HashCorner

รีวิว โอตารุ (Otaru) : เที่ยวฮอกไกโดคูลๆ ลุยหิมะหน้าหนาว 「Hokkaido Winter Edition」

 

เมืองโอตารุ (Otaru) อยู่ห่างจากเมืองซัปโปโรแค่ 30 กิโลแค่นั้น เราสามารถเดินทางมานี่ได้ง่ายๆ แค่นั่งรถไฟจากสถานีซัปโปโรเพียง 30 นาทีก็มาถึงแล้ว คนเลยนิยมมาเที่ยวเมืองโอตารุกันแบบ One-day Trip เท่านั้น เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรเยอะแยะเท่าไหร่ ถามว่าควรมาเที่ยวโอตารุมั้ยล่ะ? บอกเลยว่าต้องมาแจ้ มันถือเป็นเมืองที่ต้องมาเที่ยวหากเรามาเที่ยวซัปโปโร

 

ถ้าถามถึงประวัติคร่าวๆของโอตารุนั้น ที่นี่ถือเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญของฮอกไกโดที่ไว้ขายของกับรัสเซียตั้งแต่สมัยคนญี่ปุ่นอพยพเข้ามาเกาะฮอกไกโดเลยก็ว่าได้ ตึกรามบ้านช่อง โกดังที่เก็บสินค้า สิ่งต่างๆในเมืองนี้ยังคงถูกอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมไว้แบบดิบดีจนตอนนี้โอตารุไม่ได้เป็นเมืองท่าเรืออย่างเดียว แต่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตไปโดยปริยาย และเมื่อไม่นานมานี้เองก็มีหนังไทยแฟนเดย์ได้มาถ่ายทำที่เมืองโอตารุ แถมยังมีร้านขนมชื่อดังจากเมืองนี้ไปเปิดที่กรุงเทพ เมืองโอตารุเลยกลายเป็นเมืองที่ค่อนข้างดังสำหรับคนไทยไปเลยแจ้

 

ที่นี่จะดีขนาดไหน น่าเที่ยวมั้ย คุ้มค่าการมาหรือเปล่า ก็ต้องลองอ่านรีวิวดูตามข้างล่างเลยคร้าบ

วอร์มอัพด้วยวิดีโอทริปฮอกไกโด

ภาพรวมทริปฮอกไกโด 11 วัน 10 คืน

ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปโคตรอภิมหากาพย์ของปีเลยทีเดียว เพราะว่าไปเที่ยวตั้ง 11 วัน 10 คืน และมีความตั้งใจว่าจะเที่ยวรอบเกาะฮอกไกโดให้ได้ทั้งหมดเท่าที่จะทำได้เราจะเริ่มต้นทริปด้วยการบินจาก กรุงเทพ-นาริตะ ต่อเครื่องจาก นาริตะ-ชิโตเสะ (ซัปโปโร) และ เริ่มเที่ยวจากเมืองสู่เมืองทั้งหมด 7 เมือง คือ ซัปโปโร / โอตารุ / อาซาฮิกาวะ / บิเอะ / อะบาชิริ / คุชิโระ / ฮาโกดาเตะ จากนั้นจะนั่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นจาก ฮาโกดาเตะ เข้าสู่โตเกียวและบินกลับกรุงเทพ

รายละเอียดแพลนเที่ยวทั้งหมด ผมทำเป็นตารางไว้ให้เป็นไกด์ไลน์แล้ว หากใครต้องการดู สามารถคลิกที่นี่ หรือรูปด้านล่างแล้วโหลดตารางทริปใน Google Sheet ได้เลย สามารถ export เป็น Excel เพื่อแก้แพลนแล้วแต่ความชอบ หรือจะ export สำเร็จรูปเป็น PDF ก็ยังได้ เริ่ดมั้ยล่ะ นี่ทำเพื่อทุกคนนะเฟร้ย

รีวิว ซัปโปโร (Sapporo) คลิก
รีวิว โอตารุ (Otaru) คลิก 
— อ่านอยู่ ณ ตอนนี้
รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei) คลิก
รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro) คลิก

จองเที่ยวบินกับโรงแรมที่ Expedia.co.th

เครื่องบินขาไป ดอนเมือง-นาริตะ บินด้วย Scoot Airlines จากนั้นต่อเครื่องจาก นาริตะ-ชิโตเสะ (ซับโปโร) บินด้วยสายการบิน Jetstar Japan ซึ่งเป็นสายการบินโลวคอสแอร์ไลน์ของญี่ปุ่น และขากลับจาก นาริตะ-ดอนเมือง บินด้วย AirAsia ครับ การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมทั้งหมดนั้น ผมได้ใช้ Expedia ทั้งหมด เพราะว่า ดีลโรงแรมของ Expedia คือถูกกว่า OTA เจ้าอื่นนะ ถ้ารู้จังหวะ ดูโค้ดลับ รู้ดีล หรือถ้าเราจองเครื่องบินและโรงแรมพร้อมกัน บอกเลยว่าถูกกว่าเจ้าอื่นแน่นอน หากใครยังไม่เคยใช้ Expedia ลองเข้าไปกดเลือกเมืองที่จะไปกับวันที่เข้าพักดู แล้วจะรู้ว่า .. ราคาของ Expedia นั้นถูกและดีงามขนาดไหน ฮี่ฮี่

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าในทริปฮอกไกโดนี้พักโรงแรมไหนบ้าง เชิญตามรอยรีวิวที่พักที่แยกเป็นอีกรีวิวนึงได้เล้ย บอกหมดว่าแต่ละโรงแรมเป็นยังไง ดีมั้ย น่าพักหรือเปล่า ตามลิงค์ด้านล่างโลด

รีวิวที่พักฮอกไกโด ทุกโรงแรมที่ได้ไปใน Sapporo, Hakodate, Asahikawa,
Abashiri และ Kushiro พร้อมบอกเคล็ดลับการจองโรงแรมกับ Expedia (คลิก)

พาส (Pass) ที่แนะนำสำหรับการมาเที่ยวโอตารุ

แนะนำให้เราซื้อ Sapporo-Otaru Welcome Pass ราคา 1,700 เยน เราจะได้บัตรรถไฟฟ้ามาสองใบคือ บัตรรถไฟใต้ดินในเมืองซัปโปรที่ใช้ได้ไม่จำกัด 1 วัน กับบัตรรถไฟ JR ที่สามารถไปเมืองโอตารุได้ไม่จำกัดภายใน 1 วัน ตอนนี้ Sapporo Otaru Welcome Pass หมดอายุแล้ว เมื่อ 31 มีนาคม 2560 เศร้าเลยยยย งั้นตอนนี้อาจจะต้องซื้อเป็นเที่ยวต่อเที่ยวเองน้าาา

หากใครมี JR Pass อยู่แล้ว อันนี้สบายเลยแจ้ สามารถนั่งรถไฟ JR ไปเมืองโอตารุได้ทันที แต่ถ้าใครยังไม่มีอะไรเลย แล้วแพลนการเที่ยวมีซัปโปโรกับโอตารุอยู่ แนะนำให้เราซื้อ Sapporo-Otaru Welcome Pass อ่านดีๆนะ .. เราสามารถใช้บัตรสองใบนี้แยกวันกันได้ ดังนั้นวันที่เที่ยวซัปโปโรให้ใช้บัตรรถไฟใต้ดิน ส่วนบัตรรถไฟไปโอตารุให้ใช้อีกวันที่ไปเที่ยวโอตารุนาจาาา

 

การเที่ยวในโอตารุ (Otaru)

จริงๆการเที่ยวในโอตารุนั้นสามารถจบได้ภายในครึ่งวัน เพราะเมืองเล็กมว๊ากกกก ไฮไลท์ยอดฮิตที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปคือคลองโอตารุ (Otaru Canal) แค่นั้นเอง ทีนี้ผมจะมาแนะนำรูทการเดินตัวอย่างที่ผมได้ไปมา ส่วนตัวคิดว่าดี คือเราเดินตรงเป็นเส้นยาวไม่ต้องไปแล้วย้อนกลับ หลักๆก็คือ เราจะนั่งรถไฟไปลงที่สถานี JR Minami-Otaru (1) เดินไป พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Musem) (2) จากนั้นจะเดินไปตามเส้นถนนสายชอปปิ้งซาคาอิมาจิโตริ (3) ไป พิพิธภัณฑ์การเงินธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นเก่าสาขาโอตารุ (4) แล้วต่อด้วยการถ่ายรูปที่ คลองโอตารุ (5)(6) แล้วเดินกลับสถานีรถไฟ JR Otaru (7) เป็นอันจบแบบง่ายๆนั่นเอง

รูทนี้ระยะทางการเดินแค่ 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาครึ่งวันก็จบแล้วแจ้ ดูตามแผนที่ข้างล่างเลย คลิกเป็นรูปใหญ่แล้วเซฟเก็บได้

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Musem)

หากใครเคยดูแฟนเดย์ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Musem) หรือ Otaru Orgel Museum เป็นหนึ่งในฉากหนังที่สำคัญเลยรู้ป่ะ ที่ไอ้หัวหน้านางเอกมันแกล้งบอกจะเล่นมายากลให้นาฬิกาหน้าพิพิธภัณฑ์พ่นไอน้ำออกมาแล้วมีเสียงดังนั่นแหละมันคือที่นี่เลย 5555

นาฬิกาไอนํ้าหน้าพิพิธภัณฑ์เป็นของขวัญจากเมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา จะส่งเสียงทุก 15 นาที พ่นไอน้ำทุกชั่วโมง

 

 

ที่นี่มันเป็นพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีใช่ป่ะ แต่ฟีลคือแม่งไม่ใช่พิพิธภัณฑ์เลยจ้า 70% คือขายกล่องดนตรีหรือ Music Box เนี่ยแหละ 20% ขายของกระจุ๊กกระจิ๊กที่ไม่ใช่กล่องดนตรี นี่เผื่ออีก 10% ไว้ให้กับห้องนึงที่เป็นห้องแสดงของจิ๋ว (rement) ที่ผมคิดว่าเจ๋งดี ยังโอเคที่มีอะไรให้เดินดูมากกว่าขายของ เอาจริงๆป่ะ คือถ้าทั้ง 90% จะขายแบบนี้ เรียกเป็นร้านขายกล่องดนตรีไปเลยดีกว่าค่ะ แต่ยังไงก็ตาม ร้านก็น่ารักดี เหมาะแก่การเดินเล่นดูของ ใครชอบก็ซื้อเลยจ้า คือแม่มของขายเยอะมาก เค้าบอกว่ามีของขายประมาณ 3,400 ชนิด และมากกว่า 25,000 ชิ้น เอาสิ มีที่ให้ช็อปเกือบ 3 ชั้นได้ คิดว่าใหญ่มั้ยล่ะ ฮ่า

 

ถนนช็อปปิ้งซาคาอิมาจิโตริ (Sakaimachi Street)

จุดแรกที่เราไปคือ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Musem) ใช่มั้ย? ตรงนั้นแหละปลายถนนช็อปปิ้งซาคาอิมาจิโตริ (Sakaimachi Street) แล้ว เมื่อเราเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับร้านเยอะแยะมากกก ทั้งของกิน ขนม กาแฟ รวมถึงร้าน LeTAO (เลอทาโอะ) ชื่อดัง ยังมีของฝาก ทุกสิ่งทุกอย่าง หาซื้อได้จากตรงถนนนี้ที่เดียวในโอตารุ

 

LeTAO (เลอทาโอะ) ชื่อดัง

หากใครเคยกิน LeTAO จากเมืองไทยในห้างดังอย่างพารากอน หรือเอ็มควอเทียร์ หากได้มาโอตารุแล้ว ได้โปรดจงเข้าไปซื้อ LeTAO กินเลยแจ้ เพราะที่นี่คือแหล่งกำเนิดชีสเค้ก LeTAO ชื่อดังของฮอกไกโดนั่นเอง จงดูรูปซะ น่ากินขนาดไหน นี่คือการยั่ว

Rokatei Otaru

อีกร้านที่อยู่ติดๆกัน ไว้ซื้อขนมเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับไป ขนมดังของร้านนี้ที่ต้องลองคือคือ ครีมพัฟ (90 เยน) ไอติมซอฟเสิร์ฟ (300 เยน) และ ขนมปังชีส (Yukikon Cheese) (160 เยน) ซึ่งเราสามารถสั่งและนั่งกินได้เลยข้างบน แล้วถ้าเราสั่งขนมพวกนี้กินใช่ป่ะ เราจะได้กาแฟฟรีหนึ่งแก้วด้วย ถือเป็นการนั่งอ้อยอิ่งในโอตารุที่โอเคเลยล่ะ

 

พิพิธภัณฑ์การเงิน ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นเก่าสาขาโอตารุ

พิพิธภัณฑ์การเงิน ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นเก่าสาขาโอตารุ (The Bank of Japan Otaru Museum) เป็นสถานที่สุดท้ายที่น่าสนใจในการมาเที่ยวเมืองโอตารุนี้แหละ หากใครชอบเรื่องการเงิน การธนาคาร แนะนำให้มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์นี่เลย

อาคารแห่งนี้เคยเป็น Bank of Japan สาขาโอตารุมาก่อน ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1912 และถูกขนานนามว่าเป็น ‘วอลสตรีทแห่งญี่ปุ่นภาคเหนือ’ เลยนะแกร๊

นั่นแสดงว่าธนาคารสาขาโอตารุนั้นถือเป็นสาขาสำคัญหลักของฮอกไกโดเลยก็ว่าได้ จนกระทั่งธนาคารแห่งนี้ดำเนินธุรกิจการเงินมากว่า 91 ปี เค้าจึงเปลี่ยนจากธนาคารกลายเป็นพิพิธภัณฑ์การเงินขึ้นเพื่อให้คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแทนนั่นเอง

 

 

เมื่อเราเดินเข้าไป เราจะเก็ทฟีลถึงความโอ่อ่าและยิ่งใหญ่ของธนาคารจริงๆ ด้านในพิพิธภัณฑ์นั้น เราก็จะได้เรียนรู้ถึงประวัติของธนาคารสาขานี้ ประวัติธนบัติญี่ปุ่นในแต่ละยุคแต่ละสมัย รวมถึงได้เห็นตู้เซฟใหญ่ยักษ์ของจริงและมีโอกาสได้จับเงินก้อนหนึ่งร้อยล้านเยนอีกด้วย น่าเสียดายเบาๆที่ข้อมูล 60% นั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น ยังดีที่เค้ามีใบปลิวภาษาอังกฤษที่อธิบายเกี่ยวกับมิวเซียมนี้ด้วย ดังนั้น เข้าไปชมแล้วรู้เรื่องคร่าวๆแน่นอน แถมยังไม่เสียค่าเข้าชมอีกต่างหาก เพราะเค้าเปิดให้เข้าฟรีด้วย ฮี่ฮี่

 

คลองโอตารุ (Otaru Canal)

ที่นี่แหละ คือไฮไลท์การมาเมืองโอตารุเลยแจ้ เพราะคลองโอตารุถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฮอกไกโดก็ว่าได้ เมื่อมาเที่ยวเมืองโอตารุแล้วไม่ได้มาเห็นคลองโอตารุ โอ้โหว.. คือผิดพลาด 100% ต้องกลับมาใหม่นาจา ไม่งั้นถือว่าไม่ได้มาเที่ยวเมืองนี้อย่างแท้จริง

คลองโอตารุนี้สร้างเสร็จเมื่อปี 1923 จากการที่เมืองโอตารุนี้เป็นเมืองท่าที่สำคัญในการขนส่งสินค้าทางเรือเข้าสู่เกาะฮอกไกโด สุดท้ายคลองนี้ได้เลิกใช้เป็นท่าในการขนส่งสินค้าเมื่อปี 1986 ตึกเลียบคลองที่เมื่อก่อนเป็นโกดังขนถ่ายสินค้า ตอนนี้กลายเป็นร้านอาหาร พลาซ่าร้านช็อปปิ้งไปเรียบร้อย

 

สำหรับจุดมาร์คที่ 5 บนแผนที่ที่ผมเขียนไว้ด้านบน จะเป็นสะพานอาซาคุสะ (Asakusa Bridge) ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่เราเห็นกันบ่อยๆ จากนั้นเราสามารถเดินเลียบคลองไปยังจุดมาร์คที่ 6 เป็นสะพานจูโอ (Chuo Bridge) ตรงสะพานนี้เราสามารถล่องเรือชมคลองโอตารุได้ ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 40 นาที ราคา 1,500 เยน แต่ถ้าเราไม่ล่องเรือแล้วมาเดินเล่น ถ่ายรูปแถวคลองโอตารุเฉยๆ 30 นาทีก็เสร็จแล้ววว

 

ได้เวลากลับเมืองซัปโปโร จากสถานีรถไฟ JR Otaru

และนี่คือทั้งหมดที่ผมได้เที่ยวเมืองโอตารุประมาณครึ่งวัน หลังจากดูคลองโอตารุเสร็จแล้วก็เดินตรงยาวมายังสถานีรถไฟ JR Otaru แต่ถ้าหากใครอยากสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกสไตล์โอตารุ แนะนำให้อยู่ต่อจนมืด แล้วเราจะได้เห็นคลองโอตารุในอีกรูปแบบหนึ่งในยามค่ำคืนที่แสงไฟประดับ คือโคตรโรแมนติกบอกเลย อันนี้มันก็แล้วแต่คนเนาะ ว่าเวลาเหลือหรืออะไรยังไงบ้าง แล้วแต่เล้ยยย ฮ่าๆ

 

 

อย่างไรก็ตาม พาร์ทนี้เป็นพาร์ทเมืองโอตารุ (Otaru) ที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับพาร์ทซัปโปโร เพราะซัปโปโรมันยาวแล้ว เลยแยกโอตารุออกมาน่ะ หากใครยังไม่ได้อ่านรีวิวเมืองอื่นๆในฮอกไกโด สามารถอ่านต่อได้เลย 🙂

รีวิว ซัปโปโร (Sapporo) คลิก
รีวิว โอตารุ (Otaru) คลิก

รีวิว อาซาฮิกาวะ-บิเอะ (Asahikawa-Biei) คลิก
รีวิว อะบาชิริ-คุชิโระ (Abashiri-Kushiro) คลิก
รีวิว ฮาโกดาเตะ (Hakodate) คลิก

 

kotzhul@gmail.com

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

5 COMMENTS
  • ติ๊ก August 22, 2017

    อยากทราบว่า กลางเดือนมีนา จะเจอหิมะแบบนี้มั้ยค่ะ

  • golfct September 28, 2017

    แนะนำการใช้บัตร นั่งรถราง กับรถบัส ในซัปโปโรหน่อยครับ ใช้แบบไหนดี

    ราคาเหมือนที่รีวิว เมืองฮาโกะดาเตะมั้ยครับ รถ tram + bus

  • San November 2, 2017

    ใช้กล้อง+เลนส์อะไรถ่ายภาพหรอคะ ภาพสวยมากเลยค่ะ ชอบโทนแบบนี้ค่า 🙂 รีวิวดีเข้าใจง่าย ภาพสวย ดีงามทุกอย่างเลยค่า

POST A COMMENT