HashCorner

รีวิว ซิดนีย์ (Sydney) : เที่ยวออสเตรเลียเองแบบคูลๆ

 

ซิดนีย์แทบจะเป็นเมืองแรกของใครหลายๆคนที่มาเที่ยวออสเตรเลีย ด้วยความที่ขนาดของเมืองนั้นใหญ่ไฟกระพริบมาก สนามบินใหญ่ มีไฟลท์บินมาลงเยอะ แถมยังต่อไปเมืองใหญ่อื่นๆในประเทศออสเตรเลียได้ง่าย ซิดนีย์มันเลยเป็นจุดสตาร์ทของการเริ่มต้นเที่ยวออสเตรเลียของหลายๆคน จนบางครั้งนี่ก็สับสนว่า ซิดนีย์แม่งคือเมืองหลวงของออสเตรเลียเปล่าวะ? ซึ่งถ้าใครเผลอสบถออกมาว่า .. “อ้าว ไม่ใช่หรอ?” ผมจะเซย์ฮัลโหลววว .. พร้อมให้โอกาสเสิร์จกูเกิ้ล หาคำตอบใหม่เดี๋ยวนี้ 555555

 

เอาล่ะ ตัวผมเองนั้นไม่ได้เริ่มต้นเมืองแรกที่ซิดนีย์ แต่ว่าเป็นเมืองสุดท้ายของการเที่ยวออสเตรเลียก่อนกลับไทยเลย การเที่ยวทั้งหมดของผมอยู่ที่ 5 วัน 4 คืน แต่ในรีวิวที่ผมเขียน จะเขียนแค่ 4 วันแค่นั้น เพราะวันที่ 5 คือ ผมบินกลับไทยเด้อ บินจากซิดนีย์กลับกรุงเทพ ก็ใช้เวลาทั้งวันแล้วแจ้ ฮ่าๆ เอาล่ะ งั้นเริ่มเที่ยวเลย!

ภาพรวมทริปออสเตรเลีย 3 รัฐ
Victoria → Tasmania→ New South Wales

จริงๆ ตอนแรกผมอยู่เมลเบิร์นมาก่อน 2 เดือน ทีนี้ด้วยความที่ผมจะกลับไทย ก็เลยเกิดทริปเที่ยวแบบยิ่งใหญ่นี้ขึ้น ใช้เวลาเดินทางเที่ยวทั้งหมด 20 วัน รวม 3 รัฐ คือ Victoria → Tasmania→ New South Wales ก็จะประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ๆที่ทุกคนน่าจะรู้จักอย่าง เมลเบิร์น (Melbourne) โฮบาร์ท (Hobart) และ ซิดนีย์ (Sydney) นอกจากสามเมืองใหญ่นี้ ยังมีทริปเมืองเล็ก เมืองน้อยรอบข้างเยอะแยะที่น่าไปอีก ซึ่งผมจะทยอยเขียนรีวิวมาให้ได้ตามรอยกันอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้เอาซิดนีย์ไปก่อนนะ ฮิ้วว ❤

 

การเดินทางภายในซิดนีย์ (Sydney) PANTIP

สำหรับการเดินทางภายในตัวเมืองซิดนีย์นั้น การเดินทางด้วยรถไฟคงจะสะดวกและประหยัดที่สุดล้าวว เมื่อเราแลนด์ดิ้งลงสนามบิน แนะนำให้เอาบัตรที่ชื่อ Opal Card ไว้เลย เค้าให้บัตรฟรีตรงสถานีรถไฟที่เชื่อมต่อกับสนามบิน แต่มีข้อแม้ต้องเติมตังค์ขั้นต่ำ $20 ในครั้งแรก บัตรนี้เราจะใช้เดินทางในซิดนีย์กัน มันใช้ได้ทุกอย่างตั้งแต่รถไฟ รถเมล์ ยันเรือเฟอร์รี่เลยย

สายรถไฟในซิดนีย์คือโคตรงง รถไฟมีหลายสายมาก แล้วชานชาลาแต่ละสถานีก็เยอะ อย่างสถานี Central มีประมาณ 25 ชานชาลา ผมแนะนำให้โหลดแอพ TripView ไว้สำหรับดูสายรถไฟที่จะขึ้นเลยครับ แม่งช่วยได้เยอะมาก บอกทั้งสายที่เราจะต้องขึ้น รวมถึงชานชาลาที่เราต้องไปรออีกด้วย ดีย์มาก

เห็นรถไฟครั้งแรกในซิดนีย์คือแบบ โอ้ย คูลเว่อร์ มันคูลที่ว่าตู้รถไฟมันมีสองชั้น มีความไม่เก่า (แต่ก็ไม่ใหม่) แล้วก็นั่งสบาย นี่ไม่เคยเห็นรถไฟที่ไหนมีสองชั้นมาก่อนเลย ชอบบ 5555555

กระเป๋าคู่ใจตลอดทริปออสเตรเลีย ❤
BAO BAO ISSEY MIYAKE DAYPACK
จาก #BAOBAOANYWHERE

ปกติเวลาผมเดินทางเที่ยวต่างประเทศ ถ้าของไม่เยอะก็จะมีเป้สองใบ ใบแรกเอาไว้แบกเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ส่วนเป้อีกใบจะเอาไว้สะพายตอนไปเที่ยวข้างนอกในแต่ละวัน ก็พวกอุปกรณ์กล้องน่ะแหละจาา ซึ่งทริปออสเตรเลียนี้ ผมสะพาย BAO BAO ISSEY MIYAKE DAYPACK จาก #BAOBAOANYWHERE ทั้งทริปเล้ยยย

แน่นอนว่ามันโคตรเท่ห์ จากลวดลาย Signature ของ BAO BAO ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือมองแล้วรู้เลยว่าคือ BAO BAO ISSEY MIYAKE ส่วนเรื่องความจุกระเป๋าก็ใหญ่เพื่อใส่ของประจำวันสำหรับการไปเที่ยวได้อย่างสบายๆ

 

BAO BAO ISSEY MIYAKE DAYPACK มีทั้งกระเป๋าหน้า ที่ผมชอบใส่ของกระจุกกระจิกอย่างพวกตั๋วนู่นนี่ แผนที่เมือง หรือแม้แต่เพาเวอร์แบงค์ คือมันเป็นกระเป๋าที่สะดวกต่อการหยิบของระหว่างวันมาก ส่วนช่องใส่ของช่องใหญ่ ผมจะใส่กล้องมิลเลอร์เลส + เลนส์คู่ใจ + โกโปร และ ขาตั้งกล้องปลาหมึกนั่นแหละ จุของได้เยอะ แถมสายสะพายและช่วงหลังกระเป๋าคือนิ่มพร้อมซัพพอร์ทหลังและไหล่เรามาก บอกเลยว่าไม่มีปวดไหล่ปวดหลังระหว่างวันตอนเราเที่ยวแน่นอน

 

ดีย์และคูลขนาดนี้ หากใครสนใจ BAO BAO ISSEY MIYAKE DAYPACK อยากแนะนำให้ไปดูที่ร้าน #BAOBAOANYWHERE เลยคร้าบ ซื้อออนไลน์ได้ง่ายๆ ของแท้แน่นอน พร้อมส่งฟรีถึงบ้านเลย 😊

#BAOBAOANYWHERE Let’s go anywhere bag!
LINE : @baobaoanywhere
FB : facebook.com/baobaoanywhere
IG : instagram.com/baobaoanywhere
Shop : baobaoanywhere.com

เริ่มเที่ยวซิดนีย์ (Sydney) กันดีกว่า!
วันแรก: Circular Quay

แน่นอนว่าการเที่ยวซิดนีย์วันแรก ทุกคนคงอยากจะเก็บแลนด์มาร์คของที่นี่กันก่อน แลนด์มาร์คแห่งนั้นคือ Sydney Opera House และ Sydney Habour Bridge ไง๊.. เอาจริงป่ะ สองที่นี้ที่บอกมา คือมันเป็นของคู่กัน ถ้าเรามาเที่ยวซิดนีย์ครั้งแรกแล้วไม่ได้เห็นหรือไม่ได้ไป ถือว่าเรามาไม่ถึงซิดนีย์ ออสเตรเลียนาจา 555555

Sydney Opera House และ Sydney Habour Bridge ตั้งอยู่แถวๆสถานีรถไฟ Circular Quay ซึ่งเราจะเริ่มต้นการเที่ยววันแรกจากตรงนี้แหละ ให้เรานั่งมาสถานี Circular Quay ได้เลย

ทีนี้เรามาแถว Circular Quay ทั้งที เราก็จะเก็บสถานที่อื่นๆแถวนี้ไปด้วย โดยวันนี้เราจะเดินเยอะหน่อย เดินวนเป็นวงกลมย้อนเข็มนาฬิกาโดยเริ่มตามนี้เลยแจ๊ะ (1) Circular Quay Station → (2) Museum of Contemporary Art Australia → (3) The Rocks / Pancakes on The Rocks → (4) Sydney Harbour Bridge → (5) Royal Botanic Gardens / Sydney Opera House

ใครมาเที่ยวซิดนีย์ แนะนำให้เราหยิบหนังสือเล่มนี้มาจาก Visitor Information Centre มาด้วย คือมันแนะนำที่เที่ยว ที่กิน คือดีมาก แถมมีแผนที่ด้านในด้วย อย่างของผมหยิบมาจาก Visitor Information Centre แถวๆ Darling Habour // เล่มนี้หยิบฟรีเด้อ

 

ลงมาจากสถานี Circular Quay สัมผัสแรกตรงหน้าคือคนเยอะเว่อร์ ข้างหน้าจะเป็นท่าเรือที่เราสามารถนั่งเรือไปตามมุมเมืองต่างๆของซิดนีย์ได้ แต่เราจะเดินมาทางซ้ายเรื่อยๆ มาดูงานอาร์ทที่ Museum of Contemporary Art Australia (MOCA) กันก่อน

 

Museum of Contemporary Art Australia (MOCA)

Museum of Contemporary Art Australia ขอเรียกสั้นๆว่า MOCA ละกันเนอะ ค่าเข้า MOCA คือฟรี เว้นแต่นิทรรศการพิเศษที่อาจจะมีเสียตังค์กันบ้าง อย่างที่รู้ๆกันว่า MOCA จะโชว์งานศิลปะร่วมสมัยตามชื่อคือ Contemporary Art ดังนั้น มันจะไม่ใช่ Fine Art จ๋า ซึ่งนี่ชอบมาก เพราะตัวเองจบด้านกราฟฟิกดีไซน์มา เลยมีความอินกับอาร์ทบ้างอะไรบ้างงงง 55555

 

 

คือนี่ก็เดิน MOCA แบบไม่ได้พินิจ พิจารณาอะไรมากมายเป็นพิเศษ เดินจนจบใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง คือมันก็จะมีงาน Contemporary Art หลายแบบอย่างพวก Installation งานกราฟฟิก ภาพถ่าย ฟิล์ม คือถ้าอินกับพวกนี้ เดินทั้งวันก็ยังได้ แต่ถ้าใครไม่อินมาก ที่นี่ก็มีมุมสนุกๆให้เราดู ถ่ายรูปเยอะแยะเหมือนกันนะ 555 ร้านขายของเก๋ๆก็มี เป็นอีกร้านที่น่ามาดูของมีดีไซน์เลย เดินผ่านๆ แวะมาเดินเล่นก็ไม่เสียหายเว้ย

 

The Rocks

ระหว่างทางเดินไป The Rocks บางวันเราอาจจะได้เรือยอร์ชจอดที่ Overseas Passenger Terminal อยู่ คือตรงนี้มันเป็นท่าเรือสำหรับขึ้นเรือยอร์ชขนาดยักษ์ ยักษ์จนคนเดินผ่านไปผ่านมาจะชอบถ่ายรูปเสมอ อีกทั้งตรงนี้ยังมี Dinner in The Sky ร้านอาหารที่มีเครนยกโต๊ะอาหารขึ้นไปบนท้องฟ้าให้คนกินข้าวอีกด้วย // นี่เคยเห็นแต่ในทีวี 5555

 

เดินไปจนสุดผ่าน Overseas Passenger Terminal ก็จะมีลานโล่งๆและสวนสาธารณะ ให้เราเดินส่อง Sydney Opera House ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม รวมถึงส่อง Sydney Habour Bridge ที่มีคนซื้อทัวร์ปีนสะพานกำลังปีนป่ายขึ้นกันอยู่ // นี่อยากปีนบ้าง แต่แพงชิบหาย โอ้ย ฮือ

เดินมาจนสุด เราจะเห็นสวนสาธารณะด้านใต้ของ Sydney Harbour Bridge ตรงนี้เราสามารถมองเห็น Luna Park สวนสนุกเก่าแก่ของออสเตรเลียที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้เลย มุมตรงนี้ก็เป็นอีกมุมของ Sydney Harbour Bridge ที่สวยไม่เบา

เสร็จแล้ว เดินกลับมา The Rocks ซักหน่อย เพราะเราจะไปกิน Pancakes on The Rocks กันน

ร้านนี้เป็นร้านแพนเค้กชื่อดังที่อยู่คู่ The Rocks มาเนิ่นนาน เห็นคนมาเที่ยวซิดนีย์ชอบมากินกัน นี่ก็เลยไปกินตาม นี่สั่ง Macadamia Madness กับอีกเมนูนึง จำชื่อไม่ได้ ขอสรุปสั้นๆว่า มันก็เฉยๆนาแก แป้งแพนเค้กอ่ะใหญ่อลังแมคคาแดเมียก็ให้เยอะดี แต่ไอติมที่มาคู่กันคือน้อยไปนิด ไอติมโปะมาเหมือนเป็นก้อนลูกชิ้น มันไม่สาแก่ใจเลย ฮือออ

 

Pancakes on The Rocks ถ้ามีเวลาก็มาได้ แต่ถ้าไม่ได้มาก็ไม่น่าเสียดาย

Sydney Harbour Bridge

กิ่นอิ่ม เดินย่อยขึ้นสะพาน Sydney Harbour Bridge ได้เลยจ้า ฮ่าๆ อย่างที่บอกว่าสะพานนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คซิดนีย์คู่กันกับ Sydney Opera House เลย การมาเดินเล่นบนสะพานดูวิวเมืองซิดนีย์ รวมถึง Sydney Opera House เป็นอะไรที่ชิลๆดีเหมือนกัน เพราะคนซิดนีย์เค้าก็จะชอบมาวิ่ง หรือปั่นจักรยานกันบนนี้เป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ส่วนตัวผมนั่นเดินขึ้นมาจาก The Rocks มาถึงจุดกึ่งกลางสะพาน เลยตรง Pylon Lookout มานิดนึง

 

ตอนแรกก็อยากขึ้น Pylon Lookout นะ แต่เค้าเก็บตั้ง $15 แน่ะ นี่งกไง ขอเก็บตังไปทำอย่างอื่นแทนดีกว่า เพราะด้านล่าง Pylon Lookout ก็ดูวิว Sydney Opera House ได้ ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าต่างกันมาก แถมคนส่วนมากที่มาเดินตรงนี้ ก็ไม่เห็นจะขึ้นไปกัน นี่ก็เลยไม่ขึ้นตาม 555

 

เดินไปถึงกึ่งกลางสะพาน ผมหยุดแล้วก็เดินกลับมาทางฝั่ง Circular Quay มันมีจะมีป้ายทางเดิน ที่เราสามารถเดินเลียบถนนบนสะพานไปยัง Sydney Opera House ได้ นี่ก็เลยเดินเลยจ้า จากทางเดินนี้มันจะอ้อมตรง Circular Quay แล้วไปโผล่ Royal Botanic Garden ได้

 

Royal Botanic Gardens + Sydney Opera House

เดินลงมายัง Royal Botanic Gardens ด้วยความเหนื่อล้าหน่อยๆ ผมเลยเดินผ่านๆเพื่อไปยัง Sydney Opera House เลย ซึ่งจริงๆถ้ามีเวลาและไม่เหนื่อยมาก Royal Botanic Gardens ก็เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่โตและน่ารักมากเลย คือถ้าว่าง + อากาศเย็นๆ เดินเล่นน่าจะฟินเว่อร์

 

 

เดินมาถึง Sydney Opera House ก็เย็นพอดี แน่นอนว่าคนมาถ่ายรูปคู่กับแลนด์มาร์คที่นี่เยอะมาก ซึ่งผมก็ใช้เวลาพอสมควรเหมือนกันกับการถ่ายรูปกับ Sydney Opera House ฮ่าๆ จากนั้นก็เข้าไปเดินเล่นข้างใน ไม่ค่อยมีอะไรมาก คือมันเป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดง คอนเสิร์ตต่างๆ แต่เราไม่ได้ดูการแสดง ก็เดินดุ้มๆดุ่มๆ แล้วออกมา

 

เดินวนออกมาทาง Circular Quay ตามทางที่คนเดินกันเป็นมดตามรูปด้านล่าง เราจะได้มุมมหาชนที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี 5555555

จากนั้นเราเดินกลับมาที่ Sydney Opera House เพื่อกลับมาปักหลักรอดูไฟกลางคืน // คือไม่รู้จะไปไหนแล้ว 55555 😂

ผมนั่งเล่นกันตรงนี้จนพระอาทิตย์ตกดิน จนเค้ามีการแสดงไฟบนตัวตึก Sydney Opera House โอยย งาม

 

งานแสดงไฟอันนี้ไม่ได้มีทุกวัน มันแล้วแต่อีเวนท์ของวันนั้นๆ ยังไงลองเช็คดูตารางกิจกรรมเค้าได้ว่ามีเปิดไฟให้ดูหรือเปล่าน้อว หลังไฟแสดงจบ คนก็เดินกรูกันออกมา นี่ก็เลยอยู่ถ่ายรูปต่ออีกนิดหน่อยรอคนซาๆ ส่วนถนนทางเดินที่มาจากสถานีรถไฟ Circular Quay ตอนนี้กลายเป็นลานเบียร์ไปงั้น เออ มันชิลดี ซึ่งใจจริงอยากชิลบ้าง แต่เหนื่อยไม่ไหวล้าว กลับโรงแรมนอนดีกว่า 5555

 

ภาพ Sydney Opera House รูปสุดท้ายก่อนกลับไปนอน 😴

วันที่ 2: Bondi

หลีกจากตึกมาเที่ยวชายหาดแถว Bondi กันบ้าง ตอนแรกนี่อ่าน Bondi ว่า ‘บอนดี้’ คือโป๊ะแตกด้วยความอ่านมั่วและไม่รู้ เพราะที่จริงมันอ่านว่า ‘บอนได’ อายไปอีกกกกกก อุตส่าห์ไปบอกหลายคนว่านี่จะไป บอนดี้ บอนดี้ 555555

วิธีการมาย่าน Bondi ให้เรานั่งรถไฟมาสถานี Bondi Junction หากใครไคร่อยากช็อปปิ้ง จะเดินเล่นแถวนี้ก่อนก็ได้ เพราะมีห้างและร้านแบรนด์เยอะมาก แต่ถ้าใครจะไป Bondi Beach เลย ให้ขึ้นรถเมล์สาย 380, 381, 382 หรือ 333 จากสถานีรถไฟ Bondi Junction ได้เลย ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น

Bondi Beach

Bondi Beach / บอนไดบีช คือชายหาดที่ดังที่สุดของออสเตรเลียเลย เพราะมันอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง Sydney CBD มันเลยมาง่าย คนออสซี่ชอบมาพักผ่อน มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายตั้งแต่เล่นสเก็ตบอร์ด นอนอาบแดด เล่นทะเล เล่นเซิร์ฟ นั่งเล่น เดินเล่น โอ้ย ทำได้เยอะแยะไปหมด เป็นอีกสถานที่นึงที่อยากให้มา ด้วยความที่ผมตื่นสาย กว่าจะลากตัวเองออกมาจากโรงแรมแล้วมาถึงนี่ก็บ่ายๆละ โชคดีที่วันนี้แดดไม่ค่อยมี เย่

 

เค้าจะมีลานสเก็ตบอร์ดแบบจริงจัง ผมก็ไปนั่งดูเด็กฝรั่งเค้าเล่น มันก็เพลินๆดี

ตรงทางเดินเลียบ Bondi Beach จะมีกำแพงลายกราฟิตี้เป็นทางยาวเลย มาเดินเล่นถ่ายรูปกับกำแพงก็เก๋นาจา คนถ่ายเต็มไปหมด

และนี่คือรูปหน้าปกของรีวิวนี้น่ะแหละ ชอบมาก .. ด้วยความที่เด็กวิ่งเข้ามาพอดีตอนที่เรากำลังถ่ายรูปนี่แหละ ทำเอารูปนี้มีสตอรี่ขึ้นมาทันที ดูรักเด็กไปเลยจ้าาา 😂

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เตรียมตัวมาว่ายน้ำที่นี่ (คือคลื่นแรงมาก ไม่กล้าเล่น 555) การเดินชิลๆ ดูคนเค้าเล่นเซิร์ฟไกลๆ ก็สนุกล้าวววว

Bondi Iceburgs

นอกจากทะเล และชายหาดบอนได ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของคลับสระว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลียด้วยนะแกร๊ เค้าเรียกกันว่า Bondi Iceburgs ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คเก่าแก่ของซิดนีย์เลยนะเว้ยย ความยูนีคของสระว่ายน้ำที่ตั้งอยู่ติดทะเลที่พร้อมมีคลื่นซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงนี่แหละ คือซิกเนเจอร์ของที่นี่ที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้ คือต้องมาซิดนีย์เท่านั้น

สำหรับการมา Bondi Iceburgs ให้เราเดินมาด้านขวาของหาด Bondi Beach มันจะมีทางเดินขึ้น Bondi Iceburgs อยู่

Bondi Iceburgs สร้างตั้งแต่ปี 1929 เพื่อให้ Lifesaver หรือคนช่วยชีวิตนักเซิร์ฟบนหาดบอนได ได้มาว่ายน้ำฟิตร่างกายในฤดูหนาว

สำหรับใครที่อยากว่ายน้ำที่ Bondi Iceburgs เค้าเปิด Public ให้คนทั่วไปเข้าไปว่ายน้ำได้นะก๊ะ สนนราคาค่าเข้าอยู่ที่ $6.5 ราคานี้รวมซาวน่าแล้วด้วย ฮ่าๆ

Bondi to CooGee Walk

ดูคนว่ายน้ำจนฉ่ำตา ติดกับ Bondi Iceburgs จะเป็นจุดเริ่มต้นของทางเดิน Bondi to CooGee Walk ทางเดินนี้คือสวยมากกกกก ทางเดินทำดีจนไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เด็กเดินได้ อากงอาม่าเดินดี ฮ่าๆ ทางมันจะพาเราเดินลัดเลาะตามขอบชายฝั่งไปเรื่อยๆจนทางเดินมันสิ้นสุดที่อ่าว CooGee Beach เราจะได้เห็นวิวอ่าวบอนได วิวโขดหินตามทางต่างๆ คนเล่นเซิร์ฟไกลๆ คือมีอะไรให้ดูเยอะแยะระหว่างทาง เดินไปเดินมา สรุปสุดท้ายนี่เดินไปแค่ Tamarama Beach ครึ่งทางเท่านั้น 55555

หันขวาจาก Bondi Iceburgs ก็จะเจอมุมนี้เลย ทางโคตรสวยยยยย
สังเกตทางเดิน ว่าเค้าทำทางเดินดีมาก ดังนั้นไม่ต้องกลัว เดินสบาย

เดินมานิดนึง แล้วลองมองหันกลับไป เราจะเห็นอ่าวที่เป็นหาดบอนไดลิบๆ จ๋วยเน้ออออ

Bondi Beach ดูมีความเป็น Tourist Beach มากใช่ปะ ลองมาดูตรง Tamarama Beach หาดจะเล็กและคนน้อยมาหน่อย วิวจากทางเดินที่กำลังลาดลงไปทาง Tamarama Beach คือสวย แล้วคนเล่นเซิร์ฟก็เยอะมากก เพราะหาดตรงนี้คลื่นแรงกว่า

 

จาก Tamarama Beach จริงๆจะนั่งรถเมล์กลับก็ได้นะ แต่ผมขี้เกียจหาสายรถเมล์ เปิด Google Maps หาทางเดินกลับ Bondi Junction เพื่อขึ้นรถไฟกลับ ซึ่งทางก็ไม่ได้ไกลสาหัสขนาดนั้น เลยเดินกลับก็ได้จ้าา ถือเป็นการเดินดู Neighborhood แถวนี้ไปโดยปริยาย ซึ่งมันน่าอยู่มาก ดีกว่าในหลายๆโซนของซิดนีย์เลย

วันที่ 3: Chinatown + CBD

วันนี้เราจะมาอีกโซนของซิดนีย์กัน วันนี้จะเดินเยอะหน่อย ซึ่งจริงๆก็เดินเยอะทุกวันอยู่แล้ว 5555 ค่ารถไฟแม่งก็แพงเอาเรื่องอยู่ ผมเลยจับกลุ่มสถานที่ใกล้ๆกัน เพื่อให้มันเดินไปเรื่อยๆได้ โดยวันนี้เราจะเริ่มต้นแถว Chinatown ให้เรานั่งรถไฟไปลงที่สถานีเซ็นทรัล (Central) แล้วเดินต่อไปตัวเมืองเขต CBD (Central Business District) แล้วจบด้วย Hyde Park ที่อยู่ติดๆกันเด้อ นี่คือแพลนของวันนี้

Paddy’s Haymarket

ที่แรกเราจะพามาคือ Paddy’s Haymarket แถว Chinatown หากใครอยากหาซื้อของฝากแบบคิดอะไรไม่ออก ให้มาที่นี่เลย อีพวกพวงกุญแจ ตุ๊กตา แม่เหล็กพิมพ์ชื่อออสเตรเลีย ทุกสิ่งทุกอย่างคือหาได้จากที่นี่หมด มันคือที่รวมร้านของที่ระลึกที่ผลิตจากจีน แต่พิมพ์คำว่า Australia อ่ะ 5555555555

 

ที่เจ๋งของ Paddy’s Haymarket คือ ที่นี่เป็นตลาดสดที่ของถูกกว่าข้างนอกมากกก เราสามารถหาซื้อผัก ผลไม้สดได้จากที่นี่เลย ฟีลเอเชียสุดๆ คนขายนี่เอเชียทั้งนั้น ดีงาม

อย่างกล้วยที่ขายใน Paddy’s Haymarket ขายอยู่ที่กิโลละ $1.79 คือถูกโคตรรร เปรียบเทียบราคากับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่างพวก Coles หรือ Woolworths ที่ว่าขายของสดถูกแล้ว สองที่นี้เค้ายังขายกันกิโลละ $3 เลยนะ

ดู๋ดี๋ป้ายแดง ซิดนีย์ PANTIP

เสร็จจาก Paddy’s Haymarket นี่จะพามากินอาหารไทยชื่อดังที่ออสเตรเลียกันซักหน่อย นั่นคือ ดู๋ดี๋ป้ายแดง ร้านจะอยู่แถวๆ Paddy’s Haymarket ซึ่งดู๋ดี๋ที่ออสเตรเลียดังมากเลยนะเว้ย จากตอนแรกที่มีแต่ที่ซิดนีย์ ตอนนี้เค้าขยายสาขาไปเมลเบิร์นแล้ว ร้านก๋วยเตี๋ยวดู๋ดี๋ถือเป็นสถานที่รวมคนไทยเบาๆเลย // คือตอนที่ผมอยู่เมลเบิร์น คนไทยเกือบทุกคนจะชอบชวนไปกินดู๋ดี๋ ซึ่งตอนแรกที่ดู๋ดี๋มาเปิดเมลเบิร์นใหม่ๆ ดูทุกคนมีความฮือฮาและตื่นเต้นมากเลยล่ะ 555

 

อันที่ต้องลองเลยคือ ก๋วยเตี๋ยว ของเค้าคืออร่อยมาก นอกจากก๋วยเตี๋ยวที่มีหลายเมนู หลายความเผ็ดให้เลือก ที่นี่ยังมีเมนูข้าวอย่างพวกกับข้าวไทย ส้มตำ ข้าวหมูแดง หมูกรอบอีก ทั้งหมดราคาไม่แรงมาก อย่างก๋วยเตี๋ยวชามเล็ก $6 ชามใหญ่ $11 ส่วนส้มตำจะประมาณ $14

Chinatown + Sydney Town Hall

อิ่มท้องแปร้ เราจะลากขายาวผ่าน Chinatown เพื่อไปยัง Sydney Town Hall โดยเราสามารถสังเกตสัญลักษณ์ของความเป็นไชน่าทาวน์ได้จากซุ้มประตูจีนหน้าซอย ไม่ไกลจาก Paddy’s Haymarket ซึ่งในซอยไชน่าทาวน์นี่ก็มีแต่ของกิน โอ้ยยย ด้วยความอิ่มท้องป่อง กูขอผ่านดีกว่า .. แต่ไม่วายยังขอซื้อชานมไข่มุกกินนะแจ๊ะ 555555

 

 

จากนั้นผมก็เดินมาเรื่อยเปื่อย ชมตึก ดูของไปเรื่อยจนมาถึง Sydney Town Hall ที่ดูเหมือนจะมีงานอีเว้นท์อะไรอยู่ คนมุงเยอะแยะ แถมมีป้ายบอกว่า VIP Access เท่านั้น นี่ก็เลยไม่เข้าไปเพราะอิ่มและขี้เกียจ 555555 .. แต่จริงๆ มันเข้าไปดูได้นะ มันมีแบบ Public Access อยู่เน้อ ใครสนใจอยากเข้า เข้าได้เลย

 

Queen Victoria Building (QVB)

เดินข้ามถนนมาอีกนิด เราจะเจอตึก Queen Victoria Building (QVB) เป็นห้างที่ดูจากข้างนอกคือดูเก่าแก่และขลังมาก เห็นอย่างนี้ดูเหมือนจะเล็ก แต่จะบอกว่าข้างในใหญ่เหมือนกันนาจา ร้านช็อปเยอะโคตร แถมสถาปัตยกรรมของห้างยังสวยตามแบบฉบับโรมาเนสก์ (Romanesque Architecture) ด้วย

 

 

ด้วยความที่ QVB ถูกสร้างมานานเกือบ 200 ปี มีสถาปัตยกรรมของตึกที่สวยงามรวมถึงถูกใช้ประโยชน์มาก็เยอะ ทางรัฐเค้าเลยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกล้ำค่าของรัฐ New South Wales ด้วยนะ อันนี้แนะนำเลยว่าให้มา ถึงแม้จะไม่ได้ซื้อของอะไร แต่มันสวยจนอยากให้มาดูจริงๆ ยิ่งมาตอนใกล้คริสต์มาส โอ้โหว แต่งสวยเว่อร์

 

ที่ Queen Victoria Building (QVB) ร้านดื่มชาเยอะมว๊าก เค้าจะตั้งอยู่โถงตรงกลาง หรือถ้าเป็นชั้นสองหรือสาม ร้านชาจะวางโต๊ะรายล้อมรั้วเต็มไปหมด ใครอยากจิบชาแสดงความเป็นผู้ดีใต้ความสวยงามแบบนี้ ก็ลองซักหน่อยไม่เสียหาย ไม่ชอบจิบที (ชา) กาแฟเค้าก็มีแจ่ะ ดูราคามา .. กาแฟราคาปกติ $5-$6 แต่ชุดเซ็ตชา ราคาก็เอาเรื่องอยู่ 55555

Pitt Street

เดินมาอีกนิดตรงซอกซอยเล็กๆ นามว่า Pitt Street ใครเป็นขาช็อป อยากซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ แนะนำให้มาตรงนี้เลย เพราะ Pitt Street มันรวมหมดเกือบทุกแบรนด์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวก Fast Fashion อย่างพวก Zara, H&M, Uniqlo, Topshop Topman หรืออย่าง Cotton On ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเค้าเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติออสเตรเลียที่พึ่งมาขยายสาขาในไทยไม่กี่ปีนี้ ซึ่งเกือบทุกแบรนด์ ซื้อที่นี่จะถูกกว่าในไทยประมาณ 100-500 บาทนะเออ

 

ตรง Pitt Street ยังเป็นถนนของคนที่อยากโชว์ความสามารถพิเศษของตัวเองอีกด้วย ช่วงวีคเอ็นด์ คนจะแน่น และมีคนมาร้องเพลง เล่นดนตรีโชว์ บรรยากาศโคตรดีย์

Hyde Park

สุดท้ายของวันนี้ เราจะมาจบกันที่ Hyde Park เดินมาแปปๆ ไม่ไกลจาก Pitt Street ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย โดยยืมชื่อ Hyde Park มาจากสวนสาธาณะ Hyde Park ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษนาจาก .. แฟนผมไป Hyde Park ที่ลอนดอนมาแล้ว นางบอกที่ซิดนีย์สวยและร่มรื่นกว่าลอนดอนนะ ฮ่าๆ

Hyde Park มีสามจุดที่อยากให้เดินดู นั่นคือ Archibald Fountain, St Mary’s Cathedral และ ANZAC Memorial ซึ่งสวยมากกกก

Archibald Fountain

Archibald Fountain คือที่แรกที่เราจะได้เห็นเมื่อเราเดินเข้าไปใน Hyde Park เลย น้ำพุกับรูปปั้นตรงนี้สวยอลัง ตรงกลางจะเป็นรูปปั้นเทพอพอลโล (Apollo) ที่ชี้นิ้วไปทาง St Mary’s Cathedral

St Mary’s Cathedral ผมไม่ได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ได้แต่ชมไกลๆ เพราะตอนแรกว่าจะวนกลับมาดู แต่สุดท้าย ขี้เกียจเดินกลับมาแล้ว 55555 // แต่ถ้าใครมา ก็เดินไปดูหน่อยก็ดีน่าา

ANZAC Memorial

ANZAC Memorial ตั้งอยู่สุดปลายของ Hyde Park ซึ่งทางเดินระหว่างไป ANZAC Memorial นั้น โอ้ย .. สวย มันเป็นทางเดินยาวที่มีต้นไม้ใหญ่มากตั้งเป็นแนวตามทางเดิน จากนั้นเราจะเจอสระน้ำตั้งอยู่ตรงหน้า ANZAC แถวนี้จะมีเด็กวัยรุ่นมาเล่นสเก็ตบอร์ดกันเยอะแยะเลย

 

ANZAC Memorial สร้างขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงทหารออสเตรเลียที่เสียสละทำหน้าที่เพื่อชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยจำนวนดาวทั้งหมดที่อยู่บนเพดาน คือจำนวนทหารออสเตรเลียทั้งหมดที่เสียสละชีวิตเพื่อสงครามครั้งนี้

 

หลังจากเดิน ANZAC Memorial เสร็จ จากความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดของตัวเอง เมื่อนึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 นี่จะนึกถึงแต่ประเทศแกนหลักอย่างพวก เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส แต่พอเดินที่นี่เสร็จ เราก็จะเห็นมุมหนึ่งของออสเตรเลียที่ได้ส่งทหารเข้าร่วมสงครามโลกด้วย ถึงแม้ว่าออสเตรเลียจะอยู่ไกลจากสนามสงครามมากก็ตามที แต่ที่ส่งทหารไปช่วยเพราะออสเตรเลียก็ถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของเครือจักรภพอังกฤษเช่นกัน มันมีความรู้สึก Emotional อย่างบอกไม่ถูกอ่ะ

 

 

หลังจากเราเดินเล่น Hyde Park เสร็จเรียบร้อย นี่ก็เดินเล่นเปื่อยๆ เหนื่อยก็กลับโรงแรม เพราะโรงแรมที่จองคืออยู่ไกลจาก CBD ประมาณหนึ่งชั่วโมง โอยย รู้สึกไกล 5555

วันที่ 4: Blue Mountains

วันสุดท้ายในการเที่ยวซิดนีย์ก่อนที่เราจะกลับเมืองไทยในวันถัดไป นี่จะขอออกจากป่าคอนกรีตไปเดินเทรลกับป่าจริงๆที่ Blue Mountains ซักหน่อย ที่นี่คือดีงามกว่าที่คิดไว้มากเหมือนกัน เพราะตอนแรกคือไปเที่ยวธรรมชาติสุดโต่งที่แทสมาเนียมาแล้ว เลยคิดว่าที่นี่จะเฉยๆ แถมเดินทางได้ง่ายจากซิดนีย์ จะนั่งรถไฟไปก็ได้ แต่เราขับรถไปด้วยความอยากฟรีดอม มันไม่ไกลเลยแค่ 2 ชั่วโมง 😆

อ่านรีวิว Blue Mountains ได้ที่นี่เลย ❤

รีวิวออสเตรเลียอื่นๆ
— SYDNEY SERIES —

รีวิว Sydney / ซิดนีย์ (EP1)
► รีวิว Blue Mountains / บลูเมาเท่น (EP2)

— MELBOURNE SERIES —

► รีวิว Melbourne / เมลเบิร์น (EP1)
► รีวิว Grampiants / แกรมเปี้ยน (EP2)
► รีวิว Phillip Island / ฟิลลิปไอส์แลนด์ (EP3)
รีวิว Great Ocean Road / เกรทโอเชี่ยนโรด (EP4)

— TASMANIA ROAD TRIP SERIES —

► รีวิว Hobart + Bruney Island (EP1)
► รีวิว Mount Field National Park + Lake Pedder (EP2)
► รีวิว Tassman National Park + Freycinet National Park (EP3)
► รีวิว Bay of Fires + Launceston (EP4)
► รีวิว Cradle Mountain National Park (EP5)

PANTIP

[email protected]

A world explorer and a gym addict who was born in 1990

NO COMMENTS

POST A COMMENT