HashCorner

รีวิว ทาโรโกะ (Taroko Gorge) : เที่ยวไต้หวันหน้าร้อนแบบไม่กลัวไต้ฝุ่น

 

ทาโรโกะ หรือ อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park / 太魯閣國家公園) หรือชื่อเล่น เขาหินอ่อน (Marble Mountain) เป็นอุทยานที่ใหญ่โคตรๆ กินพื้นที่ประมาณ 3 จังหวัดของไต้หวันคือ ฮัวเหลียน (Hualien) ไทจง (Taichung) และหนันโถว (Nantou) แต่ที่ที่เราจะเที่ยวในทาโรโกะ คือเราจะเข้าประตูทางฮัวเหลียน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนมาอยู่เขตนี้นั่นเอ๊งงง

 

ชื่อของ ทาโรโกะ (Taroko) นั้นตั้งตามชื่อของชนเผ่า Truku กลุ่มคนดั้งเดิมที่อยู่แถวนี้มาก่อน ที่น่าสนใจคือธรรมชาติของภูเขาและหุบเขาที่นี่ มันเกิดมาจากการชนอย่างรุนแรงของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียและแปซิฟิก คือแบบชนแรงโคตรจนดันขึ้นมาเป็นภูเขาสูงลิบมากกว่า 3,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล (สูงกว่าดอยอินทนนท์ในไทยนาจา)

ปัจจุบัน หุบเขาทาโรโกะ สูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี จากการชนของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น เฉลี่ย 0.5 เซนติเมตร ส่วนน้ำที่เป็นแอ่งลึกก็จะลึกขึ้นเรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน แม่มเจ๋งงง

รู้เรื่องราวเบื้องต้นของทาโรโกะแล้ว ก็ไปเที่ยวกันดีกว่าาาาา ฮ่าๆ

! ถ้าอ่านรีวิว #ไต้หวันซัมเมอร์ นี้ใน Hashcorner ครั้งแรก
ให้อ่านตรงนี้ก่อนว่า รีวิวนี้มีไปไหน และมีรีวิวอะไรบ้าง?
ใครอ่านอยู่แล้ว ข้ามไปได้เลย 😂

ทริป #ไต้หวันซัมเมอร์ ทริปนี้ ถือว่าเป็นการเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองแบบมหากาพย์มาก เราเดินทางกันทั้งหมด 11 วัน ตะลอนเที่ยวซีกขวาเกือบทั้งหมดของเกาะไต้หวัน โอ้ยย .. มันเยอะมากกก

 

ลงจากเครื่อง เราตรงดิ่งไปยังเมืองเสน่ห์แรงบันดาลใจการ์ตูนดังอย่าง Sprited Away ที่ จิ่วเฟิ่น (Jiufen) และขึ้นฉิ่งฉับรถเมล์ไปเที่ยวที่ จินกัวสือ (Jinguashi) ก่อน จากนั้นลากยาวมายังเมืองที่ตั้งอยู่ด้านขวาของเกาะไต้หวันอย่าง ฮัวเหลียน (Hualien) แวะเข้า อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) จากนั้นเริ่มต้นความสนุกด้วย Road Trip จากฮัวเหลียน มายัง ไถตง (Taitung) ลากยาวมาจุดใต้สุดของเกาะไต้หวันที่ อุทยานแห่งชาติเขิ่นติง (Kenting National Park) อุทยานชายฝั่งทะเลที่แนะนำให้ขึ้นเขาไปดูวิว (แม่งพีค)

 

สุดท้ายแวะนอนที่ ไถจง (Taichung) แล้วขึ้นเขาไปยัง ฟาร์มแกะชิงจิ้ง (Cingjing Farm) และดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ภูเขาเหอหวน (Hehuanshan) ปิดท้ายการเที่ยวทริปนี้ด้วย อุทยานแห่งชาติหยางหมินซาน (Yangmingshan National Park) และ ไทเป (Taipei) แบบชิคๆ คูลๆ ก่อนกลับบ้าน ทั้งหมดนี้ถือเป็นทริปที่สวยงามมากมึง 5555555555

อ่านแล้วอาจจะงงว่าแบบ ‘แม่งคือไรวะ?’ เอาน่า รู้ว่าชื่อเมือง ชื่อที่เที่ยวมันเยอะ
อ่านรีวิวของแต่ละจุด แล้วน่าจะเข้าใจมากขึ้น ว่านี่ไปเที่ยวไหนมาบ้าง
อ่านรีวิวทั้งหมดเสร็จแล้ว บิดแพลนนิดหน่อยให้เข้ากับตัวเอง แล้วตามรอยเที่ยวไต้หวันแบบทริปนี้ได้เล้ย 

สารบัญ: #ไต้หวันซัมเมอร์ PANTIP
รีวิวเที่ยวไต้หวันด้วยตัวเองจบในทริปเดียว

 

  1. Taipei So Cool (ไทเป โซคูล) – เที่ยวแบบวัยรุ่นกับที่ฮิปและโคตรคูลที่สุดในไต้หวัน
  2. (กำลังเขียน) Yangmingshan National Park (อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน) – ปีนเขา เดินเทรล ชมธรรมชาติแบบไม่ต้องไปไกลจากไทเป
  3. Jiufen + Jinguashi (จิ่วเฟิ่น + จินกัวสือ) – ตามรอยอนิเมะ Spirited Away
  4. Hualien (ฮัวเหลียน) – เดินเทรลดูเขาหินอ่อน
  5. (อันที่อ่านอยู่คืออันนี้ ) Taroko National Park (อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ) – เดินเล่นทะเลหินดำ
  6. (กำลังเขียน) Taitung (ไถตง) – ขับรถเที่ยว Road Trip แวะจุดชมวิว
  7. (กำลังเขียน) Kenting (เขิ่นติง) – ชมวิวขอบทะเลใต้สุดของไต้หวัน
  8. Cingjing + Hehuanshan (ซิงจิง + เหอหวนชาน) – ธรรมชาติที่ถูกขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์ไต้หวัน
  9. (กำลังเขียน) รีวิวรวมพักที่ทั้งหมดในทริป #ไต้หวันซัมเมอร์ ทริปนี้

แถมรีวิว #ไต้หวันคนเดียว จากปีที่แล้ว เผื่อสนใจอยากไป

  1. Alishan (อาลีซาน) – เดินเทรลในป่าสน ฟินทะเลหมอกฤดูหนาว .. อันนี้พีคมากก
  2. Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา) – ทะเลสาปสีฟ้าเขียว ผืนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน

 

เอาล่ะ สำหรับใครที่พร้อมจะไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) แล้วล่ะก็ ตามกันมาได้เลย นี่พร้อมจะพาไปเที่ยวแล้วเด้อ

จะมาเที่ยวทาโรโกะ ตั้งหลักที่เมืองไหนดี?

จากที่บอกไปตอนแรก อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) ที่เที่ยวหลักตั้งอยู่ในฮัวเหลียน ดังนั้น มานอนที่ฮัวเหลียนคืนนึงก่อนไปเที่ยวทาโรโกะคือดีที่สุด ถ้าคิดอยากจะมาเที่ยวแบบ 1-day trip จากไทเปละก็ เปลี่ยนความคิดซะ เพราะกว่าจะนั่งรถไฟมาถึงฮัวเหลียนก็ 4 ชั่วโมงแล้วจ้า ขนาดนี่นอนค้างที่ฮัวเหลียนแล้วออกเที่ยวทาโรโกะแต่เช้า วันนึงยังเก็บไม่หมดเลยแกรเอ้ยย

หากคิดว่าจะมานอนฮัวเหลียนตั้งหลักซักคืนแล้วล่ะก็ ผมมีเขียนรีวิวฮัวเหลียนไว้แล้ว มาชิลๆฮัลเหลียนซักคืน บอกเลยว่าสวยมาก https://goo.gl/81ri7o

เที่ยวเองหรือทัวร์ดี?

คำถามนี้วนอยู่ในหัวมากตอนที่วางแพลนมาเที่ยวทาโรโกะ ด้วยความที่ผมชอบเที่ยวเองเออเองแบบไม่ใช้ทัวร์ ก็เลยพยายามหาข้อมูลว่าสามารถเที่ยวเองได้หรือเปล่า สรุปว่า .. เที่ยวเองได้ แต่ต้องวางเส้นทางดีๆว่าจะขับไปไหน เส้นทางอะไร ถ้าอยากขับรถยนต์ ให้รู้ไว้ว่า บางจุดไม่มีที่จอดรถแบบเป็นที่เป็นทาง คือต้องจอดข้างถนนเอา และหลายจุดไม่สามารถขับรถยนต์เข้าไปได้ แต่ถ้าเป็นรถมอไซค์ อันนี้อาจจะดีหน่อย เพราะมันสามารถซอกแซกได้นั่นเอง ส่วนเรื่องถนนนั้นถือว่าดี ไม่ต้องห่วง

การขับรถในไต้หวันต้องมีใบขับขี่สากล ไม่ว่าจะเป็นมอไซค์หรือรถยนต์
ไม่สามารถใช้ใบขับขี่ไทยปกติได้เน้อ ที่นี่เคร่งนะจ๊ะ ไม่เหมือนประเทศเพื่อนบ้านเรา

ด้วยความที่ผมมากันทั้งหมด 3 คน ใจน่ะอยากขับมอไซค์เที่ยว เพราะเห็นฝรั่งเที่ยวกันแบบนี้แล้วมันอิสระดี แต่ประเด็นคือมีผมขับมอไซค์เป็นคนเดียว สรุป สุดท้ายตัดปัญหา คือซื้อทัวร์แบบ Private เลยจ้า ไปแค่ 3 คน ไม่ต้องไปเที่ยวรวมกับใคร เพราะเอาจริง ทัวร์ที่นี่ส่วนมากก็พูดแต่ภาษาจีน คือฟังไม่รู้เรื่อง ถ้าเรามีคนขับรถส่วนตัว จะพูดภาษาอังกฤษได้หรือได้นิดหน่อย เรายังสามารถใช้ Google Translate แบบไม่ต้องเกรงใจลูกทัวร์คนอื่นงี้ 555555

ใครที่ตัดสินใจเที่ยวเอง ให้แพลนเที่ยวตามที่ผมเที่ยวในรีวิวนี้ก็ได้นะครับ นี่บอกชื่อสถานที่ไว้ให้หมด ❤️

ซื้อทัวร์ 1-day trip ที่ไหน?

จริงๆจะโบกแท็กซี่แล้วเหมาเป็นวันก็ได้นะ แต่ผมขี้เกียจเดินหานู่นนี่นั่น รวมถึงมีเวลาข้อมูลไม่มาก นี่เลยตัดสินใจซื้อ Private Tour จากเว็บ Klook เอา เออ.. มันก็สะดวกดี คือซื้อผ่านเว็บหรือแอพไปเลย แล้วรอเค้าคอนเฟิร์ม ทีนี้เมื่อบอกที่พักเราเรียบร้อย เค้าก็จะมารับเราแต่เช้าตามที่นัดหมายนั่นแหละ

 

จริงๆ Klook มีทั้งแบบ Private และแบบทัวร์ปกติที่ไปกับคนอื่นนะ คิดเป็นรายหัว ยังไงลองคคลิกดูรายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างได้เลย เอาที่สะดวกใจว่าอยากไปแบบไหน แต่นี่คิดว่าแบบ Private ไม่ได้แพงกว่าอันปกติมากนัก อีกอย่าง ถ้ามากันหลายคน Private ถูกกว่าอีก ถ้า 1-4 คน เป็นรถเก๋ง 5-6 คน เป็นรถ SUV แต่ถ้า 7-8 คนคือรถตู้เลยจ้า ยังไงลองคำนวณเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อคนดูว่าอันไหนคุ้ม เอาอันนั้นเลย

ดูรายละเอียด ทัวร์ 1 วัน Taroko Private Tour (เหมารถส่วนตัว) จากเว็บไซต์ Klook
ดูรายละเอียด ทัวร์ 1 วัน Taroko Tour (ทัวร์รวมกับคนอื่น) จากเว็บไซต์ Klook
ปล. อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาจาก Klook นะแจ๊ะ แล้วก็นิดนึงคือ รูปในเว็บ Klook คือใช้รูป Toyota Camry แต่คันจริงคือ Toyota Altis รุ่นเก่าแล้ว ฮือออ แต่ก็โอเค๊ ลุงนำเที่ยวน่ารัก

เริ่มต้นเที่ยวดีกว่า โว้วว!

เริ่มต้นวันเที่ยวทาโรโกะ ด้วยการที่ลุง (คนที่จะพาเราไปเที่ยวทาโรโกะวันนี้) มารับเราที่หน้าบ้านพัก airbnb ที่เรานอนกันเมื่อคืนในฮัวเหลียน แถวหาดซีซิงถัน (Qixingtan Scenic Area) หากใครอยากอ่านรีวิว ฮัวเหลียน-หาดซีซิงถัน คลิกที่นี่เลย

ลุงที่ขับรถพาเราเที่ยวนั้น คือพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ มีความลำบากนิดหน่อยในการสื่อสาร ทีนี้เราเลยสื่อสารกันผ่าน Google Translate แทน ใครไม่มีแอพ โหลดหน่อยก็ดีนะ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่มันกันตายได้ 55555

เนื่องจากอุทยานแห่งชาติทาโรโกะจะอยู่ห่างออกจากตัวเมืองฮัวเหลียนไปทางเหนือหน่อยๆ ลุงเค้าก็จะพาเราแวะบางจุดในฮัวเหลียนก่อนขับไปทาโรโกะ ซึ่งก็จะมีแวะจุดชมวิวหาดซีซิงถัน และแวะที่ตัวชายหาดซีซิงถันอีกรอบ จากที่เราไปกันมาแล้วเมื่อวาน

คุณลุงในรูปด้านล่างนี้ คือคนที่จะพาเราเที่ยวทาโรโกะวันนี้นี่เองงงงง ฮี่ฮี่ // คุณลุงเดินนำเลยจ้า 55555

หากใครที่ขับรถเที่ยวเอง แล้วต้องการมาแวะจุดชมวิวหาดซีซิงถัน มันจะอยู่แถวสนามบินฮัวเหลียน สามารถปักเลข 24.023987, 121.630076 ใน Google Maps แล้วขับรถแวะมาก็ได้ ถือเป็นการวอร์มอัพก่อนไปเที่ยวทาโรโกะ ฮ่าๆ

 

จากนั้น ลุงขับพาเรามาดู หาดซีซิงถัน (Qixingtan Beach /七星潭 ) จุดที่ลุงพามาคือคนละจุดกับที่เรามาเที่ยวกันเองเมื่อวาน จุดนี้จะมีสนามหญ้า สนามเด็กเล่น รวมถึงป้ายบอกสถานที่ แล้วลุงถามเราว่าจะถ่ายรูปกับป้ายมั้ย ซึ่งพวกผมก็ให้ลุงถ่ายให้ จากปกติที่ไม่เคยถ่ายรูปกับป้ายสถานที่เลย แบบชอบถ่ายกับวิวมากกว่างี้ 555555555

 

 

เดินเล่นกันเสร็จเรียบร้อย ลุงก็พาเรามุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไป

หน้าผาชิงสุ่ย (Qingshui Cliff / 清水断崖)

หน้าผาชิงสุ่ย (Qingshui Cliff / 清水断崖) ถือเป็น 1 ใน 8 ของธรรมชาติที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของไต้หวันเลยนะ ลุงเค้าจะมาปล่อยเรายังแพลตฟอร์มดูวิวหน้าผาชิงสุ่ยอยู่สองจุด ซึ่งจุดแรกกับจุดที่สองจะไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ แล้วคือแดดร้อนเว่อร์ เหมือนมาผิดเวลา

จุดดูวิวที่ 1 จะเป็นแพลตฟอร์มดูวิวหน้าผมชิงสุ่ยแบบเล็กๆ วิวตรงนี้สวย เราจะสามารถมองเห็นชายหาดด้านล่างได้ ซึ่งจากที่มอง มีคนกำลังจะลงมหาสมุทรไปเล่นพายเรือคายัคกันด้วย ถ้าใครอยากลงไปมันมีทางลงไปชายหาดด้านล่างด้วยนะ ฮ่าๆ

จุดดูวิวที่ 2 อันนี้เป็นจุดดูวิวที่ใหญ่มาก คนเยอะเว่อร์ และมีแพลตฟอร์มดูวิวขนาดใหญ่สองชั้นที่เราสามารถขึ้นไปดูหน้าผ้าชิงสุ่ยอีกด้านได้ ดูไปดูมา นี่กลับเฉยๆกับจุดนี้ ฮ่าๆ

 

สวยมั้ยก็สวยนะ น้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกคือเป็นสีฟ้ามาก ใครมีเวลาเที่ยวมากกว่านี้ มันสามารถมาเที่ยวแล้วลงไปยังชายหาดได้ ที่นี่มีกิจกรรมทางทะเลให้เที่ยวเยอะแยะ ตั้งแต่พายเรือคายัค เล่นทะเลหรือแม้แต่ปีนหน้าผาเลย แต่นี่ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นไง ไปต่อดีกว่า 5555555

เริ่มเที่ยวหุบเขาทาโรโกะ (Taroko Gorge / 太魯閣)

แวะนู่นแวะนี่มาเยอะแล้ว ถึงเวลาที่เราจะได้เข้าสู่หุบเขาทาโรโกะซักที ฮ่าๆ เราจะสังเกตว่าเราเข้าสู่เขตทาโรโกะแล้วก็ต่อเมื่อเราผ่านซุ้มประตูที่หลายคนชอบมาถ่ายรูปนั่นเอง ซึ่งลุงก็ปล่อยเราลงไปถ่ายรูปด้วยเหมือนกัน ฮ่าๆ จากตรงนี้เราเริ่มจะเห็นความเป็นหุบเขาและแม่น้ำที่ไหลเอื่อยออกมาจากเขาด้านในแล้ว เริ่มตื่นเต้นแล้วไง

 

Shakadang Trail (砂卡噹步道)

ขึ้นรถลุงมา ลุงจะขับรถพาเรามาดรอปลงกลางสะพานที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเทรลวันแรกของวันนี้ ให้เราเดินลงมาจากสะพาน มันจะมีทางลงอยู่ เทรลนี้มีชื่อว่า Shakadang Trail (砂卡噹步道) ซึ่งเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำ Shakadang ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไป-กลับ ประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางง่ายสุดๆ ไม่ต้องกลัว เพราะทางเป็นทางเรียบ ไม่ต้องปีนป่ายอะไรทั้งนั้น เด็กเดินได้ ผู้ใหญ่เดินดีจ๊าาา

Shakadang Trail จริงๆแล้ว เป็นทางเดินที่สร้างโดยคนญี่ปุ่นเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำ Shakadang สมัยที่ไต้หวันโดนญี่ปุ่นปกครอง

ตอนแรกนึกว่าแม่น้ำ Shakadang น้ำจะเยอะกว่านี้ แต่เดาว่านี่มากันช่วงหน้าร้อน น้ำเลยน้อย ถ้าน้ำเยอะอาจจะสวยกว่านี้ก็เป็นได้แหะ

มีทางเดินช่วงนึงที่ดีย์งาม คือเป็นทางที่เดินเลียบแม่น้ำแล้วอยู่ใต้แนวหิน ตรงนี้คือสวยยย

ผมกับเพื่อนเดินไป ถ่ายรูปไปกันเพลิน จนลุงโทรมาตามว่าออกมาได้แล้ว 55555
เอาจริง .. คือยังเดินกันไม่สุดทางเลย ก็เลยรีบจ้ำเดินเกือบสุดทางแล้วเดินกลับมาแบบรวดเร็ว งื้ออ

Yanzikou Trail (燕子口)

หลังจากลุงตามให้เรารีบขึ้นรถ จากนั้นลุงก็บอกว่า รีบๆหน่อย ยังมีหลายที่ให้เก็บอีกเยอะเด้ออออ พวกเราก็โอเค๊ ไอแอมซอรี่ ฮ่าๆ ผ่านไปไม่นาน ลุงขับมาจอดซุ้มทางเข้าอันนึง จากนั้นลุงลงจากรถเพื่อไปลงทะเบียนอะไรซักอย่างแทนเรา และหยิบหมวกนิรภัยมาให้เราใส่ พร้อมปล่อยเราลงตรง Zhuilu Suspension Bridge ซึงเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่ยาวและหวาดเสียวมากก แต่ .. แต่ .. เราไม่ได้จะข้ามสะพานจ่ะ เราจะเดินเทรลง่ายๆ สวยๆ เชิ่ดๆกับต่อกับ Yanzikou Trail (燕子口) 5555555 บอกก่อนเลยว่า วันนี้จะไม่มีการเดินแบบลำบากๆหรอก

 

ส่วนตัวคือชอบทางเดิน Yanzikou Trail (燕子口) อันนี้ เราจะเดินเลียบถนนที่เลียบกับแม่น้ำที่อยู่ติดกันลึกลงไปในช่องเขา เส้นนี้คือสวย ได้เห็นหิน เห็นเท็กซ์เจอร์ของหินที่เป็นลายหินอ่อน และได้เห็นความคดเคี้ยวของแม่น้ำ อันนี้คือสวยจริงงงง ❤️

ทางเดินจะค่อนข้างยาวเหมือนกัน แต่ละช่วง เราก็จะได้เห็นสายน้ำคดเคี้ยวผ่านหุบเขาในมุมที่แตกต่างกันหลายแบบเลยล่ะ

เดินไปเรื่อยๆตามถนนที่ลอดถ้ำพร้อมกับกรุ๊ปทัวร์เยอะแยะมากมาย น่าจะมีแค่ผมกับเพื่อนรวมกัน 3 คน ที่เดินกันต้อยๆเกาะกลุ่มกันเอง สุดท้ายนี่เดินมาถึงแถวจุดพักที่ลุงจอดรถอยู่ ลุงบอก เดินไปอีกหน่อย ข้ามสะพานแล้วเดินเข้าไปทางอุโมงค์นั่นแล้วเดินกลับมานะจ๊ะ .. บอกมาขนาดนี้ เราก็เดินต่อสิจา 555

 

นี่ก็เดินนนน แล้วก็เดินลอดถนนอุโมงค์จนสุดและเดินกลับออกมาหาลุงเพื่อขึ้นรถไปที่อื่นต่อ

จากทั้งหมดที่ได้เดินในส่วนของ Yanzikou Trail (燕子口) ผมว่าจุดนี้นี่แหละที่ทำให้เหมือนมาถึง หุบเขาหินอ่อน จริงๆ เพราะลายของหิน มันเหมือนหินอ่อนมากกก ☺️

สะพานหลิวฟาง (Liufang Bridge / 流芳橋)

ลุงรีบขับรถต่อมายังแถวสะพานหลิวฟางแล้วปล่อยเราลงรถมาดูวิว ที่นี่เค้าจะสร้างแพลตฟอร์มที่เราสามารถนั่งเอื่อยพร้อมวิวเขาทาโรโกะข้างหน้าที่เป็นทางโค้งแม่น้ำและมีสะพานสองอันคาดผ่านพอดี ซึ่งนี่อยากบอกเลยว่า มุมนี้สวยว่ะ จุดนี้เป็นอีกจุดที่ห้ามพลาดเลย

 

ด้วยความที่ลุงขับรถพาพวกเรามาลงตรงนี้ เลยไม่แน่ใจว่า ทางเดินเทรลจากเราเดินดูหุบเขาทาโรโกะด้านบนมันทะลุต่อกันถึงตรงนี้หรือเปล่า แต่มันต้องทะลุต่อกันสิ ไม่งั้นจะขับรถมาได้ไงแปปเดียว แสดงว่า ถ้าเราจะเดินมาตรงนี้หรือจะขับมอไซค์ก็สามารถทำได้ 55555

Eternal Spring Shrine (長春祠)

จนถึงตอนนี้ก็เย็นแล้วล่ะ ที่อ่านรีวิวหน้านี้มา มันอาจจะดูไปเที่ยวนิดเดียวไม่กี่ที่ แต่จริงๆแต่ละที่กินเวลาค่อนข้างมากเลยทีเดียว ขนาดลุงบอกพวกเราแล้วว่ารีบเดินรีบกลับมาหน่อยนะ เรายังเลทกันเลย ฮ่าๆ ต่อไปลุงเลยพาเราแวะดู Eternal Spring Shrine (長春祠) แบบไกลๆ ให้ดูรู้ว่าที่นี่คือแลนด์มาร์คอีกหนึ่งจุดของทาโรโกะที่มีชื่อเสียง แต่วันที่ผมไปเที่ยว ดูเหมือนว่าเค้าน่าจะบูรณะวัดกันอยู่

 

 

เสร็จจากที่นี่ ลุงเค้าก็พาเราขับรถออกจากทาโรโกะ พาไปส่งยังจุดหมายที่เราสามารถบอกเค้าได้ว่าอยากปล่อยเราลงที่ไหน ส่วนผมก็ให้ลุงเค้าพาผมและเพื่อนไปส่งที่บริษัทเช่ารถนั่นเอง เห็นม๊าา …  ดูเหมือนเที่ยวไม่เยอะ แต่แค่นี้คือกินเวลาวันนึงแล้วววว

เสร็จจากเที่ยวทาโรโกะแล้วยังไงต่อ?

สำหรับคนที่เที่ยวทาโรโกะเสร็จแล้ว เราอาจจะนอนในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะต่อก็ได้ จะได้ซึมซับบรรยากาศต่อ นี่คิดว่าน่าจะดีย์ หรือถ้าหากใครยังไม่ได้เที่ยวฮัวเหลียน อาจจะนอนที่ฮัวเหลียนต่อซักคืนแล้วค่อยย้ายเมืองอื่นก็ได้เหมือนกัน จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป

! จากทาโรโกะ สามารถขับรถผ่านทาโรโกะ ทะลุไป เหอหวนชาน-ฟาร์มชิงจิ้ง (Hehuanshan / Cingjing Farm) ได้นะ แต่ต้องเช่ารถ ไม่ก็เหมาแท็กซี่ไป แล้วเราก็มีรีวิวที่นี่โด้ยยยย คลิกอ่านได้

พวกผมและเพื่อนนั้น ผมให้ลุงไปส่งร้านเช่ารถแถวสถานีรถไฟฮัวเหลียน เพราะแพลนเที่ยวผมคือ ต่อจากนี้จะเป็นการเที่ยวแบบ Road Trip ขับรถจากไถตง (Taitung) ยาวไปเขิ่นติง (Kengting) แล้วไปคืนรถที่เกาสง (Kaoshiung) นั่นแล

สำหรับการเช่ารถคือ ส่วนตัวแนะนำให้จองผ่านทางเว็บไซต์ล่วงหน้า และด้วยอุปสรรคทางภาษาที่ไม่สามารถเข้าใจภาษาจีนในเว็บไซต์ได้ ตอนแรกพยายามจะจองจากบริษัทเช่ารถโดยตรงในไต้หวัน แต่สุดท้าย เช่ารถกับ RentalCars.com แทน เพราะภาษาไทย ภาษาอังกฤษมี แถมมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตไทยด้วย

ยังไงก่อนจองรถ ลองเทียบราคาดูทั้งเว็บบริษัทเช่ารถตรงในไต้หวัน กับ Online Travel Agency อย่างพวก RentalCars เน้อ เอาที่คุ้มและประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด ❤️

ที่พักทาโรโกะ (Taroko National Park)

ตัวผมเองไม่ได้พักในทาโรโกะนะครับ แต่เค้าบอกว่ามี 2 โรงแรมที่ดีที่สุดในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) ที่แนะนำ ตามนี้เลย Silks Place Taroko Hotel และ Leader Village Taroko Hotel ซึ่งสไตล์ของโรงแรมแตกต่างกันมาก อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเล้ยยย ฮี่ฮี่

บอกก่อนว่า ราคาที่พักในทาโรโกะมันก็จะแพงหน่อยๆ ถ้าอยากได้ที่พักถูกกว่านี้ แนะนำไปนอนแถวฮัวเหลียนดีกว่า มีแนะนำที่พักด้านล่างเด้อ

Expedia มีส่วนลดให้สูงสุด 15% นะ

สำหรับการจองโรงแรมนั้น แนะนำให้จองกับ Expedia เพราะถ้าเราเป็นเมมเบอร์กับเค้าจะได้ส่วนลดเพิ่ม อีกทั้งให้ใส่โค้ดลดท็อปอัพของบัตรเครดิตเพิ่มตอนหน้าจ่ายตัง ราคาที่ถูกกว่า OTA เจ้าอื่นแล้ว จะยิ่งถูกมากขึ้นอีก ยังไงลองเทียบราคาดูอีกที ระหว่าง Expedia / agoda / Booking.com เจ้าไหนถูกสุด ก็เอาอันนั้นเลย อันนี้นำมาบอกเพื่อเป็นตัวเลือก เพราะส่วนตัวผมใช้ Expedia แหละ

คลิกที่ปุ่มสีส้มด้านล่างเพื่อดูโค้ดส่วนลดแต่ละบัตรเครดิตได้เลย บอกเลยว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายไปเยอะมาก
สมมุตเราจ่ายค่าโรงแรมทั้งทริป 15,000 บาท แล้วใช้โปรบัตร KTC Mastercard ลด 15% เราจะประหยัดไป 2,250 บาท ถือว่าลดเยอะมาก เอาเงินไปทำอย่างอื่นได้เยอะแยะเลย ส่วนบัตรเครดิตเจ้าอื่นๆ จะลดอยู่ที่ 10% ก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี

โค้ดส่วนลดโรงแรม สูงสุด 15% เมื่อจองผ่าน Expedia.co.th

KTC MASTERCARD ลด 15%

KTC ลด 10%

Citibank ลด 10%

UOB ลด 10%

KBANK ลด 10%

SCB ลด 10%

KRUNGSRI ลด 10%

Thanachart ลด 10%

Standard Chartered ลด 10%

Silks Place Taroko Hotel

Silks Place Taroko Hotel โรงแรม 5 ดาว ที่เป็นไอคอนนิกของทาโรโกะเลย ด้วยดีไซน์ที่สมกับระดับ 5 ดาว ห้องกว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ที่พีคสุดคงจะเป็นสระว่ายน้ำที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาทาโรโกะ คือสวยเว่อร์วังอลังการ เหมาะแก่การมาฮันนีมูน เพราะโรแมนติกสุด

 

ราคาเริ่มต้น 8,000 บาท / คืน
ดูเรทและจอง Silks Place Taroko Hotel สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

Leader Village Taroko Hotel

หากใครอยากสัมผัสฟีลลิ่งชนเผ่าอะบอริจิ้น (Aborigin) ให้มาพัก Leader Village Taroko Hotel ที่นี่เลย มันมีฟีลลิ่งของความขลังแบบชนเผ่าผสมผสานกับธรรมชาติที่มีภูเขาล้อมรอบ บอกเลยว่าเราจะสงบจิต สงบใจกับธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่แน่นอน 5555

 

ราคาเริ่มต้น 5,000 บาท / คืน
ดูเรทและจอง Leader Village Taroko Hotel สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

 

ตัวเลือกที่พักใกล้ทาโรโกะ
ที่พักในฮัวเหลียนแถวหาดหินซีซิงถัน

ที่พักที่ผมนอนก่อนมาเที่ยวทาโรโกะนั้น คือผมจะพักแถวหาดหินซีซิงถัน (Qixingtan) ที่ลุงพาเราไปเที่ยวตอนเช้าแถวนั้นแหละครับ อยู่กึ่งกลางระหว่างใจกลางเมืองฮัวเหลียนและทาโรโกะ ไม่ว่าเราจะไปไหนก็สะดวก เพราะเราอยู่ตรงกลางนั่นเอง 5555555

การเดินทางมายังหาดซีซิงถัน อันนี้คือไม่แน่ใจเรื่องพวกรถเมล์ รถสาธารณะนะ แต่ตอนผมมาคือโฮสที่ผมเลือกจาก airbnb คือมีมีบริการรับ-ส่ง จากสถานีรถไฟฮัวเหลียนมายังที่พักฟรีเด้อ

Chishingtan. Live. Mingtan 39 (Airbnb)

ที่พักที่พวกผมเลือกในครั้งนี้คือเลือกจาก Airbnb เนื่องจากราคาที่ถูกกว่า และคุณภาพของบ้านและโฮสนั้นดีย์งามจนนี่อยากแนะนำและบอกต่อจริงๆ ที่พักที่บอกคือ ‘Chishingtan. Live. Mingtan 39’ คลิกดูได้ที่นี่

 

ตัวบ้าน ‘Chishingtan. Live. Mingtan 39’ เป็นห้องเดี่ยวสำหรับ 4 คน ฟีลน่ารักสดใส ที่นอนดี ทุกอย่างดี ทำเลดี เพราะใกล้แฟมิลี่มาร์ทและเดินไปหาดซีซิงถัน (Qixingtan) ได้แปปเดียว อีกทั้งเค้ายังมารับ-ส่งเราที่สถานีรถไฟฮัวเหลียนอีกด้วย

 

ข้อเสียเล็กน้อย (แต่ไม่ได้ซีเรียส) สำหรับโฮสที่นี่คือ เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่เราก็คุยกันผ่าน Google Translate ที่แปลกันไปแปลกันมา ซึ่งมันก็ตลกและน่ารักดี 555555 .. เอาน่า เรื่องแค่นี้เองเนาะ

 

สุดท้าย ใครอยากได้ส่วนลด Airbnb ราวๆ 1,100 บาท กดคลิกเพื่อสมัคร Airbnb ได้ที่นี่ ส่วนลดนี้เฉพาะคนที่ไม่เคยสมัครและจอง Airbnb มาก่อนเด้อ

โรงแรมและโฮสเทลที่แนะนำ
ในฮวาเหลียนแถวหาดหินซีซิงถัน

จากที่ผมรีเสิร์ชข้อมูลมาและได้เห็นตัวโรงแรมของจริงจากสถานที่ เลยอยากจะลิสอีกสองที่พักไว้เผื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากจะมาเที่ยวที่นี่ ที่นึงเป็นโฮสเทลสีสันน่ารักสดใสที่เห็นด้านบน 555555 ส่วนอีกอันคือโรงแรมที่คิดว่าดีที่สุดแล้วของย่านนี้ เลือกเอาที่ถูกใจเลยแจ้ งบเยอะนอนโรงแรม งบน้อยนอนโฮสเทล แต่ถ้าอยากกันเองก็เลือก airbnb ที่ผมพักก็ได้ ฮี่ฮี่

Lia Backpacker Youth Hostel Taiwan Hualien

นอกจากจะสีสันสดใสแบบคิวท์ๆของโฮสเทลที่นี่แล้ว Lia Backpacker Youth Hostel Taiwan Hualien ยังติดกับแฟมิลี่มาร์ที่เปิด 24 ชั่วโมงอีกด้วย สายกินไม่อดตายแน่นอน 5555555

 

ดูเรทและจอง Lia Backpacker Youth Hostel Taiwan Hualien สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Expedia.co.th // ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

Hotel Bayview

Hotel Bayview ถือเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในย่านนี้ เพราะนอกจากจะแพงสุดแล้ว (จริงๆมันก็ไม่ได้แพงมากขนาดนั้น) ห้องพักก็ดีงาม และวิวของห้องนอนเรานั้น คือ ไฮไลท์เด็ดของที่นี่ เราสามารถดื่มด่ำกับวิวสวยๆที่หันหน้าออกไปทางทะเลซีซิงถันตรงหน้า นอกจากนี้ที่นี่ยังมี ฟรีจักรยานให้ปั่นเล่น + ฟรีไปรับและไปส่งสถานีรถไฟหรือสนามบินอีกด้วย คือดีโคตรๆ

 

ดูเรทและจอง Hotel Bayview สามารถคลิกลิงค์ด้านล่าง
เพื่อดูเรทราคาและจองผ่าน OTA ที่ชอบได้เลย 🚀
ดูผ่าน Booking.com // ดูผ่าน agoda.com

อ่านรีวิวไต้หวันอื่นๆ

นอกจาก รีวิวเที่ยวทาโรโกะ (Taroko Gorge) เรายังมีที่อื่นอีก ซึ่งกำลังทยอยเขียนอยู่ รอหน่อยเด้อออ 55555

  1. Alishan (อาลีซาน) – เดินเทรลในป่าสน ฟินทะเลหมอกฤดูหนาว .. อันนี้พีคมากก
  2. Sun Moon Lake (ทะเลสาบสุริยันจันทรา) – ทะเลสาปสีฟ้าเขียว ผืนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน
  3. Taipei So Cool (ไทเป โซคูล) – เที่ยวแบบวัยรุ่นกับที่ฮิปและโคตรคูลที่สุดในไต้หวัน
  4. (กำลังเขียน) Yangmingshan​ National Park (อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน) – ปีนเขา เดินเทรล ชมธรรมชาติแบบไม่ต้องไปไกลจากไทเป
  5. Jiufen + Jinguashi (จิ่วเฟิ่น + จินกัวสือ) – ตามรอยอนิเมะ Spirited Away
  6. Hualien (ฮัวเหลียน) – ทะเลหินดำ
  7. Taroko National Park (อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ) – ทะเลหินดำ เดินเทรลดูเขาหินอ่อน
  8. (กำลังเขียน) Taitung (ไถตง) – ขับรถเที่ยว Road Trip แวะจุดชมวิว
  9. (กำลังเขียน) Kenting (เขิ่นติง) – ชมวิวขอบทะเลใต้สุดของไต้หวัน
  10. Cingjing + Hehuanshan (ซิงจิง + เหอหวนชาน) – ธรรมชาติที่ถูกขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์ไต้หวัน
  11. (กำลังเขียน) รีวิวรวมพักที่ทั้งหมดในทริป #ไต้หวันซัมเมอร์ ทริปนี้

kotzhul@gmail.com

<p>A world explorer and a gym addict who was born in 1990</p>

NO COMMENTS

POST A COMMENT