HashCorner

Dog Cafe Hopping : 3 คาเฟ่หมา ที่เรารักและดีมากที่สุดในกรุงเทพ

ขอยินดีต้อนรับสู่รีวิวคาเฟ่น้องหมา ที่เป็นรีวิวคาเฟ่ที่ปั่นป่วนแต่สนุกที่สุดเท่าที่เคยทำมา คือก๊อตได้ยินมานานมากแล้วว่ากรุงเทพนี่มีคาเฟ่น้องหมาที่น่ารักสุดๆ แถมยังดังในหมู่คนต่างชาติมากๆอีกด้วย และครั้งนี้ก็มาถึงที่เราได้ไปเที่ยวคาเฟ่หมาแบบจริงจัง และยังเป็นครั้งแรกด้วย เพราะก่อนหน้านี้มัวแต่ฮ็อปปิ้งตามคาเฟ่ฮิปๆ เก๋ๆ กินกาแฟเท่านั้น

บอกตรงๆเลยว่า การไปเที่ยวคาเฟ่น้องหมาครั้งนี้คือดีย์ และประทับใจขั้นสุด ใครที่รักน้องหมา ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะรีวิวนี้คือรวม 3 คาเฟ่น้องหมาในกรุงเทพที่ไปได้ไม่ยาก แถมน้องๆยังน่ารักอีก ป่ะๆ ไปกันเล้ย! 💙

Smileyhound
S.M.H. TROOP A/W 2018 Collection

เพื่อความสนุกและให้เราอินมากขึ้นกับการเที่ยวคาเฟ่น้องหมา รีวิวนี้เราจะใส่ชุดจาก Smileyhound กับคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด S.M.H. TROOP Autumn/Winter 2018 ที่นำดีเทลตามแบบฉบับทหาร มาผสมให้เข้ากับเสื้อผ้าแบบเอ้าท์ดอร์ ทำให้ลุคของคอลเล็คชั่นนี้ดูเท่ห์ สนุกสนาน พร้อมออกไปเที่ยวได้ทุกสถานการณ์

จะบอกว่าการใส่เสื้อผ้า Smileyhound มาเที่ยวคาเฟ่หมานั้นคือโคตรน่ารัก มันมีความคิวท์ที่มีโลโก้น้องหมา Smileyhound แปะอยู่ มันเลยทำให้เราดูมีความจริงจังในเรื่องของความชอบน้องหมายิ่งมาก ฮ่าๆ อีกทั้งเสื้อผ้าของเค้ายังมีความเป็น Smart Casual ที่ทำให้ลุคเราดูดี ขี้เล่น และสนุกสนาน ถ้าใครอยากมีฟีลแบบนี้ แนะนำให้ไปดูเลยที่ช็อป Smileyhound ที่ Siam Center, Siam Paragon, The Emquartier, Zpell @ Future Park Rangsit, The Mall Bangkapi หรือไม่ก็ในร้าน Greyhound Original ด้วยเช่นกันเด้อ

ตามไอจี ของ Smileyhound ได้ที่นี่เลย : instagram.com/smileyhound

Truelove at Neverland

สำหรับใครที่คลั่งไคล้น้อง ไซบีเรียนฮัสกี้ (Siberian Husky) บอกเลยว่าที่ Truelove at Neverland ตรงซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 นั้นตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะที่นี่นั้นเค้ามีน้อง ไซบีเรียนฮัสกี้ กว่า 30 ตัวให้เราได้เล่นแบบใกล้ชิด แถมน้องๆทุกตัวนั้นโคตรเฟรนด์ลี่ หน้าตาน่ารักสดใส แถมระบบการจัดการ รวมถึงความสะอาดของคาเฟ่น้องหมาที่นี่ถือว่าดีเลิศ นี่เลยขอยกรางวัลอันดับ 1 ของคาเฟ่หมาที่นี่ชอบมากที่สุดในกรุงเทพเลยจริงๆ

ไฮไลท์ของ Truelove at Neverland คือ ทุกคนจะได้รูปหมู่กับน้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้ และโมเมนต์เด็ดของที่นี่คือการที่ฝูงน้องหมากว่า 35 ตัว วิ่งกลับเข้าที่พักตอนสุดท้าย คือพีคมาก 5555555

สิ่งที่ต้องรู้ ของ Truelove at Neverland
  1. ค่าเข้าอยู่ที่ 500 บาท/คน ราคานี้รวมน้ำ 1 แก้ว + เค้กไอติมหนึ่งชิ้นเรียบร้อย
  2. ร้านปิดวันอาทิตย์ ที่จอดรถมีหน้าร้านประมาณ 3 คัน แนะนำนั่งแท็กซี่มา ไม่งั้นไปจอดรถที่ La Villa อารีย์เด้อ
  3. รอบการเข้าไปเล่นน้องหมามีสองรอบต่อวัน
    • รอบ 12.00 น. (เวลาเล่นกับน้องหมาจริง 13.00 น. – 14.00 น.)
    • รอบ 15.00 น. (เวลาเล่นกับน้องหมาจริง 16.00 น. – 17.00 น)
  4. จำกัดรอบละ 80 คน
  5. Walk-in ซื้อบัตรเท่านั้น ไม่มีการจองบัตรผ่านทางโทรศัพท์ แฟนเพจ

เมื่อถึงรอบเวลาที่เราซื้อบัตรไว้ เริ่มแรก ทางร้านจะให้เรามานั่งในตัวคาเฟ่เพื่อกินไอติม ดื่มน้ำเย็นๆกันก่อน จากนั้นจะมีวิดีโอคำแนะนำการเที่ยวที่นี่เพื่อความปลอดภัยของตัวน้องหมาและตัวเราเอง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใส่ถุงพลาสติกหุ้มเท้า ต่อแถวล้างมือทำความสะอาด จากนั้นเข้าไปเล่นกับน้องหมากว่า 35 ตัวที่ Truelove at Neverland ได้เลย!

แนะนำ เมื่อเราเข้ามาแล้ว ให้เรารีบไปยืนต่อแถวหน้ากรงน้องทางด้านขวาเพื่อเข้าไปถ่ายรูปร่วมกับน้องๆก่อน ถ้าไม่รีบต่อแถวตั้งแต่แรก คิวมันจะยาวมากกกก ทีนี้เราจะเสียเวลาต่อคิวแล้วทำให้เราไม่มีเวลาเล่นกับน้องหมาด้านนอกนั่นเอง

เมื่อเราเล่นกับน้องหมาจนเพลิน อีกไฮไลท์เด็ดคือตอนจบนี่แหละ ที่น้องหมาทั้ง 35 ตัว จะวิ่งเข้าที่พักเพื่อกินข้าว คือน้องเค้าจะรู้เวลาทันทีว่าถึงเวลากินแล้วโว้ย ทีนี้น้องก็จะคึกเว่อร์ มีการเห่าส่งเสียงดังพร้อมกัน จากนั้นเมื่อพนักงานเค้าปล่อยกรงเท่านั้นแหละ โอ้ .. น้องเป็นฝูงวิ่งกรูเข้าบ้านอย่างเร็ว ใครที่ควักมือถือมาถ่าย แนะนำให้ถ่ายโหมดโสลวโม แล้วเราจะได้วิดีโอสวยๆของน้องไซบีเรียนฮัสกี้ไปอวดชาวบ้านแน่นอน ฮ่า

สรุป ราคาการเข้าชมที่นี่ถือว่าแพงที่สุด แต่สิ่งที่ได้กลับมา เราว่าที่นี่โอเคเลยนะเว้ย คือ เราได้รูปหมู่กับน้องไซบีเรียนแน่นอน 100% รวมถึงไฮไลท์โมเมนต์ Epic ที่เราจะได้เห็นฝูงน้องไซวิ่งกลับเข้าไปกินข้าว คือตื่นตาตื่นใจมากกก ส่วนเรื่องการจัดการร้านในเรื่องของความเป็นระเบียบนั้น คือทำได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นแสดงวิดีโอการแนะนำก่อนการเข้าเล่นน้องไซ การจัดคิวถ่ายรูป การแบ่งโซนน้องๆ รวมถึงพนักงานที่คอยช่วยเหลือเรื่องการถ่ายรูปให้ตลอดเวลา คือดีเวอร์จนที่นี่กลายเป็น Tourist Spot ของคนต่างชาติที่รักน้องหมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Big Dog Cafe ‘คาเฟ่หมาใหญ่ใจดี’

อีกหนึ่งคาเฟ่น้องหมาที่อยู่มายาวนาน นั่นคือ Big Dog Cafe ‘คาเฟ่หมาใหญ่ใจดี’ ที่ตอนนี้ย้ายจากลาดพร้าวมาอยู่แถวรัชดาเรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่อยากเจอและอยากเล่นกับน้องแบบหมาหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่พันธุ์เล็กจนถึงพันธ์ุใหญ่ ที่นี่คือตอบโจทย์สุด เพราะ Big Dog Cafe เค้ามีตั้งแต่น้องหมาเซเลปพันธุ์อลาสกัน (Alaskan Malamute) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จนถึงพันธ์ุเล็กคิวท์ๆอย่าง ชิสุ (Shihtzu) และ ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) ให้เล่นด้วยเช่นกัน

ที่พีคอีกเรื่องของ Big Dog Cafe ที่นี่คือ เราจะได้เห็นน้องหมาสายพันธ์ุใหญ่ที่หาดูได้ยากในเมืองไทย อย่างเช่น คันกัล (Kangal), เซ็นทรัล เอเชียน เชพเพิร์ด ด็อก (Central Asian Shepherd), ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ (Tebetan Mastiff) หรืออย่าง บอร์ซอย (Borzoi)

สิ่งที่ต้องรู้ ของ Big Dog Cafe 'คาเฟ่หมาใหญ่ใจดี'
  1. ค่าเข้าอยู่ที่  199 บาท/คน ไม่รวมค่าเครื่องดื่ม อาหาร เค้ก (เหมือนจะไม่บังคับสั่งอาหาร)
  2. ร้านเปิดบริการทุกวัน
  3. ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรม หน้าร้านมีที่จอดรถ เดินทางสบายมาก
  4. รอบการเข้าไปเล่นน้องหมา // จริงๆ จะมาระหว่างรอบก็ได้นะ แล้วอยู่จนครบรอบที่เราได้เจอน้องหมาทุกตัวได้
    • รอบที่ 1 09.30น.-11.30น.
    • รอบที่ 2 12.00น. -14.00น.
    • รอบที่ 3 14.30น. -16.30น.
    • รอบที่ 4 17.00น. -19.00น.
    • รอบที่ 5 19.30น.-21.30น.

น้องหมาของ Big Dog Cafe นั้น จะถูกแบ่งปล่อยออกมาประมาณ 9 ชุด ชุดละ 2-5 ตัวงี้ โดยเริ่มจากพันธ์ุเล็กไปใหญ่ และแยกประเภทของน้องหมาไว้ ไม่ว่าจะเป็นหมาเลี้ยงและหมาใช้งานนั่นเอง ซึ่งแต่ละรอบที่เค้าปล่อยน้องออกมานั้น พี่สต๊าฟเค้าก็จะบอกชื่อ รวมถึงอธิบายลักษณะของแต่ละพันธ์ุได้อย่างดิบดี

ใครที่อยากจะถ่ายรูปจริงจังกับน้องนั้น เค้าจะมีขายขนมน้องหมา (150 บาท) ให้เราป้อนเค้าด้วย ทีนี้หมาก็จะติดเรา และถ่ายรูปได้ง่ายนั่นเอง 5555555

สรุป ชอบความหลากหลายของน้องหมาที่นี่มาก ส่วนข้อดีของการแบ่งรอบในการปล่อยน้องหมานั้น คือ เราจะได้สัมผัสและได้เล่นครบถ้วนทุกตัว ส่วนใครที่อยากจะโดนน้องหมารุมล้อมรอบตัวเป็นฝูง ที่นี่จะไม่ใช่ฟีลนั้นเด้อ อีกเรื่องคือ พื้นที่การเล่นของน้องหมานั้นแคบไปนิด แต่ได้ยินมาว่า เค้ากำลังขยายเพิ่มแล้ววว ฮ่า

Dog In Town Ekkamai

คาเฟ่น้องหมาที่สุดท้ายที่อยากจะรีวิวคือ Dog In Town Ekkamai กับแก๊งค์น้องๆบีทีเอส ที่มีชื่อน้องหมาตามชื่อสถานีบีทีเอสนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น ฮ่าๆ โดยน้องหมาที่ประจำการอยู่ที่นี่นั้นมีอยู่ น่าจะเกินสิบตัวอยู่ โดยเค้าจะปล่อยให้น้องหมาอยู่ในร้านคาเฟ่กับพวกเราตลอดเวลาเลย เรียกได้ว่าสนุกสนาน แนะนำให้มาช่วงคนน้อยๆ อาจจะมาเช้าหน่อย หรือมืดไปเลยงี้ เพราะถ้าเรามาตอนที่คนเยอะๆล่ะก็ ร้านนี่ .. แน่นทั้งคนทั้งน้องหมาไปมาก ฮือ

สิ่งที่ต้องรู้ ของ Dog In Town Ekkamai
  1. ไม่มีค่าเข้า แต่ต้องสั่งอาหารอย่างน้อยคนละ 1 อย่าง (ไม่รวมน้ำดื่ม)
  2. ร้านเปิดบริการทุกวัน ยกเว้น วันอังคารที่ 3 ของเดือน
  3. ตั้งอยู่ เอกมัย ซอย 6 ถ้าขับรถมา สามารถหาที่จอดรอบร้านได้เลย หรือไม่งั้นให้จอดที่บิ๊กซี เอกมัย
  4. ไม่มีรอบการปล่อยน้องหมา เล่นไม่ได้จำกัดชั่วโมง

น้องหมาที่เราจะได้เจอนั้น มีทั้งไซบีเรียนฮัสกี้ (Siberian Husky) อย่างน้องแบริ่ง ทองหล่อ เพลินจิต ชิดลม / คอร์กี้ (Corgi) น้องพร้อมพงษ์ / อคิตะ (Akita) น้องพหล / พุดเดิ้ลสแตนดาร์ด (Standard Poodle) น้องศาลาแดง / ซามอย (Samoyed) น้องอโศก / เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog) น้องปุณณ(วิถี) และอีกหลายตัวมากกกกกก ไล่ไม่หมด 5555

นอกจากการเล่นน้องหมาในตัวร้านคาเฟ่แล้ว ทุกๆ ชั่วโมง (หรือครึ่งชั่วโมง ไม่แน่ใจ ฮ่าๆ) ร้านเค้าจะปล่อยน้องหมาออกมากินน้ำ หรือขับถ่ายตรงสนามหญ้าด้านนอกด้วย ซึ่งช่วงนี้แหละคือช่วงที่ชอบที่สุด เพราะเราจะได้วิ่งเล่นกับน้องหมาได้อย่างสนุกสนานและอิสระ วิ่งไล่ตามถ่ายรูปกันจนเหนื่อย

สรุป ความดีย์ของที่นี่คือการไม่จำกัดเวลาการเล่นน้องหมา แถมยังมีหลากหลายสายพันธุ์ให้ถ่ายรูปและเล่นอีกด้วย อย่างที่บอกคือ ถ้าเรามาช่วงที่ร้านคนน้อยๆ จะโชคดีสุด แต่ถ้ามาช่วงเวลาที่คนเยอะมาก ตัวร้านคาเฟ่นี่แทบอึดอัดเลยทีเดียว ดังนั้น นี่จะแนะนำให้เลี่ยงวันเสาร์-อาทิตย์ แล้วมาวันธรรมดาแทน น่าจะเก๋กู๊ดที่สุด

ครบแล้ว กับ 3 คาเฟ่น้องหมดที่เรารักมากที่สุด ❤️
เรายังมีรีวิว Cafe Hopping อีกเยอะให้ตามรอย คลิกตามอ่านได้เลย!

รีวิว ที่เที่ยว PANTIP 2018

POST TAGS:

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT