HashCorner

รีวิว แชงกรีล่า (Shangri La) x ยูนนาน เที่ยวจีนต้องเที่ยวให้สุด

มาถึงเมืองที่สองของทริปยูนนาน กับเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดกับ ‘แชงกรีล่า (Shangri-La)’ ที่หลายคนอาจจะรู้จักชื่อในนามโรงแรม แต่ในที่นี้เราจะมาเที่ยวเมืองแชงกรีล่า กับเมืองที่จีนเค้าอ้างว่าเป็นเมืองในตำนานนวนิยายของ James Hilton ที่หลายคนบอกว่า มันคือเมืองยูโธเปียที่มีแต่ความสุข และความเป็นอมตะ เอ้อออ เอาสิ .. ส่วนตัว ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามที่นี่มาค่อนข้างนาน และได้เห็นรูปวีดหลังคาสีทองบ่อยๆ เอาเป็นว่า ทริปนี้เราจะได้มาสัมผัสของจริงกัน แล้วมาดูว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยเด้อ

ทริปยูนนาน ลี่เจียง-แชงกรีล่า-ภูเขาหิมะเหม่ยลี่

สำหรับทริปจีน ลี่เจียง – แชงกรีล่า – ภูเขาหิมะเหม่ยลี่ (Lijiang – Shangri La – Meili Snow Mountain) ทริปนี้ ก๊อตใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน โดยบินจากกรุงเทพไปคุณหมิง แล้วต่อเครื่องไปลี่เจียง เพื่อไปเที่ยวต่อที่นั้นเลย เวลามันมีจำกัดม๊ากก เสียดายที่ยังไม่ได้เก็บเมืองคุณหมิงและต้าลี่ก่อน ฮือ .. เอาเป็นว่าทริปนี้ เราจะแบ่งรีวิวออกเป็น 3 พาร์ทด้วยกัน เรียงตามนี้เลยเด้อ

1. รีวิว ลี่เจียง (Lijiang) กำลังเขียน
2. รีวิว แชงกรีล่า (Shangri-La)
3. รีวิว ภูเขาหิมะเหม่ยลี่ (Meili Snow Mountain) กำลังเขียน

และนี่ขอแถมทริปจีนอีกทริปล่าสุดที่ได้ไปมาก่อนหน้าทริปยูนนาน (Yunnan) นี้ ทริปมณฑลเหอหนาน (Henan) คือ เจิ้งโจว – ลั่วหยาง – หยุนไถซาน – ไคฟง (Zhengzhou – Louyang – Yuntaishan – Kaifeng) ซึ่งเป็นทริปแรกที่ได้ประเดิมจีนเลย หากใครสนใจ หรือกำลังวางแพลนทริปในมณฑลเหอหนานอยู่ มาตามอ่านได้เล้ย

4. รีวิว เจิ้งโจว (Zhengzhou) กำลังเขียน
5. รีวิว ลั่วหยาง (Louyang) กำลังเขียน
6. รีวิว หยุนไถซาน (Yuntaishan) กำลังเขียน
7. รีวิว ไคฟง (Kaifeng) กำลังเขียน

รู้จักแชงกรีล่า (Shangri La) กันก่อน!

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า จริงๆแล้วชื่อดั้งเดิมของ เมืองแชงกรีล่า (Shangri La) นั้นคือ เมืองจงเตี้ยน (Zhongdian) ซึ่งรัฐบาลจีนเค้าพึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นแชงกรีล่ายังไม่ถึง 20 ปีเลย คือพึ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2001 เอ๊ง ซึ่งถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมาของเหตุผลการเปลี่ยนชื่อนั้น คือเป็นเรื่องของการตลาดที่รัฐบาลจีนอยากจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจงเตี้ยนให้ป๊อปปูล่าเหมือนเมืองลี่เจียงกับต้าลี่

พี่จีนเค้าเลยเคลมชื่อแชงกรีล่า (Shangri La) ที่มาจากเมืองใน นวนิยาย ‘Lost Horizon’ ของ James Hilton ที่แต่งขึ้นเมื่อปี 1933 ที่พูดถึงดินแดนอันบริสุทธิ์อันไกลโพ้นในหุบเขาหิมาลัยที่ผู้คนในเมืองนี้มีแต่ความสุขและอายุยืนจนเป็นอมตะ นี่แหละ พี่จีนเค้าก็เคลมว่าจงเตี้ยนคือเมืองที่ James Hilton เขียนถึง แม้ความจริง James Hilton จะไม่เคยไปจีนเลยก็ตาม // มาร์เก็ตติ้งเพื่อการท่องเที่ยวล้วนๆ 55555

วิธีการไป/ออก แชงกรีล่า (Shangri La)

สำหรับวิธีการไป/ออก เมืองแชงกรีล่านั้นจะมีสองวิธีหลักๆ คือ การนั่งรถบัสทางไกล หรือไม่ก็นั่งเครื่องบิน (รถไฟยังสร้างไม่เสร็จ) สำหรับใครที่มาแชงกรีล่าจากเมืองลี่เจียง การนั่งรถบัสทางไกลจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ราคา 58 หยวน โดยระหว่างทางที่นั่งรถบัสมานั้น เราจะได้วิวสวยๆของภูเขาและแม่น้ำ รวมถึงบ้านเมืองต่างๆกลางทาง สามารถดูวิวได้แบบเพลินๆ

เว็บที่แนะนำสำหรับการเช็ครอบเวลารถบัสของประเทศจีน แนะนำให้ดูเว็บนี้ Chinabusguide.com คือแค่เราพิมพ์ชื่อเมืองต้นทางกับปลายทาง มันจะบอกเวลารถทั้งหมด รวมถึงระยะทาง เวลา และราคาอีกด้วย อันนี้ดีมากกกก

ส่วนใครที่มาสนามบิน .. สนามบินที่นี่ไม่มีรถ Shuttle Bus เข้าเมืองนาจา เราต้องหาแท็กซี่หน้าสนามบินเข้าเมืองเอง ซึ่งคนขับแท็กซี่ก็มักจะไม่ค่อยกดมิเตอร์เท่าไหร่ คือจะคิดแบบเหมาอย่างเดียว ทีนี้ ถ้าอิงตามราคาเหมาตอนที่ผมนั่งจากตัวเมืองแชงกรีล่าไปสนามบินนั้น แนะนำอย่าให้เกิน 40 หยวน/เที่ยว ยิ่งน้อยกว่านี้ยิ่งดี ทีนี้อยู่ที่สกิลการต่อราคาแล้วล่ะ ฮือ

การจองโรงแรม / ที่พักในจีน

เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินรวมถึงโรงแรมในประเทศจีน ส่วนตัวนี่จะใช้เว็บ Trip.com ในการจองเกือบซะส่วนใหญ่ เพราะ Trip.com มันเป็น Online Travel Agency (OTA) ของจีนไง ทีนี้คือราคาตั๋วเครื่องบิน และโรงแรม จะมีราคาโปรที่ถูกกว่า OTA เจ้าอื่น รวมถึงตัวเลือกโรงแรมนั้นมีให้เลือกเยอะโครตๆ มากกว่าเว็บ Agoda, Booking และ Expedia มาก ยังไงต้องลองเทียบราคากันดูวันอันไหนถูกกว่ากันเนอะ // ตอนจองโรงแรม นี่เทียบหลายเว็บมาก

เรื่องหนึ่งที่ต้องระวังสำหรับใครที่จองโรงแรมราคาถูกมากๆ โรงแรมพวกนี้บางเจ้าเค้าไม่มีใบรับอนุญาตการให้เข้าพักของคนต่างชาติด้วยนะ ถามว่าเราจะเช็คได้มั้ยว่าต่างชาติ สามารถเข้าพักได้หรือเปล่า จริงๆมันเช็คเองไม่ได้ แนะนำให้ดูรีวิวของโรงแรมในเว็บ OTA ว่ามีชาวต่างชาติรีวิวมั้ย ถ้ามี .. แสดงว่า คนต่างชาติน่าจะพักได้เกือบ 100%

ก๊อตขอยกเคสตัวเองเลยแล้วกัน คือ เคยจองที่พักในเมืองเจิ้งโจว (Zhengzhou) กับเว็บ Trip.com วันถัดมา มีโทรศัพท์จากโรงแรมที่จีนโทรมาถามเลยว่า ‘ยูเป็นคนชาติอะไร?’ ซึ่งเค้ารับคนบางประเทศเข้าพักด้วย ซึ่งตอนนั้นบอกไป ‘ไทยแลนด์’ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร และมีอีกครั้งที่จองอีกโรงแรม มีคนจาก Trip.com โทรมาเลยว่า โรงแรมนี้ไม่รับต่างชาติ ให้เราหาโรงแรมอื่น ซึ่งทีมซัพพอร์ต Trip.com ก็ค่อนข้างดีพอสมควร (ที่นี่ Support พูดภาษาอังกฤษเท่านั้น)

ส่วนลดจองโรงแรมจาก Agoda, Expedia, Booking, Hotels.com, Airbnb และบัตรสวนสนุก ตั๋วรถไฟ กิจกรรมท่องเที่ยวจาก Klook

สำหรับใครที่กำลังจะจองที่พักและหาส่วนลดจองโรงแรมอยู่ ลองดูตามลิงค์ด้านล่างได้เลย มีทั้ง Agoda, Expedia, Booking รวมถึง Hotels.com ด้วย ประหยัดไปได้อีกเกือบ 10-20% ใช้ได้กับโรงแรมทั่วโลก
ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์จองโรงแรมพวกนี้ มีส่วนลดท็อปอัพจากบัตรเครดิตเพิ่มเกือบทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต Citibank, KBANK, SCB, Krungsri, KTC, Bangkok Bank และ TMB หรือแม้แต่ส่วนลดจากค่ายมือถืออย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งส่วนลดพวกนี้จะเปลี่ยนตลอดทุกเดือน และเก๊าก็อัพเดทให้ตลอดเวลาเน้อ 🧡

ส่วนลด Agoda.com (อโกด้า)  |  ส่วนลด Booking.com (บุคกิ้ง)  ส่วนลด Expedia (เอ็กซ์พีเดีย) | ส่วนลด Hotels.com (โฮเทลส์)  |  ส่วนลด Klook (คลุก)  |  ส่วนลด Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

    

ที่พักในแชงกรีล่า (Shangri La)
Yi’s Hostel

Yi’s Hostel เป็นโฮสเทลเล็กๆที่คนต่างชาติส่วนมากจะเลือกเข้าพัก เนื่องจากคนที่โฮสเทลสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และทำเลโฮสโคตรดี โดยโฮสเทลเค้าตั้งอยู่กลาง เมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town) ที่รอบๆโฮสเทลนั้นมีร้านอาหาร มินิมาร์ทล้อมรอบ ความคิวท์ของที่นี่คือ เค้าเลี้ยงแมวเยอะม๊ากตรงล็อบบี้ และมันโคตรน่ารักเลย และที่ดีคือ โฮสเทลที่นี่ยังใกล้กับวัดต้าฝอมากอีกด้วยแหละ ความดีของโฮสเทลที่นี่ยังไม่หมด เพราะเค้าไปรับ-ส่งเราที่สถานีรถบัส รวมถึงไปส่งเราที่ ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) ฟรีอีกด้วย คือดีมากกกกกกก เพราะเราไม่ต้องปวดหัวไฟท์ติ้งกับพวกแท็กซี่เหมาโก่งราคานั่นเอง

ห้องพัก Yi’s Hostel ที่เราพักกันคือห้องชั้นสอง มีหน้าต่างที่สามารถมองเห็นวัดต้าฝอ (Dafo Temple / Guishan Park) คือวิวพอดีเป๊ะแบบสวยงามมาก ตัวห้องพักนั้นโอเคเลย มีเครื่องฮีทเตอร์ มีแผ่นทำความร้อนตรงเบาะ มีทีวี และห้องน้ำโอเค มีน้ำอุ่น โดยรวมคือคุ้มค่า

ดูเรทและจอง Yi’s Hostel สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ตัวเองชอบได้เลย
ดูผ่าน Agoda.com // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน Trip.com

ภูเขาหิมะสือข่า / หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Shika Snow Mountain / Blue Moon Valley)

ที่แรกของการเที่ยวแชงกรีล่า (Shangri La) คือการไปเที่ยว หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley) หรือชื่อในภาษาธิเบตอย่าง ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) นั่นเอง ซึ่งชื่อหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley)  มันจะเหมือนกับที่ลี่เจียงที่ได้ไปมาแล้ว เพราะงั้นอย่าสับสนนาจา เพราะชื่อมันเหมือนกันเด้อ ฮ่าๆ

ราคาตั๋ว + วิธีการไป ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) นั้น แนะนำให้หาแท็กซี่ไป โดยให้โรงแรมเค้าหารถให้ไปเลย โชคดีที่โฮสเทลที่นี่นอนนั้น พาไปส่งเราแบบฟรีๆ จ้า โคตรดีย์ // ส่วนราคาบัตรค่าขึ้นกระเช้านั้น ราคาหน้าร้านอยู่ที่ 270 หยวน แต่โฮสเทลก๊อตคิดราคาแค่ 180 หยวนเท่านั้น โอ้ยยย คุณพระ ตั๋วก็ได้ลดราคาอย่างเยอะ แถมยังไปส่งเราฟรีอีก กราบบบ

ก่อนเที่ยวอยากให้มารู้จัก ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) กันก่อน ซึ่งคำว่า Shika หรือ สือข่า ในภาษาทิเบตนั้นแปลว่า สถานที่อันอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยกวางสีแดง ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางศาสนาพุทธนั้นจะเป็นรูปกวางสองตัวหมอบหันหน้าเข้าหาธรรมจักร ซึ่งคนทิเบตเค้าก็นับถือกวางมาก ถ้าเราสังเกตดีๆ คือเราจะเห็นสัญลักษณ์รูปกวางเต็มเมือง ดังนั้น ชื่อภูเขาหิมะสือข่า (Shika) ที่เค้าตั้งชื่อให้กับเขาลูกนี้ แสดงว่าเค้านับถือภูเขาลูกนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนท้องถิ่นนั่นเองเด้อ

วันที่ได้ไป ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) คือตื่นเช้าม๊าก นัดกับลูกพี่ที่โฮสเทลที่จะไปส่งเราตอน 8 โมงเช้า พอไปถึงสถานีเคเบิ้ลด้านล่าง ลูกพี่ที่โฮสเทลก็จัดแจงซื้อตั๋วให้เราเรียบร้อยในราคาคนละ 180 หยวน/คน ตามที่บอกไป จากนั้นลูกพี่เค้าก็ยื่นบัตรมาให้แล้วก็ออกไป ทีนี้เราจะลงภูเขามาเมื่อไหร่ให้ WeChat หา นางจะได้มารับนั่นเอง

คือไม่รู้นี่มาเช้าไปหรือยังไง แทบไม่มีคนมาเที่ยวจ้า คือดูร้างนิดๆ จะมีก็แต่กลุ่มที่มาก่อนเรากลุ่มนึงประมาณ 3-4 คน ฟีลตอนนั้นคือแบบ .. เห้ย มันโคตรแตกต่างจากการขึ้นภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) เมื่อวานที่ลี่เจียงมากกกก แล้วกระเช้ามันจะเป็น 4 ตู้ติดกันใช่ป่ะ ตู้ขบวนนั้นก็มีแต่นี่กับแฟนสองคน มีความเป็นส่วนตัวแบบโหวงเหวงเว่อร์ 555555

ใครที่จะขึ้น ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) แนะนำให้มาตั้งแต่เช้า คือเราจะได้เห็นทะเลหมอกแบบฟินๆ ที่ปกคลุมเมืองแชงกรีล่าอยู่ แถมเดือนที่ไปมาคือต้นเดือนพฤศจิกายน มันกำลังเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้หลายต้นคือเป็นสีส้ม-เหลืองแล้ว โดยรวมคือสวยมากกกก โอยย

ขึ้นกระเช้ามาลงสถานีกึ่งกลาง ตรงนี้มันจะเป็นที่ราบทุ่งหญ้า (Grassland) ที่เราสามารถเดินเล่นเป็นวงกลมก่อนที่เราจะขึ้นต่อไปยังซัมมิทของภูเขาหิมะสือข่า บรรยากาศตรงนี้คือโคตรดีย์และสวยม๊าก เราสามารถเห็นหมู่บ้านไกลๆ ท่ามกลางภูเขาที่เป็นใบไม้เปลี่ยนสี ตรงนี้ถือเป็นการเดินเล่นวอร์มอัพให้ร่างกายได้อุ่นก่อนขึ้นไปผจญความหนาวด้านบนได้อย่างดี

ถ้าใครได้เจอกวางแถวนี้ล่ะก็ เค้าเชื่อกันว่าเราจะโชคดีด้วยนะเอ้อออออ (ก็ไม่เห็นจะมีเลยจ้า เจอแต่น้องหมา และน้องม้าไกลๆ งือ)

ใครที่พร้อมจะขึ้น ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) ให้เราขึ้นกระเช้าอีกหนึ่งต่อเพื่อไปยังจุดสูงสุดบนระดับความสูง 4,449 จากระดับน้ำทะเลกันต่อได้เลย ซึ่งบนยอดเขานี้จะมีหลายทางให้เราเลือกเดิน เดินไปทางไหนมันก็จะบรรจบเป็นวงกลมอยู่ดี ทีนี้ .. เลือกเดินเอาเลยจ้า 55555

ช่วงที่คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ด้านบน ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) พื้นหญ้าบนยอดเขาเปลี่ยนเป็นสีส้มทองหมด คือสวยโคตรๆ ซึ่งแต่ละฤดูมันก็จะไม่เหมือน ถ้ามาเที่ยวฤดูร้อน ตรงนี้ก็จะเขียวขจี มีดอกไม้งี้ หรือถ้ามาฤดูหนาวเลย ตรงนี้จะถูกคลุมด้วยหิมะสีขาวหมด ใครชอบแบบไหน คงต้องเลือกกันแล้วล่ะ // ส่วนตัวขอบายหน้าหนาวดีกว่า นี่ขนาดฤดูใบไม้ผลิยังหนาวจนตัวสั่น มือชาเลยแกร๊! ฮือ

ด้านบนยอดเขา เค้าทำทางเดินอย่างดีเลยนะ อีกทั้งยังมีแพล็ตฟอร์มดูวิว และที่สักการะบูชาของชาวทิเบตที่เค้าผูกผ้าหลากสีไว้อีกด้วย โดยรวม นี่ค่อนข้างชอบที่นี่มากเลยทีเดียว

ส่วนตัวนี่รู้สึกว่าเรามาค่อนข้างถูกฤดู ต้นไม้และทุ่งหญ้าเป็นสีเหลืองส้ม แถมฟ้ายังใส เห็นวิวรอบตัวได้ไกลสุดลูกหูลูกตา แถมคนยังไม่เยอะอีก คือดีมากจริง

เดินถ่ายรูปเล่นพักใหญ่ ก็นั่งกระเช้าสองต่อกลับลงด้านล่าง พร้อม WeChat บอกที่พักว่า ‘เรากำลังลงแล้วนะจ๊าา มารับด้วยเด้อ’ 55555

วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery)

ลงมาจาก ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain) แล้วกลับเข้าที่พักเพื่อหาอะไรกิน ก่อนที่เราจะไปเที่ยวกันต่อที่ วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery) ซึ่งมันมีรถเมล์สาย 3 ไปจอดหน้าวัดเลยแหละ แต่นี่ไม่ได้นั่งรถเมล์ เพราะสายแล้ว คือตอนนั้นบ่ายแก่มากและอยากรีบทำเวลา นี่เลยขึ้นแท็กซี่เลยจ้า นางคิดเหมาไม่กดมิเตอร์ที่ 8 หยวน ใครเจอมากกว่านี้ ให้ต่อราคาซะ

ที่ต้องรู้คือ เราต้องมาซื้อตั๋วเข้าวัดก่อนที่ Ticket Office ราคา 115 หยวนก่อน ซึ่งที่ขายตั๋วมันไม่ได้อยู่ที่เดียวกับ วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery) เมื่อเราซื้อตั๋วเสร็จแล้วค่อยนั่ง Shuttle Bus ฟรีของเค้าเข้าไปที่ตัววัดอีกที // ตั๋วราคาเต็ม 115 หยวน แต่เค้าขายนี่แค่ 90 หยวนเอง โคตรงง นี่ก็เออออไม่ได้ถามอะไร 5555555

เมื่อถึงด้านหน้าตัว วัดซงจ้านหลิน แล้ว มันจะมีสองอย่างที่เราจะเที่ยวกัน คือตัววัดเอง กับตัวทะเลสาบด้านหน้าวัดที่ชื่อว่า ทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว (Lamuyangcuo Lake) ซึ่งเป็นจุด Best Photo Spot สำหรับการถ่ายรูปวัดซงจ้านหลิน ที่เราเห็นๆกันส่วนมากในอินเตอร์เน็ตนั่นเอง เอาเป็นว่า .. เราเข้าไปเที่ยวในวัดกันก่อนเนอะ

วัดซงจ้านหลิน นั้น ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1679 ในสมัยทะไลลามะองค์ที่ 5 ถือเป็นวัดพุทธทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน แถมยังมีชื่อเล่นด้วยว่า ‘วังโปตาหล่าน้อย’ เพราะวัดซงจ้านหลินเค้าสร้างเลียนแบบพระราชวังโปตาลาที่ตั้งอยู่ในกรุงลาซา (Lhasa) นั่นเอง อีกทั้งวัดซงจ้านหลินเคยถูกทำลายเสียอย่างรุนแรงในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ของจีน ในปี 1966 ด้วย หลังจากนั้นเค้าก็บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิมในปี 1982 และคงอยู่สวยงามมาจนถึงปัจจุบันนี้

ผ่านประตู พร้อมตรวจบัตรเข้ามาแล้ว ให้เราเดินมุ่งหน้าเพื่อขึ้นบันได 146 ขั้น ไปสำรวจวัดซงจ้านหลินได้เลย ด้านบนของตัววัดจะมีอาคารหลักอยู่ 3 หออาคาร คือ Tsongkhapa Hall, Dratsang Hall, Sakyamuni Hall ซึ่งแต่ละหออาคาร เราสามารถเข้าไปเคารพ กราบไหว้องค์รูปปั้นประธานอย่างสองขะปะ ในแต่ละหอได้เลย

ซึ่งนี่จะบอกว่า สวยและต้องเข้าไปดูจริงๆ งามตั้งแต่สถาปัตยกรรม ภาพวาดฝาผนัง และรูปปั้นองค์ต่างๆ คือดีมาก น่าเสียด้าย ที่ด้านในเค้าไม่ให้ถ่ายรูปแหละ

นอกจาก 3 อาคารหลักที่บอกไป วัดซงจ้านหลินยังมีหออาคารย่อยๆอีกเยอะแยะให้เราเดินสำรวจ ยังไงต้องลองเดินดู อีกอย่าง วิวแชงกรีล่าตรงนี้ คือสวยมากเด้อ

ทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว (Lamuyangcuo Lake)

ทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว (Lamuyangcuo Lake) คือทะเลสาบที่อยู่ด้านหน้าของ วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery) ที่เราอยากให้มาเดินเล่น ถ่ายรูปกันก่อนกลับแหละ ซึ่งนี่บอกก่อนเลยว่า ถ้าเราอยากถ่ายรูปวัดซงจ้านหลินแบบเต็มๆ เก็บได้ทั้งตัววัด สถานที่ที่เราจะได้ได้นั้นอยู่ในทะเลสาบนี้เอง แถมรอบๆทะเลสาบ เรายังได้เห็นทั้งจามรี หมูดำ และสัตว์อื่นๆ แบบเพลิดเพลินอีก นี่แนะนำเลย ชิลเวอร์

ทางเดินรอบ ทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว (Lamuyangcuo Lake) ระยะทางประมาณ 2.1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเล่นประมาณ 40 นาที ส่วนจุดถ่ายรูปแบบ Best Photo Spot นั้น จะมีอยู่สองจุดด้วยกัน อันแรกคือตรง Conggulong Village ส่วนอีกอันคือแพลตฟอร์มอยู่ตรงกลางทะเลสาบ ถ้าใครมีเวลาไม่เยอะ เราให้เราเดินวนตามเข็มนาฬิกา พอถึงจุดถ่ายรูปตรงกลางทะเลสาบแล้วให้เราเดินกลับเลยก็ได้เด้อ

เมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town)

กลับมายัง เมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town) สถานที่ที่โฮสเทลของเราตั้งอยู่ แต่ยังไม่ได้มีเวลาเดินเล่นที่นี่บ้างเลย กลับมาจากวัดซงจ้านหลิน เราเลยมาเดินต่อกันซักหน่อย ก่อนจะไปหาอะไรกิน และไปเที่ยววัดต้าฝอ หรือวัดกงล้อยักษ์

ความสำคัญของ เมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town) ตามประวัติศาสตร์นั้น เมืองนี้มีมานานมากกว่า 1,300 ปีแล้วแหละ ถือเป็นเมืองสำคัญใน เส้นทางขนส่งใบชาโบราณ หรือ Ancient Tea Horse Road ในมณฑลยูนนานที่เริ่มต้นแถวๆ คุณหมิงลากยาวขึ้นบนมาแชงกรีล่าตรงนี้ แล้วยาวต่อไปยังเมืองลาซา (Lhasa) จนถึงอินเดียเลยทีเดียว ด้วยความที่เมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town) นั้นอยู่ตรงกลางเส้นทางนี้พอดี เมืองนี้เลยกลายเป็นเมืองที่คนเค้ามาแวะพักกันกลางทางนั่นเองเด้อ

เมื่อ 11 มกราคม 2014 เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town) บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 200 ครัวเรือน ความเก่าแก่ของเมืองเก่านี้ที่มากกว่า 1,300 ปีคือพังยับ โคตรน่าเสียดายจริงๆ จนตอนนี้เค้ากลับมาสร้างให้เหมือนเดิมแล้ว แต่หลายคนก็บอกว่าเสน่ห์มันหายไปจริงๆ

ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่ายังไงแงะ เพราะไม่เคยมาก่อนที่เมืองเค้าจะไฟไหม้ แต่เท่าที่ได้ไปมาล่าสุด พฤศจิกายน 2018 บางพื้นที่ในเมืองเก่าก็ยังคงมีเสน่ห์ของมันอยู่ แต่หลายพื้นที่ตอนนี้ก็โหวงเหวงนะ เอาจริง คือเค้าสร้างใหม่หมด แต่คนไม่มี รวมๆแล้วคิดว่า ความเก่าและความขลังของเมืองนี้เลยหายไปเยอะพอสมควร ฮือ

เอาเป็นว่าเมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town) ยังคงเป็นสถานที่ที่ต้องแวะมาเยือนอยู่ดี ส่วนตัวคิดว่าการมาพักแถวนี้น่ะดีสุด ได้ซึบซับบรรยากาศความเป็นทิเบต รวมถึงแถวนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารอร่อยๆ อีกด้วยเอ้ออ

วัดกุยชาน (Guishan Temple) / วัดต้าฝอ

หลังจากหาอะไรกินแถวเมืองเก่าเสร็จ พระอาทิตย์ตกดินลับฟ้า เราเดินมาเที่ยวกันต่อกับที่เที่ยวสุดท้ายนั่นคือ วัดกุยชาน (Guishan Temple) หรือวัดต้าฝอ ที่คนไทยชอบเรียกกัน เมื่อเราเดินมายังด้านหน้าวัดช่วงเวลาค่ำๆ นอกจากแสงสีที่วัดกุยชานเปิดไฟกันแบบอลังการโฉ่งฉ่างแล้ว คนที่นี่เค้ายังเปิดเพลงเสียงดัง และชาวบ้านเค้าก็จะมาร้องเล่นเต้นกันเป็นวงกลม เอ้อออ นี่ก็ยืนดูซักพักใหญ่ ดูสนุกและเพลินมากก

หลังจากนั้นไม่นาน เราก็เริ่มต้นเดินขึ้น วัดกุยชาน (Guishan Temple) กันต่อ ซึ่งระหว่างสองข้างทางที่ได้ขึ้นไปนั้น ไฟเค้าก็ประดับดาบนต้นไม้ระยิบระยับ ทำให้เราเดินขึ้นได้แบบเพลิน กว่าจะถึงนี่ก็เล่นเอาเหนื่อยไม่เบา เพราะตัววัดเค้าอยู่บนเขา ความสูงประมาณสามชั้นได้ 5555

ด้านบนของวัดกุยชานก็มีหออาคารที่พระประธานองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ส่วนรอบๆก็เป็นทางเดินที่เราสามารถดูวิวเมืองแชงกรีล่าได้ทั่วเมือง แต่ว่าเราขึ้นไปกันตอนกลางคืน นี่ก็มองไม่เห็นวิวอะไรเลยจ้า มืดมิดมาก โอ้ยย ฮ่าๆ และอีกอันที่เป็นแลนด์มาร์คของวัดนี้ที่เราสามารถมองเห็นได้แต่ไกลคือ กงล้อยักษ์สีทอง ที่คนทิเบตเค้าจะมาหมุนเพื่อขอพรกัน แต่ดั๊น .. วันที่นี่ไปเค้าดันปิดซะงั้น ก็เลยไม่ได้หมุนเลยจ้าา เดินครบจบหนึ่งรอบวัด ก็พากันเดินกลับที่พัก เพราะหนาวมาก ฮ่าๆ

ไม่น่าเชื่อเล้ย ว่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ คือเที่ยวทั้งหมดภายใน 1 วัน
จากนั้นวันถัดไป นี่ก็ไปเที่ยวกันต่อที่ภูเขาหิมะเหม่ยลี่เลยจ๊า 🧡

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

2 COMMENTS
  • Rohan Kishibe มกราคม 8, 2019

    เที่ยวช่วงไหนครับเนี่ย ระบุวันที่ได้ไหมครับ อยากตามรอย รู้สึกว่า อากาศดีงามมาก

POST A COMMENT