศดีโคตรๆ มีความเขียวชะอุ่มแบบอุดมสมบูรณ์

การข้ามแม่น้ำโขงสายนี้ ยังเป็นสะพานไม้อยู่เลยเด้อ

 

หลังจากเดินเล่นรับลมชมบรรยากาศในเมืองหลวงพระบางกันเรียบร้อยแล้ว ผมกับเพื่อนก็เข้าโรงแรมเพื่ออาบน้ำ แต่งตัวและกินอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นก็เที่ยวต่อจย้าา .. โดยวันที่สองนี้เราคงไม่ไปไหนหรอก อยู่แต่ในตัวเมืองเก่านี้แหละ ง่ายๆ สบายๆ ชิลๆ มันก็จะมีที่ถ่ายรูปเยอะแยะสไตล์หลวงพระบาง

 

วัดเชียงทอง (ວັດຊຽງທອງ)

ต่อมาเราจะเดินไปต่อที่ วัดเชียงทอง หรือ วัดเซียงทอง เดินไม่ถึงสิบนาทีจากโรงแรมที่เราพักก็ถึงแล้ว ที่นี่เป็นวัดเดียวที่เรามาเยี่ยมเยียนในการเที่ยวทริปนี้ 5555555

ที่มาเพราะพี่บล็อกเกอร์ที่มาเที่ยวด้วยกันบอกว่า ‘วัดเชียงทองสวยที่สุดในหลวงพระบาง ถูกขึ้นชื่อว่าเป็นอัญมณีล้านช้างที่สมบูรณ์ที่สุด’ และเป็นวัดสำคัญวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในศึกฮ่อธงดำบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง ใน พ.ศ. 2428 อีกด้วย

 

การเข้าชมวัดเชียงทอง เราต้องเสีย 20.000 กีบ โดยเมื่อเราเดินเข้าไป วัดเชียงทองจะประกอบด้วยหลายส่วนอย่าง สิม หรือ พระอุโบสถ สีดำฉลุทองตั้งตระหง่านอยู่ ด้านในมีพระองค์หลวงเป็นพระประฐาน เมื่อเราเดินออกมาด้านหลังของสิม เราจะเจอหอพระอีกสองหลัง ชื่อ หอพระม่าน และ หอพระไสยาสน์ ซึ่งผมสะดุดกับความสวยงามของผนังสีชมพูมากกก ผนังที่เล่าเรื่องนิทานและวิถีชีวิตของชาวหลวงพระบาง ทำเอาผมยืนจ้องเพื่อชมความสวยงามอยู่ได้ซักพักหนึ่ง

มุมฮิตที่เห็นหลายคนเค้าชอบถ่ายรูปกันคงจะเป็นมุมนี้
มุมที่เราโผล่หัวออกมาจากหน้าต่างหอพระสีชมพู งู้ยย .. มันน่ารักมาก

 

อีกหลังที่อยากให้ไปดูเลยคือโรงเมี้ยนโกศ ตรงทางเข้าที่มีงานแกะสลักไม้สักทองที่สวยโคตรๆ ส่วนด้านในจะมีราชรถแกะสลักไม้สีทอง พร้อมมีเศียรของพญานาค 5 เศียรยื่นออกมา เดินรอบๆแล้ว อย่าลืมเสี่ยงเซียมซีด้านในด้วยล่ะ เสี่ยงเสร็จหยิบกระดาษผลทายได้ตรงนั้นเลย 😉

 

งานแกะสลักไม้ทองแบบใกล้ๆ งานคือละเอียด และสวยมากกก

เสี่ยงเซียมซี พร้อมรับคำทายผลได้ในนี้เลย ผมก็เสี่ยงทายไปหนึ่งครั้ง แล้วให้เจ้าหน้าที่คนลาวในนั้นแปลให้ฟัง เนื่องจากอ่านไม่ออก 555555

กาแฟประชานิยม

เดินมาไกลหน่อย เราจะไปกินกาแฟบ้านๆหลวงพระบางกัน จากป้ายร้าน เค้าบอกว่าเป็นร้านกาแฟคู่แท้หลวงพระบาง จากที่ถามเจ๊คนขายที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านได้ความว่า กาแฟประชานิยม เค้าเปิดร้านนี้มานานกว่า 50 ปีแล้ว อีกทั้งร้านนี้ยังอยู่ในลิส สิ่งที่ Must Thing to Do in หลวงพระบาง จากหลายๆรีวิวอีกด้วย แหม๊ .. ก็ต้องไปสิจ๊า บรรยากาศร้านเค้ามันก็ออกจะบ้านหน่อยๆ ไม่เหมือน Joma Bakery Cafe ที่เราจะพาไป ที่เป็นร้านคาเฟ่แบบทันสมัย

 

ที่ตลกตัวเองคือ เมื่อเริ่มนั่งลงบนโต๊ะหน้าร้าน เค้าจะเสิร์ฟปาท่องโก๋ กับขนมปังกลมๆคล้ายซาลาเปาทอดทันทีโดยที่เรายังไม่ได้พูดอะไร ด้วยความที่คิดว่าเป็นของฟรี เป็นของกินเล่นประดับกาแฟ นี่ก็เลยกิน แต่หารู้ไม่ว่า เค้าคิดเงินเป็นตัวตอนสุดท้าย 55555555555

 

ปาท่องโก๋เค้า รสชาติมันก็เหนียวๆ ชืดๆ ส่วนกาแฟผมสั่ง กาแฟนมเย็น ซึ่งก็หวานมากแม้ว่าเราจะบอกป้าว่าหวานน้อยๆแล้วก็ตาม สรุปคือกินเท่านี้ เพราะไม่ได้รู้สึกประทับใจหรืออร่อยเท่าไหร่ แต่ที่ดีคือ แม่ค้าน่ารัก พูดเก่ง ยิ้มแย้ม .. หากใครอยากลิ้มลองกาแฟคู่แท้หลวงพระบางละก็ จะมาลองกินก็ไม่เสียหาย เพราะราคามันไม่ได้แพง และมาได้ง่ายๆ ฮี่ฮี่

Joma Bakery Cafe

ร้านกาแฟที่อยากแนะนำในหลวงพระบางจริงๆคือ Joma Bakery Cafe มีอยู่สองสาขาในเมืองหลวงพระบาง ที่แรกคืออยู่ตรงวงเวียนต้นสายตลาดมืด กับอีกสาขาที่อยู่ริมแม่น้ำคาน เอาจริงๆคือพิมใน Google Map ได้เลย มันขึ้นแน่นอน อีกเรื่องคือ Joma Bakery Cafe ไม่ได้มีแค่หลวงพระบางนะ ที่เวียงจันทร์ก็มีเด้อ ถือเป็นร้านคาเฟ่พี่ใหญ่ ร้านดังประจำประเทศลาวเลย

 

Joma Bakery Cafe มีเบเกอรี่ให้เลือกกินเยอะมาก แถมอร่อยด้วย นี่คือรีวิวสั้นๆจากปากเพื่อนร่วมทริปอีก 3 คน และตัวผมที่ได้ไป ที่อยากบอกคือ ถ้าเราสั่ง Americano (อเมริกาโน่) เราสามารถ Refill ได้หนึ่งครั้ง ซึ่งอันนี้ชอบมาก ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน ดูใจดีอ่ะแกร 555555555

เรื่องบรรยากาศร้าน ไม่ผิดหวังแน่นอน เค้าตกแต่งออกแนวสไตล์วินเทจ ถ่ายรูปตรงไหนก็สวยเวอร์วัง แนะนำให้ไป ไม่ผิดหวังเลย สั่งอเมริกาโน่ด้วยล่ะ จะได้ได้เติมรีฟิลฟรีรอบนึง กิกิ 😂

 

วันที่สาม: เล่นน้ำ เก็บตาด

วันที่สาม แนะนำให้ออกจากหลวงพระบางกันซักหน่อย แล้วไปเก็บตาดเล่นน้ำตกกันที่ตาดแส้ และตาดกวางสี เตรียมชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัว ครีมกันแดดให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปเล่นน้ำตกกันเล้ย! รูทวันนี้ เราจะเช่ารถจาก AVIS น่าจะเป็นร้านเช่ารถเจ้าเดียวในตัวเมืองหลวงพระบาง เนื่องจากเรามากัน 4 คนคิดว่าเช่ารถขับน่าจะสนุกและฟรีดอมมากกว่า

ราคาค่าเช่ารถจาก AVIS ที่ได้ตอนนั้นคือ $55 / 24 ชั่วโมง หารกันสี่คนตกวันละ $13.75 หรือ 467.5 บาท เท่านั้น (ไม่รวมค่าน้ำมัน) รถที่ได้คือ Ford Ranger จ้าาา รถที่ให้เช่าที่นี่จะเป็นรถยกสูงแบบกระบะเท่านั้น รถเก๋งเค้าไม่มี เพราะถนนมันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่

สำหรับใครที่ไม่ได้เช่ารถ การไปตาดกวางสีแนะนำให้ไปกับทัวร์รถตู้ ซึ่งเราสามารถถามได้ที่โรงแรมเลย อย่างโรงแรมที่ผมพักเค้าเขียน ราคารถตู้ไปตาดกวางสีไว้ 45.000 KIP มีทั้งรอบเช้ารอบบ่าย ใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมง และมีเวลาอยู่ที่น้ำตกประมาณ 3-4 ชั่วโมงแค่นั้น ส่วนตาดแส้ อาจจะต้องเช่าตุ๊กตุ๊ก จากตัวเมืองอย่างเดียว ซึ่งแบบ (โว้ย) .. ราคาแพงมาก

ตาดแส้ (ຕາດແສ້)

ในกลุ่มสี่คนคือตัดสินใจมาตาดแส้ก่อน เพราะเราจะเก็บไฮไลท์ตาดกวางสีไว้สุดท้าย ฮ่า การขับรถมานั้น ให้เราจิ้มหา ‘Nam Kahn Boat Ticket Box’ ใน Google Map แล้วกด Direction ไปได้เลย ที่นี่จะเป็นท่าเรือในการไปตาดแส้ (Tad Sae Waterfall) โดยเราต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำคานไปในราคา 10.000 KIP (2 คนขึ้นไป) ถ้ามาคนเดียว เค้าคิด (20.000 KIP) เด้อ เมื่อเราข้ามฝั่งมาแล้ว เราต้องเสียค่าเข้าอีกเช่นเคยคือราคา 15.000 KIP

 

ด้วยความที่พวกเรามากันเดือนมิถุนายน เค้าบอกว่าตาดแส้น้ำไม่ค่อยมีนะ พอเราไป .. มันก็ไม่มีจริงๆว่ะ 5555555 // โน๊ตไว้เลย ตาดแส้ เค้าแนะนำให้มาตั้งแต่ช่วงหน้าฝน เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ยาวไปจนถึงสิ้นปี เพราะจะมีน้ำเยอะเน้อ

ในเมื่อเราขับมาถึงที่แล้ว จะไม่เที่ยวเพราะมันไม่มีน้ำก็ไม่ใช่ เดินเล่นหน่อยก็ยังดีน่ะ ทางเข้าตาดแส้เค้าก็จะร่มรื่น รวมถึงมีที่เลี้ยงช้างไว้ด้วย เดินเข้าไปมันก็แห้งจริงๆ น้ำไม่มีเลย 55555555555

 

เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่กลางน้ำตกที่ไหลลงมา แต่ตอนนี้แห้งสนิท คิดดูถ้ามีน้ำเยอะๆ จะสวยขนาดไหน 5555

เริ่มมีน้ำบ้างล้าววววว 😂

 

ด้วยความอยากรู้ นี่เลยเดินเข้าไปอีกเรื่อยๆ มันก็เริ่มจะมีน้ำหน่อย น้ำจะน้อย .. ไม่ไหลเป็นน้ำตก เอาน่าาา แค่นี้ก็ยังดีฟ่ะ เห็นน้ำนิดเห็นน้ำหน่อยยังพอถ่ายรูปได้สวยอยู่ เดินถ่ายรูปเล่นซักพักเราก็เดินกลับ ออกไปขึ้นเรือ ขึ้นรถและขับไปตาดกวางสีต่อ 5555

 

ตาดกวางสี (ຕາດກວາງຊີ) PANTIP

ที่เที่ยวสุดท้ายสำหรับวันนี้คือ‘ตาดกวางสี’ หรือ ‘น้ำตกกวางสี’ คือน้ำตกที่ต้องมา ไม่มาไม่ได้ เพราะว่าที่นี่มันพีคสุดในหลวงพระบางแล้วแกรเอ้ยย! ตาดกวางสีคือน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ที่เรียกได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเมืองหลวงพระบางแล้ว น้ำตกมีขนาดความสูง 75 เมตร มีทั้งหมด 4 ชั้น ว่าแล้ว..  อย่างที่บอกไปแล้วว่า ถ้าไม่เช่ารถขับมาเอง ให้หารถจากโรงแรมได้เลย ทุกโรงแรมจะมีเอเจ้นท์บริการแชร์รถตู้ไปส่งที่ตาดกวางสี ราคานั้นก็จะราวๆ 40.000-50.000 KIP เมื่อเรามาถึงหน้าประตูทางเข้าน้ำตกแล้ว เราต้องจ่ายค่าเข้าอีก 20.000 กีบ เป็นอันเสร็จพิธีรีตอง พร้อมเข้าไปเล่นน้ำตกได้

 

ย่างก้าวเท้าเข้ามายังบริเวณน้ำตกแล้ว ยัง .. เราจะยังไม่เจอน้ำตก แต่เราจะได้เจอศูนย์อนุรักษ์หมีก่อน โดยหมีเหล่านี้จะเป็นหมีที่ได้รับการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่าในลาว โดยค่าเข้าชมตาดกวางสีส่วนหนึ่ง ถูกนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายของการอนุรักษ์หมีด้วย เมื่อเราเดินผ่าน เราก็จะเห็นกรงหมีพร้อมป้ายบอกชื่อและลักษณะต่างๆของหมีที่นั่น

 

 

จากที่เดินผ่านและมุงดูกับคนแถวนั้น มีหมีออกมาให้เราเห็นแค่ตัวเดียว ที่น่าตกใจคือ หมีที่เราเห็นนั้นมีแขนแค่ข้างเดียว โคตรน่าสงสารเลย ฮืออ .. หากใครอยากช่วยน้องหมีเพิ่มเติม เราสามารถบริจาคเงินได้ตรงจุดนี้เช่นกัน 😭

 

 

เมื่อเราผ่านโซนอนุรักษ์น้องหมีไปแล้ว ทีนี้เราก็จะเจอกับน้ำตกแล้วล่ะ โอ้โหว บอกเลยว่าสวยเกินกว่าที่คิดไว้เยอะ เราสามารถเดินเลียบน้ำตกขึ้นไปแต่ละชั้นได้เรื่อยๆ โดยที่แต่ละชั้นเราสามารถลงเล่นได้ และที่แม่งสวยของน้ำตกตาดกวางสีที่นี่คือ สีของน้ำมันเป็นสีฟ้าเขียว คือสวยมากกกกกก (ไม่ได้เวอร์)

 

 

แต่ละชั้นของน้ำตกที่เราเดินผ่าน มันก็จะสวยกันไปคนละแบบคละเคล้ากันไป แต่ชั้นที่คนเล่นเยอะสุดมันคงจะเป็นชั้นนี้ .. คือนี่ก็ไม่รู้ว่ามันชั้นที่เท่าไหร่อ่ะนะ เดินมาก็จะรู้ ว่าชั้นนี้เป็นชั้นยอดฮิต เพราะสระใหญ่สุด และมีขอนไม้ที่เราสามารถเดินไปแล้วกระโดดลงสระน้ำได้ ซึ่งแม่มตรงนี้ ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของตาดกวางสีเลย ส่วนผมน่ะหรอ ไม่ได้โดดว่ะ 55555555

หากใครอยากรู้ว่าน้ำมันลึกขนาดไหน .. ไม่ต้องกลัวจ้า
มันตื้นจนเราสามารถยืนไหล่พ้นน้ำได้ อย่ากลัวว 😌

 

แนะนำว่าก่อนจะมาเล่นน้ำตก ให้เราเดินมาถึงชั้นบนสุดของน้ำตกก่อนแล้วค่อยเดินย้อนกลับมาเล่น อะ .. เดินต่อไป แล้วจะเจอกับจุดพีคชั้นบนสุดของน้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบางงง (โว้ววว) จุดที่ดีที่สุดในการดูน้ำตกอันใหญ่โตนี้ คือการขึ้นไปบนสะพานข้ามน้ำตกนั้นแหละ

 

 

สายน้ำที่ไหลลงมาจากชั้นบนลงสู่ชั้นล่าง มันสวยเกินกว่าในรูปที่เราถ่ายมามากเลยล่ะ ที่แน่ๆคือ ในรูปมันอาจจะดูเป็นน้ำตกเล็กๆนะ แต่ของจริงมันใหญ่โตอลังการมาก ความรู้สึกตอนนั้นคือ กูอิ่มอกอิ่มใจ นอนตายตาหลับสำหรับการมาเที่ยวหลวงพระบางแล้ว 55555

 

 

เปรมปรีกับน้ำตกชั้นบนแล้ว ใครอยากเล่นน้ำก็ให้เดินลงมาทางเดิมตรงสระใหญ่ที่บอกไป เล่นให้หนำใจจนตกเย็น จากนั้นเดินกลับออกมา ขับรถกลับเข้าตัวเมืองหลวงพระบาง ถือเป็นวันที่คอมพลีทแล้วจริงๆสำหรับเที่ยววันนี้ วู้ว ☺️

ที่พักทริปหลวงพระบาง PANTIP

ที่พักหลวงพระบางที่ผมกับเพื่อน รวมทั้งหมด 4 คน ได้ไปพักนั้นมีอยู่สองที่ โดยสองที่นี้คือการเดินหาเอาดาบหน้าเลยนะ เน้นถูก ราคารับได้ ฮ่าๆ นั่นคือ Villa Oudomlith และ Villa Oasis

 

Expedia มีส่วนลดให้สูงสุด 15% นะ

สำหรับการจองโรงแรมนั้น แนะนำให้จองกับ Expedia เพราะถ้าเราเป็นเมมเบอร์กับเค้าจะได้ส่วนลดเพิ่ม อีกทั้งให้ใส่โค้ดลดท็อปอัพของบัตรเครดิตเพิ่มตอนหน้าจ่ายตัง ราคาที่ถูกกว่า OTA เจ้าอื่นแล้ว จะยิ่งถูกมากขึ้นอีก ยังไงลองเทียบราคาดูอีกที ระหว่าง Expedia / agoda / Booking.com เจ้าไหนถูกสุด ก็เอาอันนั้นเลย อันนี้นำมาบอกเพื่อเป็นตัวเลือก เพราะส่วนตัวผมใช้ Expedia แหละ

คลิกที่ปุ่มสีส้มด้านล่างเพื่อดูโค้ดส่วนลดแต่ละบัตรเครดิตได้เลย บอกเลยว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายไปเยอะมาก
สมมุตเราจ่ายค่าโรงแรมทั้งทริป 15,000 บาท แล้วใช้โปรบัตร KTC Mastercard ลด 15% เราจะประหยัดไป 2,250 บาท ถือว่าลดเยอะมาก เอาเงินไปทำอย่างอื่นได้เยอะแยะเลย ส่วนบัตรเครดิตเจ้าอื่นๆ จะลดอยู่ที่ 10% ก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี

โค้ดส่วนลดโรงแรม สูงสุด 15% เมื่อจองผ่าน Expedia.co.th

KTC MASTERCARD ลด 15%

KTC ลด 10%

Citibank ลด 10%

UOB ลด 10%

KBANK ลด 10%

SCB ลด 10%

KRUNGSRI ลด 10%

Thanachart ลด 10%

Standard Chartered ลด 10%

หาโรงแรมที่พักในหลวงพระบางบนเว็บ Expedia คลิกที่นี่ได้เลย ❤️
หรือจะเลือกพักตามโรงแรมที่ผมไป กดลิงค์ด้านล่างของแต่ละ OTA ที่ชอบได้เลยเด้อ

Villa Oudomlith

Villa Oudomlith นั้น ถ้าพูดถึงเรื่องทำเล ต้องบอกว่าค่อนข้างดีมากเลยนะ คือใกล้กับเส้นตักบาตรข้าวเหนียว เดินไปตลาดมืดได้ง่าย เป็นอีกหนึ่งที่พักแนะนำในราคาที่ไม่แพงเท่าไหร่ อย่างผมกับเพื่อนทั้งหมด 4 คน พักที่นี่โดยการเดิน walk-in ได้ราคามา 1,500 บาท (ตอนนั้นจ่ายเป็นเงินไทย) ตกคนละ 375 บาท เท่านั้น

 

 

นอกจากทำเลที่ค่อนข้างดีแล้ว เตียงนอน ข้าวของเครื่องใช้ในห้อง คือดีงามเกินราคา ห้องน้ำโคตรใหญ่ แอร์เย็นฉ่ำ และมีอาหารเช้าด้วย ถ้าถามว่าอยากแนะนำให้คนอื่นต่อมั้ย ก็ถือว่า .. กล้าที่จะแนะนำ เพราะทุกอย่างโอเคเกินราคา



Booking.com

ถ้าอยากจอง Villa Oudomlith ล่วงหน้า สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com // ดูผ่าน Expedia.co.th

Villa Oasis

Villa Oasis คืออีกหนึ่งที่พักที่ได้ไปนอน เรื่องทำเลนั้นอาจจะออกมานอกเขตเมืองเก่าซักหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ไกลนัก ตัวโรงแรมหายากไปนิด เพราะมันอยู่ในซอกซอย แต่ถ้าเราเจอและได้เข้าไปข้างในแล้ว จะบอกว่าบรรยากาศโรงแรมโคตรดีย์ เค้ามีสระนำ้ขนาดใหญ่ที่มีดอกบัวสวยๆอยู่กลางโรงแรมล้อมรอบด้วยห้องพัก

 

 

ห้องพักที่ดีก็ดีงาม ในความรู้สึกคือชอบที่นี่มากกว่า Villa Oudomlith แหละ นั่นหมายความว่า ทุกอย่างโอเค และอยากแนะนำเหมือนกันเด้อ ส่วนราคาที่ได้จากการ walk-in คือ คืนละ $45 ตอนนั้นมีเพื่อนมาสมทบ รวมทั้งหมดเป็น 5 คน ตกคนละ $9 หรือประมาณ 306 บาท เอง เป็นห้องแบบ Family เตียงห้าคนเลยนะ ไม่ได้ใช้เตียงเสริม ถือว่าดีงาม



Booking.com

ถ้าอยากจอง Villa Oasis ล่วงหน้า สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com // ดูผ่าน Expedia.co.th

ที่พักแนะนำอื่นๆ ในหลวงพระบาง

ถ้าแบบโคตรหรูเลย อยากเอาแบบมาพักผ่อนเต็มที่ ซับซับความเป็นหลวงพระบางพร้อมความลักชัวรี่ แนะนำสองที่ในเครือ Sofitel คือ 3 Nagas Luang Prabang – MGallery by Sofitel และ Sofitel Luang Prabang

3 Nagas Luang Prabang – MGallery by Sofitel

เป็นโรงแรมหรู เครือโซฟิเทล ที่ทำเลโคตรสุดยอด เพราะอยู่เกือบกลางเขตเมืองเก่ามรดกโลก ติดเส้นตักบาตรข้าวเหนียว เดินไปอีกนิดเจอตลาดมืด โดยซิกเนเจอร์ของโรงแรมนี้ที่คนเดินผ่านไปผ่านมาชอบถ่ายรูปคือ รถคลาสสิกที่จอดอยู่ตรงหน้าโรงแรม สุดท้ายคือ โรงแรมบูทิค 3 Nagas Luang Prabang มีแค่ 15 ห้องเท่านั้น บอกเลยว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวมากกก

 


(รูป: Sofitel.com)



Booking.com

ถ้าอยากจอง 3 Nagas Luang Prabang – MGallery by Sofitel ล่วงหน้า สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ช่วงราคา 7,000-10,000 บาท/คืน
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com // ดูผ่าน Expedia.co.th

Sofitel Luang Prabang

หากต้องการความหรูมากไปอีก พร้อมพื้นที่ที่กว้างขึ้น Facilities ครบมากกว่าทั้งสระว่ายน้ำ สปา ยิม แนะนำ Sofitel Luang Prabang ที่มีห้องแบบสวีทหรือพูลวิลล่า ทั้งหมดจำนวน 25 ห้อง ทำเลมันก็จะออกมานอกเมืองเขตเก่านิดๆ แต่มันไม่ได้เป็นปัญหา เพราะมันยังอยู่ในระยะ walking distance หรือถ้าขี้เกียจเดิน โรงแรมเค้ามีการส่งอยู่แล้ว แหม๊ ราคาขนาดนี้เนาะ

 


(รูป: Sofitel.com)



Booking.com

ถ้าอยากจอง Sofitel Luang Prabang ล่วงหน้า สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ช่วงราคา 10,000-15,000 บาท/คืน
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com // ดูผ่าน Expedia.co.th

ที่พักราคาปานกลาง แนะนำอีกที่
Indigo House Hotel Luang Prabang

Indigo House Luang Prabang คือโรงแรมแบบบัตเจทหน่อย แต่ทำเลคือดีสุดแล้ว เพราะอยู่ตรงตลาดสด + ตลาดมืด ใกล้เขาพูสี ใกล้พระราชวังหลวงพระบาง คือทำเลห้าดาวแต่ราคาไม่แรงเลย นอกจากทำเลแล้ว ชั้นหนึ่งของที่นี่ยังเป็นคาเฟ่ ร้านเบเกอร์รี่ตรา Indigo Cafe อีกด้วย ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วววว

 



Booking.com

ถ้าอยากจอง Indigo House Hotel ล่วงหน้า สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ช่วงราคา 2,000-3,000 บาท/คืน
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com // ดูผ่าน Expedia.co.th

รีวิวลาวอื่นๆ อ่านต่อได้เลย ☺️

kotzhul@gmail.com

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT